รีวิวซีรีย์ Arrow คนธนูมหากาฬ เมื่อสตาร์ซิตี้ถูกคุมคามด้วยอาชญากรร้าย

รีวิวซีรีย์ Arrow เมื่อสตาร์ซิตี้ถูกคุมคามด้วยอาชญากรร้าย ถึงเวลาที่เขาต้องกอบกู้ด้วยลูกศรเพชฌฆาต หลังหายสาบสูญไปถึง 5 ปี โอลิเวอร์ ควีน (สตีเฟน อาเมลล์) Arrow กลับมาสู่สตาร์ลิงซิตี้อีกครั้งเพื่อพบว่าครอบครัวของเขาทั้ง มอยรา ควินน์ (ซูซานนา ธอมป์สัน) ผู้เป็นแม่ที่เก็บความลับบางอย่าง และ เธีย ควีน (วิลลา ฮอลแลนด์) น้องสาวขี้ยา อาจเกี่ยวพันกับอาชญากรร้ายอย่าง มัลคอล์ม เมอร์ลิน (จอห์น บาร์โรวแมน) พ่อของทอมมี่ เมอร์ลิน (โคลิน ดอนเนล)เพื่อนรักที่กำลังคบหากับ ลอเรล แลนซ์ (เคที่ แคสซิดี้) ทนายสาวเปี่ยมอุดมการณ์ที่เป็นรักฝังใจของเขา แต่สำหรับโอลิเวอร์ ภารกิจสำคัญเหนืออื่นใดอยู่ในยามราตรีเมื่อเขาเลือกสวมชุดฮูดสีเขียวพร้อมคันธนูเพชฌฆาตออกปราบเหล่าอาชญากรทรงอิทธิพลที่มีแผนทำลายชุมชนเดอะเกลซ ในนาม แอร์โรว์ โดยได้รับความช่วยเหลือจาก จอห์น ดิกเกิล (เดวิด แรมซีย์) บอดี้การ์ดอดีตนาวิกโยธินและเฟลิซิตี้ (เอมิลี่ เบตต์ ริคคาร์ดส์) แต่ภารกิจของพวกเขาก็ตกอยู่ในสายตาของ เควนติน แลนซ์ (พอล แบลคธอร์น) ตำรวจตงฉินพ่อของลอเรล แถมเหตุการณ์ในอดีตบนเกาะเหลียนหยูยังคงตามหลอกหลอนโอลิเวอร์อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

สเลด วิลสัน (เมนู เบนเนตต์) คู่แค้นจากเหตุการณ์บนเกาะเหลียนหยูกลับมาคุกคามชีวิตครอบครัวโอลิเวอร์ ที่กำลังระส่ำระสายหลัง เธีย ได้รับรู้ความจริงว่าใครเป็นพ่อตัวจริงของเธอ ไม่เพียงเท่านั้นในขณะที่สตาร์ลิงซิตี้กำลังระส่ำระสายจากแผนการร้ายของสเลด วิลสัน บริษัทควีนคอนโซลิเดต ของโอลิเวอร์ยังสุ่มเสี่ยงกับภาวะล้มละลายจนต้องพึ่ง อิซาเบล โรเชฟ (ซัมเมอร์ เกลา จากซีรีส์ Sarah Conner) หุ้นส่วนที่มีอดีตพัวพันกับพ่อของเขา และยังต้องรับมือกับ เฮเลน่า เบอติเนลลี่ (เจสสิกา เดอ เกาว์) ลูกสาวมาเฟียที่เขาสร้างให้เธอกลายเป็นเดอะฮันเทรส นักล่าสาวที่หมายเด็ดหัวพ่อตัวเอง ในขณะที่เธียได้นำพาให้โอลิเวอร์ได้รู้จัก รอย ฮาเปอร์ (โคลตัน เฮย์นส์) ที่โอลิเวอร์ฝึกสอนให้เขามาสู้ข้างกายในนาม เดอะ อาเซนอล นอกจากนี้การกลับมาของ ซาร่า แลนซ์ (ไซตี้ ลอทซ์)น้องสาวลอเรล ผู้ร่วมชะตากรรมเรืออับปางกับโอลิเวอร์เมื่อ 5 ปีก่อนกลับมาในนาม เดอะแบล็คคานารี่ พร้อม นิซซา อัลกู (แคทรินา ลอว์) ลูกสาวราซอัลกูหัวหน้าพันธมิตรมือสังหาร และอดีตคนรักของซาร่าที่หมายตามตัวซาร่ากลับนันทปารวัตร ซึ่งคำตอบของวิกฤตครั้งนี้อาจอยู่ที่เหตุการณ์บนเกาะเหลียนหยู ระหว่างสงครามช่วงชิง มิราคูรู สารเพิ่มพลังสุดอันตรายที่ผลักให้ชะตากรรมของ ชาโดว (เซลินา เจด)ลูกสาวของเหยาเฟยผู้ช่วยชีวิตโอลิเวอร์ ส่งผลกระทบกับชีวิตของ โอลิเวอร์กับซาร่า และสุมไฟแค้นให้ สเลด วิลสัน กลับมาทำลายทุกสิ่งที่สำคัญของโอลิเวอร์ให้ย่อยยับ

หลังสงครามกลางเมืองในสตาร์ลิงซิตี้จบลงพร้อมการสูญเสียครั้งใหญ่ที่นอกจากทำให้เควนติน สูญเสียความไว้ใจต่อแอร์โรว์จนทางการประกาศเป็นศัตรูกับศาลเตี้ยอย่างเขาแล้ว ด้าน ราซอัลกู (แมททิว เนเบิล) ก็พยายามบีบบังคับโอลิเวอร์ให้มาดำรงตำแหน่งหัวหน้าพันธมิตรมือสังหารแทนเขาโดยมีชีวิตของเธียและเมืองสตาร์ลิงซิตี้เป็นเดิมพัน ส่วนลอเรลก็เลือกใช้ชีวิตอีกด้านเป็นแบล็คคานารีแทนซาร่า ด้านจอห์น ดิกเกิ้ล ก็เริ่มมีปัญหากับชีวิตสองด้านหลังมีลูกสาว ส่วนเฟลิซิตี้ที่ปัจจุบันเป็นรองประธานบริษัท พาล์มเมอร์เทคโนโลยีก็ได้ช่วยสร้างชุดเกราะอะตอมให้กับ ดร.เรย์ พาล์มเมอร์ (แบรนดอน เราธ์)มหาเศรษฐีที่มาเทคโอเวอร์บริษัทควินน์คอนโซลิเดทแถมยังแอบกิ๊กกับเฟลิซิตี้ สร้างความเจ็บปวดใจให้โอลิเวอร์ที่เพิ่งรู้ใจตัวเองเป็นอย่างยิ่ง และเหตุการณ์ในอดีตของโอลิเวอร์เมื่อครั้งทำงานให้ อาร์กัส (A.R.G.U.S)ที่ฮ่องกง จนได้รู้จักกับ อแมนด้า วอลเลอร์ (ซินเธีย แอดได โรบินสัน) มาเซโอะ (คาร์ล ยูน) และเท็ตสึ (ริลลา ฟูกูชิมา จาก The Wolverine) ที่โชคชะตาพาให้พวกเขาต้องมาเกี่ยวพันกับชีวิตของโอลิเวอร์อีกครั้ง

เมืองสตาร์ลิงซิตี้ มีนามใหม่เป็น เมืองสตาร์ซิตี้ พร้อมกับที่โอลิเวอร์จำต้องหันหลังให้ชีวิตครอบครัวปกติและกลับมาดำรงความยุติธรรมในยามราตรีอีกครั้งในนามใหม่คือ กรีนแอร์โรว์ พร้อมกับบทบาทชีวิตอีกด้านในฐานะผู้สมัครรับเลือกตั้งตำแหน่งนายกเทศมนตรีแห่งสตาร์ซิตี้ พร้อมการมาถึงของ เดเมียน ดารห์ค (นีล แมคโดนัฟ) ผู้นำไฮฟ์ (H.I.V.E.) องค์กรก่อการร้ายที่หมายล้างบางโลกใบนี้ ซึ่งนอกจากทีมแอร์โรว์จะต้องรับมือกับภารกิจโหดหินนี้แล้ว แต่ละคนยังต้องรับมือกับความผิดบาปส่วนตัว ทั้งโอลิเวอร์ที่ความลับเรื่องลูกชายของเขากำลังทำลายความรักครั้งใหม่ เธียที่ต้องมาสู้เคียงบ่าพี่ชายในนามสปีดี้ก็ต้องหาทางควบคุมด้านมืดของตัวเอง จอห์น ดิกเกิลที่ได้ฉายาสปาร์ตั้นก็พยายามดึงแอนดี้ (ยูจีน เบิร์ด) ออกมาจากไฮฟ์แม้ว่าเขาอาจจะทำให้ทีมต้องตกอยู่ในอันตรายก็ตาม

โอลิเวอร์ ต้องรับมือกับชีวิต2 ด้านทั้งการเป็นนายกเทศมนตรี สตาร์ซิตี้ ที่ต้องมาร่วมงานกับเอเดรียน เชส (โจช ซีการ์รา) อัยการคนใหม่ที่ตามสืบความจริงเกี่ยวกับกรีนแอร์โรวแบบกัดไม่ปล่อย และต่อกรกับเหล่าร้ายโดยเฉพาะ โพรมีธีอุส มัจจุราชรายใหม่ที่หมายล้างแค้นกรีนแอร์โรวโดยเฉพาะ ด้านเฟลิซิตี้ก็ต้องเผชิญหน้าทั้งความผิดบาปจากการหันเหนิวเคลียร์ไปยังอีกเมืองนึงและยังเข้าไปพัวพันกับกลุ่มแฮคเกอร์ที่หมายเปิดโปงความลับสกปรกของผู้มีอำนาจทั่วโลก และเมื่อทีมแอร์โรว์ขาดคน โอลิเวอร์ จำต้องฝึกทีมใหม่ประกอบด้วย แม็ดด็อก (ริค กอนซาเลซ) มิสเตอร์เทอริฟิก (เอ็กโค คัลลัม) อาร์ธีมิส (เมดิสัน แมคลาฟลิน) และแร็กแมน (โจ ดีนิคอล) รวมถึงได้ ไดน่า เดรค อดีตตำรวจสาวมาสวมหน้ากากเป็น แบล็คคานารี คนใหม่ ซึ่งเหตุการณ์ในอดีตที่โอลิเวอร์เคยพัวพันกับมาเฟียรัสเซียนามบรัตวาร์ก็นำพาเขาให้ต้องฟาดฟันกับ คอนสแตนติน โควาร์ (ดอล์ฟ ลันด์เกรน) ตามสัญญาที่เขาเคยให้กับใครบางคนในอดีต แต่การจะต่อกรกับอาชญากรตัวพ่อก็จำต้องได้รับการฝึกฝนจาก ทาเลีย อัลกู (เล็กซา โดอิก) ลูกสาว ราซ อัลกู หัวหน้าพันธมิตรมือสังหารเสียก่อน

ufabet.co

รีวิวซีรีย์ Prison Break Season 5 หลังได้ข่าวจาก ทีแบ็ค

รีวิวซีรีย์พร้อมเนื้อหา Prison Break หลังได้ข่าวจาก ทีแบ็ค (โรเบิร์ต เน็ปเปอร์) ว่า ไมเคิล (เวนท์เวิร์ธ มิลเลอร์) อาจยังมีชีวิตอยู่ ทำให้ ลินคอล์น (โดมินิก เพอร์เซลล์) และ เบนจามิน (ร็อคมอนด์ ดันบาร์) Prison Break ได้ออกเดินทางไปสู่คุก โอกีเจียร์ใน เยเมน เพื่อหาทางช่วยน้องชายของเขาออกมาก่อน สงครามกลางเมืองจะถล่มคุกเสียก่อน ด้าน ซารา (ซาราห์ เวย์น แคลลียส์)และลูกที่อยู่กับ เจค็อบ (มาร์ค ฟยอรสไตน์) สามีใหม่ก็พยายามพิสูจน์ความจริงว่า ไมเคิล อดีตสามีของเธอไม่ใช่ผู้ก่อการร้ายในนาม คาเนล อูทิส แต่ยิ่งถลำลึกอันตรายก็เริ่มเข้าใกล้เธอและลูกมากขึ้นเท่านั้น

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าด้วยอานิสงจากการที่ทั้ง เวนท์เวิร์ธ มิลเลอร์ และโดมินิก เพอร์เซล ได้ไปแสดงในซีรีส์ The Flash และ Legends of Tomorrow ช่อง CW ทำให้เกิดกระแสเรียกร้องจากเหล่าแฟนๆที่คิดถึงซีรีส์

