รีวิวหนัง Sensei ! My Teacher หัวใจฉัน แอบรักเซนเซย์ จากมังงะเรื่องดัง

Sensei (My Teacher) หัวใจฉัน แอบรัก เซนเซย์ ภาพยนตร์ที่ดัดแปลงมาจาก มังงะ เรื่องดังของอาจารย์ คาซึเนะ คาวาฮาระ ว่าด้วยเรื่องราวของ ฮิบิกิ ชินาดะ เด็กสาวมัธยมปลายที่ได้แอบชอบ โคซากุ อิโต อาจารย์สอนวิชาประวัติศาสตร์ อิโตได้ปฏิเสธคำสารภาพรักของลูกศิษย์ เพราะเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม แต่เมื่อเขาเริ่มสังเกตถึงความรักที่บริสุทธิ์ของเด็กสาวผู้ไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ จึงกลายเป็นเรื่องราวสุดโรแมนติก

ด้วยความที่เป็นหนังรักโรแมนติกสัญชาติญี่ปุ่นก็คาดหวังพอสมควรว่าหนังจะทำออกมาได้ดีขยี้ใจคนดู แล้วก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เนื้อเรื่องดูง่าย แต่ละฉากสวยงาม เต็มไปด้วยความฟรุ้งฟริ้ง เรียกว่าเป็นหนังที่สร้างมาเพื่อสาวๆ นั่นเอง เพราะมีการดำเนินเรื่องผ่านนางเอกซึ่งเป็นนักเรียนผู้แอบรักคุณครู และเชื่อว่าคนที่ตัดสินใจไปดูหนังเรื่องนี้น่าจะผ่านประสบการณ์การแอบรักมาเหมือนกัน

สิ่งที่ดีที่สุดของหนังคิดว่าจะน่าจะเป็นการสื่ออารมณ์ของตัวละครหลัก ซึ่งก็คืออาจารย์โคซากุ อิโต และเด็กสาว ฮิบิกิ ชินาดะ เพราะเมื่อใดที่มีฉากเข้าคู่กันดูเหมือนเคมีความดึงดูดจะเข้ากันมาก เรียกว่าฟินสุดๆ โดยเฉพาะ อิคุตะ โทมะ ที่รับบทเป็นอาจารย์นั้นหล่อละลายใจมาก น่าจะเป็นคุณครูในฝันที่สาวๆ อยากเจอเลยทีเดียว

แต่ก็ใช่ว่าหนังจะมีแต่ความฟิน ความจิ้นอย่างเดียวเสียเมื่อไหร่ หนังยังต้องการสื่อประเด็นเรื่องจรรยาบรรณและศีลธรรมของครูที่พึงมี ซึ่งมีมาทุกยุคทุกสมัย แต่ประเด็นนี้ก็ไม่ได้มีความเข้มข้นมากนัก เหมือนมีมาให้เป็นอุปสรรคข้อขัดแย้งของตัวละครที่ต้องเผชิญมากกว่า และอีกเรื่องทำให้ค่อนข้างขัดใจก็คือบางฉากในหนังก็ทิ้งช่วงนานไป ถ้ากระชับกว่านี้จะดีขึ้นมาก และไม่ยืดเยื้อจนเกินไป

นอกจากเรื่องราวความรักอันสวยงามและความเสียสละของครูหนุ่มสุดหล่อแล้ว หนังก็แทบจะไม่มีประเด็นหนักๆ ให้ต้องคิดปวดสมอง ยกเว้นเรื่องจรรยาบรรณและศีลธรรมที่ผู้ชมต้องไปชั่งใจคิดเอาเองว่าเหมาะสมหรือไม่เหมาะสมอย่างไร หากใครอยากผ่อนคลายสมองจากเรื่องเครียดๆ มาดูหนังสบายๆ เชื่อว่าเรื่องนี้จะโดนใจเหมือนกัน

ดูหนังออนไลน์24ชั่วโมง

 

