Review The Queen’s Gambit เนื้อหาเกี่ยวกับการเล่นหมากรุก

ซีรีส์เรื่องนี้ The Queen’s Gambit ชวนให้คอหนังและซีรีส์โดยเฉพาะที่ชอบเนื้อหาเกี่ยวกับการเล่นหมากรุก หวนนึกถึงหนังเก่าในอดีตมีทั้งนานมากและไม่นานนี้ซึ่งเคยได้ดูกันไป ที่จะว่าไปแล้วหนังหมากรุกก็ไม่มีได้มากนัก ยิ่งถ้าเป็นหนังที่มีตัวละครเอกเป็นนักหมากรุกหรือเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับหมากรุกด้วย What the Fact ขอรวบรวมหนังประเภทที่ว่านั้นและหนังมีฉากหมากรุกในความทรงจำมาให้ได้นึกย้อนหรือกลับไปหยิบมาดูกันอีกหน

ผลงานขึ้นหิ้งของผู้กำกับ Ingmar Bergman นำแสดงโดย Max von Sydow จาก Flash Gordon (1980) และ Minority Report (2002) เรื่องราวของอัศวินคนหนึ่งที่เดินทางกลับจากสงครามครูเสด สงครามศาสนาที่เจ้าตัวก็เริ่มสับสนระหว่างความหมายของชีวิตและอุดมการณ์ที่กำลังทำ เขาเริ่มตั้งคำถามกับความตายทั้งกับคนรอบข้างและตัวเอง ในเวลานั้นที่ชายฝั่ง เขาพบชายคนหนุ่มในเสื้อคลุมสีดำมาหาเขาแล้วประกาศว่า “สวัสดี ข้าคือความตาย”

อัศวินชวนเจ้าความตายเล่นหมากรุก เดิมพันด้วยหากเขาชนะเขาจะได้กลับบ้าน หากแพ้เขาจะตาย จากนั้นเขาเดินทางกลับบ้าน ผ่านเมืองที่กำลังตายจากการระบาดของกาฬโรค เมืองที่ผู้คนจับหญิงสาวไปเผาทั้งเป็นเพราะผู้คนเชื่อว่า เธอเป็นแม่มดที่นำกาฬโรคมาสู่ผู้คน มีขบวนของผู้ศรัทธาในพระคริสต์เดินนำ และมีกลุ่มนักแสดงละครเร่ที่หนึ่งในกลุ่มไปคบชู้กับเมียของชาวบ้านแล้วพากันหนีไป ขบวนเดินทางกลับปราสาทของอัศวิน ความตายตามติดไปในเมืองที่กำลังตาย และไม่มีใครหนีพ้นจากความตาย

หนังเรื่องล่าสุดที่มีตัวละครและฉากหลังเป็นการเล่นหมากรุก แม้ไม่ได้สร้างจากเรื่องจริงแต่ก็อิงเหตุการณ์สำคัญในช่วงสงครามเย็น นั่นคือวิกฤตการณ์คิวบาช่วงปี 1962 เปิดเรื่องมาด้วยการแข่งขันหมากรุกระหว่างสหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียต (คู่ขัดแย้งของสงครามตัวแทน) เกมหมากรุกเกมนี้เป็น “เกมซ้อนเกม” เพื่อนำสายลับสองหน้าของแต่ละฝั่งมาจับผิดกันและต้องลุ้นว่าใครจะหลุดเผยไต๋ตัวเองออกมาก่อน Joshua Mansky (รับบทโดย Bill Pullman จาก Independence Day (1996)) อัจฉริยะทางคณิตศาสตร์ขี้เมา ได้เป็นตัวแทนสหรัฐฯ ในการแข่งขันหมากรุกระดับโลกในครั้งนี้

สร้างจากเรื่องจริงอีกเช่นกัน แต่ความแตกต่างของหนังหมากรุกจากค่าย Disney เรื่องนี้มาพร้อมกับเรต G ที่เด็กดูได้ผู้ใหญ่ดูดี Queen of Katwe ผลงานของ Mira Nair ผู้กำกับชาวอินเดีย จาก Salaam Bombay! (1988) ดัดแปลงจากบทความของ ESPN ที่เขียนโดย Tim Crothers เล่าเรื่องราวของนักหมากรุกเด็กหญิงวัย 10 ขวบ Phiona (รับบทโดย Nadina Nalwanga) ชาวอูกันดาผู้หลุดออกจากกรอบของชีวิตเมื่อได้รู้จักกับเกมหมากรุก

ufabet

รีวิวซีรีส์ Into The Night เรื่องราวจาก ทหารจากนาโต้ที่ แย่งปืนเจ้าหน้าที่สนามบิน

เรื่องย่อ Into The Night ทหารจากนาโต้คนหนึ่งแย่งปืนเจ้าหน้าที่สนามบินแล้วบังคับให้เครื่องบินที่เพิ่งเปิดให้ผู้โดยสารขึ้นได้ไม่กี่คนออกบินทันที เขาสติแตกบังคับให้บินไปทิศตะวันตก เพื่อหนีเวลากลางวัน และบอกว่ากำลังช่วยชีวิตทุกคนบนเครื่องอยู่ เพราะตอนนี้เกิดเหตุการณ์ประหลาดที่ใครก็ตามที่ถูกดวงอาทิตย์สาดส่องจะต้องตายทันที!

เรื่องย่อข้างต้นคงทำให้ใครที่อ่านน่าจะสนใจซีรีส์พลอตไซไฟเจ๋ง ๆ แบบนี้ได้ไม่ยาก ลองนึกภาพว่าถ้าแสงอาทิตย์ทำให้คนตายได้แล้วคุณอยู่บนเครื่องบินที่ต้องบินหนีไปทางตะวันตกเรื่อย ๆ โดยคำนวณเวลาและปริมาณน้ำมันเพื่อแวะเติมและหนีช่วงเช้าไปเรื่อย ๆ ขณะเดียวกันก็ได้แต่ดูข่าวว่าผู้คนที่อยู่บนพื้นก็ทยอยตายลงเรื่อย ๆ ไล่จากฝั่งเอเชียมาแบบว่าถึงจะหลบในอาคารไม่โดนแสงโดยตรงก็ยังไม่รอด นี่คงเป็นอวสานโลกแบบไม่ต้องสงสัย

ตัวละคร ซิลวี่ อดีตทหารที่เพิ่งสูญเสียแฟนจากโรคร้ายเธอเอาเถ้ากระดูกของเขามาขึ้นเครื่องเพื่อไปโรยกระดูก ซึ่งเธอน่าจะเป็นตัวละครที่แทนสายตาผู้ชมมากสุดแล้วทั้งบทที่ชงให้เธอทั้งซีซันและชื่อเธอที่เป็นชื่อตอนแรกด้วย แต่แค่ฉากแรกเมื่อเธอตกอยู่ในสถานการณ์มีคนถือปืนบุกขึ้นเครื่องมาและร้องขอให้ใครก็ได้ที่เคยขับเครื่องบินมาช่วยนักบินอีกคนขับ เธอก็รีบเสนอตัวเพราะเคยขับเฮลิคอปเตอร์มาก่อนทันทีแบบไม่ลังเล แต่พอเข้าไปห้องนักบินได้สักพักเธอก็เพิ่งนึกได้ว่า เฮ้ยอย่าไปยอมมันสิ ให้มันยิงฉันเลย แต่นักบินอย่าเอาเครื่องขึ้นนะ นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความไม่แน่นอนของคาแรกเตอร์ตัวละครอย่างซิลวี่เท่านั้น ยิ่งฉากหลัง ๆ ที่นักบินมีปัญหาและซิลวี่ต้องเลือก 2 ตัวละครมาช่วยจับนักบิน เธอก็ใช้ตรรกะที่ดีของเธอเลือกคู่กัดที่เพิ่งมีปัญหาขนาดไล่ให้อีกคนลงจากเครื่องไปตายมาช่วยกัน ซึ่งหนึ่งในคนนั้นเป็นชายแก่ ๆ ดูอ่อนแอเกินจะมาจับใครได้ และทั้งที่บนเครื่องมีผู้ชายตัวใหญ่ ๆ ไม่มีปัญหากันให้เลือกอีกมาก แต่ซิลวี่ก็ไม่เลือกครับ และคู่ที่มีปัญหากันนี้ก็รีบมาช่วยกันแบบไม่มีแง่งอนกันด้วย ร่วมมือกันดีมาก เราก็คิดว่าเออดีจะฆ่ากันเมื่อไม่กี่นาทีก่อนตอนนี้รักกันดีละจะได้ร่วมมือร่วมใจกันทั้งเครื่องเสียที แต่ป่าวครับ เขาก็ร่วมมือกันตามบทแค่ฉากนี้ล่ะ แล้วก็กลับไปมีปัญหากันต่อ

