ทำความรู้จักกับการ เซาะร่อง การเซาะร่องนั้นมีประโยชน์อะไรบ้าง

เซาะร่อง

ทำความรู้จักกับการ เซาะร่อง การเซาะร่องนั้นมีประโยชน์อะไรบ้าง หลายคนอาจทำจนคุ้นเคย เวลาที่ ออกแบบ ผนังผืนใหญ่แล้วมันดูเรียบโล่งจนเกินไป เราก็มักจะใส่เส้นบางๆ ลงไป เป็นลายเป็นรูปแบบที่เราต้องการ โดยที่คิดอยู่ในใจว่าเส้นที่ขีดไปนั้นคือเส้น “ เซาะร่อง ” ซึ่งจริงๆแล้วนั้น การเซาะร่องนั้นมีประโยชน์อะไรแฝงอยู่หรือเปล่า เรามีคำตอบมาฝากกันครับ

1. ช่วยลดการมองเห็นการแตกร้าวเนื่องจากการขยายและหดตัวของโครงสร้าง การเซาะร่องทำให้รอยร้าวที่กำลังจะเกิดขึ้นนั้นลดความรุนแรงลง เช่นผนังฉาบปูนขนาดใหญ่มากๆ จำเป็นต้องมีเซาะร่องทั้งแนวตั้งและนอน ส่วนใหญ่อยู่ที่ทุกๆระยะ 3 เมตร

2. ทุกวัสดุมีการขยายและหดตัว การนำ 2 วัสดุมาต่อชนกันโดยไม่มีการเว้นระยะเลย เมื่อเกิดการขยายหรือหดตัว วัสดุอาจดันกันเกิดความเสียหายได้ หรืออาจเกิดช่องว่างที่มากกว่าปกติหากเกิดการหดตัว

3. เซาะร่องเพื่อเพิ่มความน่าสนใจ หลายครั้งที่อาคารดูน่าสนใจเพราะมีการคิดรูปแบบการเซาะร่องที่สวยงามลงตัว

4. เพื่อเน้นบางส่วนที่ตั้งใจ สถาปนิกมักออกแบบอาคารให้มีการตัดกันของรูปทรงหรือวัสดุอย่างชัดเจน ซึ่งถ้าชัดเจนไม่พอ การเซาะร่องก็เป็นแนวทางที่ได้ผลพอสมควร

5. เซาะร่องมีกี่แบบ พอสรุปที่เห็นได้บ่อยคือ

– ร่องอลูมิเนียม และ ร่องสแตนเลส
ใช้สำหรับตกแต่งเซาะร่องผนัง เพื่อความเรียบร้อยสวยงาม ช่วยให้ร่องที่ได้เป็นแนวตรงสม่ำเสมอ เพิ่มความโดดเด่น หรูหรา ให้งานตกแต่งมีความคงทนถาวร อีกทั้งยังสามารถดัดแปลงเป็นกรุยเชิงทั้งพื้นและผนังได้ด้วย

– ร่องพีวีซี
มีความยืดหยุ่นคงทน และมีแนวตรงไม่บิดงอ ช่วยให้ร่องที่ได้มีแนวตรงสม่ำเสมอ และสวยงามกว่าการเซาะด้วยไม้หรือเหล็ก

– สุดท้าย เซาะร่องมือนี่ล่ะ ทั่วไปใช้ไม้ เหล็ก หรืออะไรก็ตามที่ช่างหาได้ตอนนั้น ทำการกรีดลงไปที่ผิวคอนกรีตตอนที่ยังไม่แข็งตัว สร้างร่องที่เกิดจากการเซาะขึ้นมาเอง (ช่างต้องเซียนหน่อยนะวิธีนี้ ไม่งั้นน่าจะออกมาดูไม่จืด)

– เว้นล่องที่ตัววัสดุเช่น ร่อวระกว่าง แผ่นหิน กับฉาบปูน เป็นต้น

 

สถาปนิก 

สิ่งสำคัญของการสร้าง รั้วบ้าน เพื่อทำให้บ้านเป็นสไตล์หน้าดู

รั้วบ้าน

รั้วบ้าน นอกจากจะช่วยป้องกันอันตรายจากภายนอกและให้ความปลอดภัยกับผู้อยู่อาศัยภายในบ้านแล้ว การสร้างรั้วบ้าน ยังช่วยเสริมให้บ้านของคุณดูดีอีกด้วย ซึ่งรั้วบ้านแต่ละหลังก็จะมีแบบ รั้วบ้าน แตกต่างกันไปตามรสนิยม และงบประมาณของเจ้าของบ้าน โดยก่อนที่จะตัดสินใจเลือกการออกแบบรั้วบ้านนั้น ต้องมรการวางแผน ตัดสินจว่าจะสร้างแบบไหนให้ใช้งาน และเข้ากับบ้านได้ดีที่สุด

หลักในการพิจารณา การสร้างรั้วบ้าน

ลักษณะบ้าน
การจะสร้างรั้วล้อมบ้าน เราต้องดูลักษณะบ้านของเราก่อนว่าเป็นบ้านสไตล์แบบไหน มีลักษณะภูมิประเทศเป็นอย่างไร เพื่อการออกแบบรั้วบ้านให้เข้ากับลักษณะบ้านอย่างลงตัว เช่น การออกแบบลวดลายรั้วบ้าน การใช้สี จะล้อมรั้วบ้านอย่างไร ให้คงทนถาวร

พื้นที่รอบบ้านและระยะห่างจากตัวบ้าน
ไม่ว่าจะเป็นบ้านขนาดใหญ่ ขนาดกลาง หรือขนาดเล็ก ถ้าระยะห่างจากตัวบ้านไปถึงรั้วบ้านไม่เกิน 6 ฟุต ควรออกแบบรั้วบ้านให้ดูเรียบง่าย เบาบางไม่หนา ดูเป็นสัดส่วนกับตัวบ้าน ไม่ควรใช้ลวดลายที่ซับซ้อนหรือมีสีสันมากจนเกินไป

