รีวิว Horizon Line เอาชีวิตรอดท่ามกลางสถานการณ์อันเลวร้าย

Horizon Line

Horizon Line คือหนังที่สมควรจะถูกจัดอยู่ใน หมวดหมู่หนัง มนุษย์หนีตายและกระเสือกกระสนเอาชีวิตรอดท่ามกลางสถานการณ์อันเลวร้ายและดูสิ้นไร้ทางออก โดยหนังอาศัยการปูความสัมพันธ์ของตัวละครอย่างซาร่า (แอลลิสัน วิลเลียมส์) และแจ็คสัน (อเล็กซานเดอร์ เดรย์มอน) ผ่านช่วงเวลา 15 นาทีแรกได้อย่างน่าสนใจ เมื่อฝ่ายหญิงเป็นฝ่ายที่ตีจากฝ่ายชายไปซะดื้อๆ ทั้งที่จริงภายในหัวใจเธอก็ยังคงรักแจ็คสันอยู่ไม่น้อย

การแสวงหาชีวิตที่ตัวเองต้องการของซาร่า คือการที่เธอเดินทางไปทำงานในลอนดอน ขณะที่แจ็คสันยังคงทำงานริมชายหาดตามเดิม ทั้งสองมีโอกาสได้กลับมาเจอกันอีกครั้งเมื่อเพื่อนสาวคนสนิทของซาร่าจะแต่งงานที่เกาะแห่งหนึ่ง แม้ฝ่ายชายจะพยายามผละหนี แต่เหมือนโชคชะตาก็ทำให้ทั้งสองต้องอยู่ด้วยกันอีกครั้ง และยังต้องเผชิญหน้ากับความซวยครั้งใหญ่ในชีวิต เมื่อเครื่องบินที่ทั้งสองต้องโดยสารไปนั้น กัปตันอย่างเฟรดดี้ (คีธ เดวิด) ก็เกิดหัวใจวายตายจนทำให้เครื่องบินลำนี้ปราศจากคนขับ

 

 

Advertisement
หนังจึงเริ่มเล่นสนุกกับผู้ชมโดยการทำให้เราได้เห็นว่าเกิดความวุ่นวายอะไรขึ้นบ้างหลังจากที่เฟรดดี้ตาย โชคยังที่ก่อนหน้านี้แอลลิสันเองเคยได้เรียนรู้วิธีการขับเครื่องบินมาบ้าง เธอจึงสามารถประคองสถานการณ์ไปได้สักระยะ แต่เมื่อมันเป็นหนังระทึกขวัญ Horizon Line จึงมอบประสบการณ์ให้คนดูเหมือนขึ้นรถไฟเหาะที่พร้อมจะขึ้นเนิน ทิ้งดิ่ง หรือกระทั่งเข้าลูปตีลังกาให้เราได้ใจหายใจคว่ำกันอยู่ตลอด เพราะเมื่อตัวละครสามารถคลี่คลายปัญหาหนึ่งได้สำเร็จ ไม่นานนักพวกเขาก็ต้องเผชิญกับอุปสรรคประการถัดมา จนเราก็รู้สึกแอบสงสารสองพระนางไม่ได้ว่าไปก่อกรรมทำเข็ญอะไรกันมาถึงได้ซวยไม่หยุดหย่อนกันถึงเพียงนี้

 

ท่ามกลางสถานการณ์วิกฤตินี้เองที่กลายเป็นตัวเชื่อมความสัมพันธ์ของสองตัวละครเอก ที่ทำให้เห็นว่าบางครั้งความรักนั้นคือการให้กำลังใจและช่วยเหลือซึ่งกันและกันเท่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะสามารถพึงกระทำให้อีกฝ่ายได้โดยไม่คาดหวังสิ่งใดตอบแทนกลับมา อย่างน้อย เพียงแค่สามารถต่อชีวิตและเป็นความหวังให้กันและกันก็น่าจะเพียงพอแล้วอันที่จริงเราอาจจะกล่าวได้ว่า Horizon Line เป็นได้ทั้งหนังระทึกขวัญและหนังรักโรแมนติกไปในตัวพร้อมๆกัน เพราะท่ามกลางสถานการณ์อันเลวร้ายที่สุดนั้นเราจะได้เห็นว่า คนที่เรารักนั้นพร้อมที่จะช่วยเหลือกันมากน้อยแค่ไหน ใครที่ยอมเสียสละได้มากกว่า และคนๆนั้นจะเป็นที่พึ่งพาให้กับเราในอนาคตได้หรือเปล่า บทสรุปท้ายเรื่องของหนังคือคำตอบที่ชัดเจนที่สุด

 

ดูหนังออนไลน์     

ผลงานการแสดง ‘ ฮารุมะ มิอุระ ’ นักแสดงหนุ่มมากความสามารถ

ฮารุมะ มิอุระ

การจากไปของ นักแสดงหนุ่ม มากความสามารถอย่าง ‘ ฮารุมะ มิอุระ ‘  ในวันที่ 18 กรกฎาคมที่ผ่านมา ถือเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของวงการละครและซีรีส์ของญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก วันนี้พี่อะเครุขอรวบรวมลิสต์ 11 ผลงานของหนุ่มฮารุมะมาฝากแฟนๆ ให้ได้ดูกันเพื่อให้คลายความคิดถึง และได้เห็นผลงานการแสดงที่เต็มไปด้วยความเต็มที่และพลังของหนุ่มคนนี้กัน

1 Sky of Love

หากพูดถึงภาพยนต์ญี่ปุ่นที่โด่งดังเป็นอย่างมากต้องเรื่อง Sky of love หรือรักเรานิรันดร นิยายรักจากเรื่องจริงของชีวิตนักเขียนที่ทำเอาบ่อน้ำตาแตกกันไม่ยาก เรื่องราวของ มิกะ (อารากากิ ยูอิ) นักเรียนมัธยมปลายที่ตกหลุมรัก ฮิโรกิ เพื่อนร่วมชั้นของเธอ ความรักที่กำลังเป็นไปด้วยดีแต่จู่ๆ ฮิโรกิก็ทิ้งเธอไปแบบไม่มีเหตุผล ทำให้รักครั้งนี้กลายเป็นบาดแผลลึก จนเธอได้เจอกับยู ชายหนุ่มที่คอยทำทุกอย่างให้เธอมีความสุข ทั้งคู่คบกัน จนในคืนคริสมาสต์อีฟ มิกะถึงได้รู้ว่าทำไมฮิโรกิถึงทิ้งเธอไป

#2 Gokusen 3

อ่านชื่อนี้อาจจะไม่คุ้น แต่ถ้าพูดว่า ลูกสาวเจ้าพ่อขอเป็นครู เชื่อว่าต้องร้องอ๋อกันอย่างแน่นอน เรื่องนี้ถือว่ารวมนักแสดงมากฝีมือไว้เพียบเลยค่ะ เป็นเรื่องราวของคุมิโกะ สาววัย 23 ปี ที่ได้สมัครเป็นคุณครูสอนคณิตศาสตร์ในโรงเรียนชายล้วน ชิโรคิน เธอฝันอยากจะเป็นอาจารย์ที่ดีและราบรื่น แต่ก็ต้องปวดหัวเพราะอาจารย์ใหญ่ให้เธอมาประจำชั้น 3-D ห้องที่รวมเด็กเกเร หัวโจกของโรงเรียนไว้