รีวิว หนังรักซึ้งกินใจ Five Feet Apart ขออีกฟุตให้หัวใจเราใกล้กัน

รีวิว หนังรักซึ้งกินใจ Five Feet Apart ขออีกฟุตให้หัวใจเราใกล้กัน  เรื่องย่อ จะรักกันได้อย่างไรในเมื่อเราสัมผัสกันไม่ได้? สเตลล่า (เฮลีย์ ลู ริชาร์ดสัน) และ วิล (โคล สเปราส์) หนุ่มสาววัยสิบเจ็ดที่ตกหลุมรักกัน พวกเขาจีบกันเหมือนวัยรุ่นทั่วไป แอบทำอะไรเมื่อพ้นสายตาผู้ใหญ่ แต่ความสัมพันธ์นี้เกิดขึ้นบนพื้นฐานที่ว่าพวกเขาเป็นผู้ป่วยโรคซิสติก ไฟรโบรซิส ที่รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลเดียวกัน โดยมีกฏสำคัญว่าพวกเขาห้ามเข้าใกล้กันกว่าห้าฟุตโดยเด็ดขาด เมื่อความผูกพันระหว่างวิลและสเตลล่าเหนียวแน่นขึ้น แต่รักครั้งนี้จะสมบูรณ์แบบได้อย่างไรในเมื่อทั้งสองไม่สามารถสัมผัสกันได้ วิลและสเตลล่าจึงขอใช้ทุกวินาทีรวบรวมความเข้มแข็งในจิตใจของตัวเองเพื่อส่งผ่านความรักที่จะไม่มีวันยอมปล่อยให้ระยะทาง “5 ฟุต” เป็นอุปสรรค

นี่อาจจะไม่ใช่หนังที่เพอร์เฟค 100% นะครับ เพราะมีบางช่วงที่หนังดูเรื่อยๆ ไปหน่อย แต่ปัญหาของหนังมันไม่ได้เยอะเลยครับ ทั้งเรื่องผมสัมผัสได้ถึงความตั้งใจของทีมงานมากที่ใส่ใจเรื่องรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ของหนังมาก นี่คือหนังรักที่ดูแล้วรู้สึกบวก(Feel Good)สุดๆ ครับ ทั้งๆ ที่เนื้อเรื่องมันออกไปแนวเศร้าเลยด้วยซ้ำ แต่หนังนำเสนอออกมาได้บวกสุดๆ และให้กำลังใจตัวละคร(และคนดู)มากถึงมากที่สุด

หนังทำให้เรารู้จักกับสเตลล่า สาวน้อยที่ป่วยเป็นโรค CF และกำลังหาทางรักษาอยู่ เธอมีเพื่อนเป็นพยาบาลที่ชื่อว่าบาร์บ มีเพื่อนชื่อโพ เธอชอบถ่าย Video Log ในห้องพักของเธอ และพอเธอได้รู้จักกับวิล หนุ่มที่ป่วยเป็นโรค CF เหมือนกับสเตลล่า เธอก็ได้สานสัมพันธ์กับเขาแบบห่างกัน 5 ฟุต จนไปถึงความสัมพันธ์ที่ห้ามไม่ได้

ดูหนังออนไลน์24ชั่วโมง

The Aftermath (2019) อาฟเตอร์แมท กำกับโดย เจมส์เคนท์

The Aftermath (2019) อาฟเตอร์แมท 2019 ละครภาพยนตร์กำกับโดยเจมส์เคนท์และเขียนโดยโจกระสุนและแอนนาวอเตอร์เฮาส์ตั้งอยู่บนพื้นฐาน 2013 จากนวนิยายชื่อเดียวกันโดยริเดียนบรู๊ค คือ ดารา Keira Knightley ,อเล็กซานเดSkarsgårdและเจสันคลาร์ก