สำหรับบ้านหลังใหญ่จะเหมาะกับรั้วสูงขนาดใหญ่ ส่วนบ้านหลังเล็ก ไม่ควรใช้รั้วสูง โดยขนาดและความสูงปกติแล้วจะอยู่ระหว่าง 1.2 ถึง 2 เมตร ขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของสิ่งแวดล้อมรอบข้าง

สี และรูปแบบ
สำหรับสีและรูปแบบรั้วบ้าน ไม่ว่าจะเป็นบ้านขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก วิธีการออกแบบรั้วบ้านจะคล้ายๆกัน แต่บ้านขนาดใหญ่จะมีตัวเลือกมากกว่า และสามารถใช้วัสดุได้หลากหลายว่า เช่น แบบรั้วลูกกรง แบบรั้วเหล็กดัดทั้งแนวตั้งและแนวนอน แบบทึบ แบบโปร่ง แบบไล่ระดับสูงต่ำตามลักษณะภูมิประเทศ เป็นต้น สำหรับสีของรั้วบ้านนั้น สีดำ:จะช่วยให้บ้านดูมีพลัง สีขาวหรือครีม:จะช่วยให้บ้านดูสว่าง ส่วนสีน้ำตาลหรือสีไม้ธรรมชาติ:จะช่วยให้บ้านดูรมรื่น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความชอบของผู้อยู่อาศัยด้วย

การสร้างรั้วบ้าน

เลือกวัสดุและส่วนประกอบ
เหล็กเป็นวัสดุที่นิยมใช้ทำรั้วบ้านมากที่สุด เนื่องจากราคาค่อนข้างถูกกว่าและง่ายต่อการดูแลรักษา แต่หากมีงบประมาณเพิ่มเติม รั้วบ้านแบบผสมระหว่างไม้กับเหล็ก หรือ รั้วบ้านแบบผสมระหว่างเหล็กกับอิฐหรือคอนกรีต ก็จะทำให้รั้วบ้านดูแน่นหนา คงทนมากขึ้น จะเหมาะสำหรับทั้งบ้านขนาดใหญ่ ขนาดกลางและขนาดเล็ก สามารถใช้หินแกรนิต หินอ่อน มาประดับเป็นส่วนหนึ่งของรั้วบ้านได้อีกด้วย

ข้อคำนึงการสร้างรั้วบ้าน
ความปลอดภัย

ส่วนที่สำคัญที่สุดที่ต้อคำนึง เพราะรั้วกำแพงบ้าน โดยเฉพาะที่เป็นอิฐบล็อคที่สร้างสามารถปีนเข้ามาได้ง่าย บางบ้านควรสร้างให้มีความสูงมากพอที่จะทำให้คนปืนเข้ามาไม่ได้ อาจเสริมด้วยเหล็กดัดด้านบนเพื่อป้องกันขโมยปีนเข้ามา

คำนึงถึงจุดประสงค์สำคัญ

จุดประสงค์ในการสร้างรั้ว เป็นสิ่งแรกที่คุณควรต้องคำนึงถึง จะได้เลือกสร้างแบบรั้วบ้านได้เหมาะสมกับการใช้งา นและความตั้งใจ เช่น สร้างรั้วเพื่อกั้นอาณาเขตความเป็นส่วนตัว ก็เหมาะจะสร้างรั้วคอนกรีตสูง ๆ เพื่อให้ช่วยบังสายตาจากคนภายนอก และเพื่อป้องกันอันตรายจากขโมย แต่ถ้าเพียงแค่ต้องการสร้างรั้ว เพื่อกั้นอาณาเขตให้น้องหมา จะได้ไม่วิ่งเล่นไปข้างนอกให้ได้รับอันตราย หรือแค่อยากสร้างรั้วบ้านให้ดูสวยงามเพียงเท่านั้น ไม่ได้กังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวมากเท่าไร ก็จะได้เลือกแบบรั้วไม้ระแนง รั้วโปร่ง ๆ ก็ทำให้บ้านดูโล่งไปอีกแบบ

รั้วผสมเพื่อความประหยัด

หากตัดสินใจไม่ถูก หรืองบสร้างรั้วมีจำกัด แนะนำให้สร้างรั้วแบบผสมไปเลย เช่น สร้างรั้วปูน รั้วไม้ หรือรั้วเหล็กเฉพาะแค่บริเวณหน้าบ้าน แล้วด้านข้างถึงด้านหลังก็ก่ออิฐ ปลูกต้นไม้เป็นรั้ว หรือทำเป็นรั้วไม้ไผ่ก็ได้ แต่ยังไงก็ควรเลือกวัสดุให้เข้ากันนิดนึงด้วย รั้วจะได้ดูสวยงาม เพียงเท่านี้ก็สามารถประหยัดงบในการสร้างรั้วบางส่วน แถมยังมีรั้วบ้านหลากหลายสไตล์อีกด้วย

การสร้างรั้วบ้าน

ดีไซน์

รั้วบ้านแบบอิฐบล็อคทึบ หรือรั้วบ้านแบบครึ่งอิฐและสแตนเลสควรเลือกให้เหมาะกับสภาพทางสังคมในบ้านของเรา หากมีวัยรุ่นเยอะหรือมีคนพลุกพล่านที่ไม่รู้จักควรเลือกแบบรั้วบ้านทึบ แต่หากบ้านของเราตั้งอยู่ที่ในที่มีแต่คนรู้จัก เช่น บ้านจัดสรร ก็นิยมสร้างรั่วบ้านแบบที่มีช่องว่างให้สามารถมองหากันได้

