ทำความเข้าใจ เฉลียง ระเบียง ชาน ในการ สร้างบ้าน ต่างกันอย่างไร?

เฉลียง

สร้างบ้าน ทั้งทีถ้าจะให้ดีต้องรู้ลึกรู้จริง เพราะนอกจากจะทำให้รู้และเข้าใจแบบที่ สถาปนิก สร้างสรรค๋ และรายละเอียดปีกย่อยที่ช่าง หรือทีมสถาปนิกคุยกันแล้ว ยังทำให้เจ้าของบ้านรู้ความต้องการของตนเอง และบอกความต้องการได้ตรงจุด และตรงรูปแบบ อย่างการทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่าง เฉลียง ระเบียง และ ชาน ซึ่งแต่ละส่วนมีความแตกต่างกันด้านลักษณะการจัดวาง การสร้าง และการใช้งาน ไปดูกันว่าความต่างที่ว่านั้นเป็นอย่างไรบ้าง

เฉลียง ระเบียง ชาน ต่างกันอย่างไร?
ถือเป็นโจทย์สำคัญหนึ่งที่สร้างความสับสนให้คนเริ่มสร้างบ้าน ตั้งแต่ชื่อเรียก ตำแหน่ง และการใช้สอย สำหรับองค์ประกอบของบ้านทั้ง 3 ส่วนนี้

ระเบียง (Balcony)
เป็นองค์ประกอบที่มักเห็นได้ทั่วไปเกือบทุกบ้าน โดยเป็นพื้นที่ที่ยื่นออกมาจากตัวบ้านทั้งชั้นล่าง และชั้นบน พื้นระเบียงส่วนใหญ่จะอยู่ต่ำกว่าระดับพื้นบ้าน เพื่อป้องกันการไหลย้อนของน้ำเมื่อฝนตก

ระเบียงจะมีพื้นที่ไม่มากนัก และมักจะมีการทำหลังคาหรือกันสาด เพื่อป้องกันแดด ฝน และมีราวกั้นกันตกเพื่อความปลอดภัยของผู้พักอาศัยเมื่อเข้ามาใช้งานพื้นที่ โดยสามารถใช้เป็นที่นั่งเล่นรับลม หรือพักผ่อนหย่อนใจได้

เฉลียง (Terrace)
เฉลียงคือส่วนหัวและส่วนท้ายของบ้าน ซึ่งมีไว้เพื่อเป็นทางเชื่อมกับพื้นที่ส่วนอื่นของบ้าน หรือไว้สำหรับนั่งพักผ่อนโดยทั่วไปเฉลียงมักถูกวางตำแหน่งให้ทางเข้าบ้านก่อนประตูหลัก จึงมักเรียกกันจนคุ้นหูว่า เฉลียงหน้าบ้าน

เฉลียงมีลักษณะคล้ายระเบียง คือมีหลังคากันสาดคลุมช่วยกันแดดกันฝนได้และมักสร้างให้มีพื้นที่ต่ำกว่าระดับบ้าน ส่วนที่ต่างจะระเบียงคือจะไม่มีราวกันตก

ชาน (Porch)
ชานเป็นพื้นที่เปิดโล่งนอกตัวบ้าน ไม่มีหลังคาคลุม บางคนอาจเรียกว่า นอกชานโดยเป็นพื้นที่ที่ใช้สำหรับเชื่อมต่อไปยังส่วนต่างๆ ของบ้าน ซึ่งหากต่อเนื่องมาจากเฉลียงหรือระเบียงจะมีระดับพื้นที่ต่ำกว่า

บริเวณชานนั้นจะมีลักษณะกว้างขวางกว่าเฉลียงและระเบียง สามารถทำกิจกรรมต่างๆได้หลากหลาย สามารถวางโต๊ะเก้าอี้สำหรับรับประทานอาหาร หรือนั่งพักผ่อน รวมทั้งจัดเลี้ยงสังสรรค์กับสมาชิกได้

 

ออกแบบบ้าน   

10 สิ่งต้องที่ต้องมี ในการ ออกแบบบ้าน สไตล์ รีสอร์ท ไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่

รีสอร์ท

10 สิ่งต้องที่ต้องมี ในการ ออกแบบบ้าน สไตล์ รีสอร์ท  เป็นสิ่งสำคัญที่การสร้างบ้าน ต้องสร้างตามใจผู้อยู่ ไม่ว่าจะเป็นแบบบ้าน สไตล์การตกแต่ง การเลือกใช้ฟังก์ชันต่างๆ เพื่อรองรับความต้องการและไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่ แต่บ้านนั้นจะสวยสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นหากแบบบ้านและการตกแต่งนั้นมีแนวทางที่ชัดเจน ให้ความรู้สึกที่ดียามเมื่อมองด้วยตาเปล่า และมีความสุขผ่อนคลายยามพักอาศัย

อย่างบ้านสไตล์รีสอร์ทที่บริษัท อยุธยา สร้างบ้าน จำกัด (AYB) มีประสบการณ์การสร้างมาเป็นเวลาหลายปีโดยเน้นการออกแบบให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยหรือเจ้าของบ้านเป็นหลัก เพื่อให้บ้านนั้นเป็นบ้านแห่งการพักอาศัยอย่างแท้จริง

มาดูกันว่า…กว่าจะเป็นบ้านสไตล์รีสอร์ทที่สมบูรณ์แบบ มีมาตรฐานตามแบบของ AYB นั้นมีอะไรบ้าง

10 สิ่งต้องมี! ในการออกแบบบ้านสไตล์รีสอร์ท
1. มีที่ว่างปราศจากอาคารไม่ต่ำกว่า 30%
บ้านสไตล์รีสอร์ทไม่จำเป็นต้องอยู่ต่างจังหวัดที่มีภูเขา ทะเล ต้นไม้ หรือในสถานที่ท่องเที่ยว แต่สามารถจำลองบรรยากาศของรีสอร์ทมาไว้ในบ้านได้แม้อยู่กลางเมือง แต่สิ่งสำคัญที่จะทำให้บ้านนั้นเป็นสไตล์รีสอร์ทคือต้องมีพื้นที่ว่างที่ปราศจากอาคารไม่ต่ำกว่า 30%

โดยการคำนวนแบ่งสัดส่วนพื้นที่นั้น คำนวนจากที่ดินที่ใช้สร้างบ้าน แล้วแบ่งเป็นพื้นที่สำหรับตัวบ้าน (วัดพื้นที่จากชั้นล่างของบ้าน) 70% ส่วนอีก 30% จะเป็นพื้นที่ในการตกแต่งสร้างบรรยากาศให้เป็นสไตล์รีสอร์ท โดยอาจประกอบไปด้วยพื้นที่สวน สนามหญ้า เนินดิน ต้นไม้ สระว่ายน้ำ และฟังก์ชันที่เอื้อต่อไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนที่อยู่อาศัยเป็นหลัก

 

2. มีทางเข้าบ้านมีบรรยากาศแบบธรรมชาติ
บ้านสไตล์รีสอร์ทจะทำให้คุณสัมผัสความเป็นธรรมชาติได้ตั้งแต่บริเวณทางเข้าบ้าน ไม่ว่าจะทางเดินหรือทางรถวิ่ง โดยจะประกอบไปด้วยบรรยากาศของธรรมชาติที่ตาสัมผัสเห็น เช่น ความสวยงามของการจัดแต่งสวน สวนหิน สวนน้ำ เสียงธรรมชาติที่หูรับรู้ได้ ไม่ว่าจะเสียงน้ำ ลม เสียงการเคลื่อนไหวของธรรมชาติ หรือกลิ่นของธรรมชาติที่ทำให้เกิดความสดชื่น เหล่านี้จะทำให้บรรยากาศนั้นดูมีมิติ มีความร่วมรื่น ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย และมีความสุขทุกครั้งเมื่อก้าวเข้ามาในบ้าน

 

3. มีพื้นที่ทำกิจกรรมร่วมที่สมาชิกใช้งานได้ทั้งวันในบรรยากาศธรรมชาติ
บ้านรีสอร์ทเฮ้าส์เน้นการสร้างเพื่อให้สมาชิกทุกคนได้พักผ่อน และทำกิจกรรมตามไลฟ์สไตล์ในพื้นที่ส่วนกลางร่วมกันได้ ดังนั้นการกำหนดฟังก์ชันในพื้นที่ทำกิจกรรมส่วนกลางนั้นจะต้องรู้ไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนว่ามีความชอบอะไร มีความชอบไหนที่เหมือนหรือสามารถทำร่วมกันได้