ในเยอรมนีหลังสงครามในปี 2488 เรเชลมอร์แกนเดินทางมาถึงซากปรักหักพังของฮัมบูร์กในฤดูหนาวของเยอรมันที่ขมขื่นเพื่อกลับมารวมตัวกับลูอิสมอร์แกนสามีของเธอผู้พันกองกำลังอังกฤษเยอรมนีที่ถูกตั้งข้อหาสร้างเมืองที่แตกเป็นเสี่ยง ๆและจัดการกับหมาป่าที่ก่อความไม่สงบอย่างรุนแรงกิจกรรม. ทั้งคู่ซึ่งมีความสัมพันธ์ตึงเครียดเนื่องจากไมเคิลลูกชายของพวกเขาถูกฆ่าตายในช่วงสายฟ้าแลบโดยการทิ้งระเบิดของเยอรมันจะอยู่ในบ้านของสถาปนิกชาวเยอรมัน Stefan Lubert และ Freda Lubert ลูกสาววัยรุ่นของเขา ลูอิสตัดสินใจปล่อยให้สเตฟานและเฟรดาอยู่ในบ้านในห้องใต้หลังคาการตัดสินใจที่เรเชลไม่พอใจในตอนแรกเพราะเธอไม่พอใจที่มีต่อชาวเยอรมันเรื่องการตายของไมเคิล เธอหยาบคายกับสเตฟานมาก ในขณะเดียวกัน Freda ก็ติดต่อกับ Bertie ซึ่งเป็นเด็กหนุ่มชาวเยอรมันที่มีส่วนร่วมอย่างลึกซึ้งในขบวนการ Werwolf

อย่างไรก็ตามพันธบัตรเรเชลกับสเตฟานมากกว่าความเศร้าโศกที่ใช้ร่วมกัน: ภรรยาของสเตฟานถูกฆ่าตายด้วยระเบิดพันธมิตร เรเชลและสเตฟานเริ่มมีความสัมพันธ์กัน สถานการณ์มีความซับซ้อนโดยกองกำลังอังกฤษเยอรมนีสงสัยว่าสเตฟานมีส่วนเกี่ยวข้องกับแวร์วูล์ฟแม้ว่าจริงๆแล้วเบอร์ตี้แฟนของเฟรดามีส่วนเกี่ยวข้องก็ตาม ในที่สุดลูอิสก็รู้ว่าเรเชลและสเตฟานมีความสัมพันธ์กันเมื่อเขาได้ยินว่าเธอสนับสนุนในนามของสเตฟาน เมื่อลูอิสเผชิญหน้ากับเรเชลเธอบอกเขาว่าเธอจะทิ้งเขาไปอยู่กับสเตฟาน เบอร์ตี้พยายามลอบสังหารLewis แต่ฆ่าคนขับรถของ Lewis แทนโดยไม่ได้ตั้งใจ เบอร์ตี้พยายามหนีผ่านป่า แต่ตกน้ำแข็งจนเสียชีวิต ลูอิสบอกให้เรเชลออกไปในเช้าวันรุ่งขึ้น หลังจากที่ลูอิสยอมรับความเศร้าโศกที่ไมเคิลมีต่อเรเชลเธอก็กอดเขา เธอไปกับสเตฟานและเฟรดาไปที่สถานีรถไฟ แต่ตัดสินใจที่จะอยู่กับลูอิสแทนที่จะไปกับสเตฟาน

ดูหนังออนไลน์24ชั่วโมง

รีวิว นาคี 2 ความเชื่อและศรัทธาต่อเจ้าแม่นาคี ของ สร้อย

นาคี 2 เป็นภาพยนตร์ไทยแนวแฟนตาซี-ระทึกขวัญในปี พ.ศ. 2561 สร้างมาจากนวนิยายในชื่อเดียวกันของตรี อภิรุม ผลิตโดย ดู เอ็นเตอร์เทนเม้นท์, เซิร์ช เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ และบีฮีมอธ แคปิตอล จัดจำหน่ายโดยเอ็ม พิคเจอร์ส กำกับโดย พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง

เรื่องย่อ : เรื่องราวของ สร้อย (อุรัสยา เสปอร์บันด์) สาวดอนไม้ป่า ผู้เติบโตมาพร้อมกับความเชื่อและศรัทธาต่อเจ้า แม่นาคี เธอช่วยยายขายดอกไม้ถวายเจ้าแม่ และคอยดูแลเทวาลัยแห่งนี้ สร้อยจึงมีความผูกพันกับเจ้าแม่นาคีเป็นอย่างมาก แต่หลังจากที่ ร.ต.อ.ป้องปราบ (ณเดชน์ คูกิมิยะ) ถูกย้ายมาประจำที่ สภ.ดอนไม้ป่า ก็เกิดคดีสะเทือนขวัญขึ้นอย่างมากมาย โดยหลายคดีเกิดขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ และมีเงื่อนงำที่คลี่คลายไม่ได้ โดยชาวบ้านต่างปักใจว่าเป็นฝีมือของ เจ้าแม่นาคี ที่กำลังออกอาละวาดอีกครั้งและเหตุการณ์ยิ่งพาให้ชาวบ้านต่างแน่ใจว่า สร้อย เป็นร่างประทับของเจ้าแม่นาคี แม้แต่ตัว สารวัตรป้องปราบ เองซึ่งไม่เคยเชื่อในเรื่องราวลี้ลับเหนือธรรมชาติ ยังลังเลต่อคำกล่าวหาที่สร้อยได้รับ จนทำให้เขาต้องค้นหาความจริงเบื้องหลังคดีลึกลับในดอนไม้ป่าแห่งนี้

นาคี 2 เกิดจากความสำเร็จของละครเรื่อง นาคี ที่ออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 เมื่อ พ.ศ. 2559 เนื่องจากกระแสตอบรับและเรตติงที่ดีทำให้ทางช่อง 3 เสนอให้ทำภาคต่อเพื่อออกอากาศอีกครั้ง แต่พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง ผู้กำกับของละครเรื่องนี้เล็งเห็นว่า นาคี สามารถเติบโตไปได้มากกว่านี้ จึงตัดสินใจนำโครงเรื่องมาเรียบเรียงบทใหม่ทั้งหมด เพื่อสร้างเป็นภาพยนตร์เพื่อออกฉายใน พ.ศ. 2561

ในการถ่ายทำภาพยนตร์ นาคี ๒ ผู้สร้างกล่าวว่า จะมีการถ่ายฉากทั้งแบบปกติและแบบบลูสกรีน เพื่อนำฉากดังกล่าวมาเข้ากระบวนการปั้นแบบด้วยการใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ กราฟิก (Computer Graphic) ซึ่งเดิมทางผู้ร่วมทุนคือ บีฮีมอธ แคปิตอล เสนอให้พงษ์พัฒน์เลือกใช้บริษัทซีจีชั้นนำ เช่นจากทางเกาหลี หรือทางฮ่องกงที่มีความละเอียดอ่อนและมีคุณภาพสูง แต่ทางพงษ์พัฒน์เองเล็งเห็นว่าการใช้บริษัทจากต่างประเทศ จะทำให้คุณค่าของภาพยนตร์ลดลงไป จึงได้เลือกใช้ทีมซีจีเดิมคือ แฟตแคต (Fatcat) ที่เคยทำกราฟิกของละครเรื่อง นาคี มาก่อน และมีความคุ้นชินในตัวแบบอยู่แล้ว จึงทำให้ชิ้นงานสามารถเดินหน้าได้ด้วยดี ด้วยงบประมาณการสร้างซีจีกว่า 20 ล้านบาท

เนื้อเรื่องโดยรวมเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใน พ.ศ. 2560 หรือ 60 ปี นับจากเหตุการณ์ในละครเรื่อง นาคี ที่เกิดใน พ.ศ. 2500 เค้าโครงเรื่องยังคงเหมือนกับภาคแรกคือ เชื่อในเรื่องพญานาค โดยเล่าผ่านสองตัวละครใหม่คือ สารวัตรป้องปราบ (ณเดชน์ คูกิมิยะ) และ สร้อย (อุรัสยา เสปอร์บันด์)

ดูหนังออนไลน์24ชั่วโมง

 