ฝีมือช่าง

ในการก่อสร้างรั้วบ้าน ควรเลือกช่างที่มีฝีมือและประสบการณ์พอสมควร เพราะโดยทั่วไปรั้วบ้านที่เพิ่งสร้างแล้วว่างฐานรากไม่ลึกพอหรือไม่มั่นคง ก็จะเกิดการล่มของรั้วบ้าน ซึ่งทำให้ล้มไปทั้งแถบเลย

เลือกวัสดุที่คุ้มค่า
ถึงแม้รั้วไม้จะเป็นรั้วบ้านที่เหมาะกับที่พักอาศัย เพราะดูเป็นธรรมชาติที่สุด และดูสวยงาม แต่วัสดุอย่างไม้ก็ไม่มีความหนาแน่นแข็งแรงพอ อีกทั้งยังมีโอกาสผุพัง และหักงอเสียรูปได้มากกว่าวัสดุทำรั้วบ้านประเภทอื่น ดังนั้นหากจุดประสงค์ในการทำรั้วบ้านของคุณคือต้องการความแข็งแรงทนทานด้วย ก็ควรเลือกวัสดุที่เป็นปูนผสมเหล็กจะดีกว่า แต่ถ้าต้องการอยากได้รั้วไม้จริง ๆ แนะนำให้เลือกใช้รั้วไวนิลแทน เพราะมีลักษณะใกล้เคียงกับไม้ที่สุด และมีความแข็งแรงกว่า หรือจะใช้วัสดุประเภทอื่นที่เหมาะกับการสร้างรั้ว เช่น ไม้ไผ่ เหล็ก อะลูมิเนียม ก็ได้เช่นกัน
ระวังข้อกฏหมายด้วย

เรื่องรั้วเคยเป็นกรณีพิพาทใหญ่โตระหว่างเพื่อนบ้าน และข้อกฎหมายกันมานักต่อนัก ดังนั้นก่อนที่คุณจะตัดสินใจสร้างรั้วบ้าน ควรต้องศึกษาและทำความเข้าใจกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการสร้างรั้วด้วย เช่น หากว่าบ้านคุณมีอาณาเขตติดกันกับเพื่อนบ้าน เลยต้องใช้รั้วบ้านด้านข้างร่วมกัน แต่รั้วที่เพื่อนบ้านสร้างไว้ ไม่ค่อยตรงกับความต้องการของคุณเท่าไร ก็ควรต้องมีการพูดคุยต่อรอง จะได้ไม่เกิดเหตุพิพาทกันในภายหลัง นอกจากนี้ยังมีข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับที่ดิน บ้าน และรั้วที่ต้องควรคำนึงอีกยิบย่อยมากมาย ดังนั้นหากไม่อยากต้องมาทุบรั้วบ้านสวย ๆ ทิ้งเพราะขัดกับกฎหมาย ก็ควรต้องศึกษารายละเอียดเหล่านี้ให้รอบคอบ

รั้วตั้นไม้ต้องระวัง

รั้วบ้านเป็นสัญลักษณ์แสดงขอบเขตพื้นที่ของแต่ละบุคคล สำหรับคนที่ตัดสินใจปลูกต้นไม้เป็นรั้วบ้าน และมีพื้นที่ติดกันกับบ้านหลังข้าง ๆ ก็อย่าลืมดูแลตัดแต่งกิ่งต้นไม้อยู่เสมอ เพื่อไม่ให้ต้นไม้แตกกิ่งก้านสาขาไปยังอีกฝั่งที่ไม่ใช่พื้นที่บ้านเรา ไม่เช่นนั้นอาจจะเกิดเป็นข้อพิพาทวุ่นวายขึ้นได้ในภายหลัง แต่ถ้ามีเพื่อนบ้านน่ารักที่เอื้อเฟื้อกันดี ก็ถือเป็นความโชคดีสุด ๆ ซึ่งหากเกิดกรณีที่เช่นนี้ อาจจะไม่เกิดการทะเลาะแบาะแว้ง หรือเป็นเรื่องที่ต้องว่ากันด้วยกฎหมาย แต่ถึงอย่างไร ก็ต้องใช้กฎเกณฑ์ของความเกรงใจมาใช้ร่วมกันด้วย

การสร้างรั้วบ้าน

ขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ

รั้วบ้านบางประเภทก็สร้างได้ไม่ยาก และเราก็สามารถทำได้เอง เช่น รั้วต้นไม้ แต่รั้วสวยงามที่มีความแน่นหนา แข็งแกร่ง อาจจะเหนือบ่ากว่าแรงเราไปหน่อย ฉะนั้นคงดีกว่าถ้าจะมอบหน้าที่สร้างรั้วให้กับผู้รับเหมาก่อสร้าง หรือบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญและมีพื้นฐานประสบการณ์ด้านนี้โดยตรง เพื่อให้ได้รั้วบ้านที่สวยงาม แข็งแรง และทนทาน อีกทั้งเขาอาจจะแนะนำข้อมูลในการสร้างรั้วดี ๆ ที่เราไม่เคยนึกถึงให้ด้วย

งบประมาณ

หากต้องการสร้างรั้วบ้านควรคำนึงถึงงบประมาณด้วยอย่างน้อยให้ล้อมบ้านทั้งหลังให้ได้ก่อน ส่วนเรื่องความสวยงามหากมีเงินค่อยทำเพิ่มเติมก็ได้