สรุป สิ่งที่ดีที่สุดในเรื่องนี้ก็คงเป็นไอเดียตั้งต้นที่ดี ซึ่งก็เป็นอย่างเดียวจริง ๆ ที่ทำให้ดูได้จนจบซีซันแรกว่าเรื่องมันจะสรุปไอเดียตัวเองอย่างไร และใครชอบดราม่าที่ตัวละครทุกตัวทะเลาะกันตลอดเรื่องแบบไม่ต้องมีเหตุผลนำมาก่อนแต่อย่างใดก็น่าจะชอบเรื่องนี้

ufa

รีวิว Cinderella and the Secret Prince ซินเดอเรลล่ากับเจ้าชายปริศนา

เรียกได้ว่า Cinderella and the Secret Prince หรือชื่อไทยว่า ซินเดอเรลล่ากับเจ้าชายปริศนา เรื่องนี้นั้นไม่ได้ถูกสร้างจากดิสนีย์ดังที่เราเคยรู้เรื่องราวของเจ้าหญิงคนนี้มาตลอด ด้วยชื่อหนังก็อาจจะทำให้หลายๆ คนเข้าใจผิดไปได้เหมือนกัน แต่จะว่าไปจุดกำเนิดเรื่องราวในครั้งนี้ก็ยังคงเวอร์ชั่นเดิมเอาไว้อยู่ เพียงแต่มีรายละเอียดปลีกย่อยที่ถูกเติมแต่งมากขึ้น

Cinderella and the Secret Prince ซินเดอเรลล่ากับเจ้าชายปริศนา ว่าด้วยเรื่องราวของ เอลลา สาวสวยผู้อยู่ในบ้านร่วมกับแม่เลี้ยงและพี่สาวนอกไส้สองคน ด้วยความช่วยเหลือจากหนูเพื่อนรัก 3 ตัว จึงทำให้เธอได้พบกับ คริสตัล นางฟ้าแม่ทูนหัวฝึกหัดที่เสกให้เอลลามีทุกอย่างเพื่อเข้างานเลี้ยงจนได้เข้าไปเต้นรำกับเจ้าชาย แต่แล้วเธอกลับพบความลับว่าเจ้าชายตัวจริงถูกสาปเป็นหนู ส่วนที่อยู่ในปราสาทเต้นรำกับเธอนั้นเป็นตัวปลอม

ฝ่ายแม่มดก็ประกาศออกตามล่าเอลลาและเพื่อนๆ ในที่สุดพวกเธอก็ค้นพบวิธีที่จะช่วยเจ้าชายกลับคืนร่างเดิน โดยเดินทางไปสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และพบแหวนเวทมนตร์ปริศนา หลังจากหาวิธีเพื่อช่วยให้เจ้าชายที่ถูกสาปกลับคืนร่างเป็นมนุษย์ ด้วยพลังของแหวนเวทมนตร์ เจ้าชายบุกไปยังปราสาทเพื่อจัดการกับแม่มดผู้ชั่วร้าย และทวงปราสาทของตัวเองคืน ระหว่างการต่อสู้ที่ดุเดือด แม่มดร่ายเวทมนตร์ใส่เอลลา สาปให้กลายเป็นหิน เจ้าชายต้องเลือกที่จะยกแหวนเวทมนตร์เพื่อถอนคำสาปช่วยเหลือเอลลา แลกกับการที่ตัวเองต้องกลับไปเป็นเหมือนเดิมอีกครั้ง หรือเอลลาจะต้องเป็นหินไปตลอดกาล

จะสังเกตเห็นได้ว่าตั้งแต่เรื่องย่อเราก็พอจะทราบแล้วว่า ซินเดอเรลล่าในเวอร์ชั่นนี้มีความเหมือนกับแอนิเมชั่นจากดิสนีย์เรื่องอื่นๆ ไม่น้อย ใครที่เคยดูหรือ่านหูผ่านตามาก่อนก็จะรู้ว่านี่มันจงใจสร้างมาล้อเลียนหนังเรื่องนั้นๆ โดยเฉพาะ ทั้งคำพูดคำจา หรือแม้แต่พล็อตเรื่อง ซึ่งจะว่าไปมันก็อาจจะเป็นส่วนดีที่ทำให้เราเปิดกว้าง ไม่มีอะไรที่ซับซ้อน และได้เห็นอะไรใหม่ๆ แหวกแนวไปบ้าง

แม้ว่าเรื่องราวมันต่างไปจากเวอร์ชั่นเดิมมากแค่ไหน แต่ถ้างานสร้างไม่ได้เนี๊ยบเท่าเวอร์ชั่นอื่นๆ ที่สร้างมาก็น่าเสียดายไม่น้อย เช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นในเวอร์ชั่นนี้ เรียกได้ว่าโปรดักชั่นไม่ค่อยโอเคเท่าที่หวัง การดีไซน์ตัวละครมีบางตัวก็ดี และในหลายๆ ตัวก็ดูไม่เป็นธรรมชาติอย่างเห็นได้ชัด หรืออาจจะเพราะเราชินตากับลายเส้นของค่ายอื่นอยู่แล้ว พอมาดูเรื่องนี้มันก็ให้ความรู้สึกอีกแบบ ยิ่งมาเจอการพากย์เสียงของตัวนางเอกบอกเลยว่าปวดหูมาก

อย่างไรก็ตาม ถ้าหากอยากจะลองชมซินเดอเรลล่าในเวอร์ชั่นนี้บ้าง ก็ถือว่าไม่ได้เสียหายอะไร เพราะจะว่าไปมันคงขึ้นอยู่กับรสนิยมความชอบของแต่ละบุคคล เพราะท้ายที่สุดแล้วหนังก็ได้ให้ความบันเทิงและข้อคิดดีๆ ไม่น้อยเลย โดยเฉพาะเรื่องความรัก ความสัมพันธ์ของคน เพียงแต่มันอาจจะไม่เท่าที่เราคาดหวังไว้ก็ตาม

แทง ufabet

รีวิว Liar Game เนื้อเรื่องนางเอกได้รับเชิญให้เข้าร่วมเกมส์

สนุกยังไง? ก่อนจะสาถยายถึงความสนุกของเรื่องนี้ผมขอกล่าวถึงเนื้อเรื่องของ Liar Game โดยย่อก่อนนะครับ คือเรื่องของเรื่องมีอยู่ว่านางเอกได้รับเชิญให้เข้าร่วมเกมส์ที่เรียกว่า Liar Game ครับ ซึ่งตัวเกมส์นั้นก็ตามชื่อคือต้องหลอกลวงครับ โดยเขาจะส่งเงินมาให้ยืม 100 ล้านเยนครับ ซึ่งตรงนี้จะไม่ขอกล่าวมากนะครับเดี๋ยวจะเป็นการสปอยล์ แต่นางเอกนี่นิสัยคือแบบเป็นคนอ่อนต่อโลก เชื่อคนง่ายครับ แม่งก็เลยโดนหลอกเอาเงิน 100 ล้านเยนไปหมดครับ ทีนี้นางเอกที่สิ้นหวังก็ตามหาคนที่จะช่วยเหลือเธอได้ แล้วก็ไปพบกับพระเอก (ที่เมพมว้าก) ครับเพื่อช่วยเอาเงินของเธอกลับคืนมา สำหรับเกมส์นี้เป็นแค่รอบแรกนะครับ รอบหลังๆนี่จะใช้แทคติกที่โหดและเกมส์จะสนุกและลุ้นกว่านี้มากครับ