รีวิว Tolkien (2019) โทลคีน จะพาคุณไปทำความรู้จักกับ เจ.อาร์.อาร์. โทลคีน

Tolkien (2019) ไม่ใช่หนังสำหรับทุกคน เพราะการนั่งชมคู่พระนางถกกันเรื่องสัทศาสตร์และ ภาษาศาสตร์ เป็นเวลาหลายนาที อาจทำให้ใครที่มิได้หลงใหลในวรรณกรรมสลบคาที่นั่งได้ หรือแม้แต่แฟนหนังสือ The Hobbit และ Lord of the Ring ที่ปรารถนาจะเห็นส่วนอ้างอิงแบบประจักษ์ชัดไปถึงมหากาพย์แห่งมิดเดิ้ลเอิร์ธก็อาจจะต้องผิดหวัง เพราะ Tolkien ไม่ได้พูดถึงเรื่องราวของมหาสงครามแห่งแหวน และตำนานที่เกี่ยวข้องโดยตรง แต่ค่อย ๆ เผยให้เราเห็นถึงเค้าโครงของมหากาพย์ดังกล่าวที่โทลคีนสกัดมาจากประสบการณ์ในแต่ละฉากชีวิตของเขา

Tolkien จึงเป็นหนังที่ฉายให้เราเห็นเจ อาร์ อาร์ โทลคีน ในฐานะมนุษย์ที่ถูกหล่อหลอมด้วยความสูญเสีย มิตรภาพ ความรัก สงคราม และความใฝ่ฝัน ซึ่งนั่นก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้หนังฟอร์มเล็ก ความยาวเพียงแค่หนึ่งชั่วโมงครึ่ง สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับทุกคนที่มีใจรักในวรรณศิลป์ ในฐานะรอยจารึกที่เราฝากฝังไว้บนดาวเคราะห์สีฟ้าดวงนี้ แม้ว่าร่างกายจะสูญสลายไปตามกาลเวลาก็ตาม

แก่นของ Tolkien คือ มิตรภาพกับความรัก มิตรภาพในแง่นี้คือความสนิมสนมและความผูกพันทางจิตวิญญาณระหว่างกลุ่มเพื่อนในโรงเรียนที่โทลคีนคลุกคลีด้วยเป็นประจำ เป็นเพื่อนต่างชนชั้น ต่างฐานะที่ช่วยเติมเต็มชีวิตของเขา ให้พ้นจากความโดดเดี่ยวจากการสูญเสียแม่ไปตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น หนังฉายสลับไปมาระหว่างฉากชีวิตของโทลคีนในฐานะร้อยโทแห่งกองทัพอังกฤษในสงครามโลกครั้งที่ 1 และนักอุดมคติที่เปี่ยมไปด้วยความฝันและพลังหนุ่ม เขาได้พบรักกับอีดิธ เด็กกำพร้าที่เติบโตขึ้นมาภายใต้ผู้อุปถัมภ์คนเดียวกัน และก็เป็นเธอคนนี้นี่เองที่กลายเป็นต้นแบบของนางพรายหรือเอลฟ์ในปกรณัมแห่งมิดเดิลเอิร์ธของโทลคีนในเวลาต่อมา

ดูหนังออนไลน์24ชั่วโมง

รีวิว Cyborg Girl (2008) ยัยนี่…น่ารักจัง ชายหนุ่มกับไซบอร์กสาวสวย

รีวิว Cyborg Girl (2008) ยัยนี่…น่ารักจัง เรื่องราวของชายเปิ่นๆ (อีกแล้ว) กับ ไซบอร์กสาวสวย ที่เหมือนคนจริงๆ มาก เธอมาจากอนาคตเพื่อปกป้องเขา ก็เขาเองแหละที่เป็นผู้สร้างเธอขึ้นมา ครั้งแรกเธอมาเจอเขาในวันเกิดของเขา ทำท่าทางเปิ่นๆ ขี้โวยวาย แต่ความน่ารักของเธอโดนใจเขาอย่างจัง พวกเขาได้เดทกันเพียงวันเดียว ก่อนที่เธอจะกลับไปยังเวลาของเธอ แล้วเขาก็ต้องอยู่กับความเดียวดายต่อไป

จนวันเกิดของเขามาถึงอีกครั้ง… เธอกลับมาอีกหน และบอกเล่าเรื่องราวบางอย่างให้ฟัง ครั้งนี้เธออยู่กับเขายาวนาน นานอย่างกับว่าเธอจะอยู่กับเขาตลอดไป นานจนความรักมันก่อตัวในใจของเขา แต่เขาจะรักกับหุ่นยนต์ได้หรือ? แล้วเธอจะมีความรู้สึกรักแบบเดียวกันนั้นให้กับเขาได้หรือเปล่า?