#3 Bloody Monday

อีกหนึ่งซีรีส์จากมังงะที่ให้มิอุระได้ท้าทายกับบท ทาคากิ ฟูจิมารุ หรือ ฟอลคอนแฮกเกอร์สุดฉลาดแม้ยังอยู่ม.5 เขาได้เข้าร่วมกับองค์กร THIRD-i หน่วยงานปราบปรามผู้ก่อการร้ายของประเทศญี่ปุ่น เพื่อตามล่าผู้ก่อการร้ายที่วางแผนจะก่อการร้ายในกรุงโตเกียว ด้วยรหัสลับ ‘Bloody Monday’ แต่การเข้ามาพัวพันในเรื่องนี้ทำให้ทั้งพ่อ และน้องสาวของเขาต้องวุ่นวาย

#4 Kimi ni Todoke

ฝากใจไปให้ถึงเธอ หลายๆ คนอาจจะเคยได้อ่านมังงะเรื่องนี้มาก่อนเพราะถือเป็นการ์ตูนโรแมนติกที่ได้รับรางวัล การ์ตูนญี่ปุ่นแนวโชโจ (การ์ตูนที่มีเด็กวัยรุ่นหญิงเป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก) ยอดเยี่ยม เรื่องราวของคุโรนุมะ (มิคาโกะ ทาเบะ) เธอมักจะถูกเรียกว่าซาดาโกะเพราะรูปลักษณ์ที่ดูเงียบขรีม น่ากลัว และยังถูกลือว่ามีพลังสัมผัสวิญญาณ สามารถสาปแช่งคนได้ แต่ที่จริงแล้วเธอเป็นคนขี้อาย และอ่อนหวาน วันหนึ่งหนุ่มฮอตอย่าง คาเสะฮายะ (ฮิโรกิ) ก็ได้เข้ามาคุยกับเธอ ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนไป เหมือนพบกับโลกใบใหม่ที่สดใส พร้อมกับความรักของทั้งคู่ที่กำลังเบ่งบาน

#5 Last Cinderella

ใครชอบซีรีส์สไตล์กุ๊กกิ๊กนางเอกรักเด็กละก็แนะนำเลย เพราะเป็นเรื่องราวของซากุระ สาววัย 39 ปี ที่ทำงานเป็นรองผู้จัดการร้านเสริมสวย ที่ใช้ชีวิตไปวัยๆ เสริมความสวยให้คนอื่นแต่ไม่ค่อยจะสนใจตัวเองเท่าไหร่ อยากมีความรักแต่ก็กลัว จนวันหนึ่งได้พบกับฮิโรโตะ (ฮารุมะ มิอุระ) หนุ่มน้อยวัย 24 ปี แม้ห่างกัน 15 ปีแต่ก็ทำให้ความรักของทั้งคู่สดใส ดีต่อใจ แต่ที่จริงแล้วยังมีรินทาโร่ เจ้าของร้านเสริมสวยก็แอบรักเธออยู่เหมือนกัน แต่แล้ววันนึงความจริงภายใต้ความสัมพันธ์ของคนทั้ง 3 ก็ทำให้เรื่องราววุ่นวายมากยิ่งขึ้น

#6 Boku no Ita Jikan

เปลี่ยนจากแนวสดใสมาสู่ซีรีส์ดราม่า เสียน้ำตาหลายลิตรที่ครองใจหลายๆ คนอย่าง The Hours of My Life ที่เล่าถึงความพลิกผันของ ทาคุโท ซาวาดะ (ฮารุมะ มิอุระ) นักศึกษาที่มีชีวิตแสนธรรมดา แต่วันนึงเขาได้รู้ว่าตัวเองป่วยเป็นโรค ALS (โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง) และไม่เหลือเวลาอีกมากในชีวิตแล้ว ความป่วยที่ทำให้แม้แต่จะเคลื่อนไหว หรือกลืนอาหารยังแทบทำไม่ได้ แต่เขาก็ยังอยากมีชีวิตอยู่เพื่อคนที่เขารัก เรื่องนี้เขาได้กลับมาแสดงคู่กับ มิคาโกะ ทาเบะ จาก Kimi no Todoke ด้วยนะ

#7 The Eternal Zero

มาร่วมเสาะหาความจริงจากในอดีตในภาพยนตร์ The Eternal Zero ผ่านเคนทาโร่ (ฮารุมะ มิอุระ) และเคโกะ พี่สาวของเขา ที่ร่วมกันตามหาข้อมูลเกี่ยวกับคุณปู่ ที่เสียชีวิตในกองทัพพิเศษ สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ความลึกลับบางอย่างเกิดขึ้นเพราะที่จริงแล้วปู่เป็นคนที่ลัวตาย และรักชีวิต ทำไมถึงได้เข้าร่วมหน่วยรบพิเศษ การสืบหาความจริงในครั้งนี้ทำให้เขาได้ค้นพบความจริงที่ถูกซ่อนไว้กว่า 60 ปี!

#8 Attack on Titan: End of the World

จากมังงะสุดดังอย่าง Attack on Titan ที่มียอดขายมากกว่าล้านเล่มทั่วโลก สู่ Live Action เรื่องราวการต่อสู้เพื่อเอาชีวิตของเหล่ามนุษย์ ที่ปกป้องตัวเองจากเผ่าไททัน ภายใต้เมืองในกำแพง โดยเอเรน (ฮารุมะ มิอุระ) ถือเป็นหนึ่งเดียวที่กุมชะตาโลกเอาไว้ บทสรุปของเหล่ามวลมนุษยชาติต้องติดตามเลย

#9 Dying Eye

อีกหนึ่งพล็อตซีรีส์ที่น่าสนใจ จากนิยายยอดฮิต ‘ภาพสุดท้ายที่คนตายเห็น’ เป็นเรื่องราวของชินสุเกะ (ฮารุมะ มิอุระ) บาร์เทนเดอร์หนุ่มที่ถูกทำร้ายโดยคนแปลกหน้า จนทำให้เขาเสียความทรงจำในเมื่อปีครึ่งที่ผ่านมา ที่เขาได้เข้าไปพัวพันกับเหตุการณ์รถชนจนทำให้ มินาเอะ เสียชีวิต แต่ที่จริงแล้วพบว่าเป็นฝีมือของเรย์จิ สามีของมินาเอะที่มาทำร้ายเขาและฆ่าตัวตายตามไป จนในวันค่ำที่ฝนตก เขาได้เจอกับรูริโกะ ที่จะมาช่วยให้เรื่องราวนี้ถูกเปิดเผย

#10 Sunny: Our Hearts Beat Together

ซันนี่ วันนี้วันนั้น เพื่อนกันตลอดไป ภาพยนตร์เรื่องสุดท้ายของฮารุมะที่มีฉายในไทย จากผู้สร้าง Your Name ที่พูดถึงเรื่องราวตั้งแต่ยุค 90 ยุคที่มีกลุ่มสาวๆ ตั้งวงดนตรีชื่อว่า Sunny ที่ได้สนุกสนานไปกับการทำเพลง จนผ่านไป 20 กว่าปี นามิบังเอิญเจอ เซริกะที่ป่วยเป็นมะเร็งที่รักษาไม่หาย คำขอของเธอคืออยากเจอเพื่อนร่วมวงอีกสักครั้ง เรื่องราวของแรงฝันในวัยมัธยมที่หลายคนสูญเสียไปตามการเวลา เรื่องนี้เหมาะกับทั้งดูกับเพื่อน แฟน หรือครอบครัวก็ยังได้