โดยคราวนี้ทีมบทให้สกอฟิลด์ไปโผล่ในคุก โอกีเจียในประเทศเยเมน ซึ่งกำลังเกิดสงครามกลางเมืองโดยอิงสถานการณ์โลกอย่างกรณีประเทศซีเรียเป็นแรงบันดาลใจ ซี่งต้องยอมรับว่าเนื้อเรื่องในส่วนของการแหกคุกโอกีเจียซึ่งกินเวลาประมาณ 3-4 ตอนเหมือนทางผู้สร้างสามารถดึงอารมณ์ความระทึกได้ใกล้เคียงกับตอนคนดูได้ดู ซีซันหนึ่ง พอสมควรแต่พอให้เรื่องราวเริ่มเปิดปมความลับออก ความน่าเชื่อถือที่เคยพังทลายตอนซีซันสี่ก็กลับมาอีกครั้ง เรียกได้ง่ายๆว่ายิ่งจำนวนตอนในซีซันที่ 5 มากขึ้นเท่าไหร่ คนดูยิ่งไม่เชื่อในปมและการตัดสินใจของตัวละครเท่านั้น

สำหรับปมปัญหาในการดำเนินเรื่องของซีซันห้าก็อาจพูดได้ว่า แทบจะรีไซเคิลมาจาก4ซีซันที่ผ่านมา ทั้งการชักใยจัดฉากฆาตกรรมและทฤษฎีสมคบคิดโดยเฉพาะกรณีของเดอะคอมพานีใน 4 ซีซันแรก แต่พอมาถึงปริศนาใครคือ โพไซดอน ตัวซีรีส์เองกลับตกม้าตายในการปิดปมดังกล่าวให้คนดูสงสัยเรียกง่ายๆว่า คนดูเดาได้ตั้งแต่ตอนแรก เพราะสโคปของเรื่องแทบจะไม่ได้กว้างไปกว่า บ้านของซาร่า และ ประเทศเยเมน (หรือระหว่างทางหลบหนีของพี่น้องสโกฟิลด์) แถมบ่อยครั้งที่มันพยายามเชื่อมโยงสับขาหลอกคนดูแต่กลับทิ้งปมที่ปูไว้ไปดื้อๆ โดยเฉพาะกรณีผู้อุปการะสร้างมือจักรกลให้ทีแบ็ก ที่ท้ายสุดก็ยังไม่เข้าใจวัตถุประสงค์ของบุคคลดังกล่าวอยู่ดี

ส่วนปมเรื่องรอยสักที่คราวนี้ไม่ได้เป็นแผนผังคุกแบบซีซันแรกแต่เป็นรหัสที่สามารถไขปริศนาของเรื่องราวได้ ซึ่งปมตรงนี้ที่ควรจะเป็นหมัดฮุคคนดู มันกลับแสดงความโม้แบบไม่มีที่มาที่ไปแถมไอ้สิ่งที่รอยสักทำได้ดันมาตอนสุดท้ายของซีรีส์ซะนี่ เลยถือว่าเป็นไอเดียดีๆแต่นำเสนอได้ผิดจังหวะจนน่าเสียดายเลยทีเดียว

หากจำกันได้เมื่อไม่กี่ปีก่อนมีการแชร์คลิปหนังสั้น Mortal Kombat Rebirth ของนักออกแบบท่าเต้นเชื้อสายไทยนาม เควิน ตันเจริญ ที่เคยร่วมงานทั้งมาดอนน่า และ บริทนีย์ สเปียร์ จนได้รีเมคหนังเพลงในตำนานอย่าง Fame ในปี 2009 เป็นหมุดหมายแรกในโลกภาพยนตร์ ซึ่งต่อมาตัวอย่างดังกล่าวก็ทำให้เขาได้ผลิตซีรีส์ Mortal Kombat Legacy ออกฉายทางช่อง แมชชีนีมาดอทคอมทางเว็บไซต์ ยูทูป และสำหรับใน ซีซัน 5 นี้ เขาได้กำกับตอนที่ 6 : Phaecia และ ตอนที่ 7 : Wine Dark Sea ซึ่งถือเป็นจุดพลิกผันของเรื่องราวได้อย่างน่าพึงพอใจ นอกจากนี้เขายังได้กำกับซีรีส์แนวฮีโร่อีกหลายเรื่องทั้งฝั่ง ดีซีอย่าง Arrow, The Flash, Supergirl และ Legends of Tomorrow รวมถึงฝั่งมาร์เวล อย่าง Iron Fist และ Agents of S.H.I.E.L.D ทำให้ เควิน ตันเจริญ เป็นผู้กำกับเชื้อสายไทยที่น่าจับตามองที่สุดในฮอลลีวูด

แต่ถ้าหากมอง Prison Break Resurrection นี้ในฐานะที่เป็นซีรีส์เพื่อมาปลอบประโลมให้แฟนได้หายคิดถึงและนำตัวละครที่พวกเขารักกลับมาให้ได้ลุ้นอีกครั้งแล้วล่ะก็ เราจะพบว่าตอนแรกๆของมันก็ทำหน้าที่ได้ดีพอสมควรเพียงแต่ตอนที่จะเป็นบทสรุปมันดันเล่ารวบรัดจนไม่มีช่องให้คนดูเกิดความสงสัยหรือชวนลุ้นระทึกเท่าไหร่นัก แถมด้วยเรตติ้งที่ไม่ค่อยดีนัก ก็ทำให้ ซีรีย์จำต้องปิดตำนานของมันในฐานะซีรีส์ดูฆ่าเวลาไปอย่างน่าเสียดาย

ufa24h

รีวิวซีรีย์ Homeland เกี่ยวกับการป้องกันการก่อการร้ายในประเทศ

รีวิวซีรีย์ Homeland เป็นซีรี่ย์ก่อการร้ายที่นำเสนอเรื่องราวได้อย่างลุ้นระทึก ฉลาด และมีความดราม่าสอดแทรกอยู่อย่างพอดี เนื้องเรื่องมีความเข้มข้นและซับซ้อนที่จะทำให้เราดำดิ่งไปกับมันราวกับว่าเราเป็นผู้ร่วมเหตุการณ์ไปด้วย Homeland มีการเล่นประเด็นทางการเมืองที่ไม่มีใครกล้าเล่น นำเสนอผ่านนักแสดงที่ยอดเยี่ยม สามารถสื่ออารมณ์ได้ดีไม่มีหลุดแม้แต่ฉากเดียว ด้วยองค์ประกอบทั้งหมดจึงทำให้ Homeland ได้รับความนิยมและออกมามากถึง 7 ซีซ่นแล้วในปัจจุบัน

เป็นซีรี่ย์สัญชาติอเมริกาที่การันตีได้ถึงความสนุก ฉากที่ยิ่งใหญ่ รวมไปถึงวิชวลเอฟเฟคที่สวยสมจริง เรื่องราวจะเล่าเน้นไปที่การปกป้องประเทศจากการก่อการร้ายภายในประเทศเอง โดยเล่าเรื่องผ่าน CIA สาวแคร์รี่ แมทธีสัน และฝั่งหน้าผู้ก่อการร้ายอย่างอบู นาซิ ที่มีเป้าหมายอันแรงกล้าที่จะก่อการร้ายในสหรัฐอเมริกา โดยมีเชลยศึกที่ถูกเขาจับกุมตัวไว้นานถึง 8 ปีอย่างนิโคลาส โบรดี้ จ่าสิบเอกนาวิกโยธินที่ได้รับการช่วยเหลือออกมา แถมยังถูกทั้งรัฐบาลและ CIA โปรโมทว่าเขาคือวีรบุรุษที่ต่อต้านการก่อการร้าย ท่ามกลางความเคลือบแคลงใจของแคร์รี่ที่สงสัยว่าทำไมนาซิถึงได้ไว้ชีวิตปล่อยให้เขารอดมาได้นานถึง 8 ปี เธอจึงคอยจับตามองเขาอยู่ห่างๆ ด้วยความไม่ไว้วางใจ แม้เรื่องราวจะเล่าถึงการก่อการร้ายและการเมือง แต่พวกเขาก็สามารถนำเสนอออกมาได้อย่างสร้างสรรค์และไม่น่าเบื่อ สามารถดูติดต่อกันรวดเดียว 7 ซีซั่นแบบสบายๆ หากใครชื่นชอบการฟาดฟันด้วยการสืบสวนแบบชิงไหวชิงพริบ ขอแนะนำให้ลองหา Homeland มาดู

เป็นซีรีส์กวาดรางวัลมากมาย เกี่ยวกับการป้องกันการก่อการร้ายในประเทศ ผ่านตัวละครสองฝ่าย คือ CIA ที่มี แคร์รี่ แมทธีสัน และฝั่งของ อบู นาซิ หัวหน้าผู้ก่อการร้าย ที่มีเป้าหมายคือการโจมตีสหรัฐอเมริกา โดยมี จ่าสิบเอก นิโคลาส โบรดี้ นาวิกโยธินที่ถูกจับเป็นเชลยมานานกว่า 8 ปี และได้รับการช่วยเหลือออกมา โดยฝั่ง CIA และรัฐสภาพยายามโปรโมทให้เค้าเป็นฮีโร่จากสงคราม แต่แคร์รี่ก็สงสัยว่าทำไมเขาถึงยังมีชีวิตอยู่ทั้งที่ถูกจับมานานกว่า 8 ปี และพยายามจับตามองโบรดี้ว่าเขาจะเป็นหนอนบ่อนไส้ที่ผู้ก่อการร้ายส่งมาหรือไม่ เเนะนำให้ดูเลยค่ะ

ufa24hrs

รีวิวซีรีย์ Game of Thrones : The Final Season ซีซั่นสุดท้าย

การกลับมา Game of Thrones : The Final Season ของซีซั่น 8 ซึ่งเป็นซีซั่นสุดท้ายและมีจำนวนตอนน้อยที่สุดเพียง 6 ตอนเท่านั้น ถือเป็นการปิดฉากซีรีส์ Game of Thrones ที่เรียกได้ว่าดังมากที่สุดอันนึงในประวัติศาสตร์เลยก็ว่าได้ครับ

เมื่อทุกคนมีศัตรูร่วมกัน จากความขัดแย้ง ฆ่าฟันกันแบบบ้าเลือด ก็ต้องหันมาจับมือต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอด การต่อสู้ครั้งนี้มีความอยู่รอดของมนุษย์เป็นเดิมพัน และถ้าหากพ่ายแพ้ก็คงไม่เหลือมงกุฎให้ชิงกันอีกต่อไป ในตอนสุดท้ายนี้เราจะได้เห็นตัวละครหลักกลับมาพร้อมกับความเก๋าที่เพิ่มขึ้นอย่าง Arya Stark และ Jon Snow รวมถึงเจ้าแม่มังกรสุดเอ็กซ์อย่าง Daenerys Tagaryen ขวัญใจหนุ่มๆทั้งในและนอกจอ

เข้มข้นดุดันสำหรับตอนแรกของซีซั่น 8 หลังจากที่ Jon พากองทัพแปลกหน้ามาที่ Winterfell เพื่อร่วมต่อสู้กับกองทัพซอมบี้ White Walker ชาวเมืองรวมถึงน้องสาวของตัวเองก็ดูจะไม่ค่อยเชื่อใจเจ้าแม่มังกร Daenerys มากนัก เลยทำให้เปิดมาก็เกิดการขัดแย้งกันแล้ว

The Long Night อื้อหือ ผมขอแอ็คชั่นไว้ตอนที่แล้ว ตอน 3 เลยจัดมาให้เต็มๆ ชั่วโมงครึ่ง จะว่าไป ผมไม่ได้ดูซีรีส์อะไรที่ทั้งตอนต้องลุ้นตั้งแต่นาทีแรกยันนาทีสุดท้าย พีคมากจริงๆสำหรับตอนนี้ แล้วก็ยากมากจริงๆที่จะไม่สปอยล์ เอาเป็นว่าผมขอรีวิวคร่าวๆส่วนใครอยากรู้ไปอ่านในเนื้อเรื่องย่อท้ายรีวิวนะครับ

ในตอนนี้เราจะได้เห็นการต่อสู้อันดุเดือดของตัวละครสำคัญใน ซีรีย์และแน่นอนว่าการต่อสู้ใหญ่ขนาดนี้ ต้องมีตัวละครที่เราชอบล้มหายตายจากไปบ้าง แต่จะเป็นใครอันนี้ขอไม่สปอยล์นะครับ

นอกจากแอ็คชั่นที่ดุเดือดเลือดพล่านแล้ว บทตัวละครก็เข้มข้นไม่แพ้กัน ผมชอบการนำเสนอความสัมพันธ์อันแน่แฟ้นของตัวละครที่เคียงบ่าเคียงไหล่กันมานานในตอนมหากาพย์นี้ ดูแล้วซึ้งตรึงใจ ตัวละครบางตัวผมเกลียดมาก แต่มาถึงตอนนี้ผมกลับชอบแทน