ต้องบอกว่า นางเอกเรื่องนี้น่ารักมาก ปากหนานิดๆ แต่เห็นเธอยิ้มแล้วอดหลงไม่ได้ ข้อมูลบอกว่า เธอชื่อ ฮารุกะ อายาเสะ (Haruka Ayase) เธอมีผลงานทั้งทีวีและภาพยนตร์ แต่ที่ดูจะคุ้นหูผมที่สุดก็คงจะเป็น “Crying Out Love, in the Center of the World” แต่ต้องเป็นเวอร์ชั่นทีวีนะ

หนังค่อนข้างทุ่มทุนพอตัว มีฉากแผ่นดินไหวที่ตึกถล่มระเนระนาด ฉากนี้คงต้องพึ่ง CG แน่นอน แต่ทำได้เนียนมากๆ จากที่ดูในจอ 21″ ของผม แต่ฉากที่ไซบอร์กมายังกาลปัจจุบันหนที่สองนี่ ทำให้ผมนึกไปถึงฉากตอน “คนเหล็ก” ที่เดินทางมายังกาลปัจจุบันเลยล่ะ

ที่น่าสงสัยอีกฉากก็คือ ไซบอร์กใช้วิธีไหนนำคนสู่กาลอดีตได้ แปลกใจมาก น่าสงสารที่ผมดันหลงลืมการบอกใบ้บางอย่างเสียสนิท จนไปพบกับคำเฉลยที่บอกมาในตอนท้าย ให้สงสัยตัวเองยิ่งนัก นี่เราลืมสังเกตไปได้ยังไงเนี่ย หรือเราหลงเสน่ห์ของไซบอร์กตัวนี้เข้าให้แล้ว…

ดูหนังออนไลน์24ชั่วโมง

รีวิว Friend Zone ระวัง..สิ้นสุดทางเพื่อน ความสัมพัธ์ของคู่พื่อนซี้

หนัง  Friend Zone ระวัง..สิ้นสุดทางเพื่อน เปิดเรื่องในสมัยที่ ปาล์ม (นาย ณภัทร เสียงสมบุญ) กับ กิ๊ง (ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์) ยังอยู่ม.ปลาย แต่ก็เป็นซีนเปิดที่ไม่ได้เน้นเล่า ความสัมพันธ์ ลึกซึ้งของคู่นี้ (แต่คือก็รู้ว่าเป็นเพื่อนสนิทไปไหนไปกันอะนะ) แต่เน้นเล่าถึงพื้นฐานนิสัยตามสืบตามเสือกอย่างไม่ยอมรามือง่าย ๆ ของกิ๊ง พร้อม ๆ กับแอบ tie-in โฆษณาไปแล้วอย่างน้อยสองตัวเหนาะ ๆ และก่อนที่จะโยงไปเป็นจุดเริ่มต้นของคำว่า “เป็นเพื่อนกันดีที่สุด” อย่างไม่ค่อย smooth as silk สักเท่าไหร่ เออ… ก็แค่นั้น… ส่วนดีเทลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับซีนเปิดเรื่องนี้ก็แทบถูกทิ้งไปเสียสิ้น

ตัดมาที่สิบปีต่อมา ซึ่งเป็นปีปัจจุบัน พระเอกจับวงปรับทุกข์และเล่าเรื่องเฟรนด์โซนของตัวเองกับหนุ่มแก๊งเฟรนด์โซนตามที่เราเห็นในเทรลเลอร์ ซึ่งหมายความว่า หนังก็จะเล่าตัดสลับจากแก๊งเฟรนด์โซนนี้กับเล่าย้อนความเดิมเมื่อปีสองปีก่อนหน้า นั่นก็คือช่วงที่นางเอกคบกับแฟนที่ทำงานด้วยกัน (เจสัน ยัง) ในขณะที่พระเอกก็เปลี่ยนสาวไปเรื่อย ๆ

