ซีรีย์จีน จอมนางเหนือบัลลังก์ ฝูเหยา หญิงสาวผู้เป็นที่สุดแห่ง 5 แคว้น

ในปัจจุบัน นี้ซีรี่ส์จีนย้อนยุคถูกนำมาทำกันเยอะมากแล้วมันก็ประทับใจคนดูมากทีเดียว เรื่อง จอมนางเหนือบังลังก์ ก็เช่นเดียวกัน เรื่องราวนี้ก็คือ ฝูเหยา หญิงสาวผู้เป็นที่สุดแห่ง 5 แคว้น มีทั้งรูปโฉมที่งดงาม และอำนาจในมือ เธอคือผู้ครอบครองทั้ง 5 แคว้น เกิดมาเพื่อครอบครองศิลา 5 สี ซึ่งก็มีจอมมารทั้งหลายรายล้อมเพื่อครอบครองสิ่งที่เธอครองเอาไว้ ก่อให้เกิดความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในแต่ละแคว้น

จ่างซุนอู๋จี๋ ชายหนุ่มรัชทายาทของแคว้นเทียนเฉวียน ที่ต้องการออกตามหาผู้ครอบครองศิลา 5 สี เหมือนกับโชคชะตานั้นต้องเล่นตลกกับเขา เมื่อเขานั้นกลับตกหลุ่มรักฝูเหยา แต่ในขณะเดียวกันมันไม่ใช่แค่เพียงความรักเพียงอย่างเดียวเท่านั้น มันเป็นเรื่องของการแย่งชิง การต่อสู้ การได้ครอบครองดินแดน ซึ่งเกิดขึ้นภายใต้ความรักที่ จ่างซุนอู๋จี๋ มีให้กับฝูเหยา จอมนางผู้ครอบครองศิลาห้าสี

เรื่องราวของจอมนางเหนือบัลลังก์ เป็นเรื่องราวที่มีดราม่าเชือดเฉือนค่อนข้างจะเข้มข้นพอสมควร ทำให้มีกระแสที่ตอบรับดีมากจากผู้ชม ทำให้มีกระแสและมีการแสดงความเห็นถึงตอนจบและปลายทาง และด้วยความเป็นซีรี่ส์ย้อนยุค เสื้อผ้า ซีจีต่างๆจึงต้องเหมือนจริงและอลังการงานสร้างตามท้องเรื่อง

ผู้ชมต้องมาเอาใจช่วยเรื่องราวของตัวเอกทั้งสอง ว่าเรื่องราวนั้นจะดำนินไปอย่างไร คอซีรี่ส์จีนย้อนยุคต้องไม่พลาดเรื่องนี้ เพราะมีให้ลุ้นและคาดเดากันในทุกตอน รับรองว่าดราม่ากินใจสุดๆ

ufabet

ซีรี่ย์จีน Dancing in the storm ซีรี่ส์ที่ค่อนข้าง ดราม่า เชือดเฉือนกัน

ซีรี่ส์เรื่อง Dancing in the storm เป็นซีรี่ส์ที่ค่อนข้าง ดราม่า เชือดเฉือนกันในเรื่อง หลี่จุนจี ที่ก่อนหน้านี้เขาเคยเป็นนักสืบมาก่อน ทำงานให้กับหน่วยงานที่รักษาความปลอดภัยมาก่อน จริงๆแล้วซีรี่ส์เรื่อง นี้ มีชื่อไทยที่ให้เราเรียกได้ง่ายๆด้วยก็คือเรื่อง พายุเริงระบำ เพราะเป็นเรื่องราวการเชือดเฉือนอารมณ์กันและเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับอาชีพนักสืบ ความเป็นความตาย มีการบู๊แอคชั่นในเรื่องด้วย ถือว่าเป็นซีรี่ส์เรื่องหนึ่งที่ค่อนข้างครบรสชาติมากๆเลยทีเดียว