ตอนแรกยาวประมาณ 50 นาที ส่วนมากเป็นการนำเสนอถึงการกลับมาเจอกันของตัวละครที่บางคนห่างหายกันไปนานมาก ยังไม่มีฉากบู๊อะไรให้ดู แต่ตัวซีรีส์ก็เริ่มสร้างอารมณ์ให้เราเริ่มค่อยๆซึ่มซับถึงปัญหาที่หมักหมมมานานของสงคราม รวมถึงเริ่มโหมให้เราเตรียมตัวลุ้นกับศัตรูที่กำลังย่างกรายเข้ามาในอีกไม่ช้า ดูจบนี่ลุ้นอยากดูตอนสองแล้ว ใครอากรู้ เนื้อเรื่องย่อ อ่านได้ในสปอยล์ด้านล่างเลย

A Knight of the Seven Kingdoms เป็นตอนที่ไม่ค่อยมีแอ็คชั่นอะไรมาก เอ…หรือเรียกว่าไม่มีเลยดีกว่า ในตอนที่สองนี้ยังคงจะเป็นเรื่องราวและดราม่าระหว่างมนุษย์กันอีกตอน แทนที่ฉากแอ็คชั่น เราจะได้เห็นปฏิสัมพันธ์ระหว่างตัวละครหลักหลายตัว รวมถึงการเตรียมการต่อกรกับ White Walker

จุดเด่นของตอนนี้สำหรับผมคือเนื้อหาในส่วนของ Arya Stark ที่คุณจะได้เห็นเธอในอีกแง่ของความเป็นผู้หญิง นอกนั้นถือว่าตอนที่ 2 นี้ค่อนข้างช้าครับ แต่ไม่ถึงกับน่าเบื่อ มีดราม่าให้เสพบ้างทางนั้นทีทางนี้ที

The Last of the Starks ตอนที่แล้วสู้กับคนตาย ตอนนี้ก็มาสู้กับคนเป็นต่อ กลับเข้าสู่ดราม่าและการดำเนินเรื่องแบบ ที่เราคุ้นเคยกันอีกครั้ง ตอนนี้ยาวใกล้เคียงกับตอนที่แล้ว และความเข้มข้นนั้นถึงจะไม่เท่ากับ The Long Night แต่ผมชอบตอนนี้ไม่แพ้กันเพราะซีรีส์ดึงเรากลับมาสู่ตัวตนของ GoT อีกครั้ง

ตอนจบตอนทำได้น่าติดตามชนิดที่ผมนี่อยากจะเร่งเวลาให้ข้ามไปถึงอาทิตย์หน้าเดี๋ยวนี้เลย เพราะด้วยความที่จบให้เราอยากรู้มากว่ามันจะเป็นอย่างไรต่อไป ช่วงต้นเรื่องอาจจะช้าไปหน่อยแต่ก็บิ้วด์ความสนุกกลับมาได้เร็ว เหมือนจะได้พักจากแอ็คชั่นบีบคั้นหัวใจ แต่ความเข้มข้นและลุ้นของตอนนี้ก็ไม่น้อยเลยทีเดียวครับ

The Bells เก็บความแค้นมาเต็มเปี่ยม ไม่ใช่แค่ Daenerys นะครับ ผมเองก็ด้วย มันแบบอินมาเลยตั้งแต่ตอนที่แล้ว อยากรู้ว่าเจ้าแม่มังกรจะทำยังไงกับ King’s Landing และราชินีสุดเหี้ยมที่เธอเกลียดนักเกลียดหนา ความเข้มข้นของตอนนี้ก็ไม่ได้แพ้กับตอนอื่น แต่บางโมเม้นต์ดูเหมือนมันจะจบรวบรัดดูง่ายไป โดยรวมผมชอบครับ สนุก ตื่นเต้น ลุ้นกันตั้งแต่เริ่มเรื่องยันจบ มีหักมุมให้ได้สนุกกันพอหอมปากหอมคอ ไม่ถึงกับยูเทิร์นซะทีเดียว ดูตอนนี้ทำให้ผมลืมตอนที่ต้องสู้กับกองทัพซอมบี้ไปสนิท

The Iron Throne และแล้วก็มาถึงตอนจบแบบจบจริงๆเสียที กับมหากาพย์ภาพยนตร์ชุดสุดฮิต สำหรับตอนจบนี้ให้ทั้งความรู้สึกที่ดีกับความผิดหวังไปพร้อมๆกัน ในส่วนของเนื้อเรื่องที่รวบรัดมากเกินไปในบางจุด เข้าใจว่าต้องการให้จบไว แต่ถึงจะสั้นแต่ก็สื่ออารมณ์ได้ดีอยู่ครับ

เอาเป็นว่าอย่าคาดหวังอะไรมากนักในตอนจบนี้ มันเป็นเพียงบทสรุปที่จะนำมาซึ่งความสงบสุขของอาณาจักรทั้งหมด และสำหรับบางคนมันคือการหักมุมที่อาจจะยอมรับไม่ได้ ถึงแม้จะขัดใจคนดูอย่างผม แต่ต้องยอมรับว่าเป็นตอบจบที่ดีแล้วกับทุกฝ่ายครับ ซึ่งผมก็คิดว่าหลายคนน่าจะเดาถูกซักประมาณ 90% ส่วนที่เหลือก็เอาไว้ให้แปลกใจเล่น ใครที่รอดูแบบรวดเดียวจบก็ได้เวลาแล้ว

ufabet

รีวิว The Twilight Saga: Breaking Dawn Part 2 แวมไพร์ กำเนิดลูกสาว เรเนสเม่

เรื่องย่อ เบลล่า (คริสเตน สจ็วต) ได้กลายเป็น แวมไพร์ เต็มตัว พร้อมทั้งให้กำเนิดลูกสาว เรเนสเม่ (แมคเคนซี่ ฟอย) เด็กพันธุ์ผสมที่มีการเติบโตที่รวดเร็ว จนทำให้ ตกเป็นเป้าหมายในการลงทัณฑ์จากกลุ่ม แวมไพร์ ราชวงศ์โวลตูรี่ ในขณะเดียวกัน เจคอบ (เทย์เลอร์ เลาท์เนอร์) หมาป่าเพื่อนรักของเบลล่า ได้อิมปรินท์ผูกจิต กับ เรเนสเม่ และนำฝูงหมาป่าแห่งเมืองฟอร์คสมาร่วมกับกองกำลังของกลุ่มพันธมิตรแวมไพร์แห่งครอบครัวคัลเลน เพื่อทำสู้ในศึกสุดท้ายกับ โวลตูรี่ เพื่อ ปกป้อง เรเนสเม่

เดินทางมาอย่างยาวนาน เริ่มตั้งแต่หนังสือสู่ภาพยนตร์ที่ต้องทำออกมาถึง 5 ภาค เพื่อจบเรื่องราวความรักระหว่างมนุษย์ แวมไพร์ และ มนุษย์หมาป่านี้ลงได้ และต้องย้ำนะว่า “ความรัก” เพราะจริงๆ แล้วตัวนิยาย Twilight คือเรื่องราวที่เล่าผ่านมุมมองของหญิงสาว บูชาความรัก การคาดหวังจะได้เห็นการต่อสู้ดุเดือดเลือดพล่านของทั้งคน แวมไพร์ และ มนุษย์หมาป่า ควรจะเปลี่ยนไปดูซีรีส์อย่าง The Vampire Diary อะไรแบบนั้นนี้กว่า อย่ามาคาดหวังกับภาพยนตร์แฟรนไชส์เรื่องนี้เลย

ส่วนหนึ่งที่แฟนๆ ยังคงหลงรักนิยายชุด Twilight นั่นก็คือการที่ผู้อ่านยอมให้ เบลล่า เป็นตัวแทนของสาววัยรุ่นยุคใหม่ คิดเร็ว ทำเร็ว และที่สำคัญหัวใจเลยแสดงมันออกมาตามความรู้สึกนึกคิดของตัวเอง จุดนี่แหละที่จี๊ดใจ เด็กสาวยุคใหม่ ที่ไม่กล้าก๋ากั๋นเช่นเธอ เพราะมัวแต่เขิลอาย แบบนี้แหละสาวๆ นักอ่าน เลยจะยอมพร้อมใจให้ เบลล่า นำพาพวกเธอไปยังเรื่องราวสนุกๆ ของแวมไพร์เจ้าเสน่ห์กับมนุษย์หมาป่าผู้ซื่อสัตย์ แต่ด้วยการมาเป็นภาพยนตร์จะเจาะกลุ่มสาวๆ อย่างเดียวมากไป ก็คงจะไม่ฮิตเท่าตอนเป็นหนังสือ บทหนังเลยต้องถูกดัดแปลงใหม่ไม่ให้เป็นหนังผู้หญิ้ง ผู้หญิง รวมไปถึงเรื่องเล่าจากมุมมอง เอ็ดเวิร์ด และ เจคอบ ก็ไม่ให้เป็นผู้ช้าย ผู้ชาย สุดท้ายบทก็ตกผลึกออกมาได้เป็น The Twilight Saga ที่มีถึง 5 ภาค

และสำหรับ The Twilight Saga: Breaking Dawn Part 2 เรียกแฟนๆ มาส่งท้ายเพื่อปิดฉาก The Twilight Saga อย่างได้ผล นอกจากจุดดึงดูดหนึ่งก็คือ การต่อสู้ของ แวมไพร์และมนุษย์หมาป่า สิ่งที่ผู้ชมหนุ่มๆ รอมาถึง 5 ภาคก็คือฉากแอคชั่นมันส์หยด ที่ภาคนี้มีมาให้ดูแน่นอน และอีกส่วนหนึ่งก็คือเรื่องราวของเหล่าแวมไพร์จากทั่วทุกมุมโลก

เพราะภาคนี้ ขมเอาแวมไพร์หลากหลายเชื้อชาติทั่วโลกออกมาโชว์ ไม่ว่าจะเป็น แวมไพร์เดนาลี, แวมไพร์อะเมซอน, แวมไพร์อิยิปต์, แวมไพร์โรมาเนีย, แวมไพร์ไอริช แวมไฟร์ญี่ปุ่น รวมไปถึงพวก แวมไพร์เร่ร่อน แต่ละคนจะมีรูปลักษณ์ตามเผ่าพันธุ์จริงๆ และที่เด็ดก็คือบางคนมีพลังพิเศษอีกด้วย ทั้งสร้างกระแสไฟฟ้า ควบคุมดิน น้ำ ลม ไฟ สร้างภาพมายา ฯลฯ และ พวกนี้ต้องประชันกับกลุ่มโวลตูรี่ ที่มีพลังด้านมืดไม่เหมือนใครเช่นกัน ศึกสุดท้ายของเหล่าแวมไพร์เลยจะเต็มไปด้วยความตื่นตา แบบที่ไม่เคยเห็นที่ไหน ขอไม่พูดถึงมนุษย์หมาป่านะ เพราะมีแค่กระโดขย้ำอย่างเดียว

อีกส่วนหนึ่งที่ต้องเล่าให้ฟังก็คือ การผูกวิญญาณ หรือว่า การผูกจิต (imprint) ของ เจคอบ และ เรเนสเม่ ลูกของเบลล่า เผื่อใครจำไม่ได้… เรื่องของเรื่องก็คือ ฝูงหมาป่าจะฆ่าเรเนสเม่ เนื่องจากไม่มั่นใจในตัวลูกผสมที่จะออกมา หนทางเดียวที่เจคอบ จะรักษาลูกสาวของคนรักได้นั่นก็คือ การผูกจิต และเมื่อทั้งสองเป็นคู่ของกันและกัน ฝูงมนุษย์หมาป่าจึงไม่ตามล่าเรเนสเม่ อีกต่อไป ซึ่งเป็นกฏของฝูงที่จะไม่ทำร้ายร่างของคู่ที่ผูกจิต ส่วนฝั่งคุณแม่แวมไพร์ก็แอบโกรธเจคอบ เพราะว่าเจคอบ กับเรเนสเม่ ดูท่าจะแน่นแฟ้นยิ่งกว่าความสัมพันธ์ระหว่างแม่กับลูกหลายเท่าตัว ยังไม่ทันได้เลี้ยงดูก็กลายเป็นของคนอื่นไปซะแล้ว

และอีกประเด็นนึง โดยเฉพาะคนที่ไม่เคยอ่านหนังสือทไวไลท์มาก่อนไม่ค่อยเข้าใจ ก็คือเรื่องของ เด็กอมตะ อันเป็น Key ของภาคนี้ เด็กอมตะคือเด็กน้อยผู้น่าสงสารที่ถูกกัดจนเป็นแวมไพร์ และเมื่อเป็นเด็กที่มีพลังโดยไม่มีความรู้สึกผิดชอบชั่วดีเนื่องจากยังเด็กอยู่ แถมหิวอีกต่างหาก จึงฆ่าผู้คนตามใจ ต่างจาก เรเนสแม่ ที่เกิดจากการผสมพันธุ์ของแวมไพร์ในท้องของมนุษย์ ส่วนเบลล่ามาเป็นแวมไพร์ในตอนคลอด เรเนสเม่ แล้ว ทำให้เคสของ เรเนสแม่ ต่างจาก เด็กอมตะ