รีวิวเริ่มต้น ซีรี่ย์เรื่องนี้โผล่ในหน้าฟีดบ่อยมาก ตอนแรกที่เห็นคือสะดุดกับโปสเตอร์มาก เพราะช่วงนี้เริ่มเบื่อแนวรักๆ ใคร่ๆ ก็เลยดูนั่นเองเนาะ และสดุดกับตัวร้ายเรื่องนี้ (ชินซองรก) คือชอบตั้งแต่เรื่อง You Who Came The Stars เป็นนักแสดงที่แสดงดีมาก ชอบเป็นการส่วนตัว โดยรวมนะ เนื้อของเรื่องคือดีมาก แต่ใส่น้ำเยอะเกินไป คือ ใส่เหตุการณ์นอกเกมส์(เนื้อเรื่องหลัก)เยอะมาก เหมือนใส่มาเฉยๆ เพราะไม่การคลี่คลายประเด็นแต่ละอันให้เลย อาจจะเพราะเวลาที่มีจำกัด (12 ตอน) หรืออาจจะเฉลยตอนซีซั่น 2

อีกเรื่องคือ ในเรื่องจะเป็นการเล่นเกมส์กัน เรานี่งงกับกติกาของเกมส์มาก ก่อนเริ่มเกมส์คือไม่เข้าใจเลย แต่ด้วยความขี้เกียจทำความเข้าใจเลยดูมาเรื่อยๆ แต่สุดท้ายก็เข้าใจนั่นแหละ เพราะตัวละครเล่นให้ดู ไม่ได้เข้าใจยาก แค่ต้องมีสตินิดนึง สรุป แค่จะสื่อว่า ทางทีมงานอธิบายเกมส์ไม่เข้าใจเลยยยยยย แต่เห็นเขาเล่าว่าฝั่งญี่ปุ่นอธิบายเกมส์เข้าใจมากกกกก

เรื่องตัวละคร อย่างที่บอกมาเราชอบ (ชินซองรก) มาเป็นทุนเดิมก็เลยสนใจแค่เขา 5555 คือเป็นคนที่แสดงดีมาก แสดงได้โรคจิตสุดๆอะ ส่วนพระเอก เคยเห็นมาก่อนในเรื่อง Angle eye แต่เราจำไม่ได้
คือเสน่ห์ของเขาคือรอยยิ้มนะ แต่เรื่องนี้ต้องเข้มไง เรื่องกระแสเขาว่ากันว่าฝั่งญี่ปุ่นเท่กว่า (ไหนบอกจะไม่เปรียบเทียบฟะ!?) ก็แค่จะแก้ตัวให้ว่า คนนี้ยิ้มแล้วน่ารักมากเลยนะเว้ย!!! แต่บทมันห้ามยิ้มไง นางเอก….. นางเอกน่ารักดี แต่บทบาทคือ…. เป็นนางเอกที่นางเอกจริงๆอะ แบบ..โลกสวยที่สุดของที่สุด แต่เราก็จะทนเพราะเราชอบตัวร้าย 555 แต่ความโลกสวยของนางเอกมีประโยชน์นะ ตอนหลังๆ

แทง ufabet

รีวิวซีรีย์ญี่ปุ่น Kaseifu no Mita แม่บ้านลึกลับกับครอบครัวอลเวง

รีวิวซีรีย์ญี่ปุ่น Kaseifu no Mita แม่บ้านลึกลับกับครอบครัวอลเวง มัตซุชิมะ นานาโกะ ผู้สร้างปรากฎการณ์เก๋าไม่ยอมตาย เธอได้สร้างปรากฎการณ์ประวัติศาสตร์ทางเรตติ้งตอนอวสานตลอดกาลในปีที่ผ่านมา
โดยพาให้ซีรีย์แห่งค่าย NTV เรื่อง Kaseifu no Mita ดราม่าแฟมิลีซีรีย์
เกี่ยวกับแม่บ้านปริศนา ติดอันดับสามเรตติ้งตอนที่สูงพุ่งพราวตลอดกาล
โดยเฉพาะในสุดท้าย ยอดกระโดดถึง ๔๐% ถือเป็นตัวเลขที่เห็นแล้วน่าตกใจ
ในท่ามกลางกระแสหน้าจอทีวีเป็นสิ่งที่ไม่น่าศรัทธาเหมือนเก่าก่อน
และเอเจนซี่ทั้งหลาย ก็คงนึกไม่ถึงว่าตัวเลขขนาดนี้ เคยมีให้เห็นครั้งสุดท้าย
ก็ต้องย้อนหลังกลับไปน่าจะสักสิบสองปีที่แล้วเห็นจะได้

เป็นซีรีย์ของค่ายเอ็นทีวี แนวครอบครัวที่กำลังเป็นทีนิยมอย่างมาก
ที่ก่อนหน้านี้ ทางค่ายก็เคยปล่อย Mother ให้เป็นที่ฮือฮาแบบม้ามืด
ทำให้หนูมานะงานชุกซุกซนตามที่ต่างๆ พอมาคราวนี้ถูกทำให้ง่าย
ด้วยเนือ้หาที่แยบยลและมีความเป็นดาร์กแฟนตาซีตลกร้าย ที่ว่าด้วยเรือ่งของ
ครอบครัวอาซาดะที่เพิ่งจะสูญเสียแม่ไป ด้วยการปักใจเชื่อว่าเป็นการฆ่าตัวตายกลางแม่น้ำ
การสูญเสียแม่ จะเป็นเสมือนการสูญเสียเสาหลักของการบริหารงานในบ้าน
ท่ามกลางความไม่พร้อมของการรับสถานการณ์อันไม่คาดฝันของสมาชิกในบ้าน
ขณะที่ทางฝ่ายพ่อเองเดิมทีก็ไม่ได้มีเวลาที่จะมาดูแลลูกๆทั้งสี่คน
ด้วยภาระความเป็นหัวหน้าแผนก จึงมีความห่างเหินกับบรรดาลูกอยู่พอสมควร
เป็นที่มาให้พ่อ ตัดสินว่าจ้างแม่บ้านรายเดือนผ่านบริษัทจัดหาแม่บ้านฮารุมิ
ที่เริ่มปฏิบัติงานเจ็ดโมงตอนเช้า และสิ้นสุดอีกทีในแปดโมงตอนค่ำ
เพื่อมาดูแลกิจการงานภายในบ้านและเหล่าลูกทั้งสี่ที่กำลังอยู่ในวัยเรียน
ซึ่งหน้่าที่หลักทั่วไป ก็จะเป็นการทำความสะอาด ซักผ้าและเตรียมทำอาหาร
เมื่อดูตามทรงที่ว่านี้ ก็ไม่เห็นว่าจะต่างอะไรจนถึงทำสร้างปรากฎการณ์เรตติ้งสูงปานนั้น
แต่มันไม่เท่านี้นะสิ

