รีวิว Mission Impossible 3 IMF ผ่าปฏิบัติการสะท้านโลก ภาค 3

Mission Impossible 3 ผ่าปฏิบัติการสะท้านโลก ภาค 3 อีธาน ฮันท์ (ทอม ครูซ) รับหน้าที่ในการฝึกเจ้าหน้าที่รุ่นใหม่ ของหน่วยงานไอเอ็มเอฟ (IMF ) และเขามีคนรักที่กำลังจะแต่งงานด้วย เป็นพยาบาลสาวที่ชื่อว่า จูเลีย (มิเชล โมนาแฮน) ที่ไม่ได้รับรู้ถึงฐานะที่แท้จริงของฮันท์ และภารกิจล่าสุดของหน่วยงานไอเอ็มเอฟ ก็คือการจัดการกับวายร้าย ที่ร้ายกาจที่สุดเท่าที่เขาเคยเผชิญมา นั่นก็คือ โอเว่น ดาเวียน (ฟิลิป ซีมัวร์ ฮอฟฟ์แมน) ผู้จัดหาอาวุธและข้อมูลระหว่างชาติ ผู้ไม่เคยมีแม้แต่ความเสียใจ หรือจิตสำนึกของความเป็นมนุษย์ และจ้องที่จะทำลายชีวิตและครอบครัว ของใครก็ตามที่ขวางหน้า

ดูหนังออนไลน์24ชั่วโมง

รีวิว Mission Impossible 2 (2000) ผ่าปฏิบัติการสะท้านโลก ภาค 2

Mission Impossible ภาคต่อของ ภาพยนตร์ ปี 1996 กำกับโดยไอคอนแอ็คชั่นยุค 90 John Woo ( Face / Off, Broken Arrow, Hard Target ) และเป็นที่ชัดเจนจากฉากเปิดเรื่องว่าภาคนี้จะเน้นไปที่แอ็คชั่นมากขึ้นโดยไม่เน้นที่การจารกรรมของ ครั้งแรก แต่ก็มีการเปิดเผยหน้ากากเช่นเดียวกับครั้งแรก   และนี่ไม่ใช่การเรียกกลับไปยังภาพยนตร์เรื่องแรกเพียงอย่างเดียวเนื่องจากในเวลาต่อมาเราได้เห็นฉากลวดอันโด่งดังของ Woo ซึ่งไม่มีที่ไหนเลยที่ใกล้จะรุนแรงและมีดใกล้ ๆ ยิงใส่อีธาน

เป็นที่ชัดเจนมากว่านี่คือภาพยนตร์ของจอห์นวูเนื่องจากเนื้อหาทั้งหมดอยู่ด้านบนโดยมีการระเบิดมากมายและลวดเย็บกระดาษแบบคลาสสิกของจอห์นวูเช่นซีเควนซ์แอ็คชั่นสโลโมชั่นลมแรงปืนคู่และนกพิราบบิน   และ Woo ต้องชอบเคล็ดลับหน้ากากจากภาพยนตร์เรื่องแรกแน่ ๆ เพราะเขานำมันมาใช้ซ้ำ 6 หรือ 7 ครั้งที่นี่   ภาพยนตร์เรื่องนี้ส่วนใหญ่เป็นเพียงแสงแฟลชที่มีสสารน้อยมากซึ่งเป็นการออกจากสิ่งที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่องแรกยอดเยี่ยมมาก

คุณจะเห็นได้ทันทีว่านี่คือ Ethan Hunt ที่แตกต่างจากที่เราเห็นมาก่อน   เขางอกผมออกมามีสไตล์การต่อสู้ที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิงและมีความกังวลมากกว่าและไม่รัดมาก   มันเป็นเดโบแนร์อีธานที่นุ่มนวลกว่าและชัดเจนว่าวูกำลังพยายามสร้างภาพยนตร์เจมส์บอนด์ในเวอร์ชั่นของตัวเองพร้อมกับ “สาวบอนด์” ใน Nyah Hall ของ Thandie Newton   การแสดงอารมณ์ทางเพศมากเกินไปของตัวละครของเธอเป็นเพียงหนึ่งในหลาย ๆ กรณีของผู้หญิงที่เกลียดชังอย่างโจ่งแจ้งที่กำลังอาละวาดตลอดภาพยนตร์เรื่องนี้ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณมักจะพบในบทบอนด์   อย่างไรก็ตามตัวละครของนิวตันเป็นหนึ่งในจุดสว่างไม่กี่แห่งที่นี่และควรจะกลับมาอีกแน่นอนในอนาคต  จริง ๆ แล้วฉันอ่านว่าเธอเลือกที่จะไม่ปรากฏตัวในส่วนที่ 3 เพื่อมุ่งเน้นไปที่ครอบครัวของเธอ แต่ถ้าเธอกลับมาในภาพยนตร์เรื่องที่สามเธอจะกลายเป็นตัวแทนที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีของ IMF และเป็นส่วนหนึ่งของทีมในปี 2549