หากพูดกันจริงๆ แล้ว Breaking Dawn Part 2 มีการดำเนินเรื่องไม่ต่างจากภาคก่อนๆ เท่าไหร่นัก สิ่งหนึ่งที่ทำให้ภาคนี้ดูตลกก็คือ สเปเชี่ยล เอ็ฟเฟ็กซ์ ที่ถูกเพิ่มเข้ามาอย่างมากมาย ตั้งแต่ฉากล่าสัตว์ของเบลล่า ที่ต้องวิ่งเร็วๆ และห้อยโหนโจนทะยาน ฉากต่อสู้กลางหิมะฯ ที่ยังไม่เนียน แต่ฉากที่ไม่น่าให้อภัยมากที่สุดก็คือ เรเนสเม่ตอนเด็ก ที่ถูกทำด้วย CG ซึ่งผลที่ออกมาผ่านหน้าจอก็คือ เรเนสเม่ เป็นเด็กที่น่ากลัวมาก หน้าตาซีดเซียว

ufa24hrs

The Twilight Saga: Breaking Dawn Part 1 การแต่งงานของ เบลล่า

The Twilight Saga: Breaking Dawn ย้อนกลับไปตอนที่เอ็ดเวิร์ด และเบลล่ามาขออนุญาตชาร์ลีแต่งงานกัน ตอนนั้นเบลล่ารู้สึกถึงความหนักอึ้งของแหวนหมั้นที่นิ้ว วิตกกังวลไปหมดว่าจะพูดยังงไง ทั้งสองคนรอการกลับมาบ้านของชาร์ลีอย่างใจจดใจจ่อ Breaking Dawn จนกระทั่งชาร์ลีกลับมาถึงเห็นทั้งสองคนนั่งด้วยกันแบบมีพิรุจก็ชักเอะใจ พอเบลล่ากับเอ็ดเวิร์ดขอคุยด้วยก็ชักซีเรียสขึ้นมา และยิ่งเมื่อทั้งสองคนมานั่งต่อหน้าหลังจากเอ็ดเวิร์ดบอกว่ามีข่าวดีจะบอก ชาร์ลีก็เริ่มคิดไปเองและโพล่งออกมาว่า “เบลล่าท้องหรือ” ได้ยินดังนั้นเบลล่าก็รีบปฏิเสธ จนในที่สุดเอ็ดเวิร์ดตัดสินใจเป็นฝ่ายบอกเสียเองว่าเขาได้ขอเบลล่าแต่งงาน และเธอก็ตกลง และก็ขอโทษที่เขาไม่ได้ขอชาร์ลีก่อนตามธรรมเนียม ดังนั้นพวกเขาอย่างจะขอคำอวยพรจากชาร์ลีสำหรับการแต่งงานครั้งนี้   พอ ได้ฟังดังนั้นชาร์ลีก็ถึงกับอึ้งไปชั่วขณะจนหน้าเปลี่ยนสีไปมา แต่พอตั้งสติได้ก็เป็นฝ่ายถามว่าทำไมถึงรีบร้อนกันนัก เอ็ดเวิร์ดเลยอ้างเรื่องที่ว่าพวกเขาทั้งสองคนต้องไปเรียนมหาวิทยาลัยด้วย กัน (ประหนึ่งว่าออกไปอยู่ด้วยกันจริงๆแล้วนะ) ก็เลยอยากทำอะไรๆให้มันถูกต้องเสียก่อน ชาร์ลีก็นิ่งคิดหาวิธีตั้งรับก่อนจะหัวเราะและบอกว่าคิดแล้วว่าสักวันเรื่อง นี้มันต้องมาถึง แต่งงาน โอเค แต่ง แต่ว่าเบลล่าจะต้องเป็นคนบอกแม่เอง ประมาณว่าชาร์ลีคิดว่านี่เป็นไม้ตายแล้วเชียว ก็เพราะเรเน่เคยแต่งงานกับชาร์ลีเมื่อครั้งยังเด็กมากๆ และก็ผิดหวัง หย่าร้างกันมาแล้ว เลยค่อนข้างจะแอนตี้เรื่องการแต่งงานเมื่ออายุน้อยอยู่มาก แต่กลับผิดคาด เมื่อเรเน่เองกลับบอกว่า แม่รออยู่แล้ว เพราะแม่รู้ตั้งแต่ครั้งที่เบลล่ามาหาครั้งที่แล้ว และเรเน่ก็อนุญาต

                หลัง จากคืนวันก่อนแต่งงานที่เอ็ดเวิร์ดมาหาเบลล่า ทั้งสองคนก็ไม่ได้พบกันอีกตามธรรมเนียมที่เจ้าบ่าว-เจ้าสาวห้ามเจอกันก่อน แต่งงาน เช้าวันแต่งอลิซมารับเบลล่าไปบ้านคัลเลน แล้วจัการแต่งองค์ทรงเครื่องให้

เบลล่ารู้สึกตื่นเต้นมากๆ พาลเอาหูตาลายหายใจไม่ออก ไม่มีแรง จนพ่อและอลิซต้องยืนขนาบข้าง และให้กำลังใจว่าเอ็ดเวิร์ดรออยู่ข้างล่าง ทั่วทั้งบ้านถูกเนรมิตให้งดงามสมกับเป็นสถานที่แต่งงานด้วยดอกไม้และริบบิ้น มากมาย เบลล่าพยายามมองหาคนที่ใจคิดถึงจนในที่สุดก็พบกับเอ็ดเวิร์ดที่สุดทางเดิน สู่พิธี และไม่อาจละสายตาจากเขาไปได้ เบลล่ามึนงงอีกครั้งด้วยรอยยิ้มละลายใจของเจ้าบ่าวตัวเอง ทั้งสองกล่าวตอบรับคำปฏิญาณที่ถูกขอให้บาทหลวงปรับเปลี่ยนให้นิดหน่อยจาก “จวบจนความตายจะมาพรากเราจากกัน” เป็น “ตราบนานเท่าที่เรายังมีชีวิตอยู่ด้วยกัน” และจูบกันปิดท้าย คราวนี้ เบลล่าจูบแล้วเคลิ้มไม่ สนใจคนรอบข้าง แบบว่าจูบกันซะนาน จนเอ็ดเวิร์ดเป็นคนที่มีสติและหยุดการจูบลงซะก่อน ผู้ร่วมงานเลยได้โอกาสปรบมือเสียที

พอ งานเลี้ยงกลางคืนก็มีการให้เจ้าบ่าวก้มลงถอดสายรั้งถุงน่องของเจ้าสาวด้วย เต้นรำเปิดฟลอร์ แล้วก็เต้นกับแทบทุกคนที่รู้จัก และรับคำอวยพรจากทุกคน นอกจากนั้นก็ตัดเค้กแจกจ่าย และเอ็ดเวิร์ดเองก็มีของขวัญสุดพิเศษมอบให้เบลล่า ของขวัญชิ้นนั้นคือ เจคอบ!!!

เอ็ดเวิร์ดเปิดโอกาสให้เจคอบและเบลล่าได้อยู่กันตามลำพังในมุมหนึ่งของสวน เบลล่าก็ แสดงความห่วงใย.และเบลล่าก็ได้พลั้งปากไปว่าจะไปฮันนีมูนกับเอ็ดเวิร์ดแบบเป็นการมีอะไรกัน เจคอบได้ยินก็เลือดขึ้นหน้า หาว่าเบลล่าบ้าไปแล้วหรือไง แล้วเขย่าตัวเบลล่า เอ็ดเวิร์ดก็มาทันที มาบอกให้ปล่อยเบลล่า จนเกือบจะมีเรื่องกัน แต่ ทุกอย่างก็กลับเป็นปกติอีกครั้ง และเอ็ดเวิร์ดก็ยังคงใจดีเหมือนเดิม คิดจะเปิดโอกาสให้เบลล่าอีก แต่เบลล่าก็ยืนยันว่าไม่เป็นไร และเก็บกักความรู้สึกต่อเจคอบไว้ภายใน ทั้งสองกลับไปร่วมงานต่อ จนเมื่อถึงเวลาอลิซก็มาจัดแจงให้ทั้งสองคนไปฮันนีมูนในสถานที่ที่ไม่มีใคร ยอมบอกเบลล่าว่าเป็นที่ไหน

ใน ที่สุดทั้งสองคนก็มาถึงเกาะแห่งหนึ่ง -Isle Esme( ชื่อแม่เอ็ดเวิร์ด)เป็นเกาะส่วนตัว เกาะนี้อยู่ในเขตร้อน กลางเกาะมีบ้านหลังใหญ่  เอ็ดเวิร์ดเรียกเบลล่าว่า “คุณนายคัลเลน”  เบลล่าถึงกับสะดุ้ง (ยังไม่คุ้นชิน) เอ็ดเวิร์ดถามเบลล่าว่าอยากไปว่ายน้ำตอนดึกอย่างนี้กับเขามั้ย อากาศร้อนที่นี่ทำให้ตอนกลางคืนน้ำอุ่นดี ว่าแล้วเอ็ดเวิร์ดก็ให้เวลาเบลล่าตัดสินใจเอง ส่วนตัวเขาถอดเสื้อทิ้งไว้ที่พื้น แล้วเดินออกไปที่ชายหาด เบลล่า รู้ ไม่รู้จะตัดสินใจทำอะไรดี เลยตัดสินใจอาบน้ำคลายเครียดเสียก่อน พอไปเปิดกระเป๋าก็เจอแต่เสื้อผ้าแบบเซ็กซี่ (อลิซจัดให้ ) พออาบน้ำไปก็คิดไปจะเอาไงดี ถึงขั้นนั่งคิดในห้องน้ำอยู่นาน จนตัดสินใจเดินออกไปที่ชายหาดพร้อมผ้าเช็คตัวผืนเดียวเบลล่าก็กลั้นใจถอดผ้าเช็ดตัว ค่อยๆย่องลงน้ำไปหาเอ็ดเวิร์ด จนได้มีอะไรกันในที่สุด

รุ่ง เช้าเบลล่าตื่นมาอย่างมีความสุขต่างกับเอ็ดเวิร์ดที่รู้สึกผิด เนื่องด้วยตามเนื้อตัวของเบลล่าเต็มไปด้วยรอยเขียวช้ำ เบลล่ายืนยันว่าไม่ใช่อย่างนั้น-เธอสบายดี แต่เอ็ดเวิร์ดก็ยังคงรู้สึกผิดอยู่ดี และบอกว่าจากนี้เขาจะไม่มีอะไรๆกับเบลล่าอีกจนกว่าเธอจะเปลี่ยนเป็นแวมไพร์เสียก่อน เบลล่าพยายามหลายต่อหลายวิธีที่จะทำให้เอ็ดเวิร์ดเปลี่ยนใจ แต่ก็ไม่เป็นผล ในขณะเดียวกันเอ็ดเวิร์ดก็พยายามหักเหความสนใจของเบลล่าโดยพาออกไปทำกิจกรรม กลางแจ้งทุกวันจนเบลล่ากลับมาแล้วเหนื่อยอ่อนหลับคาโต๊ะกินข้าวแทบทุกวัน ในระหว่างนั้นเบลล่าก็ฝันร้ายซ้ำไปซ้ำมาถี่ขึ้น – ฝันถึงโวลตูรี ฝันว่าพวกนั้นจะฆ่าเด็กน้อยดวงตาสีเขียวสดใส เด็กน้อยแวมไพร์ที่นั่งอยู่บนกองซากศพของคนที่เบลล่ารู้จัก ทั้งเพื่อนฝูงและครอบครัว จนในที่สุดในวันหนึ่งที่เบลล่าฝันอีกครั้ง เบลล่าตื่นขึ้นมาด้วยน้ำตา เอ็ดเวิร์ดตกใจมากและต้องการให้เบลล่าเล่าให้ฟัง แต่ดันยังไม่ทันได้เล่าเบลล่าก็พาเอ็ดเวิร์ดเข้าสู่โหมดเกินหักห้ามใจ และในที่สุดเบลล่าก็ได้ในสิ่งที่ต้องการ.