ใส่ใจสภาพอากาศ

สภาพอากาศที่ร้อนจัด แดดแรง และฤดูฝนอย่างบ้านเรา แน่นอนว่าต้องกัดกร่อนรั้วบ้าน ไม่ว่าจะเป็นรั้วไวนิล รั้วไม้ รั้วปูน หรือรั้วเหล็ก ให้ได้รับความเสียหายไปตามกาลเวลา ดังนั้นก็ควรหาวิธีป้องกัน หรือเครื่องมือที่จะช่วยยืดระยะเวลาให้รั้วมีความสวยงามได้นานขึ้น ด้วยการเลือกใช้สีทารั้วที่มีสารกันแดด กันฝน มีคุณสมบัติเกาะแน่น ไม่หลุดลอกง่าย หรือสำหรับบ้านที่เลือกปลูกต้นไม้ ก็ควรต้องหมั่นดูแล ตัดแต่งกิ่งให้สวยงามอยู่เสมอ

 

ตกแต่งให้สวยงาม

เมื่อสร้างรั้วบ้านเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาตกแต่งรั้วให้สวยงามตามสไตล์บ้านในแบบที่คุณชอบแล้ว โดยคุณสามารถใช้สีเพ้นท์รั้ว หรือจะทาสีรั้วเฉย ๆ ก็ได้ แต่ถ้าการทาสีรั้วไม่เหมาะกับสไตล์ของบ้าน จะเลือกต้นไม้ เถาวัลย์ หรือเลือกปลูกต้นไม้ริมรั้วเป็นการตกแต่งก็ดี หรือจะตกแต่งสไตล์อื่นก็ได้ไม่ว่ากัน แต่งให้เข้ากับสไตล์บ้านเท่านั้น

 

ออกแบบบ้าน 

ปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดรอยแตกร้าวบริเวณรอยต่อแผ่นผนัง บ้านพรีคาสท์ Precast

บ้านพรีคาสท์

“ปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดรอยแตกร้าวบริเวณรอยต่อแผ่นผนัง บ้านพรีคาสท์ (Precast) ซึ่งสามารถควบคุมได้ด้วยการออกแบบที่ดีและการติดตั้งที่ได้มาตรฐาน บ้านพรีคาสท์ ”

ปัญหาที่มักพบเจอในบ้านโครงการต่าง ๆ ที่ก่อสร้างด้วยระบบพรีคาสท์ (Precast) คือการแตกร้าวที่รอยต่อระหว่างแผ่นผนัง ซึ่งส่งผลให้มีน้ำฝนรั่วซึมตามมา โดยไม่ว่าจะเป็นเจ้าของบ้านหรือเจ้าของโครงการต่างไม่ต้องการให้เกิดปัญหานี้ เพราะการแก้ไขค่อนข้างยุ่งยากและต้องพึ่งพาช่างผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเพื่อให้ใช้งานได้ยาวนาน อย่างไรก็ดี มีปัจจัยที่ส่งผลต่อการเกิดรอยแตกร้าวอยู่ 3 เรื่องหลักที่สามารถออกแบบและควบคุมได้ ได้แก่ รูปแบบรอยต่อแผ่นผนัง วัสดุที่ใช้เชื่อมประสานรอยต่อ มาตรฐานการติดตั้ง ซึ่งผู้ผลิตแต่ละรายจะมีรายละเอียดการออกแบบแผ่นผนังและการติดตั้งที่แตกต่างกันไป รอยแตกร้าวจะมีโอกาสเกิดขึ้นมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับ 3 ปัจจัยที่กล่าวมาเป็นสำคัญ

รูปแบบรอยต่อแผ่นผนัง

รอยต่อของระบบผนังสำเร็จรูปจะประกอบด้วยรอยต่อ 2 แนวคือ รอยต่อแนวนอนและรอยต่อแนวตั้ง โดยรูปแบบรอยต่อในแต่ละแนวจะต้องออกแบบรายละเอียดให้เหมาะสมตามวัตถุประสงค์ในการติดตั้งต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น เพื่อยึดแผ่นผนังแต่ละแผ่นเข้าด้วยกัน หรือยึดระหว่างแผ่นผนังกับพื้นเพื่อเป็นจุดถ่ายน้ำหนักระหว่างแผ่น รวมถึงเพื่อลดโอกาสการรั่วซึมของน้ำฝนที่สาดเข้าผนัง ยกตัวอย่างรูปแบบรอยต่อเช่น รูปแบบรอยต่อแบบเข้าลิ้น แบบบังใบ หรือรูปแบบเฉพาะตัวของผู้ผลิตนั้น ๆ

 

รูปแบบรอยต่อแนวตั้งระหว่างแผ่นผนัง SCG Precast ที่มีการฝัง Wire Loop ไว้ที่ด้านข้างของผนังแต่ละแผ่น โดยมีเหล็กข้ออ้อยเสียบที่แกนกลางเพื่อยึด Wire Loop (ขวา) ตัวอย่างรูปแบบรอยต่อแนวตั้งระหว่างแผ่นผนังพรีคาสท์ที่มีลักษณะเป็นบังใบ

วัสดุที่ใช้เชื่อมประสานรอยต่อ

วัสดุเชื่อมประสานรอยต่อทำหน้าที่ยึดแผ่นผนัง Precast แต่ละแผ่นเข้าด้วยกัน รวมถึงอุดปิดรอยต่อให้แนบสนิทเพื่อป้องกันน้ำและความชื้นซึมผ่านร่องรอยต่อเข้ามาสู่ภายในบ้าน โดยหากเป็นวัสดุเชื่อมประสานรอยต่อมักจะใช้ Non-Shrink Grout ซึ่งมีการหดตัวต่ำ มีความทึบน้ำ แข็งแกร่ง และมีแรงยึดเกาะสูง ยิ่งหากมีคุณสมบัติไหลตัวดีสามารถเข้าไปตามที่แคบๆ หรือลึกได้มากเท่าไหร่ จะยิ่งช่วยลดปัญหาน้ำรั่วซึมได้มากเท่านั้น ส่วนวัสดุยาแนวรอยต่อจะนิยมใช้กาว PU ซึ่งมีความยืดหยุ่นสูงและทนทานต่อแสงแดด (UV) ได้ดี ทั้งนี้ผู้ผลิตบางรายอาจเลือกใช้วัสดุยาแนวประเภทอื่นอย่างซิลิโคนโดยพัฒนาคุณสมบัติให้มีแรงยึดเกาะ ความยืดหยุ่น และความทนทานมากขึ้น