สถานการณ์ไม่ได้เป็นไปตามปกติเช่นนั้น
บริษัทที่ว่าจ้างได้จัดส่ง มิตะ อาคาริ แม่บ้านผู้เงียบขรึมและทำตัวไร้วิญญาณ
แต่ทว่า ในเรื่องของงานบ้าน-งานฝีมือเข้าขั้นสมบูรณ์แบบทุกระเบียบนิ้ว
ไม่มีขาดตกบกพร่อง รับปฏิบัติตามคำสั่งอย่างไม่มีเกี่ยงงอน มาตรงต่อเวลา
ชนิดไม่พลาดเลยสักวินาทีเดียว แต่ที่ซ้ำร้ายกว่านั้น (ซึ่งควรจะเรียกว่าซ้ำดีมากกว่า)
มิตะดูเหมือนจะมีสติปัญญาเฉลียวฉลาดเกินมนุษย์ธรรมดาไม่ว่าจะเป็น
การคิดเลขในฐานยากๆ การอธิบายศัพท์แสงวิขาการ โยนบอลสามลูก ศิลปะป้องกันตัว
ตลอดจนการไล่เรียงสมาชิกวงAKB48 ที่ว่ากันว่าเป็นวงหญิงที่สมาชิกมากที่สุดของโลก
ซึ่งสร้างความน่าพิศวงให้กับสมาชิกภายในบ้าน ไปถึงขั้นหลายครั้งสร้างความหวาดกลัว
ให้กับบรรดาเด็กๆ ด้วยพฤติกรรมหน้าฉากอันดำเงียบและไม่เป็นมิตรอย่างเปิดเผย
เห็นได้จาก การยืนเป็นยักษฺ์วัดโพธิ์ขณะที่ครอบครัวอาซ่าดะทานข้าวอย่างเอร็ดอร่อย
เพื่อรอรับคำสั่งจากการขอชามต่อไป อย่างไร้อารมณ์

แต่การได้แม่บ้านคนใหม่ ก็ไม่ได้ทำให้อะไรทุกอย่างมันดูลงตัวนัก
ด้วยปัญหาของการขาดเสาหลักของผู้เป็นแม่ มีผลกึ่งความล่มสลายของครอบครัวอาซาดะกลายๆ
อาซาดะ ยู ผู้เป็นพี่สาวคนโต (โดยคัตสึนะ ชิโอริ Majo SaibanและShokojo Seira)
ก็ยังไม่พร้อมกับการที่จะต้องเป็นพี่เต้ยของพวกน้องๆและกำลังหลงหัวปักหัวป้ำกับรุ่นพี่ชมรมถ่ายภาพ
อาซาดะ คาเกรุ น้องชายคนที่สอง (แสดงโดยนาคากาวะ ไทอิชิ จากGou)
นักกีฬาชมรมบาสเจ้าอารมณ์และมักตัดสินใจอะไรหุนหันพลันแล่น ส่วนคนที่สามเป็นผู้ชายเหมือนกัน
อาซาดะ ไคโตะ (แสดงโดยอายาเบะ ชูโตะ จากShiawase ni Naritai!) เป็นเด็กฉลาดช่างคิด
และใช้เหตุใช้ผลในการตัดสินใจ มักมองโลกในแง่ดีเสมอ และคนสุดท้ายเป็นเด็กผู้หญิง
วัยกำลังรอเข้าชั้นประถม อาซาดะ คิอิ (แสดงโดยฮอนดะ มิยู ) ช่างซักช่างถาม ขี้สงสัย
และมักจะได้รับความเห็นอกเห็นใจจากบรรดาพี่ๆเสมอ แต่อย่างที่บอก
ความที่มีช่องว่างระยะห่างจากผู้เป็นพ่อ อาซาดะ ไคอิชิ (แสดงโดยฮาเซกาวา ฮิโรกิ จากBoss
และ Gyne) ซึ่งยังไม่พร้อมและขาดวุฒิของความเป็นพ่อที่จะต้องมาดูแลลูกๆทั้งสี่
โดยปกติจะปล่อยให้แม่เป็นฝ่ายดูแล อีกทั้งปมปัญหานานาประการ
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ยูลูกสาวคนแรกเกิดขึ้นจากความไม่พร้อม
ปัญหาการไม่กินเส้นกับพ่อตาและต้องการโอนสิทธิ์ดูแลหลานๆเป็นของตน
เรือ่งที่พ่อไปมีกิ๊กกับสาวออฟฟิคในที่ทำงานถึงขั้นจะขอแต่งงานและเตรียมแผนที่จะขอหย่า
หนึ่งวันก่อนที่แม่จะเสียชีวิต

ซีรีย์เพิ่มความหม่นชวนให้น่าติดตามยิ่งขึ้น กับภูมิหลังที่ตัวมิตะ อาคาริ
ในฐานะบทแม่บ้านปริศนาและไร้หัวใจ (Mystic and Stoic Housekeeper)
ที่เอ่ยสารภาพยอมรับหน้าตายเลยว่า เป็นผู้ฆาตกรรมสามีและลูกชายของเธอเอง
จากนั้นก็ได้จุดไฟเผาเพือ่วางเพลิงเพื่ออำพรางคดี จนเป็นที่รังเกียจสาปส่งของทางญาติ
ซึ่งจะมีความสอดคล้องกับพฤติกรรมการรับคำสั่งโดยให้คำมั่นสัญญา
ที่ใครก็ตามซึ่งเป็นสมาชิกทางบ้านหากใช้ให้ทำอะไรก็ตามที่ยืนยันว่าเป็นส่วนหนึ่งของหน้าที่แม่บ้าน
แม้ว่าคำสั่งนั้น จะใช้ให้ไปฆ่าคน วางเพลิง หรือช่วยอัตนิบากกรรมเจ้าของคำสั่งเองก็ตาม
ยิ่งเป็นการส่งเสริมข้อสันนิษฐานต่างๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็น สภาวะป่วยทางจิต ผีเข้า
หรือบางที ก็อาจจะเป็นวิญญาณของแม่ที่กลับมาสิงในร่างไร้วิญญาณ เพราะอย่าลืมว่า
อาหารที่แม่บ้านมิตะปรุงให้กินทุกวัน คนในครอบครัวก็ยังยอมรับมีรสชาติคล้ายกับที่ครั้งหนึ่ง
แม่ของพวกเธอเคยได้ทำให้พวกเขารับประทานอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

ถือเป็นการกลับมาลงเวทีซีรีย์ ของ มัตซุชิมะ นานาโกะ
หลังจากห่างหายไปนานสองปี กับซีรีย์เรื่องสุดท้ายซึ่งเป็นซีรีย์ภาคต่อ
ของหมอประจัญบาน Kyumei Byoto 24 ภาคที่ 4 จนทำให้คณะกรรมการTDAA
ยอมรับความสามารถในบทหมอหญิงโคจิมะซังเสียที แม้ก่อนหน้านั้นจะได้รับแต่บท
ที่ส่วนใหญ่ก็ออกไปทางซ้ำซากจำเจจนสื่อมวลชนให้สมญานามเธอว่า “nadeshiko characters”
ในคำหมายที่เสียดนิดๆว่า ตัวละครโทนสีชมพู เธอเลยโชว์บทดาร์ก kuro characters
ซึ่งก็ส่งผลเกินคาด เพราะนับตั้งแต่เข้าวงการซีรีย์ตั้งแต่ปี ๙๒ มีรางวัลจากสถาบันTDAA
รับรองมาแล้วห้าเรือ่ง น่าจะเป็นเรื่องที่ฉีกความเป็นตัวเธอได้มากที่สุด
และการรอคอย “รอยยิ้ม” ของเธอ ก็ดูเหมือนจะเป็นรอยยิ้มที่มีคนญี่ปุ่นจดจ้องรอจ่องมากมาย
หลายหัว ยอดคนดูในตอนสุดท้ายถึงได้ทะลุชนเพดานเสียเช่นนั้น

เดิมพัน ufabet

รีวิวซีรีย์ญี่ปุ่นเรตติ้งดี Hanzawa Naoki ฮันซาวะ นาโอกิ นายธนาคาร

ในที่สุด Hanzawa Naoki ละครญี่ปุ่นเรตติ้งดีก็ได้ถูกนำมาฉายที่ประเทศไทยแล้วค่ะ เป็นละครที่ได้เรตติ้งในตอนสุดท้ายถึง 42.2% ถือว่าเป็นเรตติ้งที่สูงที่สุดในวงการละครญี่ปุ่น เพราะเหตุใด ละครเรื่องนี้ถึงได้ฮอตฮิตในญี่ปุ่น วันนี้จะมาเล่าสู่กันฟังค่ะ Hanzawa Naoki  ก่อนที่จะไปดูว่าทำไมละครถึงกวาดเรตติ้งได้อย่างถล่มทลายนั้น ขอเล่าถึงเนื้อเรื่องคร่าวๆ ของละครเรื่องนี้ก่อนค่ะ