ทั้งนี้การออกแบบบ้านสไตล์รีสอร์ทที่มีเสน่ห์คือ การออกแบบพื้นที่สำหรับวางฟังก์ชันส่วนกลางนั้นอยู่ในทิศทางที่เหมาะสม สมาชิกสามารถใช้งานและทำกิจกรรมร่วมกันได้ทั้งวันตั้งแต่เช้าจนถึงเย็น ให้ความความผ่อนคลายด้วย
ธรรมชาติ จากสายลม และแสงธรรมชาติ โดยไม่มีปัญหาเรื่องความร้อนมารบกวน

 

4. มีการออกแบบให้ทุกฟังชันในบ้านมีช่องเปิดเห็นธรรมชาติภายนอก
บ้านสไตล์รีสอร์ทควรมีการออกแบบให้ทุกห้องมีช่องเปิดให้เห็นวิวพื้นที่ส่วนกลางได้ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่สามารถตกแต่งบรรยากาศ ให้มีความเป็นธรรมชาติตามไลฟ์สไตล์ที่ชื่นชอบ มีความร่มรื่น ให้ความรู้สึกสดชื่น เช่น บ่อน้ำ บ่อเลี้ยงปลา สวนหิน ลานกิจกรรมภายนอก ซึ่งจะทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายเสมือนการไปพักที่รีสอร์ท

 

5. บริเวณห้องน้ำมีพื้นที่สีเขียว มีช่องเปิดรับแสงธรรมชาติ
ห้องน้ำสำหรับบ้านสไตล์รีสอร์ทจะทำให้คุณเข้าถึงธรรมชาติได้โดยมีช่องเปิดให้รับแสงธรรมชาติได้และมีพื้นที่สีเขียวของต้นไม้แต่งแต้ม เพราะบางคนอาจใช้เวลาในการอยู่ห้องน้ำนานๆ การมีช่องเปิดจะช่วยให้เกิดความผ่อนคลาย ขณะเดียวกันก็ยังให้ความเป็นส่วนตัว มีการบังตาด้วยการตกแต่งที่ลง

ทั้งนี้ห้องน้ำสไตล์รีสอร์ทที่ถูกสร้างให้มีช่องเปิดรับแสงธรรมชาตินั้นจะมีข้อดีคือ ห้องน้ำมีการถ่ายเทของอากาศที่ดี มีแสดงแดดเข้าถึง จึงไม่มีกลิ่นอับและไม่สะสมความชื้น

 

6. ห้องนอนมีความเป็นส่วนตัว แต่มีช่องแสงรับธรรมชาติได้
สำหรับหลายๆ อาจไม่ได้ใช้ห้องนอนเพื่อการนอนหลับเพียงอย่างเดียว แต่อาจใช้เวลาในการพักผ่อนเพื่อดูหนัง ฟังเพลง อ่านหนังสือ หรือสร้างความผ่อนคลาย ดังนั้นห้องนอนของบ้านสไตล์รีสอร์ทที่ดีจึงต้องมีการเปิดช่องแสงเพื่อให้ได้บรรยากาศของความเป็นธรรมชาติ หรือบางบ้านอาจสร้างห้อนนอนเป็นห้องนอนใหญ่และอยู่ติดสวนธรรมชาติที่มีความเป็นส่วนตัว และไม่ถูกรบกวนจากบุคคลอื่น

 

7. มีลานพักผ่อนภายนอกประสานกับสวนภายนอก และพื้นที่กิจกรรมภายใน
บ้านสไตล์รีสอร์ทแบ่งพื้นที่หลักๆ เป็น 3 ส่วนคือ พื้นที่ภายในบ้าน พื้นที่ภายนอกบ้าน และลานกิจกรรมส่วนกลาง โดยพื้นที่ลานกิจกรรมส่วนกลางนั้นจะมีความเป็นธรรมชาติ ทำหน้าที่เชื่อมโยงพื้นที่ภายนอกและภายใน มีฟังก์ชันที่สมาชิกสามารถใช้งานตามไลฟ์สไตล์ร่วมกันได้อย่างไม่มีสะดุด

 

8. มีต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงาในลานกิจกรรมส่วนกลาง
บ้านรีสอร์ทเฮ้าส์จำเป็นต้องมีต้นไม้เข้ามาเกี่ยวข้อง ดังนั้นการเสริมต้นไม้เข้าไปในการตกแต่งจะต้องมีต้นไม่ต้นหลักที่มีความใหญ่อยู่ในบริเวณที่เป็นพื้นที่กลางกิจกรรม สามารถให้ร่มเงากับตัวบ้านและพื้นที่ลานกิจกรรมส่วนกลางได้

ในการออกแบบบ้านหากที่ดินมีต้นไม้เก่าแก่ขนาดใหญ่อยู่แล้ว การออกแบบบ้านจะพยายามสร้างบ้านให้โอบล้อมต้นไม้ต้นนั้น และให้ต้นไม้อยู่ตรงกลางบริเวณพื้นที่กิจกรรม ที่เชื่อมโยงลับพื้นที่ฟังก์ชันการใช้งานภายใน แต่หากที่ดินไม่มีต้นไม้ การออกแบบบ้านจะวางตำแหน่งให้มีต้นไม้ เพื่อเป็นจุดเด่นของพื้นที่ส่วนกลางให้ความเป็นธรรมชาติ ทำให้การอยู่อาศัยภายในมีชีวิต มีความร่มรื่น ความผ่อนคลายมากขึ้น

 

9. มีการออกแบบบรรยากาศให้มีเสียงของธรรมชาติ
การอยู่อาศัยในบ้านสไตล์รีสอร์ทอย่างมีความสุขและผ่อนคลายนั้น ไม่ใช่มีเพียงแค่สิ่งที่ตามองเห็นหรือจับต้องได้ แต่ยังมีความผ่อนคลายจากการมองเห็นและการได้ยิน ที่มองไปแล้วรู้สึกสบายตา มีเสียงน้ำไหล เสียงสายลม เสียงการขยับตัวของใบไม้ใบหญ้า เสียงกระดิ่ง และเสียงเพลง เสียงดนตรีคลอเบาๆ จะช่วยเสริมบรรยากาศให้บ้านมีความผ่อนคลายมีความเป็นรีสอร์ทเฮ้าส์มากขึ้น

 

10. มีมุมทำงานที่ผ่อนคลายท่ามกลางธรรมชาติ
บ้านอาจถูกจำกัดความให้เป็นที่พักอาศัยและพักผ่อน แต่หลายคนก็อดไม่ได้ที่จะต้องมีพื้นที่สำหรับทำงาน และหลายคนอาจใช้เวลาทำงานที่บ้านมากกว่าที่ทำงานด้วย

ดังนั้นจึงต้องมีการออกแบบพื้นที่ในบ้านให้มีมุมทำงานที่ทำให้เราสามารถนั่งทำงานได้อย่างมีความสุข มีช่องเปิดที่ทำให้เห็นบรรยากาศภายนอก มีแสงสว่างเพียงพอ และมีความเป็นธรรมชาติ เพื่อให้เกิดความผ่อนคลาย เสริมให้มีแรงบันดาลใจและมีความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น

 

ออกแบบบ้าน   

ใน Maze Runner หนังดัง ประวัติ Ki Hong Lee จากบท ” มินโฮ “

Ki Hong Lee

สำหรับใครหลายคนที่ได้มีโอกาสชมภาพยนตร์เรื่อง Maze Runner : เมซ รันเนอร์ วงกตมฤตยู คงอดใจสั่นกับลุคเท่ๆของหัวหน้ากลุ่มนักวิ่งหนุ่มหน้าตี๋ตาเล็กชาวเอเชียอย่าง “มินโฮ” ไม่ได้ ซึ่งในตัวละครนี้ รับบทโดยนักแสดงหนุ่มลูกครึ่งเกาหลี-อเมริกัน “Kai Hong Lee” ซึ่งวันนี้ทีมงานตาโตขอพาเหล่าท่านผู้อ่านมาเปิดโลกสู่เรื่องราวประวัติของหนุ่มคนนี้ให้ชุ่มชื่นหัวใจกัน ว่าแล้วก็ไปดูกันได้เล้ย !!!