จาก นั้นทั้งสองคนก็เริ่มเรียนรู้การอยู่ร่วมกันอย่างปลอดภัย (เอ็ดเวิร์ดป่อยพลังส่วนเกินไปยังส่วนต่างๆของเตียงจนพังไปหมด)และเมื่อคิดถึงความฝันในครั้งนั้น การที่เบลล่าร้องไห้ไม่ใช่เพราะมันเป็นฝันร้าย แต่สำหรับเธอมันคือฝันดี – เบลล่าพร้อมจะปกป้องเด็กน้อยคนนั้น โดยไม่หันหลังให้เหมือนทุกครั้ง และในคืนหนึ่ง เบลล่าที่ช่วงนี้เริ่มเหนื่อยง่าย และนอนหลับมากขึ้น ตื่นมาในยามดึก และพบว่าเอ็ดเวิร์ดออกไปล่า เบลล่ารู้สึกร้อนจนนอนต่อไม่ได้ จึงตัดสินใจมาอบไก่กิน กินแล้วก็รู้สึกว่ารสชาติมันแปลก ลองชิมหลายคำก็ไม่อร่อยจึงเททิ้งทั้งตัว แล้วมาทิ้งตัวนอนในโซฟาในห้องดูทีวี โดยเปิดหน้าต่างเอาไว้ จนในที่สุดแสงแดดก็ส่องมาที่ตัว เบลล่าค่อยๆรู้สึกตัว แต่ความจริงแล้วสิ่งที่ทำให้ทำตื่นก็คือสัมผัสเย็นๆจากตัวเอ็ดเวิร์ดต่างหาก เอ็ดเวิร์ดขอโทษที่ทิ้งไปปล่อยให้เบลล่านอนร้อนๆอย่างนี้ คราวหน้าก่อนจะออกล่าอีกคงต้องติดแอร์เสียแล้ว แต่เบลล่ารู้สึกพะอืดพะอมจึงขอตัวไปอาเจียน เล่นเอาเอ็ดเวิร์ดตกใจ แต่เบลล่าก็บอกว่าอาหารคงเป็นพิษ

จาก นั้นเอ็ดเวิร์ดก็หาอะไรให้เบลล่ากินและมาดูทีวีกัน เบลล่าผล็อยหลับไป ตื่นมาอีกทีก็มีอาการเดิมอีก เอ็ดเวิร์ดเลยชวนไปหาหมอ แต่เบลล่าไม่ไป แล้วไปค้นหายาในกระเป๋า แต่สิ่งที่ปะทะสายตากลับทำให้เบลล่าต้องหยุดคิด เอ็ดเวิร์ดที่เมียงมองอยู่ถามว่ามีอะไรผิดปกติหรือเปล่า เบลล่าจึงถามกลับไปว่าเรามาฮันนีมูนที่นี่กี่วันแล้ว คำตอบที่ได้มาคือ 17 วัน นั่นเองที่ทำให้เบลล่าคิดได้ว่าเธอไม่น่าจะเจอกับอาการอาหารเป็นพิษแล้วล่ะ เมื่อเอ็ดเวิร์ดถามว่าเกิดอะไรขึ้น เบลล่าจึงบอกว่า เธอคิดว่าเธอท้องแล้ว และนั่นเองที่นำมาซึ่งความช็อคของทั้งสองฝ่าย

เอ็ด เวิร์ดนิ่งค้าง ขณะที่เบลล่าคิดหาความเป็นไปได้ และในตอนนั้นเองที่โทรศัพท์มือถือของเอ็ดเวิร์ดดังขึ้น แต่เอ็ดเวิดยังคงนั่งในท่าเดิม จนในที่สุดเบลล่าก็รวบรวมเรี่ยวแรงไปควานหาโทรศัพท์ในตัวเอ็ดเวิร์ด และพบว่าอลิซโทรมา เบลล่าขอคุยกับคาไลส์ ซึ่งได้ข้อสรุปว่าเธอน่าจะท้องจริงๆ ในที่สุดเอ็ดเวิร์ดก็ค่อยๆดึงสติกลับมาได้ เขาขอพูดกับผู้เป็นพ่อด้วยความเคร่งเครียด และในที่สุดก็วางหูและบอกเบลล่าว่าเราต้องกลับบ้านกันแล้วล่ะ ไม่ต้องกลัวนะ คาไลส์จะจัดการกับสิ่งนั้นเอง ว่าแล้วเอ็ดเวิร์ดก็รีบร้อนเก็บข้าวของอย่างบ้าคลั่ง พร้อมโทรศัพท์จองเที่ยวบินด่วน

ณ ตอนนั้นเองที่เบลล่าคิดได้ว่าเด็กในท้องคงไม่ปลอดภัยเสียแล้ว ภายในท้องนี้เป็นลูกของเธอกับคนที่เธอรัก เหตุใดเธอจะต้องยอมสูญเสียเขาไป ก่อนกลับแม่บ้านที่ดูเหมือนจะรู้ว่าเอ็ดเวิร์ดไม่ใช่มนุษย์ได้มาที่บ้าน และโต้เถียงบางอย่างกับเอ็ดเวิร์ดด้วยภาษาที่เบลล่าไม่สามารถเข้าใจได้ แต่ดูจากสีหน้าแล้วเอ็ดเวิร์ดคงเจ็บปวดอยู่ไม่น้อย เมื่อแม่บ้านกลับไป เอ็ดเวิร์ดก็เก็บของไปลงเรือ และในขณะนั้นเองเบลล่าก็เห็นโทรศัพท์มือถือที่เอ็ดเวิร์ดวางทิ้งไว้ เธอจึงอาศัยจังหวะนั้นตัดสินใจกดเบอร์ๆหนึ่งซึ่งเธอไม่เคยโทรหามาก่อน  “โรซาลี นี่เบลล่านะ ขอร้องล่ะ เธอต้องช่วยฉันนะ”

          หลังจากเบลล่าพบว่าเธอตั้งท้องและอัตราการเติบโตของเด็กรวดเร็วผิดปกติ หลังจากติดต่อกับคาร์ไลล์เพื่อยืนยันว่าเธอท้อง เบลล่าและเอ็ดเวิร์ดได้รีบกลับบ้านที่ฟอร์กส วอชิงตันโดย ทันที เอ็ดเวิร์ดกังวลมากเกี่ยวกับการเติบโตอย่างรวดเร็วของตัวอ่อนในครรภ์และต้อง การให้เบลล่าทำแท้ง แต่เธอต้องการเก็บเด็กไว้และได้ติดต่อโรซาลีเพื่อให้เธอสนับสนุนเพราะรู้ว่า โรซาลีนั้นต้องการมีลูกเหมือนกัน

เจคอบ หลังจากที่รู้ว่าเบลล่าท้องฝูงหมาป่าแห่งควิลยูตไม่รู้ว่าจะมีอันตรายแค่ไหนจึงวางแผนที่จะทำลายมันแม้ว่ามันจะหมายถึงการฆ่าเบลล่าไปด้วยก็ตามเจคอบได้คัดค้านการตัดสินใจนี้อย่างรุนแรงและได้แยกตัวออกจากฝูงและได้สร้างฝูงของเขาเองโดยมีลีอาห์และเซ็ทเป็นลูกฝูงขณะที่ใกล้กำหนดคลอดเด็กได้หักกระดูกเบลล่าไปหลายท่อนและยังเสียเลือดไปมากในระหว่างคลอด เพื่อรักษาชีวิตเธอไว้ทำให้เอ็ดเวิร์ดต้องเปลี่ยนเธอเป็นแวมไพร์เจคอบซึ่งได้อยู่ด้วยในขณะคลอดได้ผูกวิญญาณกับลูกสาวแรกเกิดของเอ็ดเวิร์ดและเบลล่า เรเนสเม่

เบลล่าหลังจากกลายเป็นแวมไพร์ เบลล่าได้พอใจในชีวิตและความสามารถใหม่ของเธอมากอย่างไรก็ตาม แวมไพร์อิริน่าได่เข้าใจผิดว่าเรเนสเม่เป็น เด็กอมตะเด็กที่ถูกเปลี่ยนเป็นแวมไพร์และเนื่องจากเด็กอมตะไม่สามารถควบคุมได้ทำให้การสร้างเด็กอมตะเป็นเรื่องผิดกฎของโวลตูรี หลังจากอิริน่าได้แจ้งโวตูรีพวกเขามีแผนที่จะทำลายเรเนสเม่และครอบครัวคัลเลน ในความพยายามช่วยชีวิตเรเนสเม่ครอบครัวคัลเลนได้รวบรวมแวมไพร์ทั่วโลกเพื่อมาเป็นพยานและพิสูจน์กับพวกโวตูลีว่าเรเนสเม่ไม่ใช่เด็กอมตะ เมื่อเผชิญหน้ากับครอบครัวคัลเลนและพันธมิตรโวตูลีพบว่าเป็นการเข้าใจผิดและได้ลงโทษอิริน่าจากความผิดนั้นแต่พวกเขาก็ยังไม่แน่ใจว่าเรเนสเม่จะเป็นภัยคุกคามกับการรักษาความลับในเรื่องการคงอยู่ของแวมไพร์หรือไม่ ในเวลานั้นอลิซและแจสเปอร์ที่จากไปก่อนการเผชิญหน้าได้กลับมาพร้อมนาฮูลลูกครึ่งแวมไพร์-มนุษย์อายุ 150 ปีเหมือนกับเรเนสเม่ เขาช่วยคลายข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องนี้และชี้แจงว่าพวกลูกครึ่งนั้นไม่เป็น ภัยคุกคาม โวตูลีจึงจากไป เบลล่า,เอ็ดเวิร์ด และเรเนสเม่ได้กลับบ้านและอาศัยอยู่ด้วยความสงบสุข

ufabet

รีวิว The Twilight eclipse ภาค3 เริ่มเรื่องด้วยความสัมพันธ์ระหว่างเจคอบกับเบลล่า

The Twilight eclipse ภาค3 เริ่มเรื่องด้วยความสัมพันธ์ระหว่างเจคอบกับเบลล่า ที่ครานี้เบลล่าไม่ยอมสนใจใครนอกจากเอ็ดเวิร์ดจนชาร์ลีต้องออกปากให้เบลล่าหาความพอดีในการคบเพือนให้กับตัวเองในที่สุดเบลล่ากับเจคอบก็กลับมาพูดคุยกันอีกครั้ง eclipse คราวนี้เบลล่าได้พูดคุยกับเจคอบถึงเรื่องแซมและเอมิลี่ว่ารักกันได้อย่างไร เจคอบก็ได้เล่าเรื่องราวให้เบลล่าฟัง และทำให้เบลล่าได้เข้าใจถึงการ imprinting ซึ่งก็คล้ายกับรักแรกพบ แต่มันดูเหมือนจะรุนแรงและลึกซึ้งกว่า แต่เจคอบก็ปฏิเสธว่าไม่ได้รู้สึกเช่นนั้นกับใคร (เล่มนี้เล่นเอาลุ้นหลายรอบเหมือนกัน) ในขณะเดียวกันทางด้านแวมไพร์และมนุษย์หมาป่าก็ต่างพากันสอดส่องดูแลเบลล่าเป็นอย่างดี แต่จนแล้วจนรอดก็ยังมีใครบางคนที่เข้าไปห้องเบลล่า และขโมยเอาเสื้อผ้าของเบลล่าไป ตัวเบลล่าเองก็กลัวว่าจะเป็นวิคตอเรีย หรือไม่ก็โวลตูรี เบลล่าจึงรีบเร่งอยากจะเปลี่ยนเป็นแวมไพร์มากขึ้น แต่เอ็ดเวิร์ดก็ยังยึดเงื่อนไขเดิม คือ เบลล่าต้องแต่งงานกับเขาก่อน แต่ก็ได้กำหนดวันที่จะเปลี่ยนแปลงเบลล่าไว้หลังจบการศึกษาในปีนี้

ซึ่งเขาและเบลล่าจะได้ทำเป็นว่าไปเรียนต่อในที่ห่างไกล เช่น อลาสก้า เพื่อเป็นการกันเบลล่าออกจากผู้คน คือแวมไพร์ใหม่อาจจะยังควบคุมตัวเองไม่ได้ดี และเขาและเบลล่าจะไม่มีการแก่ขึ้นอีกแล้ว ในกรณีนี้ต้องตัดขาดจากคนที่คุ้นเคย เอ็ดเวิร์ดจึงต้องการผัดผ่อนเวลาเพื่อให้เบลล่ามีเวลาตรึกตรองนานขึ้น)ทางด้านซีแอทเทิลก็มีการเปลี่ยนแปลง เกิดมีการฆาตกรรมขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากข้อมูลที่ได้รับทางครอบครัวคัลเลนก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นฝีมือของแวมไพร์กำเนิดใหม่ พวกเขาจึงต้องหาทางยับยั้ง และคราวนี้ก็ดูเหมือนจะมีปัญหามากมายประเดประดังเข้ามา ทั้งวิคตอเรีย โวลตูรี และแวมไพร์ตัวปัญหากลุ่มใหม่ ซึ่งไม่รู้ว่าศัตรูที่แท้จริงแล้วมาจากทิศทาไหนกันแน่ อลิซที่เคยมองเห็นอนาคตล่วงหน้าก็ไม่สามารถบอกได้ว่าเหตุการณ์จะเป็นอย่างไร เนื่องด้วยศัตรูในครั้งนี้รู้จุดอ่อนในการมองเห็นของอลิซ ว่าสิ่งที่เห็นจะต้องเป็นสิ่งที่ตัดสินใจจะทำแล้วเท่านั้นทางด้านเบลล่าและเจคอบ ความผูกพันของทั้งคู่ดูคลุมเครือมาตลอด จนในที่สุดเจคอบก็เปิดเผยความในใจ เขาบอกรักเบลล่า และจูบเบลล่า เบลล่าก็อัดเข้าให้แต่คนที่เจ็บกลับเป็นตัวเบลล่าเอง เอ็ดเวิร์ดก็เป็นผู้พาไปรักษากับพ่อของเขา ในวันนั้นเจคอบก็พูดจุดประกายความรู้สึกในส่วนลึกของเบลล่าว่าจะต้องคิดถึงคำที่เขาพูด คิดถึงจูบในครั้งนี้ เพราะเบลล่าไม่รู้หัวใจตัวเองดีพอในที่สุดพิธีจบการศึกษาก็มาถึง คราวนี้เองที่เบลล่าเริ่มรู้สึกกลัวกับการเปลี่ยนตัวเองเป็นแวมไพร์ ประมาณว่าเริ่มสับสนในตัวเอง หลังพิธีที่โรงเรียนก็มีงานเลี้ยงใหญ่ที่บ้านของครอบครัวคัลเลนภายใต้การเนรมิตของอลิซ งานเลี้ยงก็ดำเนินไปเรื่อยๆ จนกระทั่งแขกที่ครอบครัวแวมไพร์ไม่ได้เชิญก็มาเยือน … เจคอบและเพื่อนสนิททั้งสองมา เบลล่าจึงจำต้องต้อนรับด้วยท่าทีไม่ค่อยจะเต็มใจ เจคอบให้ของขวัญเบลล่าเป็นกำไลที่ตั้งใจทำมาให้ เบลล่ารับไว้อย่างซึ้งใจ ในขณะนั้นเองอลิซก็นิมิตได้ถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น … การมาเยือนของเหล่าแวมไพร์กำเนิดใหม่ ซึ่งสอดคล้องกันดีกับความคิดของเบลล่าก่อนหน้านี้ที่เชื่อมโยงระหว่างใครสักคนที่มาค้นห้องของเธอเพื่อนำเสื้อผ้าที่มีกลิ่นของเธอไป และสร้างเหล่านักรบแวมไพร์ของตนเอง