#11 Little Nights, Little Love

เรื่องสุดท้ายที่เอามาแนะนำกัน เป็นเรื่องราวของซาโต้ (ฮารุมะ มิอุระ) หนุ่มโซนที่กำลังมองหาโมเมนต์โรแมนติก วันนึงเขาได้สอบถามผู้คนที่เดินผ่านหน้าสถานีเซนได จนพบว่ามันเป็นเรื่องยากที่จะมีใครสักคนยอมพูดคุยกับเขา จนได้เจอกับผู้หญิงในสูทสีดำที่ยอมพูดคุยกับเขา และได้บังเอิญเห็นคำว่า Shampu บนฝ่ามือ ที่ทำให้เขาคิดว่าหรือนี่คือโชคชะตาที่ทำให้เขาได้เจอกัน

 

ดูหนังออนไลน์   

รวมการจัดอันดับ เหล่าดารา นักแสดง ในวงการฮอลลีวูด ที่ทำรายได้สูงสุด

นักแสดง
เรื่องรายได้ของเหล่าดารา นักแสดง ในวงการ ฮอลลีวูด นั้น ถือว่าเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ทุกคนทั่วโลกต่างสนใจ รองลงมาจากผลงานการแสดง โดยทางนิตสาร Frobes ได้ทำการจัดอันดับ นักแสดง ฮอลลีวูด ชาย – หญิง ที่ทำรายได้สูงสุดแห่งปี 2017 ซึ่งนักแสดงชายที่ทำรายได้สูงสุดในปี 2017 ได้แก่ มาร์ค วอห์ลเบิร์ก ด้วยรายได้รวมทั้งหมดคือ 68 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนทางด้านนักแสดงหญิงก็คือ เอ็มม่า สโตน ในปีนี้ทำรายได้ไป 26 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นั่นเอง ซึ่งนอกจากอันดับ 1 แล้ว ทาง Bugaboo.tv ก็ได้รวบรวม 5 อันดับ นักแสดงฮอลลีวูด ชาย – หญิง ที่ทำรายได้สูงสุดแห่งปี 2017 จะมีนักแสดงฮอลลีวูดคนไหนกันบ้างไปดูกันเลยจ้า

5 อันดับ นักแสดงฮอลลีวูด ชาย ที่ทำรายได้สูงสุดแห่งปี 2017

อันดับ 1 มาร์ค วอห์ลเบิร์ก ทำรายได้รวมในปีนี้ทั้งหมด 68 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

อันดับ 2 ดเวนย์ จอห์นสัน ทำรายได้รวมในปีนี้ทั้งหมด 65 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

อันดับ 3 วิน ดีเซล ทำรายได้รวมในปีนี้ทั้งหมด 54.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

อันดับ 4 อดัม แซนด์เลอร์ ทำรายได้รวมในปีนี้ทั้งหมด 50.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

อันดับ 5 เฉินหลง ทำรายได้รวมในปีนี้ทั้งหมด 49 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

 

5 อันดับ นักแสดงฮอลลีวูด หญิง ที่ทำรายได้สูงสุดแห่งปี 2017

อันดับ 1 เอ็มม่า สโตน ทำรายได้รวมในปีนี้ทั้งหมด 26 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

อันดับ 2 เจนนิเฟอร์ อนิสตัน ทำรายได้รวมในปีนี้ทั้งหมด 25.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

อันดับ 3 เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ ทำรายได้รวมในปีนี้ทั้งหมด 24 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

อันดับ 4 เมลิสซา แม็คคาร์ธี ทำรายได้รวมในปีนี้ทั้งหมด 18 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

อันดับ 5 มิลา คูนิส ทำรายได้รวมในปีนี้ทั้งหมด 15.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

ดูหนังออนไลน์ 

รวมหนัง 6 หนังไซไฟ แนววิทยาศาสตร์ หุ่นยนต์ A.I. สุดมหัศจรรย์

หนังไซไฟ

รวมหนัง 6 หนังไซไฟ แนววิทยาศาสตร์ หุ่นยนต์ A.I. สุดมหัศจรรย์ สำหรับคอหนังที่ชอบเรื่องราวแนววิทยาศาสตร์ มีวิทยาการล้ำ ๆ อย่างเช่น หุ่นยนต์ A.I. การเดินทางไปในจิตใต้สำนึก หรือเรื่องราวแนวดาราศาสตร์ ที่มีการเดินทางในอวกาศ หรือกระทั่งการเดินทางข้ามมิติเวลา ก็อาจจะรู้สึกไม่แปลกใจนักเวลาได้เห็นข่าววิทยาการใหม่ การค้นพบดาวดวงใหม่ หรือ A.I. ที่ฉลาดขึ้นทุกทีในปัจจุบัน เพราะเรื่องจริงใน พ.ศ. นี้ ล้วนแล้วแต่เคยถูกกล่าวถึงในหนังไซไฟมาแล้วทั้งสิ้น และอะไรที่ยังไม่เกิดก็น่าจะเกิดขึ้นในอนาคตได้เช่นกัน เพราะความรู้ไม่สำคัญเท่าจินตนาการ

หนังไซไฟจึงเปรียบดั่งต้นธารแห่งจินตนาการของนักวิทยาศาสตร์แขนงต่าง ๆ ในการทดลองค้นคว้าถึง “ความเป็นไปได้” เผื่อว่า เรื่องราวที่ฝันไว้ในหนังอาจจะทำให้เกิดขึ้นจริงในอีกสิบอีกร้อยปีข้างหน้า และนี่คือ 10 หนังไซไฟที่ดีที่สุดในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา

อันดับ 10 Looper (2012) (Score 7.4/10)

อันดับ 9 Source Code (2011) (Score 7.5/10)

อันดับ 8 Predestination (2014) (Score 7.5/10)

Home beartai BUZZ
สำหรับคอหนังที่ชอบเรื่องราวแนววิทยาศาสตร์ มีวิทยาการล้ำ ๆ อย่างเช่น หุ่นยนต์ A.I. การเดินทางไปในจิตใต้สำนึก
หรือเรื่องราวแนวดาราศาสตร์ ที่มีการเดินทางในอวกาศ หรือกระทั่งการเดินทางข้ามมิติเวลา ก็อาจจะรู้สึกไม่แปลกใจนักเวลา
ได้เห็นข่าววิทยาการใหม่ การค้นพบดาวดวงใหม่ หรือ A.I. ที่ฉลาดขึ้นทุกทีในปัจจุบัน เพราะเรื่องจริงใน พ.ศ. นี้ ล้วนแล้ว
แต่เคยถูกกล่าวถึงในหนังไซไฟมาแล้วทั้งสิ้น และอะไรที่ยังไม่เกิดก็น่าจะเกิดขึ้นในอนาคตได้เช่นกัน เพราะความรู้ไม่สำคัญเท่าจินตนาการ

หนังไซไฟจึงเปรียบดั่งต้นธารแห่งจินตนาการของนักวิทยาศาสตร์แขนงต่าง ๆ ในการทดลองค้นคว้าถึง “ความเป็นไปได้” เผื่อว่า เรื่องราวที่ฝันไว้ในหนังอาจจะทำให้เกิดขึ้นจริงในอีกสิบอีกร้อยปีข้างหน้า และนี่คือ 10 หนังไซไฟที่ดีที่สุดในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา (อ้างอิงตามคะแนนของเว็บไซต์ iMDB และขอเลือกมาเฉพาะหนังต้นฉบับที่ไม่ใช่ภาคต่อและหนังซูเปอร์ฮีโร แม้ว่าจะมีองค์ประกอบบางส่วนเป็นหนังไซไฟก็ตาม) และหลายเรื่องดูได้แล้วบน Netflix