Ki Hong Lee หนุ่มลูกครึ่งอเมริกัน-เกาหลี เกิดเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 1986 (มีอีกข้อมูลระบุว่าเกิดปี 1990) ณ กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ และมีน้องสาว 1 คน

โดยในช่วงวันเด็ก เขาเคยอาศัยอยู่ในเกาหลีใต้จนอายุได้ 6 ปี ครอบครัวของเขาได้ย้ายที่อยู่ไปยังเมืองอัคแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งเขาได้เรียนรู้ที่จะพูดภาษาอังกฤษที่นั่น โดยหลังจากนั้น 2 ปี ก็ได้ทำการย้ายสำมะโนครัวอีกครั้งไปยังลอสแองเจอลิส สหรัฐอเมริาก และมาจบลงที่แคลิฟอร์เนียตอนใต้ ซึ่งพ่อแม่ของเขาเปิดร้านอาหารอยู่ที่นั่น ลีเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอเนีย วิทยาเขตเบิร์กเลย์ (UC Berkeley ) ในระดับปริญญาตรีตั้งแต่ปี 2004 และสำเร็จการศึกษาในปี 2008

ลีเคยเป็นนายแบบให้กับนิตยสาร teenvogue และได้รับการแนะนำให้เป็นนักแสดงฮอลลีวูดดาวรุ่ง รวมทั้งยังชื่นชอบการเลี้ยงสุนัข นอกจากนี้เขายังเป็นคนถนัดซ้ายและยังเป็นเด็กเรียนตัวจริงด้วยการเข้าห้องสมุดเป็นประจำอีกด้วย

ลีเริ่มเริ่มต้นการแสดงจากละครเวทีเล็ก ๆ ในงานเลี้ยง ตั้งแต่อยู่ชั้นมัธยมศึกษา ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เขาเริ่มตกหลุมรักงานด้านการแสดง ต่อมาหลังจากที่เขาเรียนมหาวิทยาลัย ลีก็เริ่มต้นอาชีพนักแสดงกับบทบาทเล็กๆในซีรีส์ทางโทรทัศน์ทั้ง Victorious, The Secret Life of the American Teenager และ Modern Family

ในปี 2011 เขาก็ได้รับบท “พอล” ใน The Nine Lives of Chloe King และ “เชสซอง” ใน MotherLover จนทำให้เขาเริ่มมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักมากขึ้น และก้าวเข้าสู่วงการภาพยนตร์ในเรื่อง Yellow Face และ The Maze Runner นอกจากนี้เขายังเคยมีโอกาสได้แสดงในละครเวทีเรื่อง Wrinkles และ Time Flies อีกด้วย

ผลงานหนังสั้น
ปี 2011 : All in All ในบท Jeremy
ปี 2012 : Take It Slow ในบท Brian
ปี 2012 : Fratervention: The End of Bro’ing Out Keith
ปี 2013 : This Is How We Never Met ในบท Boy
ปี 2013 : The Master Chef ในบท John Suh
ปี 2013 : Somewhere Like This ในบท Boyfriend
ปี 2013 : To Those Nights ในบท Elijah Bar Friends
ปี 2013 : She Has a Boyfriend ในบท Frank
ปี 2014 : This Time Manny

ผลงานภาพยนตร์
ปี 2013 : Yellow Face BD Wong
ปี 2014 : The Maze Runner ในบท Minho
ปี 2015 : The Maze Runner: Scorch Trials Minho Pre-Production

ผลงานทางโทรทัศน์
ปี 2010 : Victorious Clayton 1 Episode
ปี 2010 : The Secret Life of the American Teenager Student #2 1 Episode
ปี 2010 : Modern Family Busboy 1 Episode
ปี 2011 : The Nine Lives of Chloe King Paul 10 Episodes, main character
ปี 2011 : New Girl Hector 1 Episode
ปี 2012 : The Client List Delivery Guy 1 Episode
ปี 2012 : Always You James
ปี 2012 : MotherLover Chaz Seong 6 Episodes
ปี 2013 : Blue Bloods David Lin 1 Episode
ปี 2015 : The Whispers Peter Kim 1 Episode

ดูหนังออนไลน์  

วิธีที่ง่ายที่สุดใน การทำความสะอาด ของ การทำความสะอาดกระจก

ความสะอาดกระจก

วิธีที่ง่ายที่สุดใน การทำความสะอาด ของ การทำความสะอาด กระจก  กระจกช่วยให้เรารักษาลักษณะที่ปรากฏของเราทุกวัน ไม่มีใครที่เดินผ่านกระจกและไม่ละสายตาจากเงาสะท้อนของมัน กระจกเป็นพื้นผิวที่ละเอียดอ่อนและสามารถมองเห็นคราบหรือสิ่งสกปรกได้อย่างแน่นอน กระจกห้องน้ำมีแนวโน้มที่จะสกปรกโดยเฉพาะอย่างยิ่งเพราะพวกเขาอยู่ในบริเวณใกล้เคียงของน้ำที่ทำให้คราบเล็ก ๆ ที่พวกเขา

วิธีทำความสะอาดกระจกได้ง่าย เราเสนอวิธีที่เร็วที่สุดวิธีหนึ่งให้กับคุณ

คุณต้องใช้ผ้านุ่มหนังสือพิมพ์เก่าน้ำส้มสายชูและสบู่เล็กน้อยเพื่อทำความสะอาดกระจกอย่างมีประสิทธิภาพ ในการเริ่มต้นทำความสะอาดให้กำจัดฝุ่นละอองขนาดใหญ่ด้วยผ้านุ่ม ๆ

จากนั้นนำหนังสือพิมพ์เก่าชิ้นใหญ่ที่คุณปรับแต่งเพื่อทำความสะอาด ใส่น้ำหรือน้ำผสมกับน้ำส้มสายชูในหม้อเดียว จุ่มหนังสือพิมพ์ลงในน้ำยาและเริ่มทำความสะอาดเป็นวงกลม โปรดทราบว่าน้ำส้มสายชูและหนังสือพิมพ์เก่าไม่มีกลิ่นที่ดีดังนั้นจึงระบายอากาศในบริเวณนั้น

หลังจากทำความสะอาดด้วยกระดาษเปียกให้ใช้กระดาษแห้งเช็ดให้แห้งด้วยกระดาษแห้งเพื่อลดความเป็นไปได้ในการวาดน้ำบนกระจก หากคุณไม่สามารถล้างข้อมูลทุกอย่างในตอนแรกให้ทำซ้ำหนังสือพิมพ์ซ้ำหลายครั้ง

นอกเหนือจากการทำความสะอาดกระจกแบบมาตรฐานแล้วมักจะมีคำถามว่ากระจกเงาเบลอหลังจากอาบน้ำร้อนนาน ๆ บางคนแนะนำให้ใช้โฟมโกนหนวดในปริมาณเล็กน้อยก่อนอาบน้ำในกระจก เมื่อเสร็จแล้วไอน้ำจะไม่สะสมอีกสามสัปดาห์บนกระจก

 

สถาปนิก 

รวมนักแสดง To All the Boys I’ve Loved Before แด่ผู้ชายทุกคนที่ฉันเคยรัก

To All the Boys I’ve Loved Before แด่ผู้ชายทุกคนที่ฉันเคยรัก  เรื่องราวชีวิตรักสมัยเรียนที่ได้ถูกถ่ายทอดมาเป็นนวนิยายหลายเรื่องและบางเรื่องก็ถูกหยิบมาทำเป็นหนังจริง ๆ จากเรื่องราวที่เราเคยเห็นอยู่แค่ในจินตนาการก็ถูกปั้นขึ้นมาให้เป็นนามธรรมจริง ๆ และหนึ่งในนั้นก็คือเรื่อง To All The Boys I’ve Love Before หรือชื่อภาษาไทยคือ “แด่ผู้ชายทุกคนที่ฉันเคยรัก”

1. โนอาห์ เซนตินีโอ รับบทเป็น ปีเตอร์ คาวินสกี
หนุ่มฮอตเบอร์หนึ่ง หล่อ หุ่นดี ดีกรีนักกีฬาลาครอสโรงเรียน รอยยิ้มที่กระชากใจแถมคุณสมบัติครบครันขนาดนี้จึงทำให้ปีเตอร์โดดเด่นและเป็นเป้าสายตาของสาว ๆ แต่สุดท้ายแล้วนางเอกสาวของเราก็คือคนที่กุมหัวใจของปีเตอร์ไปจนหมด ลอร่า จีนเธอมันแน่! อิอิ

