รีวิว เกมอำนาจ House of Cards  ซีรีส์การเมืองที่ทำให้ Netflix ดังระดับโลก

รีวิว เกมอำนาจ House of Cards  ซีรีส์การเมืองที่ทำให้ Netflix ดังระดับโลก การแสดงของ เควิน สเปซีย์ ผู้กำกับ เดวิด ฟินเชอร์ เจาะลึกการเมือง เลือกตั้ง สหรัฐอเมริกา House of Cards ไม่เพียงแต่เป็นซีรีส์ที่สร้างชื่อเสียงให้ Netflix อย่างมากในยุคแรกเท่านั้น เรื่องนี้ในช่วงที่ออกฉายยังได้รับการยกย่องจก บารัค โอบามา เมื่อครั้งยังดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐในเวลานั้นอย่างมาก ซึ่งก็ทำให้เกิดกระแสแนะนำเรื่องนี้หนักขึ้นไปอีก

ซึ่งหนึ่งในปัจจัยความสำเร็จของเรื่องนี้ ปฏิเสธไม่ได้ถึงฝีมือการแสดงของ เควิน สเปซีย์ จากการตีบทแตกกับบทบาทการแสดงเป็น “ฟรานซิส อันเดอร์วู้ด” หรือที่ในเรื่องเรียกกันว่า แฟรงค์ นักการเมืองผู้พร้อมจะใช้กลยุทธ์ทุกอย่าง และพร้อมใช้ทุกวิธีการไม่ว่าจะเป็นสีขาว เทา ดำ เพื่อบดขยี้คู่แข่งทางการเมือง ดิสเครดิตฝายตรงข้าม การล็อบบี้อีกฝ่ายเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง เพื่อทำให้ตัวเองบรรลุเป้าหมาย รวมถึงการหาหนทางที่จะไต่เต้าเข้ากุมอำนาจสูงสุดในวงการเมืองสหรัฐอเมริกา และก้าวขึ้นไปจนถึงตำแหน่งประธานาธิบดี

ดั้กกลาส แสตมป์เปอร์ มือขวาผู้ภักดีของสามีภรรยาอันเดอร์วู้ด เมื่อแฟรงค์ชนะเลือกตั้ง เขาได้รับตำแหน่ง หัวหน้าคณะทำงานของทำเนียบขาว เป็นคนที่พร้อมทำงานทุกประเภทให้แฟรงค์ตั้งแต่เรื่องเล็กจนถึงเรื่องใหญ่

แล้วก็กลายเป็นดั้กนี่เองคือคนสุดท้ายที่จะลงมือสังหารแคลร์ แต่กลับถูกแคลร์เล่นงานเสียเองในฉากสุดท้ายของเรื่อง

รีวิว สปอยล์ เริ่มจากเล่าเรื่องราวของ แฟรงค์ อันเดอร์วู้ด นักการเมืองจากเซาท์คาโรลิน่า ตัวแทนจากพรรคเดโมแครต กำลังอยู่ระหว่างการฉลองชัยชนะจากการเลือกตั้งของประธานาธิบดี แกเร็ธ วอล์คเกอร์ ซึ่งสัญญาว่าจะให้เขาได้ตำแหน่ง Secretary o f State แต่ประธานาธิบดีกลับไม่ทำตามที่สัญญาไว้ เพราะต้องการให้เขาช่วยรับบทบาทอื่น นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้แฟรงค์และแคลร์ซึ่งเป็นภรรยาเข้าสู่การวางแผนมากมายในการไต่เต้าและกุมอำนาจ ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีการไหนก็ตาม

ฟรานซิส อันเดอร์วู้ด หรือ แฟรงค์ นักการเมืองผู้เลือดเย็น พร้อมทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์และเป้าหมายของตนเอง ในซีซันแรก เขาได้รับคำสัญญาจากประธานาธิบดีที่เพิ่งชนะการเลือกตั้งว่าจะให้ตำแหน่งรัฐมนตรีที่เขาได้รับคำสัญญาไว้จากการที่เขามีส่วนช่วยให้ชนะการเลือกตั้ง แต่ผลกลับไม่เป็นตามนั้น ทำให้เขาตัดสินใจที่จะไม่ภักดีอีก พร้อมกับหันมาทำทุกอย่างตั้งแต่การล็อบบี้ แบล็คเมล์ เพื่อนำไปสู่เป้าหมายในการกุมอำนาจเบื้องหลังทำเนียบขาว

แฟรงค์พร้อมใช้วิธีทั้งในตำราและนอกตำรา หาพวกและเส้นสายในวงการข่าวเพื่อให้ปล่อยข่าวที่จะเป็นประโยชน์ต่อตัวเขา รวมถึงปลุกปั้นนักการเมืองคนอื่นขึ้นมาใช้ประโยชน์ แล้วพร้อมจะเฉดทิ้ง

แฟรงค์ไต่เต้าจนกระทั่งเขาไต่เต้าขึ้นสู่ตำแหน่งรองประธานาธิบดี และได้เป็นประธานาธิบดีในที่สุด แต่สุดท้ายแล้วศัตรูทางการเมืองที่ร้ายกาจที่สุดของเขากลับไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นแคลร์นั่นเอง