หลี่จุนจี เขาคือนักสืบมืออาชีพที่เคยทำงานในหน่วยงานรักษาความปลอดภัยมาก่อน เขาได้มาพบกับข้อมูลสำคัญซึ่งมันเป็นข้อมูลที่เป็นความลับ การสืบสวนมีความลับสุดยอดซ่อนอยู่ รวมไปถึงเรื่องราวที่ หลี่จุนจี ได้รู้มาในคราวนี้นั้น อาจจะเกี่ยวข้องไปถึงชีวิตของเขาเลยก็ว่าได้ ตอนนี้เขาเป็นคนหนึ่งที่ถูกตามล่าและต้องการตัวมากที่สุดแล้ว ทั้งดราม่า และการบู๊แอคชั่นแบบฉบับของนักสืบ ได้อยู่ในซีรีส์เรื่องนี้แล้ว ใครที่ชอบแนวสืบปนดราม่ามีปมหน่อย เรื่องนี้ถือว่าน่าดูมากทีเดียว รับประกันได้เลยว่าสนุกแน่นอน แต่ละแก็งค์ แต่ละหน่วยงานที่ต้องทำการเชือดเฉือนกัน ต่างก็มีปมดราม่า รวมไปถึง เรื่องราวของการต่อสู้แย่งชิงกัน รับรองว่าทั้งบู๊และทั้งดราม่าได้สมใจอย่างแน่นอน มีทั้งนักแสดงรุ่นเก่าและนักแสดงรุ่นใหม่มารวมตัวกัน และนักแสดงอีกมากมายที่ได้มาร่วมทำการแสดงในครั้งนี้ ติดตามได้กับซีรี่ส์พายุเริงระบำ Dancing in the storm

ufa

รีวิว Impetigore บ้านเกิดปีศาจ เรื่องของ มายา และ ดีนี่ สองสาวเพื่อนรัก

เรื่องย่อ เมื่อ มายา (Tara Basro) และ ดีนี่ (Marissa Anita) สองสาวเพื่อนรัก เดินทางกลับมายังบ้านเกิดในหมู่บ้านกลางป่าลึก เพื่อรับมรดกจากครอบครัวที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อน แต่กลับต้องพบสายตาที่น่ากลัวของชาวบ้าน พฤติกรรมที่ชวนสงสัย หลุมฝังศพเด็กที่เรียงรายทั่วหมู่บ้าน และดูเหมือนว่าทั้งสองจะต้องเอาตัวรอดจากพิธีกรรมสุดหลอน และความลับที่จะทำให้ผู้ชมทุกคนต้องช็อคเกินคาดเดา

เรียกว่ามีมาให้เราได้ดูกันไม่บ่อยนะครับ สำหรับหนังจากประเทศเพื่อนบ้านเราในละแวกอาเซียน แล้วยิ่งช่วงฮาโลวีนแบบนี้ ก็มีหนังสยองขวัญอาเซียนมาให้เราได้ชมกัน อย่าง Impetigore บ้านเกิดปีศาจ หรือชื่อ Perempuan Tanah Jahanam ในภาษาอินโดนีเซีย ผลงานการกำกับภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของ โจโก อันวาร์ (Joko Anwar) ผู้กำกับหนังสยองขวัญชาวอินโดนีเซียที่เคยมีผลงานการกำกับหนังสยองขวัญมาก่อนหน้านี้แล้วอย่าง Satan’s Slaves (2017) ที่สร้างความหลอนสุดขั้วจนกลายเป็นภาพยนตร์ทำเงินสูงสุดตลอดกาลบน Box Office ของประเทศอินโดนีเซีย และตัวเขาเองก็ถูกขนานนามว่าเป็น เจมส์ วาน แห่งเอเชีย

และในปีนี้ เขากลับมาอีกครั้งกับผลงานที่เขาเองมีไอเดียและเตรียมตัวมานานกว่าสิบปี โดยได้แรงบันดาลใจจากฝันร้ายของเขา ผนวกกับเรื่องราววัฒนธรรมพื้นบ้านของอินโดนีเซีย โดยเน้นหนักไปที่การแสดงพื้นบ้านอย่าง “Wayang” (วายัง) หรือ หนังตะลุง แท็กทีมกับผู้สร้างหนังสุดหลอนอย่างเกาหลีอย่าง The Wailing (2016) ซึ่งพอเข้าโรงฉาย หนังเรื่องนี้ก็กลายเป็นอีกผลงานของเขาที่ทำรายได้สูงสุดใน Box Office และได้มีโอกาสไปฉายและได้รับคำชื่นชมจากเทศกาลหนังต่าง ๆ เช่น Sundance Film Festival, Rotterdam Film Festival และ Bucheon Fantastic Film Festival แถมยังทำคะแนนมะเขือสดจากเว็บไซต์ Rotten Tomatoes ไปได้ถึง 95% แน่ะครับ