2. ลาน่า คอนดอร์ รับบทเป็น ลอร่า จีน
สาวน้อยผู้มีความ (เพ้อ) ฝัน เธอมักจะมีเรื่องในหัวให้คิดไม่ตกตลอดเวลา ด้วยความที่เธอรักในเขียนและชั่งจินตนาการนี่เองที่ทำให้เธอเริ่มถ่ายทอดความรู้สึกดี ๆ ที่เธอมีต่อหนุ่ม ๆ ลงในจดหมายรักทั้ง 5 ฉบับ

นักแสดงนำ To All The Boys I’ve Loved Before Character

3. แอนนา เคธตาร์ต รับบทเป็น คิตตี้
น้องสาวตัวแสบของลอร่า จีน เธอที่บางครั้งเองก็เบื่อกับการที่จะต้องมาติดแหง็กอยู่กับพี่สาวที่ไม่ยอมมีแฟนสักทีและแถมต้องมาเสี่ยงชีวิตกับการขับรถของลอร่า จีนที่เธอเพิ่งขับได้ไม่นาน คิตตี้เลยส่งจดหมายไปหาหนุ่ม ๆ ทั้ง 5 คน และเรื่องราวต่าง ๆ ก็เกิดขึ้น

4. อีมิลิจา บาราเนค รับบทเป็น เจน เจนีวีฟ
อดีตแฟนสาวของปีเตอร์ และยังเป็นอดีตเพื่อนซี้ของลอร่าจีน แต่ตอนนี้ทั้งคู่เหมือนจะไม่ลงรอยกันเท่าไหร่นัก เธอคงจะโกรธไม่น้อยเมื่ออยู่ ๆ แฟนเก่าเธอก็มาคบกับคู่กัดที่เหม็นหน้ากันมานาน เรื่องนี้เธอจะทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ไม่ได้แน่ ๆ เพราะนั้นไม่ใช่ตัวตนของเธอ เธอจึงหาสารพัดวิธีเพื่อจัดการทั้งคู่ส่ะ

 

ดูหนังออนไลน์  

การจะ ติดตั้ง เครื่องดูดควัน คอนโดใช้เอง ควรเลือกแบบไหน ต่างกันอย่างไร

 เครื่องดูดควัน

จะติดตั้ง เครื่องดูดควัน คอนโด ใช้เองในคอนโด..ควรเลือกแบบไหน? และต่างกันยังไง?คงปฏิเสธไม่ได้ว่าเรื่องกลิ่นอาหารเป็นหนึ่งในปัญหาโลกแตกสำหรับชาวคอนโด หากชาวนิวบ์ท่านใดบังเอิ้นบังเอิญเป็นคนที่ชอบทำกับข้าวไว้ทานเองที่ห้อง แต่กลัวจะเหม็น มีกลิ่นกับข้าวฝังขังภายในห้อง ซึ่งวิธีแก้ไขและป้องกันปัญหานี้ก็มีมากกว่าหนึ่งวิธี ไม่ว่าจะเป็นการกั้นห้องทำเป็นครัวปิด หรือการเลือกติดตั้งเครื่องดูดควันคอนโดช่วยระบายอากาศ โดยในบทความนี้คอนโดนิวบ์จะขอกล่าวถึงวิธีหลังกันนะครับ

ในยุคหลัง ๆ ในรอบ 5 ปีมานี้ คอนโดโครงการต่าง ๆ ที่มีราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 3 ล้านบาท ขึ้นไป ในส่วนครัวมักจะแถมเตาปรุงอาหารพร้อมเครื่องดูดควันคอนโดมาไว้ให้เรียบร้อย แต่สำหรับโครงการที่สร้างขึ้นมาก่อนหน้านั้นหรือโครงการใหม่ ๆ ที่ราคาย่อมเยาหน่อย ก็มักจะให้แค่พื้นที่เตรียมอาหารเล็ก ๆ แบบ Pantry ซึ่งไม่มีเตาหรือเครื่องดูดควันคอนโดใด ๆ มาให้ มีเพียงแค่พื้นที่เคาเตอร์และตู้แขวนพร้อมอ่างล้างจานเล็ก ๆ กับเว้นพื้นที่ตั้งตู้เย็นเท่านั้น

หรือแม้ในบางโครงการจะจัดสรรพื้นที่ส่วนกลางอย่าง Co-Kitchen Space สำหรับบางคนก็อาจจะไม่สะดวกใจจะลงไปใช้บ่อยๆ เพราะเหมือนจะขึ้น ๆ ลง ๆ หรือยุ่งยากจะต้องไปขอจองกับนิติบุคคล โดยนิวบ์ก็เชื่อว่าคุณ ๆ ท่าน ๆ ชาวนิวบ์คนไหนที่อยู่อาศัยในโครงการที่ให้พื้นที่ครัวมาเพียงฟังค์ชั่นบางส่วนเท่านั้น ก็เลือกที่จะรื้อและติดตั้งพื้นที่ครัวขึ้นมาเองใหม่ทั้งหมด หรือไม่ก็หาซื้อเตาไฟฟ้าแบบวางลอยตัวมาใช้เอง

CoKitchen ไม่สะดวก

แต่พอจะทำกับข้าวแต่ละที ก็ไม่วายว่าจะกังวลเรื่องกลิ่นไม่พึงประสงค์จากการปรุงอาหารต่างที่เกรงว่าอาจจะอับขังวนเวียนอยู่ภายในห้อง ถ้าไม่สามารถต่อเติมกั้นห้องแบบเป็นครัวปิดได้ หรือทำได้แต่ครัวดันติดประตูห้อง ไกลจากหน้าต่างหรือระเบียง ทางเลือกอีกทางสำหรับชาวคอนโดก็คงจะหนีไม่พ้นการติดตั้งเครื่องดูดควันคอนโดไว้ใช้สำหรับครัวนั่นเองครับ

ต่อเนื่องกับบทความก่อนหน้า ที่ทางนิวบ์เคยเล่าเรื่องเตาไฟฟ้าในคอนโดมาแล้ว เตาไฟฟ้า vs เตาแม่เหล็กไฟฟ้า แตกต่างกันอย่างไร ซึ่งรอบนี้เราจะพามาดูถึงเจ้าเครื่องดูดควันคอนโดและระบบถ่ายเทอากาศจากครัวกันครับ ถ้าพร้อมแล้วมาเริ่มกันเลย…

ความแตกต่างเครื่องดูดควัน

เริ่มแรกมาทำความรู้จักเจ้าเครื่องดูดควันคอนโดกันก่อน ซึ่งหลักๆแล้วจะแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มด้วยกัน คือ

เครื่องดูดควันคอนโดแบบต่อท่อออก (Duct-Out) และ
เครื่องดูดควันคอนโดแบบหมุนเวียน (Ductless/Recirculating)
โดยทั้งคู่ก็มีข้อดีข้อด้อยแตกต่างกันไปในการติดตั้งและใช้งาน ซึ่งจะมีอะไรบ้างนั้น เรามาดูกันครับ

1. เครื่องดูดควันคอนโดแบบต่อท่อออก (Duct-Out)
เครื่องดูดควันแบบ Duct-Out Hood

เป็นระบบดูดกลิ่นต่าง ๆ ออกนอกอาคารผ่านท่อระบาย มีประสิทธิภาพการดูดควันสูง เป็นที่นิยมและพบได้ทั่วไป ยิ่งในโครงการคอนโดที่แถมเครื่องดูดควันคอนโดก็มักจะติดตั้งให้เป็นชนิดนี้ครับ

ข้อดีของเครื่องดูดควันคอนโดประเภทนี้ อย่างที่ทราบก็คือ

มีประสิทธิภาพในการดูดกลิ่นและควันและถ่ายเทอากาศสูง เพราะดูดระบายผ่านท่อส่งออกไปนอกอาคารโดยตรง
ง่ายต่อการดูแลรักษาและทำความสะอาด ตะแกรงกรองควันสามารถถอดล้างน้ำได้
คอนโดระดับกลางขึ้นไป ที่ให้พื้นที่ครัวครบชุด ส่วนมากมักแถมเครื่องดูดควันประเภทนี้ให้อยู่แล้ว
ซึ่งจะเหมาะอย่างยิ่งกับคนที่ชอบทำอาหารเมนูที่อาจจะมีกลิ่นฉุน หรือกลัวว่าควันและคลิ่นจะอับขังในห้อง
แต่ข้อเสียของเครื่องดูดควันคอนโดประเภทนี้ก็มีเหมือนกันนะเออ อย่าง…