ตลอดเรื่อง Friend Zone ระวัง..สิ้นสุดทางเพื่อน ดูเหมือนคนที่ต้องเจ็บปวดกับเฟรนด์โซนมากที่สุดจะเป็นพระเอก แต่ศูนย์กลางของโลกในหนังเรื่องนี้คือนางเอก ประมาณว่าทุกอย่างต้องหมุนรอบตัวเธอ แล้วปัญหาคือ… เราไม่รู้จริง ๆ ว่า นางเอกมีอะไรดีอีกนอกจากสวย เพราะหนังไม่ได้ปูพื้นมากมายว่าทำไมพระเอกต้องรักนางเอก เท่าที่เราเห็นจากในหนังคือ มีแต่เรื่องบ้าบอไม่เว้นแต่ละวัน เราไม่เคยเห็นนางนำมาซึ่งความสบายใจให้คุณเพื่อนเลย ตรงกันข้าม กลับทำตัวเป็นภาระด้วยเสียอีก

สำหรับเรา เราว่านางเอกเป็นผู้หญิงไร้สติคนหนึ่ง ดื้อด้านตามล่าหาความจริงอย่างไม่ละเว้น แต่พอจะเผชิญปัญหาจริง ๆ ทำใจไม่เป็น รับมือไม่ได้ ต้องลำบากเพื่อนตลอด รวม ๆ ไม่เป็นผู้ใหญ่ เข้าข่ายน่ารำคาญ เห็นแก่ตัว และเอาแต่ใจ… ไม่เหมาะสมกับพระเอก… ไม่คู่ควรกับเวลาที่พระเอกต้องมา waste ไปเป็นทศวรรษแบบนี้

ยังดีที่เป็นนายกับใบเฟิร์น ไม่งั้นเราก็ไม่รู้ว่าจะรู้สึกแย่ไปกว่านี้อีกไหม ต้องขอบคุณที่น้องนายเซอร์วิซแฟนสูงมาก และน้องใบเฟิร์นก็ทุ่มเล่นสุดตัวแบบไม่ห่วงสวยเลย อย่างน้อยคนดูก็จะได้ความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ กลับมาจากการดูหนังเรื่องนี้บ้าง เพราะแรกเริ่มเดิมทีเลย เราคิดว่าหนังเค้าตั้งใจทำมาเพื่อสปอนเซอร์ใหญ่มากกว่าเพื่อคนดู

สังเกตได้จาก เค้าตั้งใจเขียนบทมาให้พระเอกกับนางเอกบินไปบินมาข้ามประเทศพร่ำเพรื่อ ราวกับรวยมาก หรือได้บินฟรีตลอดชีพ เที่ยวตระเวนขอพรทั่ว AEC (ขาดแต่ไปฮ่องกง แล้วมันไม่ไปหวังต้าเซียนด้วย อันนี้พลาดได้ไง) โดยส่วนตัวคิดว่า จริง ๆ ไม่ต้องถ่ายหลายประเทศ (ประเทศละกะปริดกะปรอย) แบบนี้ก็ได้ เรื่องมันเกิดขึ้นที่ไหนก็ได้ ถ้าไม่มีเงื่อนไขต้องบินไปบินมาตลอดเวลา หนังน่าจะพัฒนาบทและตัดต่อได้ดี smooth as silk กว่านี้มาก

ดูหนังออนไลน์24ชั่วโมง

รีวิว Aladdin (2019) อะลาดิน เด็กหนุ่งกับ ยักษ์จีนี่ ตะเกียงวิเศษ

Aladdin เป็นหนังที่ผมเชื่อว่าหลายๆคนต้องรู้จัก เคยดู เคยผ่านตามาแล้วบ้าง เพราะเป็น การ์ตูนอนิเมชั่น เรื่องนึงที่ดังมากๆ ทั้งเรื่องของพร 3 ประการ จากจีนี่ ยักษ์ตัวสีฟ้าที่เป็นควันออกมาจากตะเกียง รวมไปถึงเพลง A Whole New World ที่จัดว่าเป็นหนึ่งในเพลงที่ดังมากๆของการ์ตูน Disney เช่นกัน พอมารีเมคก็ยอมรับว่าแอบหวั่นใจเรื่องการเปรียบเทียบกับเวอร์ชั่นเก่าเหมือนกัน แม้ผมจะจำเนื้อหาได้เพียงส่วนหลัก ๆ แต่รายละเอียดปลีกย่อยลืมไปหมดแล้วก็ตาม