มาตรฐานการติดตั้ง

ถึงแม้จะมีการออกแบบรูปแบบรอยต่อระหว่างแผ่นที่ดีและเลือกใช้วัสดุเชื่อมประสานที่มีคุณภาพสูงเพียงใด แต่เมื่อถึงขั้นตอนการติดตั้งแล้วไม่เป็นไปตามมาตรฐาน ย่อมส่งผลต่อการเกิดรอยร้าวและน้ำรั่วซึมตามบริเวณรอยต่อไม่มากก็น้อย ดังนั้นการติดตั้งและเก็บงานรอยต่อที่ถูกวิธีได้มาตรฐานโดยทีมช่างที่มีความชำนาญเฉพาะทาง มีประสบการณ์ในการทำงาน ผ่านการอบรมงานติดตั้งและความปลอดภัยในการทำงานตามมาตรฐานของผู้ผลิตแต่ละราย รวมถึงการมีระบบการตรวจสอบคุณภาพงานตามมาตรฐานโดยผู้ผลิต จึงเป็นสิ่งสำคัญในงานก่อสร้างบ้านพรีคาสท์ไม่แพ้กัน

สำหรับบ้านพรีคาสท์ หากควบคุมทั้ง 3 ปัจจัยที่กล่าวมาได้ ย่อมช่วยลดโอกาสที่จะเกิดรอยแตกร้าวระหว่างแผ่นผนังได้ อย่างไรก็ตาม หากเกิดรอยแตกร้าวบริเวณรอยต่อระหว่างแผ่น การซ่อมแซมแก้ไขจะขึ้นอยู่กับความเสียหาย เช่น กรณีวัสดุยาแนวเสื่อมสภาพ ฉีกขาด หรือแยกตัวจากแผ่นผนัง ควรลอกวัสดุยาแนวเดิมออกแล้วยาใหม่ โดยให้ทีมช่างที่มีความชำนาญมาซ่อมแซมให้ แต่หากวัสดุเชื่อมประสานอย่าง Non-Shrink Grout แตกร้าว ควรแจ้งวิศวกรโครงการให้ดำเนินการแก้ไขอย่างเหมาะสม

 

 

ออกแบบบ้าน   

วิธีการเลือกซื้อ บ้านจัดสรร ที่ดี บ้านที่เป็นความฝันของใครหลายๆ คน

บ้านจัดสรร

วิธีการเลือกซื้อ บ้านจัดสรร ที่ดี บ้านที่เป็นความฝันของใครหลายๆ คน บ้านถือได้ว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างหนึ่งในการดำรงชีวิต และเป็นความฝันของใครหลายคนที่ต้องการบ้านที่ดีเพื่อเป็นรากฐานในอนาคตให้กับครอบครัว และที่สำคัญการเลือกบ้านที่ดีก็จะส่งผลให้คุณภาพชีวิตของสมาชิกภายในบ้านดีตามไปด้วย ดังนั้นการเลือกซื้อบ้านจัดสรรเราจึงควรพิจารณา ดังต่อไปนี้

ทำเลที่ตั้ง การเลือกบ้านที่เหมาะสมก็คือบ้านที่อยู่ในจุดที่เดินทางสะดวกไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไปทำงาน หรือการไปโรงเรียนของบุตรหลาน เพราะถ้าบ้านตั้งอยู่ไกลเกินไป จนต้องเสียเวลาเดินทางเป็นชั่วโมงก็จะส่งผลให้สุขภาพของคนในบ้านไม่ดี
สภาพแวดล้อม เป็นส่วนสำคัญอีกอย่างหนึ่งในการเลือกซื้อบ้านจัดสรร เพราะจะส่งผลต่อจิตใจของคนที่อยู่ในบ้านโดยตรง โดยเฉพาะบ้านไหนที่มีลูกหลานเล็กๆอาศัยอยู่ด้วย ถ้าได้อยู่ในหมู่บ้านที่มีสิ่งแวดล้อมหรือเพื่อนบ้านที่ดีก็จะทำให้อนาคตของเด็กคนนั้นดีไปด้วย
การจัดวางผังของโครงการ หมู่บ้านจัดสรรทีดี่จะมีการแบ่งสภาพการใช้งานของที่ดินตามหลักการของการวางผังเมือง โดยแบ่งออกเป็นส่วนที่อยู่อาศัย ย่านค้าขาย อาคารพาณิชย์ รวมทั้งที่สำหรับใช้พักผ่อนให้เป็นสัดส่วนที่พอเหมาะกับทั้งโครงการ และเพื่อป้องกันปัญหาเรื่องการปรับเปลี่ยนสภาพที่อยู่อาศัย ก็ควรเลือกบ้านที่ด้านหน้าของบ้านหันไปทางทิศเหนือ หรือใต้ เพื่อจะได้หลบแสงแดดในช่วงบ่าย
ความปลอดภัย ข้อนี้ก็เป็นข้อที่ผู้ซื้อจะต้องมีการตระหนักอย่างหนัก ทางที่ดีก็ลองไปสอบถามผู้ที่อยู่อาศัยมาก่อนหน้านี้ว่า แถวนี้มีปัญหาเรื่องโจร ขโมย บ้างหรือไม่ รวมทั้งสอบถามเรื่องการวางระบบรักษาความปลอดภัยของหมู่บ้านนั้นๆด้วย
การคมนาคม เรื่องการเดินทางก็เป็นอีกหนึ่งข้อที่ควรเลือกให้ดีว่า หมู่บ้านที่สนใจมีรถโดยสารประจำทางผ่านบ้างหรือไม่ แล้วคำนวณเส้นทางดูว่า ถ้าจะไปสถานที่ต่างๆจะต้องใช้เวลาเดินทางเท่าไหร่ และต้องต่อสายรถเมล์กี่ต่อจนกว่าจะถึงจุดหมายปลายทาง
บ้าน เป็นหัวใจสำคัญในการเลือกซื้อมากที่สุด ดังนั้นจึงต้องผ่านการพิจารณาอย่างรอบคอบ เริ่มตั้งแต่เรื่องของทิศทางแดดและลม รวมทั้งพื้นที่ใช้สอยของห้องต่างๆ อย่าลืมเรื่องของวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างด้วยเช่นกัน
ความน่าเชื่อถือของโครงการ ในส่วนข้อนี้ไม่ควรมองข้ามโดยเด็ดขาด ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อควรมีการศึกษาโครงการมาให้ละเอียด รอบคอบถึงความน่าเชื่อถือและชื่อเสียงของโครงการ