เป็นละครที่สร้างมาจากนวนิยายของ “Ikeido Jun” อดีตนายธนาคารที่ผันตัวมาเป็นนักเขียน สำหรับเรื่องนี้ก็จะเป็นเรื่องราวของนายธนาคาร Hanzawa Naoki หัวหน้าแผนกสินเชื่อ ถูกผู้จัดการสาขาบังคับให้ปล่อยเงินกู้จำนวน 500 ล้านเยนให้กับบริษัทเหล็กนิชิโอซาก้า ทั้งๆ ที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน และหลังจากนั้นอีกไม่นาน บริษัทนั้นก็ล้มละลายพร้อมกับเงิน 500 ล้านเยนที่สูญหายไป แม้เรื่องนี้จะเป็นคำสั่งที่ออกมาจากผู้จัดการสาขา แต่ทุกคนกลับโยนความรับผิดชอบให้มารับความผิดแต่เพียงผู้เดียว ด้วยเหตุนี้จึงทำให้นิ่งเฉยไม่ได้ ต้องหาเงิน 500 ล้านเยนคืนมา แล้วเอาคืนคนที่ทำร้ายเขาเป็น “2 เท่า!!!”

เป็นละครที่ได้เรตติ้งตอนสุดท้ายสูงที่สุดค่ะ แต่ถ้าเป็นเรตติ้งเฉลี่ยรวมทั้งเรื่องเนี่ยอยู่ที่ 29% อยู่ที่อันดับ 6 ส่วนละครญี่ปุ่นที่มีเรตติ้งเฉลี่ยรวมสูงสุดก็คือเรื่อง HERO ค่ะ แต่ถึงอย่างนั้นก็ถือว่าเป็นละครที่มีเรตติ้งสูงขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่ตอนแรกจนถึงตอนจบ และคว้าเรตติ้งตอนสุดท้ายได้มากที่สุดถึง 42.2% และไม่ใช่แค่มีเรตติ้งที่สวยงามอย่างเดียวนะคะ ละครเรื่องนี้กวาดรางวัลที่การันตีถึงคุณภาพมามากมายเลยค่ะ ทั้งละครยอดเยี่มแห่งปี นักแสดงนำยอดเยี่มแห่งปี นักแสดงสมทบยอดเยี่ยมแห่งปี ผู้กำกับยอดเยี่มแห่งปี เรียกได้ว่าไม่ธรรมดาเลยจริงๆ คราวนี้มาดูกันค่ะว่า เพราะเหตุใดละครถึงได้รับความนิยมจากคนดูอย่างมากมาย และประสบความสำเร็จในญี่ปุ่นอย่างสูง

1. เรื่องราวเข้าถึงใจมนุษย์เงินเดือน
แม้ว่าละครเรื่องนี้จะเป็นเรื่องราวของ “นายธนาคาร” มีเรื่องของเงินๆ ทองๆ แต่จริงๆ แล้วเรื่องราวที่เกิดขึ้นในละครก็จะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับมนุษย์เงินเดือนทั่วๆ ไปด้วยค่ะ เพียงแค่เรื่องนี้ขอเล่าเรื่องราวของมนุษย์เงินเดือนผ่านนายธนาคารคนหนึ่ง ในเรื่องนี้เราก็จะเห็นชีวิตของมนุษย์เงินเดือน (ที่เป็นนายธนาคาร) ในองค์กรใหญ่ๆ ใส่สูท ผูกไทเป๊ะๆ แบบ Japan Salaryman การประชุมที่ดุเดือด ฟาดฟันกันตลอดเวลา หรือเรื่องอำนาจของคนที่มีตำแหน่งสูงกว่ากับชั้นผู้น้อยคนธรรมดาๆ ความยุติธรรมและความอยุติธรรมในองค์กร ดูเหมือนเป็นเรื่องที่ไม่มีลูกน้องคนไหนกล้าออกมาพูดอย่างตรงไปตรงมาแน่ๆ แต่กลับถูกออกมาเป็นฝ่ายพูดแทนมนุษย์เงินเดือนทุกคน พร้อมแสดงตัวอย่างให้เห็นว่ามนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆ เนี่ย จริงๆ แล้วเราควรทำงานด้วยอุดมการณ์แบบไหน ด้วยเหตุนี้เลยทำให้ละครเรื่องนี้เข้าไปอยู่ในใจของมนุษย์เงินเดือนทุกคนค่ะ

2. พล็อตหักมุมเหนือความคาดหมาย
ความสนุกของเรื่องนี้ที่ทำให้คนดูญี่ปุ่นติดหนึบกันมาแล้วเนี่ย น่าจะเป็น “ความหักมุม” เนี่ยแหละค่ะ ในช่วงตอนท้ายๆ ของแต่ละตอน มักจะเป็นเรื่องราวเหนือความคาดหมาย และไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นได้ในละคร บางทีดูๆ ไปก็รู้สึกว่า Hanzawa ต้องแพ้ราบคาบแน่ๆ แต่กลับโชว์เหนือขึ้นมาได้อย่างเหลือเชื่อ หรือบางทีเรื่องราวก็เลวร้ายลงในชนิดที่ว่าคาดไม่ถึงเช่นกันค่ะ ด้วยความที่มันเดาไม่ได้ คาดไม่ถึง และไม่เคยมีละครที่มีเรื่องราวแบบนี้มาก่อน เลยทำให้คนดูหลายคนติดละครเรื่องนี้กันค่ะ

3. ละครแนวอาชีพผสมแนวสืบสวนสอบสวน
ความน่าสนใจของละครเรื่องนี้อีกอย่างหนึ่งก็คือ การนำละครแนวอาชีพมาผสมผสานกับความเป็นละครสืบสวนสอบสวน ในเรื่องนี้ก็จะมีเรื่องราวสืบค้นถึงที่มาที่ไปของเงิน 500 ล้านที่หายไปเองก็ต้องคอยสืบจากหลักฐานต่างๆ เพื่อโยงเข้าไปถึงตัวคนที่เชิดเงินไป และหาเงินที่หายไปคืนมาให้ได้ รวมถึงเรื่องราวความไม่ชอบมาพากลของบริษัท เลยทำให้ละครเรื่องนี้ไม่ใช่แค่ละครแนวอาชีพธรรมดาที่บอกเล่าถึงชีวิตนายธนาคารเฉยๆ ว่าต้องทำอะไร พบเจออุปสรรคอะไรบ้าง แต่ยังมีเรื่องราวปริศนาที่รอให้เราสืบค้นไปพร้อมๆ กัน

ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจเช่นกันค่ะว่า เป็นละครที่ไม่ได้มีเนื้อหาที่ชวนพาให้หลีกหนีความเครียด เป็นเรื่องที่พาคนดูพุ่งเข้าสู่ความจริง (ที่แสนโหดร้าย) ด้วยซ้ำ แต่กลับทำให้คนดูรู้สึกชอบ และอยากจะติดตาม จะว่าไปการเผชิญความจริงผ่านละครก็คงเป็นอีกทางออกหนึ่งของชีวิตมนุษย์ก็เป็นได้ค่ะ

นี่ก็คือเหตุผลคร่าวๆ ที่ว่าทำไมละครถึงได้รับความนิยมอย่างสูงในญี่ปุ่น แต่ทั้งนี้ทั้งนี้เหตุผลของแต่ละคนที่ดูเรื่องนี้อาจจะแตกต่างกันออกไปค่ะ นี่เป็นเพียงความคิดเห็นของเราเองเท่านั้น

ufabet.co

รีวิวซีรีส์ 13 Reasons Why Season 2 หลังซีซันแรกทิ้งไว้ที่เหตุการณ์พ่อกับแม่ แฮนนา