ดูหนังออนไลน์24ชั่วโมง

รีวิว Mission Impossible 4 Ghost Protocol ปฎิบัติการไร้เงา

รีวิว Mission Impossible 4 Ghost Protocol ภาคนี้ก็เป็นไปตามชื่อตามตัวอย่างหนังที่ปล่อยมาคือ เมื่ออีธาน ฮันท์กับเพื่อนๆต้องมาร่วมหัวจมท้ายกันปฏิบัติภารกิจลับจาก Secretary ของ IMF ที่จำเป็นต้องปิดตัวลงหลังจากถูกใส่ร้ายให้กลายเป็นผู้ต้องสงสัย ก่อการร้าย เหตุระเบิดขึ้นที่รัสเซีย ขึ้นชื่อว่าเป็นหนังแอคชั่นสายลับไฮเทค Mission Impossible 4 ที่คอหนังแทบทั่วโลกรู้จักและคลอดออกมากันถึงภาคที่4นี้แล้ว สิ่งที่เราคาดหวังว่าจะได้เห็นแน่ๆจึงประกอบไปด้วย ภารกิจเว่อร์ๆยิ่งใหญ่ๆ ฉากแอคชั่นเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย การไล่ล่าอันลุ้นระทึก เทคโนโลยีล้ำสมัย การหักเหลี่ยมชิงไหวชิงพริบกัน และ ทอม ครูส ซึ่งภาคนี้ก็หยิบจับเอาวัตถุดิบต่างๆเหล่านั้นอันเป็นเอกลักษณ์ของหนังแฟรนไชส์ชุดนี้มาได้อย่างครบถ้วน (แม้ว่าอย่างสุดท้ายอาจจะเริ่มมีริ้วรอยออกลายมาบ้างตามอายุขัย)

หนังเปิดเรื่องมาอย่างเด็ดขาด ชวนติดตาม และจบท้ายลงอย่างงดงาม ระหว่างกลางก็พลิกพลอตขมวดปมต่างๆเข้ามาอย่างสนุกสนาน แต่ก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไรมากจนเกินไป (แต่ทั้งนี้ผู้เขียนรู้สึกว่าหนังค่อนข้างจะเดินเรื่องอย่างกระชับฉับไว บางครั้งเราอาจจะกำลังเพิ่งปะติดปะต่อเรื่องราวที่ฉากนี้ได้ แต่หนังก็กระโดดข้ามไปต่ออย่างรวดเร็วจนทำให้เราพลาดประเด็นสำคัญๆในฉากใหม่ๆ จึงต้องให้ความพยายามทำความเข้าใจตามหนังให้ทันอยู่พอสมควร) ทั้งยังแอบหักขนบยั่วล้อธรรมเนียมของภาคก่อนๆเรียกเสียงหัวเราะจากผู้ชมที่จดจำฉากคลาสสิคของMIได้ เช่นฉากที่ผู้เขียนชอบมากๆอย่างตอนที่เครื่องมอบภารกิจไม่ยอมทำลายตัวเองภายใน 5 วินาที หรือจะเป็นการต่อยอดฉากแอคชั่นน่าหวาดเสียวอย่างการโรยตัวจากเชือกสลิง ที่ภาคนี้ลำบากลำบนไปไต่ตึกสูงเสียดฟ้ากันถึงที่ดูไบ จริงๆฉากนี้รู้สึกว่าต้องชมผู้กำกับ แบรด เบิร์ด ที่คุมจังหวะออกมาได้อย่างลงตัว ทำเอาคนดูหวาดเสียวแทบใจหายไปตามๆกัน แต่ถ้าให้พูดถึงข้อเสีย ข้อเปรียบเทียบก็มีให้เห็นเล็กๆน้อยๆ เท่าที่นึกออกอย่างฉากไคลแมกซ์ของภาคนี้ที่ดูจะซอฟๆไปเลยเมื่อเทียบกับไคลแมกซ์ของMI:3 ไม่ได้ถูกขยี้ให้กดดันแทบตายเหมือนภาคที่แล้ว แต่อย่างไรก็ตาม มันก็ได้บทภาพยนตร์ที่ช่วยผลักดันเรื่องราวขึ้นไปเรื่อยๆจนถึงตอนจบได้อย่างไม่รู้สึกติดขัดใดๆ