ความเจ๋งแรกของหนังเรื่องนี้ที่จะไม่พูดถึงไม่ได้ก็คือเรื่องของบรรยากาศครับ โดยเฉพาะบรรยากาศความเป็นหมู่บ้านที่อยู่ในป่าอันห่างไกล บ้านแต่ละหลังยังเป็นบ้านไม้ คลอดลูกด้วยหมอตำแย เวลาที่มีการแสดงหนังตะลุงวายัง ก็ยังต้องจุดตะเกียงอยู่เลย เป็นบรรยากาศบ้านป่าอินโดฯ ที่ยังคงมีความ “บ้าน ๆ” และมีกลิ่นอาย “ย้อนยุค” ซึ่งแน่นอนว่าบรรยากาศแบบนี้มันก็มีความน่ากลัว และผู้กำกับเองก็สามารถหยิบเอาตรงนี้มาถ่ายทอดได้เป็นอย่างดี

 

ufabet

รีวิว The Craft Legacy วัยร้ายร่ายเวทย์ ชื่อไทยสี่แหววพลังแม่มด

หนัง The Craft หรือชื่อไทยสี่แหววพลังแม่มดที่เอาพลอตหนังวัยรุ่นไฮสคูลมาผสมเรื่องลี้ลับเวทย์มนตร์จนได้เป็นหนังสยองขวัญแสดงนำโดย เนฟ แคมป์เบล ที่ได้ตำแหน่งราชินีหนังหวีดทันทีหลัง Scream ภาคแรกฉายปีเดียวกัน และหลัง 24 ปีผ่านไปไวเหมือนมีใครร่ายเวทย์ The Craft Legacy ภายใต้ยี่ห้อ Blum House ก็ได้ฤกษ์มาฉายในชื่อไทยที่ตัดอะไรแหวว ๆ ออกและตั้งชื่อเกร๋ ๆ ว่า วัยร้ายร่ายเวทย์

โดยหนังจะเริ่มเรื่องที่ ลิลลี (เคลี สแปนี) ที่ต้องย้ายตาม เฮเลน (มิเชล โมนาแฮน) คุณแม่จิตแพทย์มายังบ้านของ อดัม (เดวิด ดูคอฟนี) ไลฟ์โค้ชคนรักใหม่ของแม่และพ่อของ 3 หนุ่มที่ดูเป็นปฏิปักษ์กับเธอตั้งแต่วันแรกที่เจอ และหลังจากต้องอับอายในห้องเรียนจากทิมมี (นิโคลาส แกลิตซีน)พี่ชายจอมเกเรในครอบครัวใหม่ของเธอ ลิลลีก็ได้พบมิตรภาพจาก 3 สาว ลอร์เดส (โซอี้ ลูน่า) แท็บบี (โลวี ซีโมน) และแฟรงกี (กิเดียน แอดลอน) และชวนลิลลีเป็นสมาชิกคนที่ 4 ของกลุ่มแม่มดของพวกเธอ

และหลังจากลิ้มรสอำนาจของมนตราทั้งเปลี่ยนนิสัย ทิมมี (นิโคลาส แกลิตซีน) พี่ชายบุญธรรมจอมเกเร หรือแม้กระทั่งสั่งสอนเพื่อนที่ชอบบูลลี พวกเธอก็หลงใช้มนตราจนกระทั่งมีคนที่ถึงแก่ชีวิตเพราะมนตร์ของพวกเธอ 4 แม่มดสาวจำต้องหาทางหยุดผลกระทบที่พวกเธอก่อขึ้นรวมถึงต้องสืบหาความจริงเบื้องหลังเรื่องเลวร้ายต่าง ๆ ก่อนจะสายเกินไป

ก่อนจะพูดถึงหนังภาคนี้ขอย้อนกลับไปที่หนังภาคแรกที่เล่าเรื่องโดยเอาปัญหาวัยรุ่ยในไฮสคูลมาเป็นปมทั้งการถูกผู้ชายเท รู้สึกต่ำต้อยในสังคม การถูกบูลลีหรือถูกมองเป็นตัวประหลาดเป็นปมให้ทั้ง 4 สาว ซาราห์ บอนนี แนนซี โรเชล ลุกขึ้นมาใช้ เวทมนตร์เป็นตัวต่อกรและสร้างตัวตนใหม่ทดแทนความต่ำต้อยในฐานะนักเรียนนอกคอกในโรงเรียนคาธอลิกที่เหมือน ปีเตอร์ ฟิลลาร์ดี เขียนขึ้นเพื่อวิพากษ์ปัญหาในสังคมไฮสคูลจนหนังโด่งดังและถูกอ้างอิงในวัฒนธรรมพอปเวลาต่อมา