ค่าใช้จ่ายในการติดตั้งเครื่องดูดควันคอนโดแบบนี้ค่อนข้างสูง เพราะต้องรวมกับเจาะผนังและการเดินสายท่อระบายอากาศออกสู่นอกอาคาร
ยุ่งยากในการติดตั้ง ต้องพึ่งช่างผู้ชำนาญ ซึ่งก็จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเช่นกัน

2. เครื่องดูดควันคอนโดแบบหมุนเวียน (Ductless/Recirculating)
เครื่องงดูดควันในคอนโดแบบหมุนเวียน Ductless

เป็นระบบดูดควันและกลิ่นผ่านตัวกรองแบบ Charcoal Filters หรือ Carbon Filters ภายในตะแกรง จากนั้นจึงปล่อยอากาศเดิมให้หมุนเวียนภายในห้อง เหมาะสำหรับห้องที่ไม่มีช่องเจาะผนังหรือเดินท่อระบายควันไว้

ซึ่งในกลุ่มโครงการที่ไม่ได้ให้พื้นที่ครัวแบบครบชุด เช่น ให้เพียงเคาเตอร์ช่วงแคบๆพร้อมอ่างล้างจาน และเว้นพื้นที่วางตู้เย็น ผู้อยู่อาศัยที่ต้องการปรุงอาหารเองอาจต้องซื้อเตาวางโต๊ะหรือ ต้องรื้อและติดตั้งครัวใหม่เองทั้งหมด

ข้อดีของเครื่องดูดควันคอนโดประเภทนี้ ก็ได้แก่…

ประหยัดค่าใช้จ่ายในการติดตั้งเครื่องดูดควันคอนโดแบบนี้ เพราะไม่จำเป็นต้องเดินท่อและเจาะผนังระบายอากาศ
สามารถติดตั้งเองได้ ไม่ซับซ้อน
ซึ่งข้อเสียของเครื่องดูดควันคอนโดประเภทนี้ก็เป็นที่ทราบว่า…

ต้องอาศัยตัวกรองอย่าง Charcoal Filters/Carbon Filters เพื่อดักกลิ่น เพราะเป็นการหมุนเวียนอากาศเดิมภายในห้อง
ตัวกรองไม่สามารถทำความสะอาดด้วยการล้างกับน้ำ ต้องเปลี่ยนชิ้นส่วนใหม่ตามอายุขัยการใช้งาน โดยทั่วไปแนะนำให้เปลี่ยนทุก 4 เดือน หรือบ่อยกว่าหากใช้งานเป็นประจำ ซึ่งก็จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเช่นกัน
ควรกั้นผนังห้องเพิ่มเติมเพื่อช่วยเรื่องประสิทธิภาพในการดักกรองกลิ่นและควัน
ซึ่งอาจเหมาะกับคนที่อาจจะทำอาหารทานเองเป็นครั้งคราว และเลือกทำเมนูที่ไม่ส่งกลิ่นมากครับ

 

ออกแบบบ้าน     

รวม 10 หนังที่ชื่นชอบหนังแนว สยองขวัญ มนุษย์ต่างดาว เอเลี่ยน

สำหรับคอหนังที่ชื่นชอบหนังแนว สยองขวัญ และสิ่งมีชีวิตที่แตกต่าง ต้องไม่ผิดหวังกับลิสต์ที่กระปุกดอทคอมนำมาฝากกันในวันนี้แน่ เพราะงานนี้คัดเลือกมาแต่เรื่องเด็ด ๆ แถมไม่ได้เจาะจงแค่ที่ “เอเลี่ยน” หรือ ” มนุษย์ต่างดาว ” เท่านั้น แต่ยังรวมถึงสัตว์ประหลาดและสิ่งมีชีวิตปริศนา ที่จะทำให้คุณตื่นเต้น ขวัญผวาได้ไม่แพ้หนังผีกันอีกต่างหาก ว่าแต่จะมีสัตว์ประหลาดแบบไหนจากหนังเรื่องอะไรบ้าง อย่ามัวรอช้า มาติดตามไปพร้อม ๆ กันเลยค่ะ

1. Alien (1979)
หนังสัตว์ประหลาดที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุดของยุคเลยก็ว่าได้สำหรับ Alien สัตว์ประหลาดน่ากลัวที่เกิดมาเพื่อฆ่าและขยายพันธุ์ต่อไปเรื่อย ๆ เมื่อถึงเวลาราชินีเอเลี่ยนจะวางไข่เพื่อฟักตัวอ่อนออกมา จากนั้นตัวอ่อนที่ว่าจะฝังตัวในร่างมนุษย์เพื่อรอวันเติบโตสู่โลกภายนอก ซึ่งความสยดสยองของเจ้าตัวประหลาดสมจริงจนสามารถคว้ารางวัลออสการ์มาครองถึง 2 รางวัล ได้แก่ สเปเชียลเอฟเฟกต์ยอดเยี่ยม และกำกับศิลป์ยอดเยี่ยม แถมยังถูกสร้างอย่างต่อเนื่องถึง 6 ภาค ได้แก่ Alien (1979), Aliens (1986), Alien 3 (1992), Alien Resurrection (1997), Prometheus (2012) และ Alien: Covenant และภาคแยกของจักรวาลหนังเอเลี่ยนอย่าง Alien vs. Predator (2004) กับ Aliens Vs. Predator – Requiem (2007)

2. The Thing (1982, 2011)
หนึ่งในหนังสยองขวัญคลาสสิก สำหรับ The Thing ว่าด้วยเรื่องราวของนักสำรวจกลุ่มหนึ่งที่ไปพบซากศพของมนุษย์ต่างดาวที่ทวีปแอนตาร์กติกา เมื่อนำศพกลับมาตรวจสอบที่ฐานทัพวิจัยเรื่องสยองขวัญก็เริ่มขึ้น เมื่อสัตว์ประหลาดพวกนี้สามารถเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสิ่งมีชีวิตทุกชนิดได้เหมือนร้อยเปอร์เซ็นต์ นั่นหมายความว่าหน้าตามันอาจเหมือนใครก็ได้ แต่ภายในของมันไม่ใช่มนุษย์ และมันใช้ความสามารถนี้เริ่มฆ่าพวกเขาไปทีละคนอย่างโหดร้าย ซึ่งพวกเขาที่เหลือต้องหยุดมันให้ได้
หนังเอเลี่ยน
เฟซบุ๊ก The Thing

3. Gremlins (1984)
อย่าให้หน้าตาที่น่ารักมาหลอกคุณได้ หนัง Gremlins บอกเล่าเรื่องราวของคุณพ่อที่มองหาของขวัญชิ้นพิเศษให้กับลูกชายของเขา จนได้พบกับสัตว์เลี้ยงแสนน่ารักน่าชังคล้ายตุ๊กตาเฟอร์บี้ จึงได้ซื้อมันมาและตั้งชื่อว่า กิซโม่ และเจ้าสัตว์เลี้ยงตัวนี้มีกฎในการเลี้ยงดูอยู่ 3 ข้อ คือ ห้ามโดนน้ำ, ห้ามให้อาหารหลังเที่ยงคืน และห้ามโดนแสงแดด นั่นเอง แต่ชายหนุ่มก็เผลอไปฝ่าฝืนกฎเข้ามันจึงกลายร่าง และความสยองทั้งหลายก็ตามมา..
หนังเอเลี่ยน
เฟซบุ๊ก Gremlins

4. Gojira (1954) / Godzilla (2014)
เปิดตัวในญี่ปุ่นจาก Gojira สู่ Godzilla ในฮอลลีวูด กับเรื่องราวของสัตว์ประหลาดที่เก่าแก่และทรงพลังอย่าง ก็อดซิลล่า เมื่อมนุษย์ต้องเผชิญหน้ากับสิ่งมีชีวิตที่เคยเป็นเพียงแค่ตำนาน แต่กลับถูกปลุกขึ้นมาเพื่อเรียกสมดุลให้กลับคืนมาเมื่อมนุษย์ไม่สามารถป้องกันตัวเองได้ โดย ก็อดซิลล่า เปิดตัวครั้งแรกในปี 1954 และความเก๋าของมันเห็นจะเป็นขนาดลำตัวสูงใหญ่ปานภูเขาและน้ำหนักมากกว่า 2 หมื่นตัน ซึ่งที่ผ่านมามันเคยต่อกรกับศัตรูมาแล้วหลายเลเวล ไม่ว่าจะเป็น มอธร่า, โรแดน ใน Godzilla: King of the Monsters และล่าสุดเตรียมมาปะทะกับ คิงคอง ใน Godzilla vs. Kong ที่มีกำหนดเข้าฉายในปี 2021
หนังเอเลี่ยน
เฟซบุ๊ก Godzilla: King of the Monsters