หลังซีซันแรก 13 Reasons สร้างปรากฏการณ์ฮิตติดลมบนจน Netflix ได้กลับมาจับมือกับ ไบรอัน ยอร์คีย์ ภายใต้การผลักดันของ เกร็ก อารากิ ผู้กำกับหนังอินดี้และ เซเลนา โกเมซ นักร้องสาวคนดัง ในการกลับมาสานต่อเรื่องราวของ 13 Reasons หลังซีซันแรกทิ้งไว้ที่เหตุการณ์พ่อกับแม่ แฮนนา ตัดสินใจฟ้องร้อง ลิเบอร์ตี้ ไฮ โรงเรียนมัธยมภาพลักษณ์ดีแต่แฝงอันตรายรอบด้านทั้งการล่วงละเมิดทางเพศ และการปกป้องผลประโยชน์ของนักเรียนรวยๆ ดังนั้นเหตุการณ์ในซีซันนี้จะใช้การให้ปากคำในศาลของผู้เกี่ยวข้องแต่ละคน ในการให้ข้อมูลอีกด้านที่แฮนนา เบเคอร์ ไม่ได้กล่าวในเทป ที่ทำให้เราได้รับรู้เรื่องราวของแต่ละคนที่มีทั้งความรู้สึกผิด และความรักที่กลายเป็นความแค้น เพิ่มมิติให้ตัวละครที่เคยเป็นเพียงเรื่องเล่าของแฮนนาในซีซันแรกได้เป็นอย่างดีทีเดียวค่ะ

และเมื่อซีซันแรกมีเทปแคสเซตเป็นกิมมิกในการเล่าเรื่อง สำหรับซีซันนี้ก็มีภาพถ่ายโพลารอยด์ที่เคลย์ได้รับจากบุรุษปริศนา เพื่อให้เขาตามหาต้นตอของภาพที่ไม่เพียงเรียกร้องความยุติธรรมให้แฮนนาเท่านั้นแต่ยังเปิดโปงความโสมมของสังคมในลิเบอร์ตี้ ไฮ อีกด้วย ซึ่งทำให้เนื้อหาในซีซันนี้นอกจากสานต่อบทสรุปชีวิตของแฮนนา เบเคอร์แล้ว มันยังมุ่งเป้าตีแผ่การล่วงละเมิดทางเพศและความรุนแรงในรั้วโรงเรียนให้เข้ากับกระแส Me Too อีกด้วยนะคะ

สำหรับบทบาทของนักแสดงในซีซันนี้ ถือว่าเฉลี่ยความเด่นให้อย่างทั่วถึง นอกจาก ดีแลน มินเนต และ แคทเธอรีน แลงฟอร์ด ในบทเคลย์และแฮนนา ที่ยังคงรักษาเคมีระหว่างตัวละครได้ยอดเยี่ยมแล้ว ในซีซันนี้ ตัวละครที่มีบทบาทสำคัญในหลายๆตอนมากขึ้นคงหนีไม่พ้นบท เจสสิกา ของ เอไลชา โบ ที่พูดถึงประเด็น Me Too โดยตรง รวมถึงตัวละคร ไทเลอร์ ของ เดวิน ดรูอิด ที่พลิกจากบทตัวประกอบกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเรื่องจนต้องสานต่อในซีซันถัดไป นอกจากนี้ รอสส์ บัตเลอร์ หนุ่มตี๋สุดหล่อ ยังขยันขโมยหัวใจสาวๆในบท แซค ที่ซีซันนี้นอกจากจะเปิดเผยเรื่องราวของเขากับแฮนนามากขึ้น บทบาทการเป็นพี่เลี้ยงดูแล อเล็กซ์ ที่รับบทโดย ไมลส์ เฮเซอร์ ยังแอบซ่อนอารมณ์จิ้นจนสาววายอดใจต่อเรือให้ไม่ได้เลยจริงจริ๊งค่ะ

เอาล่ะ ชมมาก็พอควรทีนี้ข้อเสียสำคัญของซีรีส์ที่ขัดใจแอดไม่น้อยคงหนีไม่พ้นซับพลอต ความรักครั้งใหม่ของ เคลย์ กับ สกาย สาวพังก์โดยที่เขายังไม่ลืมแฮนนา เพราะความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดูขาดความน่าเชื่อถือไปหน่อยค่ะ ส่วนอีกจุดที่ขัดใจน่าจะเป็นตอนท้ายเรื่องที่ซีรีส์ดูจงใจลากยาวให้มีซีซัน 3 และทำท่าว่าเรื่องราวจะออกทะเลไปใหญ่โตทีเดียวค่ะ

แต่ถึงอย่างไรก็ต้องยอมรับว่า ซีซัน2 ได้แสดงให้เห็นถึงความชาญฉลาดของทีมเขียนบท และการได้ เกร็ก อารากิ ผู้กำกับหนังดราม่าอินดี้อย่าง Mysterious Skin (2004) มากำกับ 2 ตอนแรกก็ช่วยให้การปูพื้นข้อมูลและกำหนดโทนเรื่องของซีซัน 2 มีความน่าสนใจและเปิดปมให้คนดูได้ตามต่อไว้อย่างแยบคาย และเหนืออันใด ซีรีส์เรื่องนี้ยังมุ่งให้คนดูได้เข้าใจปัญหาของวัยรุ่นทั้ง ความรุนแรงในโรงเรียนและปัญหาสุขภาพจิตได้อย่างเหนือเชื่อถือและปราศจากท่าทียัดเยียดได้ดีเชียวค่ะ

ufa24hrs

รีวิวแนวอมตะแนวสยองขวัญ Bates Motel ภาพยนตร์สุดคลาสสิคในยุคปี 60

ซีรีส์เรื่อง Bates Motel เป็นซีรีส์ที่ได้รับแรงบันดาลใจมากจาก ภาพยนตร์ชื่อดังอย่าง Psycho ภาพยนตร์สุดคลาสสิคในยุคปี 60 ที่กล่าวได้ว่าเป็นภาพยนตร์อมตะแนวสยองขวัญ เขย่าประสาทในตำนานนั่นเอง โดยซีรีส์เรื่องนี้ยังได้รับการสร้างมาจากทีมสร้างซีรีส์ชื่อดังอย่าง Lost อีกด้วย โดยที่ตัวซีรีส์นั้นได้นำเสนอเรื่องราวในช่วงวัยรุ่นของ ตัวฆาตกรโรคจิต จากในหนังเรื่อง Psycho นั่นเอง

โดยเนื้อหาเรื่องย่อของซีรีส์เรื่องนี้ นั้นเริ่มต้นจาก นอร์ม่า เบตส์ หญิงม่ายที่เสียสามีไปอย่างกะทันหัน เธอจึงได้ตัดสินใจพาลูกชายสุดที่รักอย่าง นอร์แมน มายังเมืองเล็ก ๆ อันเงียนสงบแห่งหนึ่ง เพื่อที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ ด้วยการเปิดธุรกิจโรงแรมเล็ก ๆ อย่าง โมเทล จากการซื้อต่อโรงแรมนี้มาอีกทอดหนึ่งนั่นเอง หลังจากที่คู่แม่ลูกได้มายังเมืองแห่งนี้ เมืองที่ดูผิวเผินเมือนจะเป็นเมืองสุขสงบ แต่แท้จริงแล้วเมืองแห่งนี้กับมีความลึกลับบางอย่าง ที่พร้อมจะเปิดเผยเรื่องราวความซับซ้อนของสายสัมพันธ์แม่ลูกคู่นี้ ก่อนที่ นอร์แมน จะกลายมาเป็นฆาตกรโรคจิตในตำนานอย่างในหนังเรื่อง Psycho นั่นเอง