ซึ่งใครคนนั้นน่าจะเป็นวิคตอเรีย เจคอบได้ร่วมฟังเรื่องราวต่างๆและเห็นดีที่จะร่วมมือกันกำจัดศัตรู … การฝึกฝนเพื่อเตรียมตัวรับมือกับแวมไพร์ใหม่จึงเริ่มขึ้นแผนการต่างๆ ถูกวางไว้อย่างรัดกุม เบลล่าจะมาอยู่กับครอบครัวคัลเลน ขณะที่ชาร์ลีจะไปใช้เวลาสุดสัปดาห์ที่ลาพุชกับบิลลี่ เบลล่าอ้อนวอนไม่ให้เอ็ดเวิร์ดไปสู้ร่วมกับทุกคน ซึ่งนั่นดูเป็นเรื่องที่เห็นแก่ตัวอย่างถึงที่สุด แต่อย่างไรเสียเอ็ดเวิร์ดก็ยินยอมทำตาม ดังนั้นช่วงเวลาดังกล่าวเอ็ดเวิร์ดจึงได้อยู่กับเบลล่าตามลำพัง และในตอนนี้เองที่เบลล่าพยายามจะมอบกายให้เอ็ดเวิร์ด แต่ก็ไม่สำเร็จ เพราะเอ็ดเวิร์ดหักห้ามไว้ ในคืนนั้นเองเอ็ดเวิร์ดก็ได้ให้ของขวัญกับเบลล่าเป็นจี้รูปหัวใจ และได้ขอเบลล่าแต่งงาน พร้อมสวมแหวนให้ และในวันรุ่งขึ้นทุกอย่างก็ต้องดำเนินไปตามแผนเอ็ดเวิร์ดจะไปตั้งเต้นท์อยู่กับเบลล่าโดยจะให้เจคอบเป็นผู้พาไปเพื่อกลบกลิ่นของเบลล่า ในคืนที่มาหิมะตก พายุโหมกระหน่ำ เบลล่าหนาวสั่น แต่เอ็ดเวิร์ดก็ช่วยอะไรไม่ได้ เพราะยิ่งใกล้เบลล่าก็จะยิ่งหนาว จึงทำได้เพียงแค่มอง และคิดจะถอยออกห่าง แต่เบลล่าก็ไม่ต้องการให้เอ็ดเวิร์ดออกไปจากเต้นท์ในคืนนั้นเจคอบที่ยังคอยวนเวียนอยู่ข้างนอกก็ได้เสนอการช่วยเหลือโดยใช้ร่างกายของเขาให้ไออุ่นกับเบลล่า คืนนั้นเอ็ดเวิร์ดก็ได้คุยกับเจคอบในหลายๆเรื่อง และได้บอกเจคอบว่า เขายินดีหากเบลล่าจะเลือกใครที่ทำให้เบลล่ามีความสุขรุ่งเช้าเกือบเกิดการต่อสู้เล็กๆ เมื่อเอ็ดเวิร์ดพยายามเอาเบลล่าออกจากอ้อมแขนของเจคอบ แต่ทุกอย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดี เอ็ดเวิร์ดและเบลล่าฆ่าเวลาด้วยการทายถึงช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิตของเอ็ดเวิร์ด และหนึ่งในนั้นก็เป็นช่วงเวลาที่เบลล่าตกลงรับปากแต่งงานกับเขา การพูดคุยของทั้งคู่ได้ยินถึงเจคอบที่อยู่ข้างนอก เจคอบร่ำร้องด้วยความเสียใจและหนีไป

เบลล่าได้ยินก็สติแตกจะออกไปตาม เอ็ดเวิร์ดจึงตัดสินใจเป็นผู้ไปตามเจคอบกลับมาเองเจคอบตามเอ็ดเวิร์ดกลับมา เบลล่าร่ำร้องไม่ให้เจคอบไป แต่เจคอบไม่ฟัง เบลล่าเสียใจมาก เธอเสนอให้เจคอบจูบเธอ ถ้าแลกได้กับการที่เขาจะไม่จากไป เจคอบจูบเบลล่าเนิ่นนานมาก ในขณะนั้นเธอก็คิดไปด้วย ในที่สุดเบลล่าก็จูบตอบ และได้รู้ว่าใจของเธอองก็รักเจคอบเช่นเดียวกัน เจคอบดีใจที่เบลล่ารับรู้หัวใจตัวเอง แต่เขาก็ยืนยันที่จะไปเบลล่าอยู่กับเอ็ดเวิร์ดในเต้นท์ แต่เอ็ดเวิร์ดก็ไม่มีทีท่าจะโกรธเธอทั้งๆที่เขาเองก็รู้ทุกอย่าง จึงทำให้เบลล่ายิ่งรู้สึกผิด การต่อสู้เริ่มขึ้น และในขณะเดียวกันความผิดปกติก็เกิดขึ้น วิคตอเรียและ riley ปรากฏตัวออกมา เอ็ดเวร์ดจึงได้รู้ว่าตัวเองคิดผิด วิคตอเรียตามกลิ่นเขา เพราะรู้ว่าเบลล่าจะต้องอยู่ข้างกายของเขา การต่อสู้จึงเริ่มขึ้น ในที่สุดเอ็ดเวิร์ดและเซ็ทก็เป็นฝ่ายชนะ ขณะเดียวกันการต่อสู้ของกลุ่มที่เหลือที่ดูท่าว่าจะเรียบร้อยก็เกิดความผิดพลาดขึ้น… เจคอบได้รับบาดเจ็บท้ายที่สุดของการต่อสู้ เจน สมาชิกจากโวลตูรีเดินทางมาเก็บกวาดความเรียบร้อย และพูดให้คิดว่าทำไมเบลล่ายังไม่เปลี่ยนเป็นแวมไพร์อีก แต่อลิซก็ได้พูดทัดทานไว้เบลล่าไม่มีจิตใจทำอะไรด้วยห่วงเจคอบ ในที่สุดเบลล่าก็ได้ไปพบเจคอบ และได้พูดคุยทำความเข้าใจกัน เจคอบยอมรับความพ่ายแพ้ และบอกว่าเขาจะดีขึ้นในสักวัน เบลล่าตกลงจะจัดงานแต่งงานกับเอ็ดเวิร์ด โดยมีอลิซเป็นแม่งานการ์ดเชิญถูกส่งไปยังบ้านของเจคอบ พร้อมจดหมายขอบคุณจากเอ็ดเวิร์ด เจคอบที่ยังคงทำใจไม่ได้อ่านจดหมายแล้วแปลงร่างเป็นหมาป่าวิ่งไปเรื่อยๆ อย่าเต็มกำลัง

แทง ufabet

รีวิว Twilight New Moon นวจันทราภาค 2 เริ่มต้นจากฝันร้ายของเบลล่า

Twilight นวจันทราภาค 2 New Moon เริ่มต้นจากฝันร้ายของเบลล่าเรื่องความกลัว..แก่..ของเธอ เนื่องจากเอ็ดเวิร์ดยังคงยึดมั่นที่จะไม่ยอมเปลี่ยนเบลล่าให้กลายเป็นแวมไพร์ วันนี้คือวันเกิดของเบลล่า เธออายุ 18 ปีเต็มและ..แก่.. (อย่างน้อยก็แก่กว่าเอ็ดเวิร์ดทางกายภาพล่ะ) New Moon เบลล่าเกลียดมันที่สุด แต่อลิสกลับกระตือรือร้นที่จะจัดงานวันเกิดให้โดยไม่สนใจเสียงประท้วงจากเบล ล่าแม้แต่น้อย (เช่นเดียวกับคนในครอบครัวของเบลล่า) แต่งานวันเกิดที่ควรจะสนุกสนาน กลับเกิดเหตุขึ้นจนได้เมื่อความซุ่มซ่าม(เป็นประจำ)ของเบลล่า ที่แกะของขวัญและทำกระดาษบาดมือถึงเลือด กลิ่นเลือดหอมหวนมีผลให้แจสเปอร์เข้าแอ็ดแท็กเธอทันใด ซ้ำร้ายตัวเธอยังล้มไปทับชามแก้มที่ประดับห้อง จนเลือดกระฉูดหนักกว่าเดิม พาเอาทั้งบ้านแทบคลั่งด้วยความอยากเลือด…

คาร์ไลล์ ช่วยทำแผลให้อย่างสุขุม แต่คนที่ผิดปกติมาที่สุดในบรรดาก็คือเอ็ดเวิร์ดตลอด 2-3 วันต่อมาดูครุ่นคิดและหงุดหงิดพิกล เบลล่ากังวลแต่จะหาใครช่วยก็ไม่ได้เพราอลิสที่มองเห็นอนาคตได้ก็ตามแจสเปอร์ ไปอยู่ต่างเมือง..ในที่สุดความสับสน สงสัยของเบลล่าก็สิ้นสุด เมื่อเอ็ดเวิร์ดบอกลากับเธอ กล่าวว่าไม่ต้องการอยู่ร่วมกับเธออีกต่อไป และครอบครัวคัลเลนจะอพยพไปจากฟอร์ค เอ็ดเวิร์ดขอคำสัญญาจากเบลล่า ว่าให้เธอดูแลตนเองให้ดีและอย่าได้ทำอะไรบ้าบิ่น ส่วนเขาก็ให้สัญญาว่าจะทำตนประหนึ่งว่าไม่เคยมีเขาอยู่ในโลก…กว่าเบลล่าจะ รู้ตัวอีกที ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับตัวเขา รูปถ่ายของเขา CD เพลงที่เขาแต่งให้ และอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเขา ก็ไม่อยู่อีกแล้ว ไม่มีอะไรเหลืออีกแล้ว ประหนึ่งกับเขาไม่เคยมีตัวตนอยู่จริงๆ
ผ่านไป 4 เดือน เบลล่าพยายามทำทุกอย่างเหมือนปกติ แต่ก็ไม่อาจปิดบังความโศกเศร้าล้ำลึกภายในได้…ในวันหนึ่งขณะที่กำลังเจอ อันตรายในพอร์ต เองเจลเลส เธอก็ได้ยินเสียงที่ดังขึ้นในหัว เสียงที่เธอเคยคุ้นและหลงรักไม่มีวันลืมเลือน..เสียงของเอ็ดเว็ร์ดที่คอย ห้ามไม่ให้เธอทำอะไรที่บ้าบิ่น เบลล่าไม่รู้ว่าเสียงนี้คือเรื่องจริงหรือหลอนไปเองแต่ก็อยากได้ยินมันอีก เป็นความสุขเล็กๆ ที่เธอพอจะไขว่คว้าได้