5. The Host (2006)
นอกจาก ก็อดซิลล่า แล้ว ฝั่งเอเชียของเราก็ยังแจ้งเกิดสัตว์ประหลาดสายพันธุ์ใหม่ที่เกิดขึ้นจากการกลายพันธุ์จากสารเคมีที่ถูกทิ้งเรี่ยราดโดยฝีมือมนุษย์นั่นเอง และความน่ากลัวของมันคือการออกอาละวาดไล่ฆ่าผู้คนแบบไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น โดยหนังเรื่องนี้ ผู้กำกับ บงจุนโฮ ตั้งใจเสียดสีการเมืองและระบบสาธารณูปโภคของประเทศเกาหลี พร้อมโจมตีสหรัฐอเมริกา ในประเด็นการปล่อยสารเคมี Formaldehyde หรือที่รู้จักกันดีในนามฟอร์มาลินที่ใช้ในการดองศพ ทำให้เกิดการปนเปื้อนในแม่น้ำ จนเป็นสาเหตุให้เกิดสัตว์กลายพันธุ์ขึ้นมาไล่ล่าผู้คน เรียกได้ว่าเป็นหนังที่ไม่ใช่แค่สร้างความบันเทิงให้กับผู้ชม ยังจุดกระแสสังคมเพื่อชี้ให้เห็นผลกระทบที่เกิดขึ้นได้เป็นอย่างดีอีกด้วย
หนังเอเลี่ยน
ภาพจาก Magnolia Pictures

6. War of the Worlds (2005)
หนังดัดแปลงจากนิยายชื่อเดียวกันของ เอช. จี. เวลล์ โดย War of the Worlds: อภิมหาสงครามล้างโลก พูดถึงครอบครัวหนึ่งที่ต้องเอาตัวรอดจากเหตุการณ์แปลกประหลาด เมื่อเครื่องจักรสงครามลักษณะเหมือนหอคอยสามขาโผล่มาจากใต้พื้นโลก และทำลายทุกสิ่งทุกอย่างบนโลก ผู้คนต่างหนีตายเอาตัวรอด รวมถึงครอบครัวของ เรย์ ที่ตะเกียกตะกายเพื่อช่วยลูก ๆ ของเขาให้พ้นจากหายนะจากศัตรูที่ไร้ความปรานี แต่ไม่ว่าจะหนีไปทางไหนก็ไร้ซึ่งความปลอดภัยและที่พักพิง มีเพียงความมุ่งมั่นที่ยากจะทำลายได้ของเรย์เท่านั้นที่จะปกป้องคนที่เขารักได้

7. The Mist (2007)
หนึ่งในหนังสยองขวัญที่ใครได้ดูจนถึงตอนจบก็คงอุทานไปพร้อม ๆ กัน กับเรื่องราวของพ่อลูกที่ติดอยู่ในซูเปอร์มาร์เกต หลังพบว่าข้างนอกร้านมีหมอกหนาทึบปกคลุมอยู่ และใครที่เดินออกจากร้านไปก็ไม่ได้กลับเข้ามาอีกเลย ซึ่งคนในร้านมีความเชื่อว่าในหมอกนั้นมีสัตว์ประหลาดแฝงตัวอยู่และพร้อมที่จะฆ่าผู้คนที่หนีไม่พ้น แม้ภายหลังจะมีทหารมาช่วยเหลือ แต่ความพีคของหนังก็ทำให้ตอนจบเป็นที่จดจำจนถึงทุกวันนี้…

8. Cloverfield (2008)
เป็นที่รู้กันดีในหมู่นักดูหนังว่า Cloverfield คือหนังที่พูดถึงหายนะจากสัตว์ประหลาด ซึ่งความวุ่นวายใน Cloverfield เกิดขึ้นเมื่อมหานครนิวยอร์กถูกโจมตีโดยสัตว์ประหลาด โดยกลุ่มเพื่อน 5 คน คอยบันทึกเหตุการณ์ต่าง ๆ ด้วยกล้องวิดีโอ ขณะที่พวกเขาต้องหนีเอาชีวิตรอดไปตามท้องถนนอันแสนวุ่นวาย เรียกได้ว่าเหมือนเราได้วิ่งหนีสัตว์ประหลาดไปกับตัวละครในเรื่องเลยทีเดียว ถึงแม้ว่าที่มาของสัตว์ประหลาดจะไม่ชัดเจน แต่มีตำนานบอกต่อกันไว้ว่าสัตว์ประหลาดพวกนี้อาศัยอยู่ในมหาสมุทรแอตแลนติก และถูกตั้งชื่อว่า โคลเวอร์

9. Pacific Rim (2013)
เหล่าอสุรกายขนาดยักษ์ซึ่งเป็นภัยคุกคามครั้งใหญ่ของมวลมนุษยชาติ โดยพวกมันปรากฏตัวผ่านมิติลึกลับภายใต้มหาสมุทรแปซิฟิก และมีจุดประสงค์ยึดครองโลกมนุษย์เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัย ด้วยขนาดที่ใหญ่โตของพวกมันทำให้มนุษย์ต้องคิดค้นหุ่นยนต์ เยเกอร์ เพื่อใช้เป็นคู่ต่อสู้ที่สมน้ำสมเนื้อ เรียกได้ว่าผู้ชมจะได้เห็นการต่อสู้ของเหล่าหุ่นยนต์ยักษ์สุดเท่กับเหล่าสัตว์ประหลาด ที่นอกจากจะตัวใหญ่แล้วยังทรงพลังและมีความสามารถที่แตกต่างกันไปในแต่ละตัวอีกด้วย

10. A Quiet Place (2018)
จะเป็นอย่างไรเมื่อเราต้องใช้ชีวิตแบบไม่มีเสียงเลย … หนัง A Quiet Place บอกเล่าเรื่องราวเมื่อครอบครัวหนึ่งถูกสัตว์ประหลาดคุกคาม และสิ่งเดียวที่จะทำให้พวกเขาอยู่รอดได้บนโลกใบนี้คือห้ามใช้เสียง เพราะเมื่อใดที่เกิดเสียงขึ้นสัตว์ประหลาดพวกนี้จะออกไล่ล่าพวกเขา หนังเรื่องนี้ดำเนินเรื่องแบบไม่มีบทพูดแต่สามารถทำให้คนดูอย่างเรา ๆ เข้าใจ ตื่นเต้นและกดดันไปกับตัวละครได้เป็นอย่างดี เรียกได้ว่าเผลอกลั้นหายใจเอามือปิดปากตามกันแบบไม่รู้ตัวเลยแหละ
 

ดูหนังออนไลน์

5 วิธีการดูคุณสมบัติ สถาปนิก (5 Principle in choosing an architect )

คุณสมบัติสถาปนิก

5 วิธีการดูคุณสมบัติ สถาปนิก การออกแบบอาคารประเภทต่างๆให้สวยงาม และสอดคล้องกับสภาพภูมิประเทศ ภูมิอากาศ กฎหมาย ประยุกต์ใช้ความรู้ ความสามารถ ทั้งทางศิลปะและเทคนิค โดยคำนึงถึงประโยชน์ใช้สอยและประหยัด ทั้งในด้าน ราคาค่าก่อสร้าง และพลังงานสนองความต้องการของผู้อาศัย และผู้ใช้อาคาร สถาปนิกจะเป็นผู้ออกแบบ ต้องทำงานตามขั้นตอนและกำหนดเวลาชิ้นผลงานต่างๆ ร่วมกับวิศวกรก่อสร้างและนักเขียนแบบ ซึ่งงานทุกงานที่ได้รับมีความท้าทายและโจทย์ที่ต้องแก้ไขแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับว่างานนั้นจะเป็นอะไร เป้าหมายคือทำงานชิ้นนั้นให้สำเร็จลุล่วงตั้งแต่ขั้นตอนแรกยันขั้นตอนสุดท้ายที่เรารับผิดชอบ