ถ้าอ่านหนังยอดเยี่ยมแล้ว อยากรู้ไหมว่า “10 “หนังไซไฟ” อิหยังวะ? สุดห่วยในรอบ 10 ปี” มีเรื่องอะไรบ้าง อ่านได้ที่นี่เลย
หรืออยากอ่านรายชื่อหนังไซไฟน่าดูเพิ่มอีก ก็เข้าไปอ่านได้ที่ เปิดรายชื่อหนังไซไฟที่ “ดีที่สุด” ของศตวรรษ 21 ที่คอหนังห้ามพลาด!
อันดับ 10 Looper (2012) (Score 7.4/10)
Looper (2012)
Looper (2012)
นักแสดง: Joseph Gordon-Levitt, Bruce Willis, Emily Blunt
ผู้กำกับ: Rain Johnson (Star Wars: The Last Jedi, Knives Out)
ทุนสร้าง/รายได้ทั่วโลก: 30 / 176 ล้านเหรียญฯ
หมวดของความไซไฟ: หนังย้อนเวลา-มิติคู่ขนาน
สนุกยังไง: นี่คือผลงานหนังที่ทำให้ผู้กำกับ Rian Johnson เข้าตาค่ายหนังใหญ่จนได้สร้าง Star Wars เรื่องราวของ “โจ” ผู้มีอาชีพที่เรียกว่าลูปเปอร์ มือปืนที่คอยฆ่าเหยื่อที่ถูกส่งมาจากอนาคตปี 2072 ห่างจากปีที่โจอยู่ 30 ปี แต่เหยื่อรายล่าสุดที่ทำให้โจทำงานพลาดก็คือ ตัวของเขาเองที่ถูกส่งมาจากอนาคต โจเด็กจึงต้องหาทางกำจัดโจแก่ (ผู้ที่คิดว่าโจแก่ควรตายได้แล้วตามลูปที่วนซ้ำ) แต่โจเด็กก็ยังสับสนเพราะโจแก่ก็คือตัวของเขาที่ฆ่าไม่ลง ขณะโจแก่นั้นเก๋าและรู้ไต๋โจเด็กดีทุกอย่าง และมีแผนการบางอย่างเพื่อจะเปลี่ยนอนาคตด้วย หนังชวนลุ้นกับเส้นไทม์ไลน์ที่หักทฤษฎีเวลาของหนังเรื่องอื่นไปพอสมควร แต่ก็ทำให้ได้ลุ้นเพราะอนาคตใหม่อาจไม่เหมือนกับอดีตเดิม ๆ ก็ย่อมเป็นไปได้

อันดับ 9 Source Code (2011) (Score 7.5/10)

Source Code (2011)
นักแสดง: Jake Gyllenhaal, Michelle Monaghan, Vera Farmiga, Jeffrey Wright
ผู้กำกับ: Duncan Jones (Moon, Mute, Warcraft)
ทุนสร้าง/รายได้ทั่วโลก: 32 / 147 ล้านเหรียญฯ
หมวดของความไซไฟ: หนังย้อนเวลาวนลูป-มิติคู่ขนาน
สนุกยังไง: หนึ่งในหนังวนลูปตายแล้วตายอีกที่สนุกที่สุดเรื่องหนึ่ง และจะเรียกว่าหนังหักมุมกลาย ๆ ก็ไม่ผิดนัก เพราะสำหรับใครที่ได้ดูครั้งแรก เมื่อดูไปถึงกลาง ๆ เรื่องก็คงจะช็อกพอ ๆ กับ “โคลเตอร์” พระเอกในเรื่องเช่นกัน โคลเตอร์ที่ร่วมงานทดลองของรัฐบาลในการแฝงความคิดเข้าไปยังร่างของบุคคลอื่น และมีเวลา 8 นาที ในร่างนั้นเพื่อหาทางยับยั้งเหตุการณ์ระเบิดรถไฟที่เดินทางไปชิคาโก แต่แน่นอนว่า เขาไม่สามารถหาคนร้ายที่วางระเบิดหรือยับยั้งการระเบิดนั้นได้ และทุกครั้งที่เขาตายทุกอย่างก็จะกลับไปเริ่มใหม่ในเฮลิคอปเตอร์ที่ตกอยู่ในอัฟกานิสถาน โดยเขาต้องคุยกับนายทหารหญิงปลายสายที่ดูมีลับลมคมไหนกับภารกิจแสนงงงวยนี้

อันดับ 8 Predestination (2014) (Score 7.5/10)

Predestination (2014)
นักแสดง: Ethan Hawke, Sarah Snook, Christopher Kirby, Christopher Sommers
ผู้กำกับ: Michael and Peter Spierig (Jigsaw, Daybreakers, Winchester)
ทุนสร้าง/รายได้ทั่วโลก: ทุนสร้างไม่ปรากฎ / 4 ล้านเหรียญฯ
หมวดของความไซไฟ: หนังย้อนเวลา-มิติคู่ขนาน-หักมุม
สนุกยังไง: เป็นหนังย้อนเวลาและมิติคู่ขนานที่ตอนดูในโรงคงต้องร้องออกมาตอนที่หนังเฉลยว่า เล่นกันแบบนี้เลยเหรอ!
เพราะถือว่าหักทฤษฎีเวลาของหนังส่วนใหญ่พอสมควร รวมถึงยังไม่เคยเห็นใครกล้านำเสนอหนังย้อนเวลาด้วยมุมมองนี้
พูดมากกว่านี้คงสปอยล์และอยากให้ดูรอบแรกเองมากกว่าสำหรับคนที่ยังไม่เคยดู เรื่องย่อก็คือ พระเอกคือเจ้าหน้าที่ทางการ
ที่เรียกว่า Temporal Agent ประจำหน่วยงานที่ชื่อว่า Predestination ที่ทำงานยับยั้งอาชญากรรม ด้วยการเดินทางย้อนเวลา
ไประงับเหตุก่อนเกิดเหตุการณ์จริง เขาทำหน้าที่ฝึกปรือเจ้าหน้าที่หญิงคนใหม่ ขณะเดียวกันก็เกิดเหตุมือระเบิดอาละวาด
ทำให้ทั้งคู่ร่วมมือกันในการตามยับยั้งอาชญากรรายนี้ แต่ก็พบว่าต้องตามหลังอยู่ก้าวหนึ่งเสมอ

อันดับ 7 Gravity (2013) (Score 7.7/10)

Home beartai BUZZ
สำหรับคอหนังที่ชอบเรื่องราวแนววิทยาศาสตร์ มีวิทยาการล้ำ ๆ อย่างเช่น หุ่นยนต์ A.I. การเดินทางไปในจิตใต้สำนึก หรือเรื่องราวแนวดาราศาสตร์ ที่มีการเดินทางในอวกาศ หรือกระทั่งการเดินทางข้ามมิติเวลา ก็อาจจะรู้สึกไม่แปลกใจนักเวลาได้เห็นข่าววิทยาการใหม่ การค้นพบดาวดวงใหม่ หรือ A.I. ที่ฉลาดขึ้นทุกทีในปัจจุบัน เพราะเรื่องจริงใน พ.ศ. นี้ ล้วนแล้วแต่เคยถูกกล่าวถึงในหนังไซไฟมาแล้วทั้งสิ้น และอะไรที่ยังไม่เกิดก็น่าจะเกิดขึ้นในอนาคตได้เช่นกัน เพราะความรู้ไม่สำคัญเท่าจินตนาการ