New Moon เริ่มต้นจากฝันร้ายของเบลล่าเรื่องความกลัว..แก่..ของเธอ เนื่องจากเอ็ดเวิร์ดยังคงยึดมั่นที่จะไม่ยอมเปลี่ยนเบลล่าให้กลายเป็นแวมไพ ร์ วันนี้คือวันเกิดของเบลล่า เธออายุ 18 ปีเต็มและ..แก่.. (อย่างน้อยก็แก่กว่าเอ็ดเวิร์ดทางกายภาพล่ะ) เบลล่าเกลียดมันที่สุด แต่อลิสกลับกระตือรือร้นที่จะจัดงานวันเกิดให้โดยไม่สนใจเสียงประท้วงจากเบล ล่าแม้แต่น้อย (เช่นเดียวกับคนในครอบครัวของเบลล่า) แต่งานวันเกิดที่ควรจะสนุกสนาน กลับเกิดเหตุขึ้นจนได้เมื่อความซุ่มซ่าม(เป็นประจำ)ของเบลล่า ที่แกะของขวัญและทำกระดาษบาดมือถึงเลือด กลิ่นเลือดหอมหวนมีผลให้แจสเปอร์เข้าแอ็ดแท็กเธอทันใด ซ้ำร้ายตัวเธอยังล้มไปทับชามแก้มที่ประดับห้อง จนเลือดกระฉูดหนักกว่าเดิม พาเอาทั้งบ้านแทบคลั่งด้วยความอยากเลือด…
คาร์ไลล์ ช่วยทำแผลให้อย่างสุขุม แต่คนที่ผิดปกติมาที่สุดในบรรดาก็คือเอ็ดเวิร์ดตลอด 2-3 วันต่อมาดูครุ่นคิดและหงุดหงิดพิกล เบลล่ากังวลแต่จะหาใครช่วยก็ไม่ได้เพราอลิสที่มองเห็นอนาคตได้ก็ตามแจสเปอร์ ไปอยู่ต่างเมือง..ในที่สุดความสับสน สงสัยของเบลล่าก็สิ้นสุด เมื่อเอ็ดเวิร์ดบอกลากับเธอ กล่าวว่าไม่ต้องการอยู่ร่วมกับเธออีกต่อไป และครอบครัวคัลเลนจะอพยพไปจากฟอร์ค เอ็ดเวิร์ดขอคำสัญญาจากเบลล่า ว่าให้เธอดูแลตนเองให้ดีและอย่าได้ทำอะไรบ้าบิ่น ส่วนเขาก็ให้สัญญาว่าจะทำตนประหนึ่งว่าไม่เคยมีเขาอยู่ในโลก…กว่าเบลล่าจะ รู้ตัวอีกที ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับตัวเขา รูปถ่ายของเขา CD เพลงที่เขาแต่งให้ และอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเขา ก็ไม่อยู่อีกแล้ว ไม่มีอะไรเหลืออีกแล้ว ประหนึ่งกับเขาไม่เคยมีตัวตนอยู่จริงๆ
ผ่านไป 4 เดือน เบลล่าพยายามทำทุกอย่างเหมือนปกติ แต่ก็ไม่อาจปิดบังความโศกเศร้าล้ำลึกภายในได้…ในวันหนึ่งขณะที่กำลังเจอ อันตรายในพอร์ต เองเจลเลส เธอก็ได้ยินเสียงที่ดังขึ้นในหัว เสียงที่เธอเคยคุ้นและหลงรักไม่มีวันลืมเลือน..เสียงของเอ็ดเว็ร์ดที่คอย ห้ามไม่ให้เธอทำอะไรที่บ้าบิ่น เบลล่าไม่รู้ว่าเสียงนี้คือเรื่องจริงหรือหลอนไปเองแต่ก็อยากได้ยินมันอีก เป็นความสุขเล็กๆ ที่เธอพอจะไขว่คว้าได้

เธอจึงเริ่มจะหัดขี่มอเตอร์ไซต์ ทำให้เธอได้พบกับเพื่อนแท้ (และช่างเครื่อง) “เจค็อบ” คนที่ทำให้เบลล่าค่อยกลับมามีชีวิตอีกครั้ง แต่เบลล่าก็ยังไม่เลิกหาเรื่องเสี่ยงตายอยู่ วันหนึ่งเธอเข้าป่าเพื่อที่จะกลับไปป่าของเธอและเขาอีกครั้ง แต่การณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นเมื่อเธอเจอโลรองต์ที่นั่นและได้รู้ว่าวิคตอเรีย ยังตามหาเธอหมายที่จะฆ่าเธอแก้แค้นให้เจมส์ที่ถูกครอบครัวคัลเลนรุมสะกรำ โลรองต์ที่กำลังหิวกะจะฆ่าเบลล่าแต่ทันใดนั้นเองก็มีฝูง(มนุษย์)หมาป่า เขามาขวางและไล่ล่าโลรองต์เข้าป่าไป หนึ่งในพวกนั้น ก็คือเพื่อนของเธอ เจค็อบ เพื่อนของเธอที่ตอนนี้กลายเป็นอมนุษย์ไปอีกคนแล้ว
ในขณะที่มนุษย์หมาป่าของเผ่าควิลยูตไล่ล่าตามหาวิคตอเรีย เบลล่าก็หาเรื่องเสี่ยงตายได้อีกวิธีหนึ่ง คือการไปกระโดดหน้าผาที่ ลา พุช เพื่อความตื่นเต้น เสียงที่คุ้นเคยพูดกับเธออีกครั้ง พยายามที่จะห้ามแต่ไร้ผลเพราะเบลล่ากระโดดลงไปแล้วเธอถูกคลื่นซัดจนเกือบจม น้ำตายเคราะห์ดีที่เจค็อบมาช่วยไว้ทัน เมื่อกลับถึงบ้านเบลล่าพบว่ามีแขกที่เธอไม่คาดฝันว่าจะพบมาเยือน เธอคือ.
.อลิส คัลเลน เธอมองเห็นภาพล่วงหน้านึกว่าเบลล่าฆ่าตัวตายจึงรีบมาหา แต่เรื่องยิ่งกลับตาลปัตเมื่อเอ็ดเวิร์ดเข้าใจผิดคิดว่าเบลล่าตายจริงๆ จึงบินไปอิตาลี อลิสที่มองเห็นภาพตกใจแทบสิ้นสติ รีบบอกเบลล่า เมื่อได้ยินคำว่า”อิตาลี” เบลล่าก็เข้าใจในทันทีว่ามันมีความหมายเช่นใด…เอ็ดเวิร์ดกำลังจะฆ่าตัวตาย!!!
เบลล่าและอลิซตามเอ็ดเวิร์ดไปที่อิตาลีก็พบว่าที่อิตาลีจัดงานสวมชุดแดงที่เป็นวันอับเปหิแวมไพร์ประจำชาติอยู่ไปถึงทันเวลาพอดี ก่อนออกจากอิตาลี โวลตูลีบอกพวกเขาว่าเบลล่าที่รู้เรื่องแวมไพร์นั้นต้องตายหรือไม่ก็ต้องกลายเป็นแวมไพร์ เมื่อกลับมาถึงฟอร์กส เอ็ดเวิร์ดบอกเบลล่าว่าที่เขาจากไปเพราะเขารักเธอและต้องการปกป้องเธอ เบลล่ายกโทษให้เขา ในตอนจบครอบครัวคัลเลนออกเสียงให้เปลี่ยนเบลล่าเป็นแวมไพร์หลังเธอเรียนจบมัธยมปลาย ขณะที่เอ็ดเวิร์ดคัดค้านอย่างเต็มที่

เดิมพัน ufabet

รีวิว The twilight saga (แรกรัตติกาล) ว่าด้วยเรื่อง เบลล่า กับ เอ็ดเวิร์ด

เนื้อเรื่องว่าด้วย เบลล่า สวอน นางเอกของเรื่อง ที่ไม่เหมือนเด็กสาววัยรุ่นทั่วไป เธอไม่สนใจวัตถุนิยม ไม่ตามเทรนด์ ซึ่งพ่อแม่ได้หย่าร้างกัน โดยเธอได้อาศัยอยู่กับแม่ ต่อมา แม่ของเธอได้แต่งงานใหม่ เบลล่า คิดว่านี่จะเป็นการเปิดโอกาสให้กับแม่ของเธอ เธอจึงย้ายไปอยู่กับพ่อที่ฟอร์คส, สหรัฐอเมริกา ที่ฟอร์คสเป็นเมืองที่ฝนตกตลอดปี ไม่มีแดด มีต้นไม้เขียวชอุ่ม เธอจำใจย้ายมาอยู่ เพราะสามีใหม่ของแม่เป็นนักเบสบอลและต้องเดินทางบ่อย และแม่ต้องคอยดูแลเธออยู่ที่บ้าน เธอคิดว่ามันทำให้แม่ไม่มีความสุขนัก เมื่อวันแรกที่เธอได้ย้ายเข้ามาโรงเรียนไฮสคูลใหม่ เธอคิดว่ามันก็คงไม่ต่างอะไรจากโรงเรียนเก่าของเธอ แต่นั่นทำให้เธอได้พบกับนักเรียนชายผู้เพอร์เฟ็ค เขาทั้งรูปงาม แข็งแรง และฉลาดมากต่างจากนักเรียนชายทั่วๆไป เขามีนามว่า เอ็ดเวิร์ด คัลเลน ในตอนเช้า เธอเห็นเขาจ้องเธอตลอดอย่างไม่ละสายตา แต่เมื่อเธอและเขาต้องมานั่งใกล้กันตอนเรียนวิชาชีววิทยาเนื่องจากเหลือที่นั่งข้างเขาเพียงที่เดียว เขากลับไม่สนใจเธอแม้แต่น้อย และทำท่าทางเหมือนรังเกียจเธอ ภายหลัง เขาได้หายตัวไปเป็นเวลา 1 สัปดาห์ และกลับมาใหม่

เอ็ดเวิร์ดเคยช่วยชีวิตเบลล่าจากรถตู้ที่จะชนเธอด้วยการที่เขาหยุดมันด้วยมือเปล่า ทำให้เบลล่าตกตะลึงเป็นอย่างมาก และอีกหลายครั้งที่เขาช่วยเธอจากเหตุการณ์ที่ไม่ขาดฝัน เขาอ่านใจทุกคนได้ แต่มันใช้ไม่ได้กับเธอ ต่อมา เบลล่าได้รู้ว่าเอ็ดเวิร์ดเป็นแวมไพร์และครอบครัวของเขาต่างจากแวมไพร์ทั่วไป ครอบครัวเขาละเว้นการดื่มเลือดมนุษย์แต่ล่าสัตว์ใหญ่บนภูเขาสูงแทน ก่อนหน้านั้นเอ็ดเวิร์ดสงสัยในตัวเบลล่า จึงแอบเข้าไปที่ห้องนอนเธอในขณะที่เธอหลับ เขาได้ยินเธอพึมพำเรียกชื่อเขาออกมา เขาจึงได้รู้ว่าทั้งเธอและเขาต่างตกหลุมรักซึ่งกันและกัน แต่ทุกอย่างไม่ได้ดีเสมอไป เมื่อเจมส์, วิคตอเรีย และ ลอเรนท์ คู่ปรับของเอ็ดเวิร์ดได้เดินทางมาฟอร์คส พวกเขาคิดว่าการที่เอ็ดเวิร์ดสูญเสียคนรัก จะทำให้เขาต้องเจ็บปวดในชีวิตที่เป็นอมตะของตนเอง ความรัก ความเป็นอมตะ แวมไพร์ มนุษย์ นิรันดรกาล การสูญเสีย ยามแรกรัตติกาล จะทำให้เขาและเบลล่ารักกันได้หรือ แต่สุดท้ายทั้งคู่ก็คบกัน และเรื่องก็จะเพิ่มขึ้นในภาคต่อมา เมื่อปัญหาและอุปสรรคเกิดขึ้น