ในระหว่างการเดินเรื่อง แฟรงค์ จะมีการหันมาพูดคุยกับคนดูอยู่ตลอด เหมือนเป็นการทลายกำแพง 4 มิติ ในขณะที่เวลาในเรื่องก็ยังเดินอยู่ ซึ่งก็จะมีทั้งหันมาอธิบายอะไรเพิ่ม หันมาชวนคุย ไปจนถึงแค่หันมาทำหน้ายักคิ้วหลิ่วตาแบบรู้กันกับคนดู ในระหว่างสถานการณ์ต่างๆ นี่จึงเป็นเสน่ห์สำคัญของซีรีส์เรื่องนี้ แต่ในซีซันหลัง แคลร์ ก็จะกลายเป็นตัวละครที่หันมาคุยกับคนดูแทนแฟรงค์

แคลร์ อันเดอร์วู้ด ภรรยาของแฟรงค์ เบื้องหน้าทำมูลนิธิน้ำสะอาด NGO แต่แท้จริงแล้วเธอคอยช่วยหนุนหลังแฟรงค์อยู่เบื้องหลังทางการเมือง แคลร์เป็นภรรยาที่มีความเลือดเย็นไม่แพ้แฟรงค์ ในบางมุมยังมีความโหดมากกว่าด้วย เธอสามารถแยกแยะเรื่องส่วนตัวและเป้าหมายทางการเมืองได้ ชนิดที่ต่อให้แฟรงค์ไปมีอะไรกับใครเธอก็ไม่สนใจถ้าหากนั่นทำเพื่อเป้าหมายและได้ประโยชน์ เธอก็รับได้ การใช้ชีวิตคู่ระหว่างพวกเขาสองคนจึงเป็นในลักษณะที่ต่างฝ่ายต่างมีผลประโยชน์ร่วมกันมากกว่าจะแค่เรื่องความรักชายหญิง

หลังจากสองสามีภรรยาอันเดอร์วู้ดได้กอบโกยผลประโยชน์และขึ้นสู่อำนาจมากขึ้นเรื่อยๆ ก็กลายเป็นว่าศัตรูตัวฉกาจที่สุดของแฟรงค์ กลับกลายเป็นแคลร์ที่ขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีในซีซัน 6

สำหรับในซีซันแรก เปิดฉากแรกด้วยการเล่าถึง แฟรงค์ ที่ได้ยินเสียงรถชนสุนัข เขาจึงออกมาหน้าบ้านแล้วพบว่ามีสุนัขถูกชนแล้วหนี เขาจึงทลายกำแพงสี่มิติมาคุยกับคนดูว่า ทำไมจึงควรฆ่าสุนัขที่กำลังบาดเจ็บตัวนี้ไปเสีย เพื่อไม่ให้มันทรมาน เพียงแค่นาทีเดียวในเรื่องก็สามารถทำให้เราได้เห็นว่า เขาคือนักการเมืองแบบไหน และคนที่จะได้อำนาจทางการเมืองต้องมีความเลือดเย็นระดับไหน รวมถึงเป็นการเปิดแนวทางของเรื่องด้วยว่า เมื่อคุณเริ่มดูซีรีส์เรื่องนี้ แฟรงค์ จะชวนคนดูคุยตลอดเรื่อง ไปจนถึงอธิบายมุมมองความคิดของเขาต่อเรื่องราวต่างๆให้เราฟัง ดังนั้นถ้าคุณห่วงว่า นี่จะเป็นซีรีส์การเมืองแนว คุย คุย คุย ๆๆๆๆๆ แล้วน่าเบื่อเหมือนหนังการเมืองเรื่องอื่นๆ ไม่ต้องห่วงเลย เพราะแฟรงค์จะทำให้คุณมีอารมณ์ร่วมไปกับเรื่องราว จนคนดูจะต้องหันมาเอาใจช่วยและเชียร์ตัวเขาไปด้วย

ซึ่งเรื่องในซีซันแรก จบลงเมื่อแฟรงค์รับเป็นผู้ท้าชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดี ซึ่งหลังจากนั้น แฟรงค์ก็ได้ชนะเลือกตั้งจนกลายเป็นประธานาธิบดีสำเร็จในซีซัน 3 แต่แล้วตำแหน่งประธานาธิบดีก็กลายเป็นของแคลร์ ซึ่งกลายเป็นตัวหลักของการเดินเรื่องในซีซันที่ 6

สำหรับซีรีส์เรื่องนี้ ถือว่าเป็นหนึ่งในเรื่องที่ “แนะนำ” ให้ต้องดูสำหรับซีรีส์ฝรั่งของ Netflix ที่สำคัญคือนี่เป็นเรื่องที่สร้างชื่อเสียงอย่างมากให้กับ Netflix ในช่วงบุกเบิก ทำให้มีสมาชิกสมัครเข้ามารับชมเรื่องนี้มากขึ้น จนกระทั่งเป็นกระแสในช่วงที่ออกฉาย

จุดเด่นสำคัญที่สุด คือการแสดงที่โคตรสมบทบาทของ เควิน สเปซีย์ ในบท แฟรงค์ อันเดอร์วู้ด ซึ่งหน้าตาและท่าทางของขาก็เข้ากับบทบาทนักการเมืองสายเหี้ยม สีเทาๆจนไปถึงดำ ที่เรียกว่าแสดงได้เหี้ยมและเลือดเย็นมาก แถมในส่วนของการเล่าเรื่องแบบทลายกำแพงมิติที่ 4 ออกมาคุยกับคนดู เขาก็ทำได้ดีเยี่ยม ด้วยลีลาหน้าตากวนประสาท ที่บางครั้งไม่ต้องพูดอะไรมาก แค่หันมายักคิ้วหลิ่วตาให้คนดูแบบรู้กันในบางฉากก็ทำได้เยี่ยมมาก

 

แทง ufabet