หนังไซไฟจึงเปรียบดั่งต้นธารแห่งจินตนาการของนักวิทยาศาสตร์แขนงต่าง ๆ ในการทดลองค้นคว้าถึง “ความเป็นไปได้” เผื่อว่า เรื่องราวที่ฝันไว้ในหนังอาจจะทำให้เกิดขึ้นจริงในอีกสิบอีกร้อยปีข้างหน้า และนี่คือ 10 หนังไซไฟที่ดีที่สุดในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา (อ้างอิงตามคะแนนของเว็บไซต์ iMDB และขอเลือกมาเฉพาะหนังต้นฉบับที่ไม่ใช่ภาคต่อและหนังซูเปอร์ฮีโร แม้ว่าจะมีองค์ประกอบบางส่วนเป็นหนังไซไฟก็ตาม) และหลายเรื่องดูได้แล้วบน Netflix

ถ้าอ่านหนังยอดเยี่ยมแล้ว อยากรู้ไหมว่า “10 “หนังไซไฟ” อิหยังวะ? สุดห่วยในรอบ 10 ปี” มีเรื่องอะไรบ้าง อ่านได้ที่นี่เลย
หรืออยากอ่านรายชื่อหนังไซไฟน่าดูเพิ่มอีก ก็เข้าไปอ่านได้ที่ เปิดรายชื่อหนังไซไฟที่ “ดีที่สุด” ของศตวรรษ 21 ที่คอหนังห้ามพลาด!
อันดับ 10 Looper (2012) (Score 7.4/10)
Looper (2012)
Looper (2012)
นักแสดง: Joseph Gordon-Levitt, Bruce Willis, Emily Blunt
ผู้กำกับ: Rain Johnson (Star Wars: The Last Jedi, Knives Out)
ทุนสร้าง/รายได้ทั่วโลก: 30 / 176 ล้านเหรียญฯ
หมวดของความไซไฟ: หนังย้อนเวลา-มิติคู่ขนาน
สนุกยังไง: นี่คือผลงานหนังที่ทำให้ผู้กำกับ Rian Johnson เข้าตาค่ายหนังใหญ่จนได้สร้าง Star Wars เรื่องราวของ “โจ” ผู้มีอาชีพที่เรียกว่าลูปเปอร์ มือปืนที่คอยฆ่าเหยื่อที่ถูกส่งมาจากอนาคตปี 2072 ห่างจากปีที่โจอยู่ 30 ปี แต่เหยื่อรายล่าสุดที่ทำให้โจทำงานพลาดก็คือ ตัวของเขาเองที่ถูกส่งมาจากอนาคต โจเด็กจึงต้องหาทางกำจัดโจแก่ (ผู้ที่คิดว่าโจแก่ควรตายได้แล้วตามลูปที่วนซ้ำ) แต่โจเด็กก็ยังสับสนเพราะโจแก่ก็คือตัวของเขาที่ฆ่าไม่ลง ขณะโจแก่นั้นเก๋าและรู้ไต๋โจเด็กดีทุกอย่าง และมีแผนการบางอย่างเพื่อจะเปลี่ยนอนาคตด้วย หนังชวนลุ้นกับเส้นไทม์ไลน์ที่หักทฤษฎีเวลาของหนังเรื่องอื่นไปพอสมควร แต่ก็ทำให้ได้ลุ้นเพราะอนาคตใหม่อาจไม่เหมือนกับอดีตเดิม ๆ ก็ย่อมเป็นไปได้

อันดับ 9 Source Code (2011) (Score 7.5/10)

Source Code (2011)
นักแสดง: Jake Gyllenhaal, Michelle Monaghan, Vera Farmiga, Jeffrey Wright
ผู้กำกับ: Duncan Jones (Moon, Mute, Warcraft)
ทุนสร้าง/รายได้ทั่วโลก: 32 / 147 ล้านเหรียญฯ
หมวดของความไซไฟ: หนังย้อนเวลาวนลูป-มิติคู่ขนาน
สนุกยังไง: หนึ่งในหนังวนลูปตายแล้วตายอีกที่สนุกที่สุดเรื่องหนึ่ง และจะเรียกว่าหนังหักมุมกลาย ๆ ก็ไม่ผิดนัก
เพราะสำหรับใครที่ได้ดูครั้งแรก เมื่อดูไปถึงกลาง ๆ เรื่องก็คงจะช็อกพอ ๆ กับ “โคลเตอร์” พระเอกในเรื่องเช่นกัน
โคลเตอร์ที่ร่วมงานทดลองของรัฐบาลในการแฝงความคิดเข้าไปยังร่างของบุคคลอื่น และมีเวลา 8 นาที ในร่างนั้น
เพื่อหาทางยับยั้งเหตุการณ์ระเบิดรถไฟที่เดินทางไปชิคาโก แต่แน่นอนว่า เขาไม่สามารถหาคนร้ายที่วางระเบิดหรือ
ยับยั้งการระเบิดนั้นได้ และทุกครั้งที่เขาตายทุกอย่างก็จะกลับไปเริ่มใหม่ในเฮลิคอปเตอร์ที่ตกอยู่ในอัฟกานิสถาน
โดยเขาต้องคุยกับนายทหารหญิงปลายสายที่ดูมีลับลมคมไหนกับภารกิจแสนงงงวยนี้

อันดับ 8 Predestination (2014) (Score 7.5/10)

Predestination (2014)
นักแสดง: Ethan Hawke, Sarah Snook, Christopher Kirby, Christopher Sommers
ผู้กำกับ: Michael and Peter Spierig (Jigsaw, Daybreakers, Winchester)
ทุนสร้าง/รายได้ทั่วโลก: ทุนสร้างไม่ปรากฎ / 4 ล้านเหรียญฯ
หมวดของความไซไฟ: หนังย้อนเวลา-มิติคู่ขนาน-หักมุม
สนุกยังไง: เป็นหนังย้อนเวลาและมิติคู่ขนานที่ตอนดูในโรงคงต้องร้องออกมาตอนที่หนังเฉลยว่า เล่นกันแบบนี้เลยเหรอ! เพราะถือว่าหักทฤษฎีเวลาของหนังส่วนใหญ่พอสมควร รวมถึงยังไม่เคยเห็นใครกล้านำเสนอหนังย้อนเวลาด้วยมุมมองนี้ พูดมากกว่านี้คงสปอยล์และอยากให้ดูรอบแรกเองมากกว่าสำหรับคนที่ยังไม่เคยดู เรื่องย่อก็คือ พระเอกคือเจ้าหน้าที่ทางการที่เรียกว่า Temporal Agent ประจำหน่วยงานที่ชื่อว่า Predestination ที่ทำงานยับยั้งอาชญากรรม ด้วยการเดินทางย้อนเวลาไประงับเหตุก่อนเกิดเหตุการณ์จริง เขาทำหน้าที่ฝึกปรือเจ้าหน้าที่หญิงคนใหม่ ขณะเดียวกันก็เกิดเหตุมือระเบิดอาละวาด ทำให้ทั้งคู่ร่วมมือกันในการตามยับยั้งอาชญากรรายนี้ แต่ก็พบว่าต้องตามหลังอยู่ก้าวหนึ่งเสมอ