1. ดูประสบการณ์

เขียนสวยแล้วสร้างจริงสวยเหมือนแบบมั้ย 
“เดี๋ยวนี้การสร้างภาพเกินจริงน่ากลัว”

2. ดูรสนิยม

อันนี้ดูเหมือนธรรมดาแต่โคตรสำคัญการสร้างงานที่มีคุณค่าไม่ได้เกิดจากการใช้ของแพงๆ แต่มันเกิดจากการเลือกใช้สิ่งต่างๆได้อย่างลงตัวและเหมาะสม
มีโอกาสแอบดู Facebook ส่วนตัวของสถาปนิกด้วยก็ดีนะ.
เพราะเค้าคือคนที่จะเอารสนิยมมาลงไว้ในบ้านของคุณ

3. ดูผลงาน

ถ้าสถาปนิกเคยออกแบบงานที่ใหญ่กว่างานที่เราจะจ้างเขาออกแบบก็สบายใจได้
ที่สำคัญถ้าเลือกได้ควรเป็นสถาปนิกที่ทำงานออกแบบภายในด้วยครับ เพราะมุมมองของการออกแบบจะครับถ้วนแบะสอดคล้องกันทั้งภายนอก/ภายใน

4. ดูบ้านสถาปนิก

คิดจะให้สถาปนิกคนไหนออกแบบบ้านให้ก็ต้องขอโอกาสไปเยี่ยมชมบ้านสถาปนิกคนนั้นด้วยนะครับ “บ้านของสถาปนิกไม่ต้องเหมือนบ้านเราแต่บ้านสถาปนิกที่จะออกแบบบ้านให้เราควรต้องมีอะไรจริงม้า”

5. ดูบริษัท

เรื่องนี้คงเป็นสิ่งที่สร้างความน่าเชื่อถือ เป็นสังคมยอมรับในความพร้อมของสถานที่ ที่แสดงความเป็นมืออาชีพ สถานที่อาจดูมีสไตล์ของความเป็นนักสร้างสรรค์

ในทางกลับกันวันนี้ ถ้าคุณเป็นสถาปนิก

คุณต้องเช็คว่า มีอะไรให้ลูกค้าดูบ้างครับ ทั้ง 5 ดู
มีครบรึยัง? หรือขาดข้อไหนที่คุณควรมีเพิ่มหรือมีอะไรที่คุณปรับปรุงได้

 

รับออกแบบบ้าน 

ข้อควรรู้เกี่ยวกับ ระบบล็อกประตูอิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

ระบบล็อกประตูอิเล็กทรอนิกส์

ข้อควรรู้เกี่ยวกับ ระบบล็อกประตูอิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์  ยิ่งนับวันอุปกรณ์ต่าง ๆ ก็จะยิ่งมี อิเล็กทรอนิกส์ เข้ามาเป็นส่วนผสมความไฮเทคมากขึ้นทุกที ซึ่งในยามปกติ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์พวกนี้มักจะอำนวยความสะดวกให้ชีวิตพวกเรามากขึ้น หนึ่งในนั้นที่จะพูดถึงก็คือ ระบบล็อกประตูอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะเป็นระบบแม่เหล็กหรือเป็นระบบ Digital Door Lock

ทั้งนี้ในตลาดอุปกรณ์ล็อกประตูอิเล็กทรอนิกส์ก็มีที่ผลิตขึ้นมามากมายหลายยี่ห้อ มีทั้งแบบกดรหัส แสกนบัตร แสกนลายนิ้วมือ หรือตั้งแต่เกรดดีคุณภาพคับแก้ว จนถึงประเภทต้องระแวดระวังเสี่ยงดวงกัน ตามประสาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ผู้ซื้อมักไม่มีโอกาสมองเห็นคุณภาพภายในอุปกรณ์ด้วยตาเปล่า

สิ่งสำคัญคือ ขึ้นชื่อว่าเป็นอิเล็กทรอนิกส์ ย่อมอยู่คู่กับการใช้ไฟฟ้า ระบบเปิดปิดของประตูประเภทนี้จะใช้งานดีต่อเมื่อมีไฟฟ้าหล่อเลี้ยงอยู่ แต่ไฟฟ้าเป็นเรื่องไม่แน่ไม่นอน ฉะนั้นจึงมีคำถามที่ต้องถามก่อนเลือกซื้ออยู่ 3 ข้อ ซึ่งควรจำให้ขึ้นใจเพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของเราทั้งสิ้น

1. หากไฟตกไฟดับแล้ว อุปกรณ์ล็อกจะยังทำงานอยู่หรือไม่ และอยู่ได้นานเท่าไร?

ในบางกรณี โดยเฉพาะระบบล็อกด้วยแม่เหล็ก อุปกรณ์ล็อกต้องอาศัยไฟฟ้าที่จ่ายตามบ้านมาหล่อเลี้ยงในการทำงาน แต่ในยามฉุกเฉินเมื่อเกิดไฟดับ อุปกรณ์อาจมีถ่านสำรองคอยหล่อเลี้ยงให้อุปกรณ์ใช้งานได้ ปัญหาส่วนใหญ่จึงอยู่ที่ระยะเวลาที่ถ่านนั้นจะใช้งานได้ต่อเนื่องหลังไฟดับ เช่นหากไฟดับกลางดึกจนถึงเช้าเป็นเวลา 5-6 ชั่วโมง (ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้โดยเฉพาะในหน้าฝน นอก กทม.) ระบบล็อกจะยังทำงานอยู่ปกติหรือไม่ อย่างไร แต่หากเป็นกรณีที่อุปกรณ์ล็อกไม่ต้องอาศัยไฟบ้านหล่อเลี้ยง แต่อาศัยไฟจากถ่านโดยตรง และถ่านนั้นใช้งานได้นาน คำถามนี้ก็ถือว่าผ่านไปได้

2. เมื่อถ่านใกล้หมด เราจะรู้ได้อย่างไร?

ในบางกรณี อุปกรณ์ล็อกจะมีถ่านไว้ใช้ได้นานเพียงพอกับระยะเวลาที่อาจเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด แต่หากถ่านที่ใช้ใกล้หมด เราจะรู้ได้อย่างไร อุปกรณ์ที่ดีจึงต้องมีสัญญาณเตือนเมื่อถ่านใกล้หมดเสมอ ลองคิดภาพถึงอุปกรณ์ล็อกที่ใช้ไปนานนับปีแล้วจู่ ๆ ก็ถ่านหมดโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว ว่าจะวุ่นวายขนาดไหน

3. ถ้าถ่านหมด จะมีวิธีใดในการปลดล็อกประตูได้บ้าง?

เรื่องนี้ อุปกรณ์ทั่วไปมักมีแผนสำรองให้เราอยู่แล้ว เช่นในอุปกรณ์ล็อกบางรุ่นจะมีระบบกุญแจให้เราใช้ไขได้โดยตรงในยามฉุกเฉิน หรือบางรุ่นก็เพียงแต่นำเอาถ่านมาเสียบที่ช่องฉุกเฉินเท่านั้น ก็ทำให้ประตูกลับมาทำงานได้ตามปกติ ในขณะที่รุ่นบ้าน ๆ หน่อย อาจจะต้องใช้ฝีมือช่างงัดแงะเปิดอุปกรณ์ออกมาถึงทำให้ประตูกลับมาเปิดได้ในยามไร้ไฟฟ้าไร้ถ่าน (มักเป็นกับระบบล็อกด้วยแม่เหล็ก) ประเด็นสำคัญก็คือ คนในบ้านก็ควรจะรู้ถึงวิธีทำงาน และตำแหน่งของถ่านฉุกเฉินหรือกุญแจฉุกเฉินเอาไว้ ซึ่งควรนึกไว้เสมอว่า ระบบล็อกซึ่งทำงานได้ตามปกติตลอดระยะเวลานาน ๆ อาจทำให้คนในบ้านหลงลืมไปว่ามีวิธีการเปิดฉุกเฉินอย่างไร วิธีการไขประตูฉุกเฉินควรเข้าใจได้ง่าย รวมถึงกุญแจหรือถ่านสำรองก็ควรวางไว้ใกล้ ๆ และเห็นได้ชัด