ข้อมูลที่เรารวบรวมมาให้นี้เป็นแค่ข้อมูลที่คุณจะใช้ประกอบในการตัดสินใจเลือกซื้อหมู่บ้านจัดสรร เพื่อที่จะได้มีความรอบคอบมากขึ้น และผู้ซื้อควรที่จะศึกษาโครงการหลายๆโครงการเพื่อนำมาเปรียบเทียบข้อดีข้อเสีย จะได้ป้องกันการตัดสินใจผิดพลาดคะ

 

สถาปนิก  

ทำความรู้จักกับ ค่าส่วนกลาง คืออะไร ไม่จ่ายได้ไหม ?

 

ค่าส่วนกลาง

ทำความรู้จักกับ ค่าส่วนกลาง คืออะไร ไม่จ่ายได้ไหม ? สำหรับ คอนโด ที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ในปัจจุบันนี้ มีมากมายหลายโครงการ และให้ส่วนกลางมาเยอะมาก โดยส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะต้องการเพิ่มระดับคุณภาพชีวิตของลูกบ้าน และต้องการเพิ่มราคาคอนโดให้สูงขึ้น หากแต่มันก็ทำให้ส่วนกลางถูกเก็บเยอะขึ้นตามไปด้วย

ค่าส่วนกลาง คืออะไร ?

ค่าส่วนกลาง คือเงินที่ทางนิติจะเรียกเก็บจากทุกห้อง ทุกปี และจะนำเงินเหล่านี้ไปดูแลส่วนกลาง ที่ลูกบ้านใช้ร่วมกัน เช่น สระว่ายน้ำ , ทำความสะอาด , Fitness , ลานจอดรถ , ค่าบำรุงลิฟต์ รวมทั้งค่าอื่นๆอีกมากมาย ถ้าคอนโดไร้ปราศจากเงินค่าส่วนกลาง ก็จะทำให้เกิดปัญหาตามมาอย่างแน่นอน เนื่องจากทางโครงการจะไม่มีเงินมาดูแลส่วนต่างๆ โดยคอนโดจะเป็นการขายขาด ทำให้ค่าส่วนกลางจึงกลายมาเป็นรายได้ของคอนโด

ในการเก็บเงินอย่างเท่าเทียมกัน นอกจากนิติจะนำเงินจำนวนมหาศาลนี้ ไปใช้ปรับปรุงส่วนกลางของคอนโดที่ใช้ร่วมกันแล้ว บางบริษัทก็ยังนำเงินส่วนหนึ่งไปลงทุนตราสารหนี้ด้วย โดยการลงทุนเช่นนี้สามารถทำให้เกิดทั้งกำไรหรือขาดทุน และทางตัวบทกฏหมายเอง ก็ไม่ได้มีการบังคับในเรื่องของการดูแลเงินกองทุนประเภทนี้อย่างชัดเจน เพราะฉะนั้นสิ่งที่เจ้าของร่วมคอนโดสามารถทำได้ก็คือ การเลือกบริษัทนิติบุคคลน่าเชื่อถือเข้ามาช่วยจัดการดูแล ช่วยกันสอดส่องอย่าให้เกิดการทุจริตแอบฝังรากลึก

ค่าส่วนกลาง ไม่จ่ายได้ไหม ?

‘ไม่จ่ายไม่ได้’ นี่คือคำตอบที่ถูกต้องและชัดเจนมากที่สุด ลูกบ้านทุกห้องมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องจ่ายค่าส่วนกลางให้แก่คอนโด ถึงแม้ว่าถ้ามองในเรื่องของกฎหมาย จะไม่ได้ทำให้คุณรู้สึกเดือดร้อนอะไรมากมายนัก หากแต่ในเรื่องของการดูแลรักษาคอนโดให้มีสภาพดี มีการปรับปรุงสิ่งแวดล้อมต่างๆให้ดีขึ้น ค่าส่วนกลางก็กลายมาเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องจ่ายเป็นอย่างยิ่ง

ถ้าไม่จ่ายค่าส่วนกลางจะเกิดอะไรขึ้น ?