สำหรับ  ภาคต่อที่ไม่มีใครสนใจว่าสร้างเมื่อไหร่และข้อมูลใน IMDB ก็มีน้อยจนผิดวิสัยหนังฮอลลีวูด (ข้อมูลเทคนิกยังไม่บอกเลยว่าใช้กล้องหรือเลนส์อะไรถ่าย) และการรับรู้ของผู้ชมชาวไทยทั่วไปคือการเห็นตัวอย่างหนังในช่วงไม่เกิน 1 เดือนก่อนลงโรงฉายพร้อมพะยี่ห้อ Blum House สตูดิโอหนังสยองขวัญที่กำลังขึ้นมือกับการหยิบจับอะไรก็ฮิตและได้รับคำชม (ปนโดนด่าบ้างเล็กน้อย) มาเป็นหนังหน้าไฟ เอ้ย หน้าเสื่อการันตีนำเสนอหนังภาคต่อเรื่องนี้

ufa

หนัง Insidious ภาค 5 กำลังมาและจะกำกับโดย Patrick Wilson

Patrick Wilson เล่นหนังอยู่หลายแนวทั้งซูเปอร์ฮีโร แอ็กชัน รวมถึงหนัง Insidious ผีสยองขวัญ และบทที่ทำให้เขาเป็นที่รู้จักมากที่สุดก็หนีไม่พ้นคู่สามีภรรยานักปราบผี Ed และ Lorraine Warren จาก The Conjuring ทั้งสองภาค (2013-2016) และกำลังจะมีภาค 3 The Devil Made Me Do It ออกฉายในปีหน้า ซึ่งจักรวาล The Conjuring นี้เป็นการสานต่อการร่วมงานกันของ Wilson และผู้กำกับ James Wan ที่เคยร่วมงานกันมาก่อนจาก Insidious (2010) หนังเด็กหลอนที่มีออกมาทั้งหมด 4 ภาค (2010-2018) หนังทั้ง 4 ภาคทำรายได้รวมทั่วโลกไป 542 ล้านเหรียญฯ จากทุนสร้างรวมแค่ 26 ล้านเหรียญฯ

หลังเริ่มจะแผ่วแรงลง Blumhouse Production ก็เลยหาวิธีการสดใหม่มาเล่ากับภาค 5 ด้วยการให้ Wilson ชิมลางลองกำกับหนังเรื่องนี้เป็นเรื่องแรก ในงาน Blum Fest ซึ่งเป็นการนำเสนอโครงการหนังของ Blumhouse Production ต่อสื่อมวลชนและแฟน ๆ เหมือนงาน D23 และ DC Fandome ของค่ายหนังใหญ่ ๆ โดยปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งแรก ได้มีการเปิดเผยว่า Insidious ภาค 5 กำลังจะกลับมาโดยได้นักแสดงเด็กของภาคแรก Ty Simpkins ผู้รับบทเป็น Dalton Lambert ลูกชายของครอบครัวตัวละครที่ Patrick Wilson เล่นเอาไว้ในภาคแรก กลับมารับบทมนุษย์ผู้ถอดจิตได้ Simpkins แจ้งเกิดจากเรื่องนี้ และได้เล่นหนังใหญ่ต่ออีกหลายเรื่อง ทั้ง Iron Man 3 (2013), Jurassic World (2015) ตอนนี้เขาอายุ 19 ปีแล้ว

Wilson จะกลับมารับบท Josh Lambert เองด้วยนอกจากจะทำหน้าที่กำกับเรื่องนี้ที่ได้ Screen Gems ของ Sony Pictures เป็นผู้จัดจำหน่าย รวมถึงหนังยังได้ Scott Teems จากหนังโหด Halloween Kills ที่จะเข้าฉายปีหน้ามารับหน้าที่เขียนบท จากเนื้อเรื่องที่ Leigh Whannell ผู้ร่วมสร้างหนังสยองขวัญชุดนี้มาตั้งแต่ภาคแรกได้ร่างบทเอาไว้เกี่ยวกับเรื่องราวของครอบครัว Lambert ในอีกสิบปีต่อมา เมื่อ Dalton เริ่มเข้าเรียนมหาวิทยาลัย

หนังยังไม่มีกำหนดเปิดกล้องและเข้าฉายในตอนนี้ โดยคาดว่าหนังจะใช้เวลาถ่ายทำประมาณ 1 ปี และหลังจาก Wilson ไปเข้ากล้องเป็นตัวร้ายอีกครั้งให้กับหนังฮีโรสุดฮิต Aquaman ภาค 2 เสร็จก่อน

ufabet

รีวิว The Outpost : ชัยภูมิมรณะ ครึ่งแรกคุยเยอะเกือบสารคดี

เรื่องย่อ Outpost จากเรื่องจริงสุดเหลือเชื่อของภารกิจเสี่ยงตายในอัฟกานิสถาน เมื่อทหารจำนวน 54 คน ถูกล้อมด้วยกองกำลังตาลีบันกว่า 400 คน ในเขตแดนที่ไม่มีทางออกและอันตรายที่สุดในโลก หนทางเดียวที่จะรอด คือต้องสู้ และฝ่ายุทธภูมิล้อมตายนี้ไปให้ได้!