ต้องบอกเลยว่าใครที่ชื่นชอบซีรีส์แนวลึกลับ เขย่าขวัญ ที่มาพร้อมกับเรื่องราวอันพิศวง และรอผู้ชม คนดูร่วมค้นหาคำตอบแล้วล่ะก็ ซีรีส์เรื่องนี้ตอบโจทย์คุณได้อย่างแน่นอน อีกทั้งซีรีส์เรื่องนี้ยังทำเนื้อหาออกมาได้อย่างซับซ้อน ซ่อนเงื่อน ที่ผู้ชมไม่สามารถคาดเดาได้อีกด้วย ถือว่าเป็นซีรีส์น้ำดีอีกเรื่องที่ต้องหาดูให้ได้จริง ๆ

ufabet

รีวิว เกมอำนาจ House of Cards  ซีรีส์การเมืองที่ทำให้ Netflix ดังระดับโลก

รีวิว เกมอำนาจ House of Cards  ซีรีส์การเมืองที่ทำให้ Netflix ดังระดับโลก การแสดงของ เควิน สเปซีย์ ผู้กำกับ เดวิด ฟินเชอร์ เจาะลึกการเมือง เลือกตั้ง สหรัฐอเมริกา House of Cards ไม่เพียงแต่เป็นซีรีส์ที่สร้างชื่อเสียงให้ Netflix อย่างมากในยุคแรกเท่านั้น เรื่องนี้ในช่วงที่ออกฉายยังได้รับการยกย่องจก บารัค โอบามา เมื่อครั้งยังดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐในเวลานั้นอย่างมาก ซึ่งก็ทำให้เกิดกระแสแนะนำเรื่องนี้หนักขึ้นไปอีก

ซึ่งหนึ่งในปัจจัยความสำเร็จของเรื่องนี้ ปฏิเสธไม่ได้ถึงฝีมือการแสดงของ เควิน สเปซีย์ จากการตีบทแตกกับบทบาทการแสดงเป็น “ฟรานซิส อันเดอร์วู้ด” หรือที่ในเรื่องเรียกกันว่า แฟรงค์ นักการเมืองผู้พร้อมจะใช้กลยุทธ์ทุกอย่าง และพร้อมใช้ทุกวิธีการไม่ว่าจะเป็นสีขาว เทา ดำ เพื่อบดขยี้คู่แข่งทางการเมือง ดิสเครดิตฝายตรงข้าม การล็อบบี้อีกฝ่ายเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง เพื่อทำให้ตัวเองบรรลุเป้าหมาย รวมถึงการหาหนทางที่จะไต่เต้าเข้ากุมอำนาจสูงสุดในวงการเมืองสหรัฐอเมริกา และก้าวขึ้นไปจนถึงตำแหน่งประธานาธิบดี

ดั้กกลาส แสตมป์เปอร์ มือขวาผู้ภักดีของสามีภรรยาอันเดอร์วู้ด เมื่อแฟรงค์ชนะเลือกตั้ง เขาได้รับตำแหน่ง หัวหน้าคณะทำงานของทำเนียบขาว เป็นคนที่พร้อมทำงานทุกประเภทให้แฟรงค์ตั้งแต่เรื่องเล็กจนถึงเรื่องใหญ่

แล้วก็กลายเป็นดั้กนี่เองคือคนสุดท้ายที่จะลงมือสังหารแคลร์ แต่กลับถูกแคลร์เล่นงานเสียเองในฉากสุดท้ายของเรื่อง

รีวิว สปอยล์ เริ่มจากเล่าเรื่องราวของ แฟรงค์ อันเดอร์วู้ด นักการเมืองจากเซาท์คาโรลิน่า ตัวแทนจากพรรคเดโมแครต กำลังอยู่ระหว่างการฉลองชัยชนะจากการเลือกตั้งของประธานาธิบดี แกเร็ธ วอล์คเกอร์ ซึ่งสัญญาว่าจะให้เขาได้ตำแหน่ง Secretary o f State แต่ประธานาธิบดีกลับไม่ทำตามที่สัญญาไว้ เพราะต้องการให้เขาช่วยรับบทบาทอื่น นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้แฟรงค์และแคลร์ซึ่งเป็นภรรยาเข้าสู่การวางแผนมากมายในการไต่เต้าและกุมอำนาจ ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีการไหนก็ตาม

ฟรานซิส อันเดอร์วู้ด หรือ แฟรงค์ นักการเมืองผู้เลือดเย็น พร้อมทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์และเป้าหมายของตนเอง ในซีซันแรก เขาได้รับคำสัญญาจากประธานาธิบดีที่เพิ่งชนะการเลือกตั้งว่าจะให้ตำแหน่งรัฐมนตรีที่เขาได้รับคำสัญญาไว้จากการที่เขามีส่วนช่วยให้ชนะการเลือกตั้ง แต่ผลกลับไม่เป็นตามนั้น ทำให้เขาตัดสินใจที่จะไม่ภักดีอีก พร้อมกับหันมาทำทุกอย่างตั้งแต่การล็อบบี้ แบล็คเมล์ เพื่อนำไปสู่เป้าหมายในการกุมอำนาจเบื้องหลังทำเนียบขาว

แฟรงค์พร้อมใช้วิธีทั้งในตำราและนอกตำรา หาพวกและเส้นสายในวงการข่าวเพื่อให้ปล่อยข่าวที่จะเป็นประโยชน์ต่อตัวเขา รวมถึงปลุกปั้นนักการเมืองคนอื่นขึ้นมาใช้ประโยชน์ แล้วพร้อมจะเฉดทิ้ง

แฟรงค์ไต่เต้าจนกระทั่งเขาไต่เต้าขึ้นสู่ตำแหน่งรองประธานาธิบดี และได้เป็นประธานาธิบดีในที่สุด แต่สุดท้ายแล้วศัตรูทางการเมืองที่ร้ายกาจที่สุดของเขากลับไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นแคลร์นั่นเอง

ในระหว่างการเดินเรื่อง แฟรงค์ จะมีการหันมาพูดคุยกับคนดูอยู่ตลอด เหมือนเป็นการทลายกำแพง 4 มิติ ในขณะที่เวลาในเรื่องก็ยังเดินอยู่ ซึ่งก็จะมีทั้งหันมาอธิบายอะไรเพิ่ม หันมาชวนคุย ไปจนถึงแค่หันมาทำหน้ายักคิ้วหลิ่วตาแบบรู้กันกับคนดู ในระหว่างสถานการณ์ต่างๆ นี่จึงเป็นเสน่ห์สำคัญของซีรีส์เรื่องนี้ แต่ในซีซันหลัง แคลร์ ก็จะกลายเป็นตัวละครที่หันมาคุยกับคนดูแทนแฟรงค์

แคลร์ อันเดอร์วู้ด ภรรยาของแฟรงค์ เบื้องหน้าทำมูลนิธิน้ำสะอาด NGO แต่แท้จริงแล้วเธอคอยช่วยหนุนหลังแฟรงค์อยู่เบื้องหลังทางการเมือง แคลร์เป็นภรรยาที่มีความเลือดเย็นไม่แพ้แฟรงค์ ในบางมุมยังมีความโหดมากกว่าด้วย เธอสามารถแยกแยะเรื่องส่วนตัวและเป้าหมายทางการเมืองได้ ชนิดที่ต่อให้แฟรงค์ไปมีอะไรกับใครเธอก็ไม่สนใจถ้าหากนั่นทำเพื่อเป้าหมายและได้ประโยชน์ เธอก็รับได้ การใช้ชีวิตคู่ระหว่างพวกเขาสองคนจึงเป็นในลักษณะที่ต่างฝ่ายต่างมีผลประโยชน์ร่วมกันมากกว่าจะแค่เรื่องความรักชายหญิง

หลังจากสองสามีภรรยาอันเดอร์วู้ดได้กอบโกยผลประโยชน์และขึ้นสู่อำนาจมากขึ้นเรื่อยๆ ก็กลายเป็นว่าศัตรูตัวฉกาจที่สุดของแฟรงค์ กลับกลายเป็นแคลร์ที่ขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีในซีซัน 6