ภายใน 6 เดือนหลังจากวันแจ้งชำระ ถ้าคุณไม่จ่ายทางนิติเรียกเก็บค่าปรับจากคุณได้ หากแต่ไม่เกิน 12 %
ถ้าคุณค้างค่าส่วนกลางเกิน 6 เดือน นิติเรียกเก็บค่าปรับได้ หากแต่ไม่เกิน 20%
นิติสามารถยึดบัตรเข้าออกส่วนกลาง รวมทั้งงดให้บริการกิจกรรมใดๆก็ตามในส่วนกลางกับคุณได้ แต่ไม่อาจตัดน้ำตัดไฟคุณได้
ถ้าคุณไม่จ่ายค่าส่วนกลาง แล้วมีความประสงค์จะขายคอนโด คุณก็ไม่อาจขายได้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ จะรับจดทะเบียนนิติกรรม ก็ต่อเมื่อห้องคอนโดนั้นๆ ปราศจากหนี้ค้างชำระค่าส่วนกลางใดๆ
นิติ สามารถยื่นฟ้องต่อศาลได้ ส่วนใหญ่คดีประเภทนี้มักจะชนะเกือบจะ 100%
ทางที่ดีคุณควรจ่ายค่าส่วนกลางให้เรียบร้อย ทุกคนจะได้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข

 

สถาปนิก 

วิธีการดู ผู้รับเหมา ที่มีกระบวนการทำงานให้มี ประสิทธิภาพ

ผู้รับเหมา

ทำรับเหมา ก่อสร้าง ทั้งที อยากได้ ผู้รับเหมา ดีๆ มาทำงานให้ การที่จะจ้าง ผู้รับเหมา มาทำงานนั้นก็มีปัจจัยหลายอย่างในการตัดสินใจ เพราะผู้รับเหมาก็มีทั้งดีและไม่ดี ถ้าเจ้าของงานเจอผู้รับเหมาที่ดีก็ถือว่าเป็นกำไร แต่ถ้าเจ้าของงานคนไหนเจอผู้รับเหมาที่ไม่ดี ไม่มีความชำนาญในการทำงานก็ยิ่งทำให้เกิดปัญหาบ่อย เจ้าของงานถึงกับปวดหัวกันเลยทีเดียว ทำให้เกิดการฟ้องร้องกันต่างๆนานา ตัวของผู้รับเหมาเองก็ต้องพัฒนาตัวเอง และปรับกระบวนการทำงานให้มี ประสิทธิภาพ มาพิจารณาว่าผู้รับเหมาที่ทำงานมี ประสิทธิภาพ เป็นยังไง

1. ความรวดเร็ว
คือ การทำงานได้อย่างรวดเร็ว ใช้ระยะเวลาในการทำงานน้อยที่สุด เสร็จทันตามที่กำหนดไว้ หาก ผู้รับเหมา ทำงานล่าช้าส่งผลเสียและผลกระทบตามมาทั้งการส่งงานให้กับส่วนถัดไป การเบิกจ่ายเงิน รวมไปภาพลักษณ์ที่ไม่ดีทั้งต่อผู้รับเหมาเองและองค์กรนั้นด้วย ดังนั้นผู้รับเหมาที่ดีต้องป้องกันไม่ให้เรื่องการทำงานที่ล่าช้าเกิดขึ้น จะต้องมีการวางแผนกระบวนการทำงานให้ดีและรอบคอบ

2. ความผิดพลาดในการทำงาน
ผู้รับเหมา ที่ทำงานให้มีประสิทธิภาพจะมีความผิดพลาดในการทำงานน้อยมาก หรือแทบจะไม่เกิดขึ้นเลย เพราะต้องเคร่งในกฎระเบียบต่างๆ และใส่ใจในเรื่องของความปลอดภัยเป็นอันดับแรก ไม่ประมาท มีความรอบคอบในการทำงาน มีการตรวจสอบอย่างละเอียด และรักษามาตรฐานในการทำงาน ให้ได้ตามที่กำหนดไว้

3. ความรู้
ผู้รับเหมาต้องมีความรู้ ความเข้าใจในงานที่ทำจริงๆ เข้าใจในวิธีการและกระบวนการในการทำงานอย่างดี พยายามศึกษาหาความรู้เกี่ยวใหม่ๆเกี่ยวกับงานที่ทำอยู่เสมอ และไม่หยุดที่จะพัฒนาตัวเอง แล้วนำความรู้ และเทคนิคที่มีมาปรับใช้ให้งานที่ทำมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

4. ประสบการณ์
คือ สิ่งที่รับรู้จากการได้สัมผัส ทดลอง หรือได้ลงมือปฏิบัติบ่อยๆจนเกิดเป็นความเชี่ยวชาญ ผู้รับเหมาที่มีประสบการณ์มาก่อนก็จะมีความเชี่ยวชาญในการทำงานที่มีลักษณะเป็นเทคนิคเฉพาะด้านได้เป็นอย่างดี ทำให้งานออกมามีประสิทธิภาพสูง เกิดความผิดพลาดได้น้อย และผู้รับเหมาจะสามารถรับมือและแก้ไขปัญหาต่างๆในการทำงานได้ ซึ่งการมีประสบการณ์ที่ต่างกันก็จะทำให้ผู้รับเหมาก็จะมีความชำนาญหรือความถนัดที่ต่างกันออกไป

5.เทคโนโลยีที่ช่วยในการทำงาน
คือ การนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการทำงาน เพื่อให้รวดเร็วและสะดวกมากขึ้น เพราะเทคโนโลยีต่างๆจะช่วยในเรื่องของความถูกต้อง มีความน่าเชื่อถือ และสามารถสื่อสารกันได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นผู้รับเหมาต้องเรียนรู้ในนวัตกรรมหรือสิ่งใหม่ๆอยู่เสมอเพื่อนำมาช่วยในการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็วมากขึ้น อย่างโปรแกรมบัญชีก่อสร้างของ พจมาน 2 ที่เป็นโปรแกรมบัญชีก่อสร้างระบบERP สามรถใช้งานแบบออนไลน์ ระบบจึงมีความปลอดภัยสูง ซึ่งสามารถควบคุมต้นทุนในโครงการ และโฟกัสกำไรของโครงการก่อสร้างได้อย่างแม่นยำ