อันดับ 7 Gravity (2013) (Score 7.7/10) -มีใน Netflix
Gravity (2013)
Gravity (2013)
นักแสดง: Sandra Bullock, George Clooney, Ed Harris
ผู้กำกับ: Alfonso Cuarón (Roma, Children of Men, Harry Potter and the Prisoner of Azkaban)
ทุนสร้าง/รายได้ทั่วโลก : 100 / 732 ล้านเหรียญฯ
หมวดของความไซไฟ : หนังนักบินอวกาศติดอยู่ในอวกาศ
สนุกยังไง: หนังไซไฟที่เข้าถึงออสการ์มากที่สุดในรอบ 10 ปีนี้ ชนะ 7 รางวัลออสการ์รวมถึงผู้กำกับยอดเยี่ยมและ
ถ่ายภาพยอดเยี่ยม กับซีน Long-take เปิดเรื่องบนอวกาศยาวนาน 20 นาทีและตลอดทั้งเรื่องที่ถ่ายทำฉากอวกาศ
ได้สวยงามหมดจด เรื่องราวของ “ดร.ไรอัน สโตน” วิศวกรด้านการแพทย์ที่ปฏิบัติภารกิจบนสถานีอวกาศเป็นครั้งแรก
ร่วมกับ “แม็ตต์ โควัลสกี้” นักบินอวกาศมากประสบการณ์ แต่ระหว่างที่ออกไปเดินสำรวจอวกาศกันอยู่นั้น ได้เกิดเหตุ
ร้ายขึ้นสถานีอวกาศพังสิ้นสภาพจนสโตนและโควัลสกี้ต้องลอยคว้างในอวกาศ พวกเขาจะต้องพาตัวเองไปให้ถึงสถานี
อวกาศอีกแห่งที่ใกล้ที่สุดเพื่อขึ้นยานกลับโลก

อันดับ 6 Ex Machina (2014) (Score 7.7/10)

 

ดูหนังออนไลน์   

รวม 7 ไอเท็มที่จะต่อสู้ และเอาตัวรอด วันโลกแตกจากหนังมหาภัย

โลกแตก

รวม 7 ไอเท็มที่จะต่อสู้ และเอาตัวรอด วันโลกแตก จาก หนังมหาภัย ช่วงนี้อากาศบนดาวโลกช่างแปรปรวน ที่เคยร้อนก็หนาว ที่เคยหนาวก็ยิ่งหนาวววเข้าไปใหญ่ เอาซะหลายคนแอบระแวงว่านี่เรามาถึงวาระสุดท้ายของโลกแล้วรึเปล่าเนี่ย!? แล้วถ้าโลกมันดันแตกขึ้นมาจริงๆ จะทำไง? ต้องใช้วิธีไหนถึงจะรอดได้เหมือนพระเอกนางเอกหนังบ้าง  เอาล่ะค่ะ น้องๆ ทุกคนสูดลมหายใจลึกๆ แล้วตามพี่กวางมา เดี๋ยวจะพาไปดูไอเท็มเจ๋งๆ ที่ช่วยกู้ชีวิตให้เหล่าพระเอกนางเอกในหนังหายนะมาแล้ว!

1. San Andreas

ใครสนใจเรื่องธรณีวิทยา เห็นแค่ชื่อหนังก็รู้แล้วแน่เลยว่าต้องเกี่ยวกับ แผ่นดินไหว แน่นอน เพราะชื่อ แซน แอนเดรอัส เป็นชื่อรอยเลื่อนของเปลือกโลกที่ใหญ่โตมโหระทึก แถมยังซ่อนตัวอยู่ใต้รัฐแคลิฟอร์เนีย รวมถึง LA อีก นี่แหละเป็นสาเหตุให้ถ้ารอยเลื่อนนี้ขยับแรงๆ เมื่อไหร่ล่ะก็ ต้องได้สูญเสียกันใหญ่โตแบบในหนังแน่นอน

ไอเท็มกู้ชีพ :
แผ่นดินไหวระดับโลกแตกแบบนี้ จะให้ก้มหลบใต้โต๊ะ วิ่งหนี หรือกระโดดลงหลุมก็คงรอดยากอยู่ดีนะ แก๊งพระนางในเรื่องเลยเลือกหนีตายทางอากาศด้วย เฮลิคอปเตอร์ ซะเลย! เนี่ย เอาจริงๆ พี่กวางว่ามีหลายเรื่องแล้วที่รอดตายได้เพราะขับเฮลิคอปเตอร์เป็น น้องคนไหนมีเวลาว่างๆ และกระเป๋าหนักพอ ไปเทคคอร์สรอได้เลย รอดตายชัวร์

2. Into the storm

เจอพายุแบบนี้ บ้านยังปลิว รถยังลอย ประสาอะไรกับมนุษย์ตัวน้อยๆ อย่างพวกเรา ดังนั้นแก๊งพระเอกในเรื่องจึงต้องพึ่งตัวช่วยอย่าง รถใหญ่ไททัส ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษให้ไฟว้กับทอร์นาโดได้! โดยเฉพาะออพชันเสาเข็มช่วยยึดเกาะถนน ต้านลมไว้ไม่ให้รถปลิว พายุมาเหรอ ชิลๆ รอกันในรถไปเลย แถมยังมีเครื่องตรวจจับวัดความแรงลม และคำนวนทิศทางของพายุด้วยนะว่าเดี๋ยวจะไปไหน เดี๋ยวจะมีลูกใหม่เกิดอีกหรือไม่ ครบ! เซเว่นแคตตาล็อกมีให้สั่งมั้ยนะ อยากได้ซักคัน

3. The Day After Tomorrow

ถึงตรงนี้น้องๆ หลายคนอาจคิดว่า โอ๊ยยย เจอหายนะรัวๆ ขนาดนี้ขอตายดีกว่า ซึ่งแก๊งพระเอกก็เกือบท้อแล้วนะ ดีว่าคุณพี่คนจรจัดแนะนำให้พวกเขาใช้ หนังสือ ยัดไว้ในเสื้อผ้า เพื่อสร้างความอบอุ่นให้ร่างกาย เป็นวิธีที่คนข้างถนนชอบทำกัน แถมยังใช้หนังสือเหล่านี้มาเผาไฟให้มีไออุ่นก็ได้อีก โห สารพัดประโยชน์สุดๆ งานนี้ใครเกลียดวิชาไหนเผาเลย

4. 2012

งานน้ำมาเต็มๆ แบบนี้ก็ต้อง ขึ้นเรือ สิคะจะรออะไร! แต่จะไปจับคู่ถีบเรือเป็ด หรือเกณฑ์คนทั้งหมู่บ้านมาจ้วงเรือหางยาวหนีด้วยกันมันก็ไม่น่าจะรอดได้ ต้องใช้เรือใหญ่ระดับ เรือโนอาห์ ที่รัฐบาลทั่วโลกลงขันกันแอบสร้างเท่านั้น! แต่ก็ไม่ใช่จะเดินขึ้นได้ง่ายๆ สวยๆ เหมือนเรือรบวันเด็กนะจ๊ะ เพราะต้องซื้อตั๋วราคาหลายแสนล้านดอลลาร์ต่อคนแน่ะกว่าจะขึ้นได้! โอ้โฮ พี่กวางขอหยอดกระปุกหมูเก็บตังค์ตั้งแต่วันนี้เลยแล้วกัน เผื่อมันจะมีจริงๆ

5. The Mist

หมอกหนาขนาดนี้ออกไปข้างนอกไม่ดีแน่ งั้นวิ่งเข้า ซูเปอร์มาเก็ต เลยสิจะรออะไร! ในนี้ทั้งมิดชิด หมอกเข้าไม่ได้ อุปกรณ์อำนวยความสะดวกพร้อมอาหารครบครัน อยู่ได้นานเป็นปีๆ ติดที่ดันมีป้ามหาภัยมาหลบด้วยนี่แหละ บ้าที่สุด

 

ดูหนังออนไลน์   

รีวิว 365 dni (2020) สร้างมาจากหนังสือนิยายของ Blanka Lipinska

รีวิว 365 dni (2020) เนื้อเรื่องคืออะไร ไม่ต้องถามถึง เพราะมันไม่สำคัญอะไรเลยย เท่ากับบรรดาซีนร่วมรักอันดุเดือดเลือดพล่าน เสียวซ่านทะลุขั้นบันได เจอแบบนี้เรียกได้ว่า มิสเตอร์เกรย์ต้องกระเด็นติดข้างฝาไปเลยทีเดียว 365 DNI (2020)