“นักวิเคราะห์ต่างเรียกค่ายนี้ว่า ค่ายมรณะ เพราะจะไม่มีใครรอดไปจากค่ายนี้ได้” เรียกว่าจั่วหัวได้อย่างน่าสนใจ พร้อมกับข้อความ “สร้างจากเรื่องจริง” ที่กลายเป็นคำการตลาดที่ได้ผลสำหรับหนังแนวโศกนาฏกรรมสงครามไปเสียแล้ว

ซึ่งตัวหนังก็พัฒนาบทมาจากหนังสือชื่อ The Outpost: An Untold Story of American Valor เขียนโดยหัวหน้าผู้สื่อข่าวของ CNN อย่าง เจก แทปเปอร์ ที่เล่าถึงวีรกรรมนรกแตกของ 53 ทหารอเมริกัน (และทหารลัตเวียอีก 2 นาย) ใน สมรภูมิแกมเดช (ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น สงครามค่ายคีตติ้ง) ที่ปฏิบัติการกลางดงเหล่าผู้ก่อการร้ายตาลีบันถึงในซอกเขาชนบทของอัฟกานิสถาน โดยความช่วยเหลือที่ใกล้ที่สุดต้องรอคอยกันกว่า 2 ชั่วโมง และที่สำคัญชัยภูมิที่ตั้งค่ายก็แหกตำรากลยุทธ์ทุกเล่ม เพราะเล่นตั้งอยู่กลางแอ่งกระทะที่โอบล้อมจากภูเขาสูงทุกด้าน เรียกว่าเชิญชวนให้ปิดประตูตีแมวได้เลย

ผู้กำกับ ร็อด ลูรี อาจยังไม่มีผลงานชิ้นโบว์แดงที่ทำให้คุ้นหูนัก แต่ก็ไม่ใช่มือใหม่เสียทีเดียว เพราะเขาก็ช่ำชองกับการเป็นนักเล่าเรื่องราวแบบเครียด ๆ หนัก ๆ ทั้งดราม่าทหาร การต่อสู้ หรือการเมือง อยู่เสมอ ซึ่งนี่ก็เป็นโพรเจกต์ที่คอสงครามต่างเฝ้ารอให้ได้ขึ้นจอเงินอยู่เสมอ ไม่ต่างจากปฏิบัติการเรดวิงที่เคยกลายเป็นหนังชื่อดังอย่าง Lone Survivor (2013) ของผู้กำกับ ปีเตอร์ เบิร์ก มาแล้ว

ทว่าในแง่ซีนโชกเลือดและโศกนาฏกรรมแล้ว สมรภูมิแกมเดชจัดว่าโหดกว่าเรดวิงมาก เพราะเป็นการล้อมสังหารทหารอเมริกันเพียง 50 กว่าคน โดยกองกำลังตาลีบันกว่า 400 คนที่ได้เปรียบทั้งจำนวนคนและทั้งเชิงพื้นที่กว่ามาก

ufa

รีวิว 22 July ความยุติธรรมในสังคมที่เป็นธรรม กฎหมายมีหน้าที่ดำรงไว้ซึ่งความยุติธรรม

รีวิว 22 July ความยุติธรรมในสังคมที่เป็นธรรม กฎหมายมีหน้าที่ดำรงไว้ซึ่งความยุติธรรมและความเป็นระเบียบของสังคม แต่ทุกวันนี้สังคมหลายแห่งในโลกกลับตั้งคำถามถึงความหมายของคำว่า “ยุติธรรม” และลงเอยด้วยการสูญสิ้นศรัทธาในกฎหมาย แล้วจะเป็นไปได้หรือไม่ที่มนุษย์จะดำรงไว้ซึ่งกฎหมายและความยุติธรรมโดยแท้จริง คำตอบคือ “เป็นไปได้” หากมนุษย์ผ่านบททดสอบ