ถ้าย้อนถามว่า คำถามเหล่านี้สำคัญขนาดไหน จึงต้องนำขึ้นมาถามกันก่อน ก็ขอให้นึกถึงตอนเกิดเหตุเพลิงไหม้ (ซึ่งต้องเผื่อกรณีไฟฟ้าดับแน่นอน) แล้วสมาชิกในบ้านจำเป็นต้องหนีออกมาจากห้องหรือบ้านโดยทันที ถ้าหากคำตอบที่ได้ตอบโจทย์สถานการณ์ข้างต้นได้ เรื่องที่เหลือก็เป็นประเด็นรองเท่านั้นครับ

และนี่แหละครับ คือคำถามสำคัญ 3 ข้อก่อนจะเลือกใช้ระบบล็อกประตูอิเล็กทรอนิกส์

 

สถาปนิก 

วิธีเลือก หลังคาเมทัลชีท สีไหน ที่จะช่วยให้บ้าน อุณหภูมิ เย็นสุด

หลังคาเมทัลชีท

วิธีเลือก หลังคาเมทัลชีท สีไหน ที่จะช่วยให้บ้านเย็นสุด  เลือก สีหลังคาบ้าน เลือกหลังคาบ้านสีอะไรดี หากย้อนคำถามนี้กลับไปในช่วง 10-30 ปีก่อนหน้านี้ จะยังไม่ค่อยมีคนรู้จัก หลังคาเมทัลชีท เพระาคำตอบที่ได้มักเป็นสีโปรดในดวงใจของแต่ละคน บ้างก็เลือกสีส้ม สีแดง สีเขียว สีฟ้า หรือตามเทรนด์นิยมในช่วงปีนั้น ๆ นั่นเป็นเพราะลักษณะรูปทรงของหลังคาบ้านไทยสมัยก่อน นิยมทรงจั่ว ปั้นหยา หรือหลังคาใด ๆ ที่มีโถงหลังคาสูง ทำให้มองเห็นสีหลังคาโดดเด่นชัดเจน

แต่บ้านไทยในยุคปัจจุบันมีความเปลี่ยนแปลงไปมาก หลังจากสไตล์โมเดิร์นเข้ามามีอิทธิพลในงานดีไซต์ หลังคาบ้านไทยเริ่มมีองศาต่ำลง หรือแม้กระทั่งมองไม่เห็นหลังคาอีกเลย การเลือกสีของหลังคาจึงไม่จำเป็นต้องเลือกสีที่ชอบอีกต่อไป แต่สามารถเลือกสีตามคุณสมบัติสีได้ทันทีครับ เนื้อหานี้บ้านไอเดียชวนผู้อ่านมารีเช็คกันก่อนสั่งซื้อหลังคา เมทัลชีทสีไหนช่วยให้บ้านเย็นกว่ากัน

สีต่างทำให้อุณหภูมิบ้านต่างได้อย่างไร
ปัจจัยที่มีผลต่ออุณหภูมิของบ้านนั้นมีหลายประการ หนึ่งในนั้นคือคุณสมบัติของวัสดุมุงหลังคา ซึ่งรวมถึง สีของหลังคาด้วยครับ เพราะสีแต่ละสีมีความสามารถในการสะท้อนแสงต่างกัน ระดับความเข้มอ่อนของสีก็ส่งผลต่อการดูดความร้อนหรือการสะท้อนความร้อนต่างกันด้วย

สีเข้มจะมีคุณสมบัติในการดูดซับความร้อนได้มากกว่าสีอ่อน ทำให้หลังคาสีเข้มกักเก็บความร้อนสะสมเข้าสู่ตัวบ้านได้มากตามไปด้วย ส่วนวัสดุสีอ่อนหรือผิวแวววาวที่สะท้อนแสงได้ดีจึงเป็นเสมือนเกราะป้องกันความร้อนให้กับบ้านไปในตัว ดังนั้นหากต้องการให้อุณหภูมิภายในบ้านเย็นขึ้น การเลือกวัสดุมุงหลังคาสีอ่อน ๆ จึงให้อุณหภูมิบ้านเย็นกว่าสีโทนเข้มอย่างมีนัยสำคัญ

หลังคาเมทัลชีทสีไหนช่วยให้บ้านเย็น
โดยธรรมชาติของวัสดุหลังคาเมทัลชีทจะมีคุณสมบัติการสะสมความร้อนได้ดีอยู่แล้ว แต่หลังคาเมทัลชีทที่มีเฉดสีอ่อนอย่างสีเทาอ่อน สีขาว หรือสีอ่อนใด ๆ จะมีการสะท้อนความร้อนได้ดีกว่าเฉดสีเข้ม โดยหลังคาเมทัลชีทสีขาวจะสามารถสะท้อนแสงแดดได้ประมาณ 66% การเก็บความร้อนจึงน้อยกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับหลังคาประเภทอื่น ๆ ทำให้บ้านมีอุณหภูมิภายในต่ำกว่า

ส่วนสีที่ควรเลี่ยง อาทิ สีดำ สีเทาเข้ม สีน้ำเงินเข้ม หรือสีโทนมืดใด ๆ สีลักษณะนี้จะดูดซับความร้อนได้ดีกว่าสีอ่อน อีกทั้งยังมีราคาสูงกว่าสีอ่อนอีกด้วยครับ เพราะต้องใช้เม็ดสีในการผลิตเยอะกว่าปกติ

บ้านโชว์หลังคา อยากเลือกสีเข้มต้องเลือกอย่างไร
สำหรับบ้านหลังคาแบน หลังคาโมเดิร์น หรือหลังคาใด ๆ ที่มีองศาต่ำ เมื่อยืนมองจากหน้าบ้าน เราจะมองไม่เห็นสีหลังคาเลยครับ การเลือกหลังคาเฉดสีที่มีค่าสะท้อนความร้อนจึงช่วยให้อุณหภูมิบ้านเย็นกว่าหลังคาสีเข้ม แต่หากบ้านของเรา มีองศาหลังคาลาดชัด มองเห็นหลังคาเด่นชัดมาแต่ไกล การเลือกหลังคาเฉดสีอ่อน อาจทำให้เพื่อนบ้านปวดตากับรังสีที่สะท้อนย้อนกลับมาได้ และอาจดูไม่เข้ากับดีไซน์ที่สถาปนิกออกแบบไว้ การเลือกสีเข้ม หรือสีใด ๆ ตามความชอบ ย่อมเป็นสิ่งที่เหมาะสมกว่า

BlueScope เข้าใจความต้องการของเจ้าของบ้านเป็นอย่างดี จึงได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีที่ช่วยสะท้อนความร้อนได้ดีในทุกเฉดสี อาทิ บลูสโคป แซคส์ คูล (BlueScope Zacs Cool) ที่มี Cool Coating Technology นวัตกรรมโมเลกุลเม็ดสีสูตรพิเศษผสมลงในเนื้อสี ช่วยในการสะท้อนความร้อนออกไปบางส่วน ก่อนที่จะถ่ายเทเข้าสู่ตัวบ้าน เมื่อเทียบกับเมทัลชีททั่วไปที่ไม่ได้ใช้เม็ดสีสูตรพิเศษนี้ จะดูดซับความร้อนและถ่ายเทเข้ามายังตัวบ้านมากกว่า Cool Coating Technology ทำให้เมทัลชีทบลูสโคป แซคส์ คูล (BlueScope Zacs Cool) มีคุณสมบัติป้องกันความร้อนได้ดีกว่า

นอกจากการเลือกใช้วัสดุที่มีค่าสะท้อนความร้อนได้ดีแล้ว การนำหลังคาเมทัลชีทมาใช้เป็นหลังคาบ้าน ไม่ควรติดตั้งเมทัลชีทเพียงลำพัง แต่จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีฉนวนกันความร้อนควบคู่ไปด้วยเสมอ สามารถเลือกใช้ได้ทั้งฉนวนแบบ PU, PE หรือฉนวนชนิดใด ๆ ขึ้นอยู่กับงบประมาณตามเหมาะสม หรือหากต้องการให้หลังคามีประสิทธิภาพกันความร้อนได้ดีขึ้น ปัจจุบัน BlueScope ได้พัฒนาหลังคาเมทัลชีทชนิด Sandwich Panel โดยแผ่นเมทัลชีทจะทำหน้าที่คล้ายแผ่นขนมปัง ส่วนฉนวน PU เป็นเสมือนไส้ ประกบหน้าหลัง ช่วยป้องกันความร้อน ป้องกันเสียงรบกวนได้อย่างดีเลยครับ

 

ออกแบบบ้าน