อย่างที่บอกไปว่าเนื้อเรื่องไม่มีอะไรมาก คือตัวพระเอกเป็น มาเฟีย รวยจัดๆ ที่ดั๊นฝันถึงนางเอกมานาน แล้วก็ด้วยความบังเอิญ (เกินไป) ไปเจอตัวจริงเข้า เลยจับตัวมาและโน้มน้าวให้หลงรัก

  • ซี่งจุดเด่นของเรื่องคือการขายซีนร่วมรักที่เกิน 18+ หลังจากที่ดูไปบอกได้เลยว่า 20++ แน่นอน มันทั้งดุดัน รุนแรง แต่ก็แอบทำให้ร้อนๆหนาวๆได้อยู่บ้าง ทั้งตัวพระเอกและนางเอกคืองานดีมาก หล่อสวยกันสุดๆ

365 DNI (2020) แต่ที่ต้องชมคือเพลงเพราะๆที่โหมเข้ามาในซีนสำคัญๆซึ่งช่วยกระตุ้นให้ความเร่าร้อนนั้นทะลุจุดเดือด เป็นส่วนดีที่ต้องชมเลยว่าเลือกเพลงมาเข้ากับบรรยากาศตอนนั้นจริงๆ

  • เป็นหนังที่ไม่เหมาะสำหรับทุกคน ถ้าไม่ดูก็ไม่ถือว่าพลาดอะไร แต่ถ้าชอบหนังรักกึ่งอีโรติคจัดหนักแบบนี้ ก็สามารถรับชมได้ครับ รับรองว่าฮอตสุดๆแน่นอน เกิดเป็นกระแสที่ชาวเน็ตให้ความสนใจเป็นอย่างมาก หลังจากที่หนังรักสัญชาติโปแลนด์อย่าง 365 DNI ได้ถูกปล่อยออกมา หนังเรื่อนี้ได้ถูกพูดถึงจากหลายเมืองใหญ่ได้อย่างรวดเร็ว อาจเพราะพล็อตเรื่องที่มีภาษากายเข้ามาช่วยสื่อสาร รวมไปถึงภาษาที่ใช้ในบทหนังมีด้วยกันถึง 3 ภาษา!

365 DNI หรือ 365 วัน ถูกพูดถึงว่าเป็นเสมือน Fifty Shades of Gray เวอร์ชั่นโปแลนด์ แต่ก็มีอีกหลายคนคิดว่าหนังเรื่องนี้บทแย่กว่า และได้รับเรตติ้งแต่ 3.8 จากคะแนนเต็ม 10 ของเว็บไซต์ IMDb โดยให้เหตุผลว่าเนื้อเรื่องมีแต่ความจำเจสูงมาก

ความบังเอิญที่คล้ายกันระหว่างหนังเรื่อง 365 DNI กับ Fifty Shades of Gray มีเยอะจนน่าแปลกใจ ทั้งตัวเนื้อเรื่องที่ถูกพัฒนามาจากบทนิยาย แถม นิยายนั้นยังแบ่งเนื้อเรื่องออกเป็น 3 ภาคเหมือนกันอีก

ดูหนังออนไลน์24ชั่วโมง

รีวิว Classic Again (2020) จดหมาย สายฝน ร่มวิเศษ เด็กสาวคนหนึ่งที่พบจัดหมายรักของแม่เธอ

รีวิว Classic Again  เนื้อหาตามต้นฉบับก็คือเรื่องราวของเด็กสาวคนหนึ่งที่พบจัดหมายรักของแม่เธอที่เก็บเอาไว้พูดถึงชายของคนที่เธอรัก แต่เธอและเขาไม่สามารถได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันได้ แล้วในขณะเดียวกันเด็กสาวคนนั้นก็พบรักกับผู้ชายคนหนึ่งที่ดันเป็นคนที่เพื่อนสนิทของเธอจีบอยู่ แต่ในขณะเดียวกันเหตุการณ์หลายๆ อย่างที่เกิดขึ้นคล้ายคลึงกับแม่ของเธอเหลือเกิน สุดท้ายแล้วคำว่า พรหมลิขิต” มันมีอยู่จริง โดยเวอร์ชั่นต้นฉบับกวาดรายได้อยู่ที่ $6.9 ล้านเหรียญ ฉายเมื่อปี 2003

โดยในเวอร์ชั่นไทยถูกดัดแปลงเนื้อหาให้เหมาะสมกับบ้านเรา พร้อมเผยชื่อภาพยนตร์อย่างเป็นทางการ “Classic Again: จดหมาย สายฝน ร่มวิเศษ” โดยได้น้อง นิว ฐิติภูมิ เตชะอภัยคุณ และ น้อง รัญชน์รวี เอื้อกูลวราวัตร มารับบทเป็นคู่พระนางในเวอร์ชั่นนี้ค่ะ ส่วนผู้กำกับก็ได้พี่ ธัชพงศ์ ศุภศรี มาดูแล ที่ควบคุมการผลิตโดยบริษัท ไบสัน ไอเดีย จำกัดของท่านม.ร.ว. เฉลิมชาตรี ยุคล

แล้วอำนวยการสร้างและเป็นผู้จัดจำหน่ายก็คือ “CJ MAJOR Entertainment” ที่นำภาพยนตร์เกาหลีมาดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ไทย 2 เรื่องได้แก่ 20 ใหม่ ยูเทิร์นวัย หัวใจรีเทิร์น กับ ดิวไปด้วยกันนะ ซึ่งภาพยนตร์ทั้งสองเรื่องก่อนหน้านี้ก็ได้รับกระแสตอบรับและคำวิจารณ์ในเชิงบวกด้วย

ดูหนังออนไลน์24ชั่วโมง

รีวิว 12 Feet Deep ถูกขังตายอยู่ใต้สระน้ำ เรื่องของพี่น้องสาวสวยอย่าง บรีและจอนน่า

ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเรื่องจริง 12 Feet Deep เรื่องราวของสองพี่น้องสาวสวยอย่าง บรีและจอนน่า ที่ได้มาว่ายน้ำเพื่อผ่อนคลายที่ สระว่ายน้ำ สาธารณะแห่งหนึ่งที่เปิดให้บริการโดยมิสเตอร์แม็คเกรดี้ ซึ่งวันนี้ตรงกับวันศุกร์สุดสัปดาห์พอดี ทั้งคู่ว่ายน้ำกันอย่างสนุกสนานจนเผลอลืมดูเวลาไป จนมิสเตอร์แม็คเกรดี้ต้องมาไล่ตะเพิดพวกเธอขึ้นจากสระเพราะถึงเวลาปิดทำการแล้ว ขณะที่ทั้งคู่เก็บข้าวของเพื่อเตรียมตัวกลับบ้าน บรีซึ่งเป็นพี่สาวได้รู้สึกถึงความผิดปกติที่นิ้วนางข้างซ้ายของเธอ แหวนหมั้นของแฟนหนุ่มของบรีได้หายไป ซึ่งเธอคิดว่าน่าจะทำหล่นหายตอนที่ว่ายอยู่ในสระ ว่าแล้วบรีก็ก็โดดลงน้ำอีกครั้งเพื่อตามหาแหวนของคู่หมั้นที่หายไป จอนน่าที่เห็นทีท่าไม่ดีจึงโดดลงไปช่วยบรีตามหาด้วยอีกแรง แต่ทว่าในขณะเดียวกันนั้นเองมิสเตอร์แม็คเกรดี้ที่เร่งรีบไล่คนขึ้นจากสระ ก็เผลอกดสวิทต์บานเลื่อนปิดสระว่ายน้ำ โดยไม่ทันสังเกตเลยด้วยซ้ำว่ายังมีสองสาวติดอยู่ข้างล่าง กว่าที่บรีและจอนน่าจะโผล่ขึ้นมาเพื่อหายใจ พวกเธอก็ต้องพบว่าตัวเองถูกขังอยู่ใต้สระว่ายน้ำแห่งนี้เสียแล้ว ทั้งคู่พยายามตะโกนร้องขอความช่วยเหลือแต่ก็เปล่าประโยชน์ ไม่มีใครอยู่แถวนี้เลย เวลาผ่านไปนานกว่าหลายชั่วโมง ทั้งคู่ยังคงติดอยู่ที่ใต้สระว่ายน้ำและพยายามใช้แรงทั้งหมดที่มีเพื่อช่วยพยุงตัวเองให้ลอยอยู่เหนือน้ำ ตามมาด้วยปัญหาก็คืออาการป่วยเป็นโรคเบาหวานของบรีที่กำลังจะกำเริบ หากเธอไม่ได้ฉีดอินซูลีน(ฮอร์โมนประเภทหนึ่งที่ช่วยร่างกายในการปรับระดับน้ำตาลในเลือด)ให้ทันเวลา เธอก็จะต้องตายอย่างแน่นอน และกว่าที่สระว่ายน้ำแห่งนี้จะเปิดให้บริการอีกครั้งก็ต้องเป็นอีก 2 วันหลังจากนี้ (หยุดเสาร์-อาทิตย์) ท่ามกลางความหวังที่ริบหรี่ของการรอดชีวิตของคนทั้งสอง จู่ๆพวกเธอก็ได้ยินเสียงใครบางคนเข้ามาในสระว่ายน้ำแห่งนี้ เธอคือ คลาร่า พนักงานทำความสะอาดของสระว่ายน้ำแห่งนี้นั่นเอง บรีและจอนน่าได้พยายามร้องขอความช่วยเหลือไปยังคลาร่า แต่กลับกลายเป็นว่าแทนที่คลาร่าจะช่วยพวกเธอขึ้นจากน้ำ เธอดันตัดสินใจขโมยทรัพย์สินที่มีค่าของทั้งคู่แทน อีกทั้งยังยื่นขอเสนอให้บรีบอกรหัสกด ATM มา เพื่อต่อรองให้เธอยอมกดสวิทต์บานเลื่อนเปิดสระว่ายน้ำให้ บรีและจอนน่าต้องพบเจอกับสงครามจิตวิทยาของคลาร่าอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง และไม่รู้เลยว่าคลาร่าจะช่วยพวกเธอจริงไหมหรือต้องการแค่เงินเท่านั้น

ดูหนังออนไลน์24ชั่วโมง

รีวิว Run (2020) มัมอำมหิต หนังระทึกขวัญที่เกี่ยวกับ ครอบครัว

รีวิว Run (2020) มัมอำมหิต  ดูเหมือนตัวผกก.“อานีช ชาแกนตี” แกยังติดใจในเรื่องการทำหนังแนว Msytery ระทึกขวัญที่เกี่ยวกับครอบครัว หลังจากครั้งที่แล้วทำหนังที่พูดถึงพ่อลูกสาวหาย จนต้องสืบจากคอม อย่าง “Searching”

คราวนี้พี่แกก็เลยกลับมาเล่าเรื่องราวใหม่ โดยพูดถึงแม่บ้าง โดย Run ว่าด้วยเรื่องของ.. “โคลอี้”(Kiera Allen) เด็กสาวพิการที่ต้องใช้ชีวิตบนวีลแชร์ แต่วันหนึ่งเธอกลับค้นพบความจริงอันน่าขนลุกบางอย่างของ “ไดแอน”(Sarah Paulson) แม่ที่เลี้ยงดูเธอมาตลอด 17 ปี ทางเดียวที่จะหลุดพ้นจากอันตราย เธอต้อง “หนี” หนีด้วยวีลแชร์เท่านั้น ความเห็นหลังดู ที่มาของคำว่า..หายใจไม่ทั่วท้อง พ้น10 นาทีแรกไป ไม่มีจังหวะให้พักเลย อึดอัด หนังใส่เรารัวๆด้วยเบาะแส ที่ตัวละครเจอ

จริงๆตัวหนังไม่มีไรซับซ้อนเลย พล็อตอาจไม่ได้แหวกเท่า Searching คือเล่าแบบเส้นตรงไหลลื่น เรียบง่ายมาก ไม่ได้ดูยาก เดินเรื่องให้คนดูตามติดตัวละครไปเรื่อยๆ ลุ้นว่าจะพาไปเจอกับอะไร แล้วจบยังไง คือสูตรสำเร็จ

ซึ่งตัวหนัง องค์แรกเก่ง ตรงที่วางเควสต์ให้ตัวละครแก้ไว้โคตรดี สไตล์การเล่าเรื่องยังคงคล้ายๆ กับ Searching คือ..ตัวละครหลักเกิดการตั้งคำถามกับแม่ แล้วสืบหาเบาะแสไปเรื่อยๆ พอยิ่งก็ยิ่งพบความจริงน่าตกใจ

แต่รอบนี้ระหว่างที่ตัวละครหลักกำลังหาเบาะแส มันสนุกกว่า Searching ตรงที่มีจังหวะลุ้น คือ..คนดูต้องมานั่งระแวงพร้อมตัวละครอยู่ตลอด มันเป็นโมเม้นแอบแม่นู่นนี่ทำ แล้วอุปสรรคสำคัญคือตัวละครเดินไม่ได้ จะหนี ก็ไม่คล่องตัว มันเลยทำให้ลุ้นจนหายใจไม่ทั่วท้อง ผสมกับดนตรีคอยบิ้ว มีความเป็น Beat ของ Thirller อยู่ตลอดเวลา ซึ่งผมชอบตรงนี้มาก แต่พอมาถึงองค์สุดท้าย เมื่อเรื่องดำเนินมาตรงจุดเฉลย ความรู้สึกว่า ค่อนข้างดรอป

ดูหนังออนไลน์24ชั่วโมง

รีวิว Mission Impossible 3 IMF ผ่าปฏิบัติการสะท้านโลก ภาค 3

Mission Impossible 3 ผ่าปฏิบัติการสะท้านโลก ภาค 3 อีธาน ฮันท์ (ทอม ครูซ) รับหน้าที่ในการฝึกเจ้าหน้าที่รุ่นใหม่ ของหน่วยงานไอเอ็มเอฟ (IMF ) และเขามีคนรักที่กำลังจะแต่งงานด้วย เป็นพยาบาลสาวที่ชื่อว่า จูเลีย (มิเชล โมนาแฮน) ที่ไม่ได้รับรู้ถึงฐานะที่แท้จริงของฮันท์ และภารกิจล่าสุดของหน่วยงานไอเอ็มเอฟ ก็คือการจัดการกับวายร้าย ที่ร้ายกาจที่สุดเท่าที่เขาเคยเผชิญมา นั่นก็คือ โอเว่น ดาเวียน (ฟิลิป ซีมัวร์ ฮอฟฟ์แมน) ผู้จัดหาอาวุธและข้อมูลระหว่างชาติ ผู้ไม่เคยมีแม้แต่ความเสียใจ หรือจิตสำนึกของความเป็นมนุษย์ และจ้องที่จะทำลายชีวิตและครอบครัว ของใครก็ตามที่ขวางหน้า

ดูหนังออนไลน์24ชั่วโมง