หนึ่งในบททดสอบสำคัญเกิดขึ้นหลังวันที่ 22 กรกฎาคม 2011/2554 ในประเทศนอร์เวย์ เมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันจากระเบิดครั้งใหญ่หน้าทำเนียบรัฐบาล และตามมาด้วยการยิงสังหารหมู่นักเรียนและนักศึกษาที่กำลังเข้าค่ายฤดูร้อนอยู่บนเกาะ Utøya
เหตุการณ์ในวันนั้นส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตรวมกันทั้งสิ้น 77 ราย และบาดเจ็บอีกกว่า 200 ราย ส่วนใหญ่เป็นนักเรียนหรือนักศึกษา
ตำรวจนอร์เวย์สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้บนเกาะ Utøya ชื่อของเขาคือ Anders Behring Breivik (แอนเดอร์ส เเบฮ์ริ่ง เบรวิก) ผู้ก่อเหตุแบบ lone wolf เขาอ้างว่าลงมือทำไปเพื่อปกป้องประเทศและยุโรปจากการหลั่งไหลของคนต่างชาติ รวมถึงบุคคลผู้มีความคิดอันไม่เหมาะสมที่จะทำลายประเทศของเขา  เหตุการณ์ดังกล่าวได้รับการถ่ายทอดลงสู่แผ่นฟิลม์ในชื่อ 22 July ซึ่งออกฉายทาง Netflix และโรงภาพยนตร์ในบางประเทศเมื่อช่วงเดือนตุลาคม 2018

ufa

รีวิวซี่รี่ย์: Hero Mask ปี 1 ซี่รี่ย์การ์ตูนสืบสวนสอบสวนที่เกี่ยวพันกับการฆาตกรรม

รีวิว Hero Mask เป็นซี่รี่ย์การ์ตูนสืบสวนสอบสวนที่เกี่ยวพันกับการฆาตกรรม และการทดลองทางวิทยาศาสตร์ เรื่องเริ่มจากอัยการโมนิก้า แคมเบลเสียชีวิตลงโดยกะทันหัน หมอวินิจฉัยว่าเธอเป็นโรคหัวใจวายเฉียบพลัน แต่จากความพยายามของอัยการฝึกหัดซาร่าห์ ซินแคลร์ทำให้ค้นพบร่องรอยคดีที่โมนิก้ากำลังตามสืบและสงสัยว่านี่จะเป็นการฆาตกรรม เธอได้รับความช่วยเหลือจากเจมส์ บลอด นักสืบมือหนึ่งแห่งหน่วย Special Service of Crime หรือ SSC ในการสืบหาความจริง

การสืบสวนและการไล่ล่าหาความจริงในเรื่องมีความเข้มข้น โดยเฉพาะการดวลปืนและการต่อสู้ของเจมส์ บลอดซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพสมฐานะตัวละครนำ
ปริศนาสำคัญของเรื่องก็คือหน้ากากสีขาวที่สามารถพับเก็บตัวเองได้ราวกับเป็นสิ่งมีชีวิต ซึ่งผู้สวมใส่หน้ากากลงบนใบหน้าจะมีพลังและความสามารถพิเศษที่แตกต่างไปในแต่ละคน
ตลอดเนื้อเรื่องของซีซัน 1 แม้จะยังไม่เฉลยว่าหน้ากากปริศนานี้คืออะไร แต่ผู้ชมก็พอคาดเดาได้ว่าเกิดจากการทดลองทางวิทยาศาสตร์ โดยมีบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านการแพทย์เป็นผู้ให้ทุนการวิจัย และหนูทดลองในการวิจัยมนุษย์ก็คือบรรดานักโทษ
เรื่องนี้ทำให้ผมคิดถึงการพัฒนาและวิจัยในปัจจุบันของมนุษย์ที่ต้องอาศัยทุนเป็นฐานในการวิจัยอยู่เสมอ
บริษัทด้านการแพทย์ หรือด้านเทคโนโลยีการเกษตร และชีวภาพ พยายามพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มนุษย์สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ หรือสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่จะทำให้เกิดการนำตลาด แต่ก็ทิ้งไว้ซึ่งข้อกังขาว่าการวิจัยเหล่านั้นอาจก้าวข้ามขอบเขตทางศีลธรรมของมนุษย์

ซีรีส์ Hipster or Loser ฮิปสเตอร์หนุ่ม 3 คน ตี๋(เบสต์ – ณัฐสิทธิ์) ปรัช(เบน – เบนจามิน) และ วัน(จูเนียร์ – กรวิชญ์)