นอกจากนี้ หนังยังดึงเอาตัวละครต่างๆเข้ามาสร้างสีสรรค์มากขึ้นให้กับเรื่องราว โดยเฉพาะลูกทีมที่ได้ เจเรมี่ เรนเนอร์ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเขาเป็นนักแสดงมือดีคนนึงจากหนังสงครามรางวัลออสการ์เรื่อง The Hurt Locker และพักหลังเริ่มที่จะได้เห็นเขาบนจอภาพยนตร์บ่อยขึ้น รวมถึงผู้ที่สร้างความเซอร์ไพรส์ให้หนังภาคนี้และยังคอยเป็นตัวชงมุกตลกประจำเรื่องอย่าง ไซมอน เพ็กก์ ก็ดูจะเข้าขากับ ทอม ครูส และคนอื่นๆได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นฉากตลกปล่อยมุกหรือฉากแอคชั่นลุ้นระทึก หรือแม้กระทั่งตัวละครผู้ร้ายที่ผู้เขียนรู้สึกว่า แม้จะดูไม่ค่อยมีบทบาทออกมาโดดเด่นเท่าคนอื่นสักเท่าไหร่ แต่บทก็ใช้เวลาปูพื้นตัวละครนี้สั้นๆอย่างคุ้มค่าในฉากที่เจ้าหน้าที่แบรนท์(เจเรมี่ เรนเนอร์)เล่าถึงประวัติคร่าวๆของเขารวมถึงฉากวิดีโอในโบกี้รถไฟที่แสดงถึงเหตุผลของแผนการสร้างสงครามนิวเคลียร์ทั้งหมด ส่งให้ตัวละครนี้กลายเป็นผู้ร้ายที่ดูน่าเกรงขามและลึกลับขึ้นทันที

สิ่งที่น่าสนใจสิ่งสุดท้ายคือ เราจะได้เห็นอิทธิพลจากงานของแบรด เบิร์ด ผู้ที่เคยมีผลงานแอนิเมชั่นสังกัดค่ายพิกซ่าอย่าง Ratatouille หรือ The Incredibles อย่างไร จุดที่ผู้เขียนเห็นชัดที่สุดนั้นเห็นจะเป็นตอนจบของ M:I-4 ภาคนี้ ซึ่งว่ากันตามจริงแล้วมันอาจจะเป็นตอนจบที่ดีที่สุดในบรรดาทั้งหลายภาคที่ผ่านมา บทภาพยนตร์หาวิธีคลายปมทุกอย่างในตอนจบให้ออกมาไม่ดูจงใจยัดเยียดเกินไป ทั้งเรื่องอดีตระหว่างพระเอกกับแบรนท์เพื่อนร่วมทีม รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างอีธานกับแฟนสาว หนังพลิกความตื่นเต้นลุ้นระทึกตลอดทั้งเรื่องไปและตบท้ายลงด้วยฉากจบที่อบอุ่นและทำให้คนดูจดจำหนังได้เมื่อเดินออกจากโรงไป แบรด เบิร์ด พิสูจน์ให้เราเห็นว่าเขาสามารถคุมทั้งแอคชั่นและรู้วิธีที่จะทำอย่างไรให้มันออกมาดีได้อย่างที่เคยทำมาแล้วใน The Incredibles และใน Rattatouille ที่เป็นแอนิเมชั่นคอมมิดี้น่ารักสดใสได้ ครั้งนี้กับ M:I-4 ซึ่งไม่ใช่ภาพการ์ตูนแล้ว แต่เป็นหนังคนแสดงจริงๆก็เช่นกัน มาถึงวันนี้ เขาอาจจะกลายเป็นผู้กำกับหนังบันเทิงฮอลลีวู้ดที่น่าจับตามองและควรค่าแก่การเฝ้ารอผลงานเรื่องต่อๆไปอีกคนหนึ่ง

ดูหนังออนไลน์24ชั่วโมง