 

ออกแบบบ้าน 

วิธีเลือก สีทาบ้าน สีที่จะช่วยสะท้อนแสงและความร้อนออกไปได้ดี

สีทาบ้าน

วิธีเลือก สีทาบ้าน สีที่จะช่วยสะท้อนแสงและความร้อนออกไปได้ดี ทุกวันนี้ เมื่อเห็นเทรนด์ตึก สีเข้ม เก๋ ๆ เช่นที่ใช้กับร้านกาแฟ ก็นึกถึงหลักวิทยาศาสตร์ชั้นประถม ที่เคยได้เรียนมาว่า สีมีผลต่อการดูดซับความร้อน หลักวิทยาศาสตร์นั้นสรุปได้ง่าย ๆ ว่า สีอ่อนช่วยสะท้อนแสงและความร้อนออกไปได้ดี ส่วนสีเข้มจะดูดซับแสงและความร้อนมากกว่า แล้วคุณครูก็ยกตัวอย่างการใส่เสื้อผ้าสีดำตากแดด จะร้อนกว่าการใส่เสื้อสีขาว (โดยทั่วไปสีขาวมีอัตราการสะท้อนแสงถึง 9 % ส่วนสีดำสะท้อนแสงเพียง 5% เท่านั้น)

หลักการนี้ใช้ได้กับการออกแบบตึกเช่นกัน อาคารที่ใช้สีเข้มมาก ๆ จะดูดซับพลังงานความร้อนถ่ายเทเข้ามาในผนังมากกว่าอาคารที่ทาสีอ่อน และนั่นทำให้การใช้พลังงานในการทำความเย็นของทั้งสองอาคารเพื่อให้เราอยู่สบายมีความต่างกันมากมาย

และตำแหน่งของการเลือกใช้สีเพื่อประหยัดพลังงานที่สำคัญคือ ตำแหน่งหลังคา เพราะหลังคาต้องรับแสงแดดสูงสุดและตลอดวัน ผิวหลังคาสีเข้ม ๆ กับผิวหลังคาสีสว่างในวันแดดจ้าอาจมีอุณหภูมิสูงกว่ากันได้มากกว่า 10 องศาเซลเซียสเลยทีเดียว ลองคิดดูแล้วกันว่าถ้าเราใช้หลังคาสีเข้มเราจะต้องใช้พลังงานจากเครื่องปรับอากาศมากขึ้นเบอร์ไหน

ถ้าเช่นนั้น เราทุกคนควรจะทาสีบ้านและหลังคาสีขาวเท่านั้น ใช่หรือไม่? ถ้าอาคารนั้นเป็นไปเพื่อการประหยัดพลังงานสูงสุดก็คงต้องตอบว่าใช่ แต่คำตอบของชีวิตจริงคงไม้จืดชืดแห้งแล้งไร้ทางเลือกเช่นนั้น

เพราะปัจจัยเรื่องสีไม่ใช่ปัจจัยเดียวของการดูดซับความร้อนเข้าอาคาร ยังขึ้นอยู่กับเนื้อวัสดุอีกด้วยเช่นกัน เช่นถ้าใช้คอนกรีตมวลเบา ก่ออิฐหนามากพอ หรือใช้ฉนวนกันความร้อน ความร้อนที่เข้ามาภายในอาคารจากตึกสีเข้มอาจไม่ใช่เรื่องที่ต้องตกใจ.

… แต่ซ้อนแต่ก็คือ ในสภาวะการก่อสร้างทั่วไปของผนังธรรมดาก่ออิฐชั้นเดียว ผนังหรือหลังคาที่มีสีเข้ม มีผลต่อความร้อนภายในอาคารมากโขอยู่ดี นั่นก็แปลกลับไปได้อีกว่า ยังมีอีกหลายปัจจัยที่สามารถช่วยสกัดกั้นความร้อนไม่ให้เข้ามาภายในห้องได้ เช่น ถ้าเลือกใช้หลังคาสีเข้ม ก็ควรใช้แผ่นสะท้อนความร้อนใต้หลังคา รวมกับฉนวนกันความร้อนที่ฝ้าเพดาน และออกแบบให้พื้นที่ระหว่างหลังคากับฝ้าสามารถระบายลมได้ ซึ่งถ้าทำได้ครบทั้งสามอย่าง พลังงานความร้อนก็จะถูกเก็บไว้ตรงชั้นหลังคาเฉย ๆ ไม่เข้ามาเป็นภาระภายในห้องที่เราอยู่อาศัย

ส่วนผนังสีเข้มด้านใดที่โดนแดดเต็ม ๆ ก็ควรจะมีชายคาหรือระแนง หรือปลูกต้นไม้ให้ร่มเงาบ้าง เพื่อช่วยลดการสะสมความร้อนจากการสัมผัสแสงแดดโดยตรง และถ้าหากหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็กรุผนังเบาและฉนวนกันความร้อนเข้าไปอีกชั้นที่ผนังด้านใน เท่านี้ ก็จะช่วยบรรเทาการดูดซับความร้อนจากสีเข้มได้มากมาย

สรุปว่า คำตอบของการเลือกสีสันให้กับอาคารเพื่อการประหยัดพลังงานก็คือ การเลือกสีอ่อนย่อมช่วยเรื่องการประหยัดพลังงานตั้งแต่ต้นได้มากกว่า แต่หากใจรักสีเข้มสีดำ ก็ยังมีมาตรการขั้นต่อมาที่สามารถนำมาช่วยแก้ปัญหา เพื่อการประหยัดพลังงานในระยะยาวต่อไป

 

สถาปนิก