เรื่องย่อ Aladdin : เรื่องราวของเด็กหนุ่มยากจนนามว่า อะลาดิน (มีนา มาซูด) เขาถูกพ่อมดจาฟาร์ หลอกล่อให้เข้าไปเอาตะเกียงในถ้ำสิงห์กลางทะเลทราย ที่นั่นอะลาดินได้ถูตะเกียงปลดปล่อยวิญญาณของยักษ์จีนี่ที่มาพร้อมกับพร 3 ประการ อะลาดินขอพรข้อแรกให้เขาได้เป็นเจ้าชายอาลีเพื่อจัดขบวนขันหมากสุดอลังการไปสู่ขอเจ้าหญิงจัสมิน เขาไปพร้อมกับพรมวิเศษและพาเจ้าหญิงออกเหาะชมโลกในเพลง a whole new world ภาพยนตร์เต็มไปด้วยการผจญภัย การแย่งชิงบัลลังก์ของจาฟาร์ และความอลังการของโปรดักชั่น

สำหรับเวอร์ชั่นนี้ ผมคิดว่าคุณภาพการผลิตดีมาก ๆ ภาพสวย เพลงเพราะ เสื้อผ้าของนักแสดง ฉากต่างๆก็จัดเต็มมากๆ พวก CG นี่เนียนกริ๊บ แถมทำได้สวยมากๆ โดยเฉพาะช่วงที่เป็นซีนร้องเพลง ดีไซน์หลายๆโชว์ได้ดีมากเลยทีเดียว แต่…ด้วยความที่หลายๆโชว์มันดีขนาดนี้ เรากลับรู้สึกว่าหนังมันโชว์เพลงมากกว่าที่ภาพรวมจะมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันมากกว่านี้ คือ หลายช่วงตอนผมแอบรู้สึกว่าหนังมันเนือย ไม่รู้จะด้วยเพราะเพลงมันยาวเกินไปสำหรับเนื้อหาบางอย่างด้วยมั้ย แต่แค่ช่วงแรกของหนัง เราก็แอบรู้สึกแล้วว่า “เมื่อไหร่จะได้ตะเกียงสักที” ทำไมหนังมันเดินเรื่องช้าแบบนี้

ในส่วนของการตบมุก มีที่ฮามากๆหลายฉาก บางฉากก็ออกแนวขำแห้งๆ แต่ก็ถือว่าสร้างความบันเทิง Feel Good ได้เป็นอย่างดี ส่วนจีนี่ที่รับบทโดย Will Smith ที่หลายคนค่อนขอดตอนเห็นภาพ Will Smith ตัวสีฟ้าตอนแรกนั้น หลังดูจบ ผมขอยืนยันอีกเสียงว่าบทนี้เหมาะสมแล้วจริงๆ ทั้งร้องเล่น เต้น ตบมุก พี่แกเก็บได้ทุกเม็ดจริง ๆ

โดยรวมเป็นหนังรีเมคที่น่าสนใจอีกเรื่องนึง โดยเฉพาะกับคอ Musical ผมคิดว่าน่าจะชอบเลยล่ะครับ (เพราะถึงเดินเรื่องช้า แต่เรื่องเพลงก็จัดเต็ม) นอกจากนี้หนังมีการตีความบางอย่างใหม่ แต่มันก็คาดเดาได้ไม่ยากนัก เพราะหนังก็ยังอยู่ในขอบเขตของหนังใส ๆ แบบ Disney อยู่ดี ถึงแบบนั้นเราก็ต้องยอมรับว่าหนังแบบสูตร ๆ แบบนี้นี่แหละ ที่สร้างความบันเทิงให้กับคนดูไม่น้อยเลย

ดูหนังออนไลน์24ชั่วโมง