สำหรับในซีซันแรก เปิดฉากแรกด้วยการเล่าถึง แฟรงค์ ที่ได้ยินเสียงรถชนสุนัข เขาจึงออกมาหน้าบ้านแล้วพบว่ามีสุนัขถูกชนแล้วหนี เขาจึงทลายกำแพงสี่มิติมาคุยกับคนดูว่า ทำไมจึงควรฆ่าสุนัขที่กำลังบาดเจ็บตัวนี้ไปเสีย เพื่อไม่ให้มันทรมาน เพียงแค่นาทีเดียวในเรื่องก็สามารถทำให้เราได้เห็นว่า เขาคือนักการเมืองแบบไหน และคนที่จะได้อำนาจทางการเมืองต้องมีความเลือดเย็นระดับไหน รวมถึงเป็นการเปิดแนวทางของเรื่องด้วยว่า เมื่อคุณเริ่มดูซีรีส์เรื่องนี้ แฟรงค์ จะชวนคนดูคุยตลอดเรื่อง ไปจนถึงอธิบายมุมมองความคิดของเขาต่อเรื่องราวต่างๆให้เราฟัง ดังนั้นถ้าคุณห่วงว่า นี่จะเป็นซีรีส์การเมืองแนว คุย คุย คุย ๆๆๆๆๆ แล้วน่าเบื่อเหมือนหนังการเมืองเรื่องอื่นๆ ไม่ต้องห่วงเลย เพราะแฟรงค์จะทำให้คุณมีอารมณ์ร่วมไปกับเรื่องราว จนคนดูจะต้องหันมาเอาใจช่วยและเชียร์ตัวเขาไปด้วย

ซึ่งเรื่องในซีซันแรก จบลงเมื่อแฟรงค์รับเป็นผู้ท้าชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดี ซึ่งหลังจากนั้น แฟรงค์ก็ได้ชนะเลือกตั้งจนกลายเป็นประธานาธิบดีสำเร็จในซีซัน 3 แต่แล้วตำแหน่งประธานาธิบดีก็กลายเป็นของแคลร์ ซึ่งกลายเป็นตัวหลักของการเดินเรื่องในซีซันที่ 6

สำหรับซีรีส์เรื่องนี้ ถือว่าเป็นหนึ่งในเรื่องที่ “แนะนำ” ให้ต้องดูสำหรับซีรีส์ฝรั่งของ Netflix ที่สำคัญคือนี่เป็นเรื่องที่สร้างชื่อเสียงอย่างมากให้กับ Netflix ในช่วงบุกเบิก ทำให้มีสมาชิกสมัครเข้ามารับชมเรื่องนี้มากขึ้น จนกระทั่งเป็นกระแสในช่วงที่ออกฉาย

จุดเด่นสำคัญที่สุด คือการแสดงที่โคตรสมบทบาทของ เควิน สเปซีย์ ในบท แฟรงค์ อันเดอร์วู้ด ซึ่งหน้าตาและท่าทางของขาก็เข้ากับบทบาทนักการเมืองสายเหี้ยม สีเทาๆจนไปถึงดำ ที่เรียกว่าแสดงได้เหี้ยมและเลือดเย็นมาก แถมในส่วนของการเล่าเรื่องแบบทลายกำแพงมิติที่ 4 ออกมาคุยกับคนดู เขาก็ทำได้ดีเยี่ยม ด้วยลีลาหน้าตากวนประสาท ที่บางครั้งไม่ต้องพูดอะไรมาก แค่หันมายักคิ้วหลิ่วตาให้คนดูแบบรู้กันในบางฉากก็ทำได้เยี่ยมมาก

 

แทง ufabet

ซีรีส์ที่สร้างจากวรรณกรรมต้นฉบับ The 100 เป็นของ แคส มอร์แกน

ซีรีส์ที่สร้างจากวรรณกรรมต้นฉบับ The 100 เป็นของ แคส มอร์แกน กำกับโดย เจสัน โรเธนเบิร์ก เนื้อเรื่องย่อ The 100 ซีซั่น 1 เมื่อโลกถูกล้างผลาญด้วยมหันตภัยปรมาณู ทำให้มนุษย์ต้องอพยพไปอยู่บนนิคมอวกาศชื่อ ดิอาร์ค แต่ด้วยวิกฤติการณ์ที่ก๊าซออกซิเจนสำหรับหายใจกำลังขาดแคลน เหล่าสมาชิกสภามีมติให้ส่งนักโทษเยาวชนจำนวน 100 คนลงไปบนโลกเพื่อพิสูจน์ว่าโลกที่พวกเขาจากมานานยังสามารถอาศัยอยู่ได้หรือเปล่า และทันทีที่พวกเขาแตะพื้นโลก นอกจากต้องเผชิญเหล่าสัตว์แปลกกลายพันธุ์แล้ว พวกเขาอาจไม่ใช่มนุษย์เพียงกลุ่มเดียวที่ต้องการเป็นเจ้าของพื้นโลก ทำให้ คลาร์ก กริฟฟิน

(เอลิซา เทเลอร์) บุตรสาวแพทย์จากดิอาร์ค และ เบลามี เบลค (บ็อบ มอร์ลีย์) ชายหนุ่มหัวขบถที่ตั้งตัวเป็นหัวหน้า ต้องหาทางเอาชีวิตรอดจากทั้งมหันตภัยธรรมชาติเป็นพิษและเหล่านักรบเผ่ากราวเดอร์ผู้เหี้ยมโหด

ดูจากเรื่องย่อก็น่าสนุกแล้วใช่ไหมล่ะ ซึ่งโครงเรื่องของซีรีส์กว้างมากเลยทำให้ลุ้นอยู่ตลอดว่าจะเกิดอะไร ส่วนตัวผมคิดว่าเป็นหนังที่คาดเดาได้อยากมาก คนดูไม่อาจคาดถึงเลยในแต่ล่ะตอนผมนี่งุดงิดเหมือนกันในตอนแรกๆที่ ตายกันง่ายเกิ๊น แถมทำอะไรแม่งไม่คิดกันเลย คิดแต่สนุกกัน คือแบบพวกเอ็งมาเพื่อสำรวจโลกน่ะเว้ยไม่ได้มาเที่ยว กว่าพวกเอ็งจะคิดได้ความฉิบหายมันมาถึงแล้ว (ความเห็นส่วนตัวน่ะ 555) ออกจากการหัวร้อนมารีวิวกันต่อเถอะ ในส่วนของตัวละคร ซึ่งตัวละครแต่ละตัวก็จะมีพลอตความหลังของตัวเองซึ่งทำได้ดีมากตัวละครส่วนใหญ่จะเป็นวัยรุ่นทีมีลักษณะจิตวิทยาของวัยรุ่นจริงๆและมีการพัฒนาของความคิดให้ได้เห็นภายในเรื่องและยังมีมุมมืดๆของแต่ละตัวละครค่อยๆเผยออกมาในแต่ล่ะตอน บางคนดูเหมือนจะดีในช่วงแรกแต่ก็เผยความมืดในตัวเองออกมา ขอเสริมน่ะครับ 100 คนที่ส่งมาบนโลกส่วนใหญ่จะเป็นนักโทษครับ อาจจะมีบางคนที่เก่งในแต่ล่ะด้านที่ส่งมาช่วยพวกนักโทษ รวมถึงนางเอกด้วย

อาล่ะมาให้คะแนนเรื่องนี้กัน เต็ม 10 ผมให้ 9 เลยสำหรับเรื่องนี้ ส่วนตัวผมชอบที่ตัวละครแต่ล่ะตัวมีพลอตความหลังของตัวเอง ด้านมืดในตัวเอง แถมการผจญภัยในโลกที่ไม่มีคนอยู่มานาน เหมือนกับการไปต่างดาวเลย ซึ่งสามารถดูโดยเรื่อยๆโดยไม่เบื่อ สว่นตัวอยากแนะนำให้เพื่อนที่ชอบแนวไซไฟ ผจญภัย ไปหามาดูโดยด่วนไม่งั้นอาจพลาดซีรีส์สนุกมากๆเรื่องหนึ่งไปได้ ซึ่ง The 100 มีให้ชมทาง Netflix ปัจจุบันมีทั้งหมด 6 ซีซั่น อย่าลืมไปหามาดูล่ะ

ufabet.co