เรื่อง Hipster or Loser ก็คือมีฮิปสเตอร์หนุ่ม 3 คน ตี๋(เบสต์ – ณัฐสิทธิ์) ปรัช(เบน – เบนจามิน) และ วัน(จูเนียร์ – กรวิชญ์) ที่ทำอะไรก็ไม่สำเร็จ เพราะอินดี้จัด ขวางโลก ไม่อยากทำอะไรแบบแมสๆ เอาตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาล ไม่ปรับตัวเข้าหาสังคม พอใจก็ทำ ไม่พอใจก็ไม่ทำ ได้เหรอ!!!??? แล้วไอ้สามคนนี่ดันทะลึ่งอยากเปิดร้านกาแฟ บรรลัยสิครับ

– พ่อไม่เคยเห็นสันติสุขเป็นคนในครอบครัวเลยเหรอครับ
– พ่อเห็นมันเป็นลาบมาตลอด
มุกนี้ทำเอาหัวเราะลั่นบ้าน โคตรจังหวะนรก ส่วนสันติสุขเป็นใครไปดูเอง
เปิดร้านวันแรกลูกค้าเข้าร้านสั่งเอสเพรสโซ่เย็น ดันไม่ทำ บอกเอสเพรสโซ่เย็นไม่มีในโลก จะเอาเอสเพรสโซ่ร้อนๆ ไปให้ลูกค้ากิน มึงๆ คนเข้ามานั่งร้านกาแฟเขาก็อยากกินอะไรเย็นๆ ให้มันชื่นใจ เปิดร้านอยู่กรุงเทพจะขายแต่กาแฟร้อน นี่ไม่ดูอากาศประเทศไทยเลย นี่จะสิ้นเดือนธันวาคมอยู่แล้วยังไม่มีแม้แต่ลมหนาว ตากแดดเหงื่อย้อยถึงร่องตูดมาสั่งกาแฟเย็น ยังมาบังคับให้เขากินกาแฟร้อน บ้ารึป่าว!!!
ก็ไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วฮิปสเตอร์ต้องขวางโลกเหมือนไอ้ 3 คนนี่รึเปล่านะ ฮิปสเตอร์ที่ประสบความสำเร็จก็มีเยอะแยะ อย่างพี่เต๋อ นวพล ผู้กำกับนี่ก็เป็นไอดอลของชาวฮิปเตอร์อีกที ส่วนไอ้สามตัวนี่นอกจากจะทำอะไรไม่ประสบความสำเร็จแล้ว ยังทำตัว Loser ขวางโลกไปวันๆ
นอกจากตัวละครสามคนนี้ ยังมีอีก 1 สาวคือ ยิ้ม(พรอยมน – มนสภรณ์) ที่เข้ามาสั่งกาแฟที่ร้านแล้วดันชอบกาแฟของร้านนี้จนขอร่วมงานด้วย จะช่วยบริหารร้านให้ทั้ง 3 คนนี้ไม่ให้มันเจ๊ง ซึ่งนี่แหละ สิ่งดีงามได้เข้ามาในซีรีส์แล้ว ยังจำพรอยมนจากหนังเรื่องน้องพี่ที่รักได้อยู่เลย น้องน่ารักมากกกกกก
มีฝั่งพระเอกนางเอกแล้วก็ต้องมีฝั่งตัวร้ายชื่อ ยศ(บุ๊ค – พงษ์นิรันดร์) เคยเป็นเพื่อนกับไอ้ฮิปสเตอร์ 3 คนนี้อีกที เปิดร้านกาแฟเหมือนกัน แต่ประสบความสำเร็จจนมีแฟรนไชส์อีกหลายสาขา แล้วสาขาล่าสุดดันมาเปิดฝั่งตรงข้ามกัน ไอ้ 3 คนนี้ก็เลยตราหน้าว่าเป็นเพื่อนทรยศ
โอ้โห… คิดถูกแล้วที่ทิ้งเพื่อนแบบไอ้ 3 คนนี้ไปทำธุรกิจจนรวย ขืนพามาทำด้วยกันก็มีแต่เจ๊งกับเจ๊งดิ ตัวถ่วงความเจริญชัดๆ แล้วจะเรียกตัวละครของยศนี้ว่าอะไรล่ะ ตัวอิจฉาเหรอ ไม่ใช่ดิ ยศไม่ได้อิจฉา ไอ้สามตัวนั่นต่างหากที่อิจฉายศ ยศเป็นขั้วตรงข้ามกับฝั่งพระเอกที่น่าเชียร์มากกว่าพวกพระเอกซะอีก ยศนี่แหละที่เป็นตัวละครที่ปรกติที่สุด ไม่ได้ขวางโลกเหมือนไอ้สามตัวนั่น เป็นคนที่พูดจาเป็นเหตุเป็นผลที่สุดแล้วในเรื่อง
นี่ก็ถือว่าเป็นซีรีส์อีกเรื่องที่ทำมาแซะชาว Hipster ได้เจ็บแสบมาก ขวางโลกได้ แต่ต้องประสบความสำเร็จเว้ย ไม่งั้นก็เป็นแค่ Loser ขี้แพ้แค่นั้นแหละ ลองไปดูซีรีส์ Hipster or Loser แซะพวกทำตัวขวางโลกซะกระจุย แซะจนหมั่นไส้ฝั่งพระเอกให้ร้านมันเจ๊งๆ

รีวิว Bird Box ผู้กำกับฝีมือดี ซูซาน เบียร์ เหตุการณ์มหันตภัยล้างโลกเพราะมีสิ่งลี้ลับที่ไม่สามารถมองได้

รีวิว  Bird Box ถือเป็นหนังที่ Netflix ภูมิใจนำเสนอเป็นอย่างยิ่ง หนังได้กำกับฝีมือดี ซูซาน เบียร์ ซึ่งการันตีด้วยรางวัลออสการ์จาก In a Better World(2010) หนังเล่าถึงเหตุการณ์มหันตภัยล้างโลกเพราะมีสิ่งลี้ลับที่ไม่สามารถมองได้ ทุกคนที่มองมันจะถูกควบคุมจิตใจให้ทำเรื่องอำมหิตและตายในที่สุด
หนังนำเสนอผ่านมาโลรี่(แซนดร้า บูลล็อค) สาวท้องแก่ที่ระหว่างกลับจากโรงพยาบาล มาโลรี่ได้เผชิญกับเหตุการณ์วิกฤติ เธอโชคดีได้รับการช่วยเหลือและไปหลบอยู่ยังบ้านหลังนึง ซึ่งพวกเขาต้องดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอดจากภัยร้ายนี้ จากเหตุการณ์ล้างโลกคราวนี้ มาโลรี่ไม่กล้าแม้แต่จะตั้งชื่อลูกเพราะไม่อยากผูกพันถ้าหากว่าคนใดคนนึงต้องตายไป
หนังเล่าเรื่องระหว่างเหตุการณ์ล้างโลกเมื่อ 5 ปีก่อน สลับกับปัจจุบันที่มาโลรี่ต้องพาเด็ก 2 คนล่องเรือตามแม่น้ำ เพื่อไปยังสถานที่ปลอดภัยที่มีทั้งอาหารและผู้รอดชีวิตดังที่ได้ยินจากวิทยุสื่อสาร ก่อนที่ไทม์ไลน์จะมาบรรจบกันใน 25 นาทีสุดท้าย ซึ่งหนังได้ไต่ระดับระดับความระทึกขึ้นเรื่อยๆ จนต้องนั่งจิกเบาะ โดยเฉพาะฉากที่ต้องล่องเรือผ่านน้ำเชี่ยวที่ลุ้นกันเยี่ยวเหนียว ขณะที่มาโลรี่ต้องปกป้องเด็กน้อยไร้เดียงสา เธอต้องต่อสู้กับจิตใต้สำนึกตัวเองเช่นกัน
คุณป้าแสงดาว บุญล้อม(แซนดร้า บูลล็อค) ในวัย 54 ยังสวยสะพรั่ง แม้บางมุมจะมองแล้วเหมือนไมเคิล แจ็คสันก็ตาม ในพาร์ทที่ทุกคนรวมกลุ่มกันอยู่ในบ้านนั้น เราจะเห็นผู้คนหลายหลายบุคลิก บางคนเห็นแก่ตัว บางคนใจดี บางคนไร้เดียงสา ในขณะที่ความเป็นความตายกำลังมาถึง คนที่จะทำให้กลุ่มอยู่รอดกลับเป็นคนที่ถูกมองว่าใจร้ายและเห็นแก่ตัวที่สุด ในวันสิ้นโลกความมีน้ำใจมักนำพาเหตุร้ายเข้ามาเสมอ
แม้ว่าพล็อตของหนังจะคล้ายกับ The Happening(2008) และ The Quiet Place(2018) แต่หนังระทึกขวัญแนวนี้ก็ยังคุ้มค่าความสนุกอยู่เสมอ Bird Box นั้นเป็นหนังโลกล่มสลายแบบระทึกขวัญ แต่ก็มีความเป็นดราม่าสูงมากเช่นกัน เป็นหนังที่วัดศีลธรรมความเป็นมนุษย์ว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่นั้นจะทำให้เราห่างไกลจากความเป็นมนุษย์หรือไม่