ตัวละครในภาคนี้

เอ็ดเวิร์ด คัลเลน – แวมไพร์หนุ่มผู้เพียบพร้อม มีเสน่ห์ต่อสาวๆ ทุกคน มีความสามารถในการอ่านใจ และสามารถสะกดจิตได้โดยสายตา ครั้งเป็นมนุษย์กำลังจะตายด้วยไข้หวัดใหญ่สเปน คาร์ไลล์จึงช่วยไว้โดยเปลี่ยนเอ็ดเวิร์ดเป็นแวมไพร์
เบลล่า สวอน – เด็กสาวที่ย้ายมาจากเมืองฟีนิกซ์ รัฐอริโซน่า ไม่ธรรมดาเพราะมีความสามารถในการสกัดใจโดยที่เธอเองก็ไม่รู้ตัว
ชาร์ลี สวอน – พ่อของเบลล่า เป็นสารวัตเมืองฟอร์คส
เรเน่ ไดเยอร์ – แม่ของเบลล่า เกลียดอากาศที่หนาวเย็นฝนตกเฉอะแฉะ จึงเลิกกับชาร์ลีไปแต่งงานใหม่
ฟิล ไดเยอร์ – สามีใหม่เรเน่
เจมส์ – ศัตรูของเอ็ดเวิร์ด มีความสามารถในเรื่องสามารถตามหาบุคคลที่ต้องการจะเจอได้
วิคตอเรีย – ศัตรูของเอ็ดเวิร์ด คู่รักของเจมส์
โลรองต์ – ศัตรูของเอ็ดเวิร์ด พอมีด้านดีอยู่ในตัวบ้าง
เอสเม่ คัลเลน – แม่บุญธรรมของเอ็ดเวิร์ด มีความสามารถที่จะมอบความรักให้แก่บุคคลรอบข้าง
ดร.คาร์ไลล์ คัลเลน – พ่อบุญธรรมของเอ็ดเวิร์ด มีความเมตตา เป็นคนที่ทำให้เอ็ดเวิร์ดกลายเป็นแวมไพร์
เอ็มเม็ตต์ คัลเลน – พี่ชายเอ็ดเวิร์ด มีพละกำลังมหาศาล
โรซาลี เฮล – พี่สาว (พี่สะใภ้) เอ็ดเวิร์ด คู่รักเอ็มเม็ตต์ แฝดผมทองแจสเปอร์
อลิซ คัลเลน – น้องสาวเอ็ดเวิร์ด มีความสามารถในการมองเห็นอนาคต แต่ความสามารถไม่ตายตัว เพราะอนาคตเปลี่ยนแปลงได้เสมอ
แจสเปอร์ เฮล – คู่รักอลิซ แฝดผมทองโรซาลี เพิ่งเลิกดื่มเลือดมนุษย์ มีความรู้ด้านอุปนิสัยของแวมไพร์เกิดใหม่
เจคอบ แบล็ค – มนุษย์หมาป่า เป็นศัตรูกับเผ่าพันธุ์แวมไพร์ หลงรักเบลล่า
บิลลี่ แบล็ค – พ่อของเจคอบ เพื่อนชาร์ลี ไม่ถูกกับพวกคัลเลนเพราะเป็นเผ่าพันธุ์ศัตรู
ไมค์ นิวตัน – เพื่อนเบลล่า แอบชอบเบลล่า เคยชวนเบลล่าไปงานพร็อมแต่เบลล่าปฏิเสธเพราะไม่อยากทำร้ายจิตใจเจสสิก้า
เจสสิก้า แสตนลีย์ – เพื่อนเบลล่า แอบชอบไมค์ นิวตัน
อริค – เพื่อนเบลล่า
แองเจล่า เวเบอร์ – เพื่อนเบลล่า

ufabet.co

รีวิว แฮร์รีพอตเตอร์กับ เครื่องรางยมทูต เรื่องเริ่มต้นที่บ้านของลูเซียส มัลฟอย

แฮร์รีพอตเตอร์กับ เครื่องรางยมทูต เรื่องเริ่มต้นที่บ้านของลูเซียส มัลฟอย โดยลอร์ดโวลเดอมอร์ และสมุนจำนวนหนึ่ง วางแผนการเกี่ยวกับการย้ายออกจากบ้านเดอร์สลี่ย์ของแฮร์รี่ พอตเตอร์ เจ้าหน้าที่ของกระทรวงชื่อแยกซ์ลีย์ ระบุว่าแฮร์รี่จะย้ายออกในวันคล้ายวันเกิด เครื่องรางยมทูต ในขณะที่สเนประบุว่าแฮร์รี่จะย้ายออกก่อนหน้านั้นหนึ่งสัปดาห์ โวลเดอมอร์ยืมไม้กายสิทธิ์ของ มัลฟอย จากการที่ไม้กายสิทธิ์ของเขาเองใช้ไม่ได้ผลกับแฮร์รี่

ภาคีนกฟีนิกซ์ส่งพ่อมดมาคุ้มครองครอบครัวเดอร์วีสลีย์ ในขณะที่กองกำลังอีกส่วนหนึ่งมาพาตัวแฮร์รี่ออกไป โดยวางแผนให้คนอีกหกคนเป็นนกต่อ ใช้น้ำยาสรรพรสแปลงตัวเป็นแฮร์รี่กระจายไปยังที่ซ่อนต่างๆกัน แต่แฮร์รี่ยังคงถูกสมุนโวลเดอมอร์ระบุตัวได้จากการใช้คาถาปลดอาวุธที่เขาใช้กับผู้เสพความตายซึ่งถูกคาถาสกดใจ อย่างไรก็ตาม ไม้กายสิทธิ์ของแฮร์รี่ยังคงชนะไม้ที่ยืมมาของโวลเดอมอร์ แฮร์รี่ไปถึงบ้านโพรงกระต่ายอย่างปลอดภัย แต่เฮ็ดวิกต้องตายจากการปะทะกัน และพบว่าจอร์จ วีสลีย์เสียหูไปข้างหนึ่งด้วยคาถาของสเนป และอลาสเตอร์ มูดดี้ถูกโวลเดอมอร์ฆ่า

สองสามวันต่อมา รัฐมนตรีกระทรวงเวทมนตร์มาที่บ้านโพรงกระต่าย เพื่อนำของตามพินัยกรรมของดัมเบิลดอร์มาให้แฮร์รี่ รอน และเฮอร์ไมโอนี่ รอนได้รับ “ดีลูมิเนเตอร์” หรือ “ที่ดับไฟ” ของดัมเบิลดอร์ เฮอร์ไมโอนี่ได้รับหนังสือ “นิทานของบีเดิลยอดกวี”เป็นภาษารูนโบราณ ส่วนแฮร์รี่ได้รับลูกสนิชลูกแรกที่แฮร์รี่จับได้ และดาบของกริฟฟินดอร์ อย่างไรก็ตามกระทรวงไม่ได้ให้ดาบแก่แฮรี่เพราะกระทรวงไม่รู้ว่าดาบอยู่ที่ไหน

ในระหว่างงานแต่งงานของบิล วีสลีย์ และเฟลอร์ เดอลากูร์ มีข่าวมาว่าโวลเดอมอร์ได้เข้าควบคุมกระทรวงเวทมนตร์เป็นผลสำเร็จ และผู้เสพความตายได้เข้าโจมตีอีกครั้ง แฮร์รี่และเพื่อนทั้งสองหายตัวหนีไปยังบาร์ของมักเกิ้ลแห่งหนึ่ง แต่ก็ถูกตามพบอย่างง่ายดาย เพราะโวลเดอร์มอร์ได้ใช้ชื่อตัวเองเป็นคำต้องห้าม อย่างไรก็ตาม ทั้งสามหนีรอดไปได้อีก จากนั้นจึงหนีไปยังบ้านเลขที่ 12 กริมโมลด์เพลซ ซึ่งได้ค้นพบว่า ร.อ.บ. คือเรกูลัส แบล็ก น้องของซิเรียสจากการสอบถามเอลฟประจำบ้านครีเชอร์และล็อกเก็ตของจริงซึ่งแฮร์รี่ตามหานั้น ไปตกอยู่ในความครอบครองของโดโลเรส อัมบริดจ์ได้มาจากการขายของมันดังกัส

กลุ่มของแฮร์รี่สามารถบุกเข้าไปในกระทรวง และนำล็อกเก็ตมาได้สำเร็จ อย่างไรก็ตาม ที่ซ่อนที่กริมโมลด์เพลซถูกค้นพบ ทั้งสามจึงต้องเร่ร่อนตามชนบทโดยเปลี่ยนที่พักแรมไปเรื่อยๆ และต่อมาได้ทราบโดยบังเอิญว่าดาบกริฟฟินดอร์ที่เคยเห็นเป็นดาบปลอมทำเลียนแบบ ส่วนดาบจริงนั้นหายไป ระหว่างนั้น รอนได้ทะเลาะกับแฮร์รี่ และแยกตัวจากไป แฮร์รี่และเฮอร์ไมโอนี่ไปยังก็อดดริกฮอลโล่ เพื่อตามหาดาบ แต่กลับถูกนากินี งูของโวลเดอมอร์ทำร้าย และไม้กายสิทธิ์ของแฮร์รี่เสียหายโดยไม่อาจซ่อมได้ หลังจากนั้นไม่นาน มีผู้พิทักษ์รูปกวางตัวเมียปรากฏตัวบริเวณค่ายพักที่แฮร์รี่อยู่ และกวางได้นำแฮร์รี่ไปพบดาบกริฟฟินดอร์ซึ่งซ่อนอยู่ในบึงน้ำแข็ง รอนกลับมาช่วยแฮร์รี่ในการนำดาบขึ้นมา และทำลายล็อกเก็ตซึ่งเป็นฮอร์ครักซ์อันแรก ทั้งสามไปยังบ้านของครอบครัวเลิฟกู๊ด และได้รู้เรื่อง “เครื่องรางยมทูต” สามอย่าง ได้แก่ ไม้กายสิทธิ์ที่ทำจากไม้เอลเดอร์ ซึ่งทำให้ชนะการต่อสู้ หินชุบวิญญาณ ที่สามารถเรียกคนตายกลับมา และผ้าคลุมล่องหนที่ไม่เสื่อมตามกาลเวลา อย่างไรก็ตาม พ่อของลูน่าแจ้งกระทรวงเรื่องแฮร์รี่ โดยหวังแลกกับลูน่าที่ถูกจับไปก่อนหน้า พวกของแฮร์รี่หนีรอดได้อีกครั้ง

พวกของแฮร์รี่ถูกนักล่าค่าหัวจับได้ หลังจากแฮร์รี่เผลอเอ่ยชื่อโวลเดอมอร์ เพราะมีการเสกคาถาให้เป็นคำต้องห้ามและบุคคลที่พูดคำนี้จะถูกระบุตัวได้ทันที พวกนักล่านำแฮร์รี่และเพื่อน รวมทั้งดีน โทมัส และก็อบลินชื่อกริ๊บฮุกที่ถูกจับอยู่ด้วยไปยังบ้านมัลฟอย ที่นั้น พวกเขาได้พบกับโอลิแวนเดอร์ ช่างทำไม้กายสิทธิ์ และลูน่า เลิฟกู๊ด ทั้งหมดหนีไปได้ด้วยความช่วยเหลือของน้องชายดัมเบอร์ดอร์ซึ่งได้กระจกอีส่วนของซีเรียส แบล็กไปจึงได้เรียกด็อบบี้ เอลฟ์ที่เคยอยู่กับมัลฟอย แต่ดอบบี้ถูกเบลลาทริกซ์ เลสแตรงจ์ฆ่าตาย พวกเขาหนีไปอยู่ที่บ้านของบิลและเฟลอร์

ทั้งสามบุกเข้าไปในธนาคารกริงกอตส์ด้วยความช่วยเหลือของก็อบลิน และขโมยถ้วยฮัฟเฟิลพัฟออกมาจากห้องนิรภัยของเลสแตรงจ์โดยได้ขโมยมังกรออกมา โวลเดอมอร์ทราบข่าวการขโมยนี้ จึงทราบในที่สุดว่าพวกแฮร์รี่กำลังตามหาฮอร์ครักซ์ แฮร์รี่ได้รับรู้ความคิดของโวลเดอมอร์อีกครั้ง ขณะที่เขากำลังลำดับที่ตั้งของฮอร์ครักซ์ทั้งหมด ทำให้แฮร์รี่ได้รู้ว่าฮอร์ครักซ์อันสุดท้ายที่ตนยังไม่ทราบว่าเป็นอะไรนั้นอยู่ในฮอกวอตส์นั่นซึ่งเกี่ยวกับเรเวนคลอ พวกเขากลับเข้าไปในฮอกวอตส์ด้วยความช่วยเหลือของอาเบอร์ฟอร์ธ ดัมเบิลดอร์ น้องชายของอัลบัส

แฮร์รี่แจ้งเตือนการมาของโวลเดอมอร์แก่อาจารย์ และพบฮอร์ครักซ์ซึ่งเป็นรัดเกล้าของเรเวนคลอในห้องต้องประสงค์ หลังจากนั้นพวกของแฮร์รี่ได้ไปยังเพิงโหยหวน และเห็นโวลเดอมอร์ฆ่าสเนป ด้วยความเชื่อว่าเขาจะได้เป็นเจ้าของไม้กายสิทธิ์เอลเดอร์ ที่เคยเป็นของดัมเบิลดอร์อย่างสมบูรณ์ ก่อนตาย สเนปมอบความทรงจำแก่แฮร์รี่ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเขาอยู่ฝ่ายดัมเบิลดอร์ ด้วยความรักที่มีต่อลิลี่ แม่ของแฮร์รี่ นอกจากนี้ แฮร์รี่ยังค้นพบว่า วิญญาณส่วนหนึ่งของโวลเดอมอร์อยู่ในตัวของเขาเอง และโวลเดอมอร์ไม่สามารถตายได้หากเขายังมีชีวิตอยู่ แฮร์รี่จึงไปพบกับโวลเดอมอร์และต่อสู้กับคาถาพิฆาตโดยจงใจให้ตนเองถูกคาถาพิฆาตใส่ตาย

แฮร์รี่ตื่นขึ้นมาและพบกับดัมเบิลดอร์ ซึ่งอธิบายว่าเขาไม่สามารถตายโดยที่โวลเดอมอร์ยังอยู่ เพราะโวลเดอมอร์สร้างร่างขึ้นมาจากเลือดของแฮร์รี่ แฮร์รี่เป็นเจ้าของอันชอบธรรมของเครื่องรางยมทูต คาถาพิฆาตได้ทำลายวิญญาณของโวลเดอมอร์ในตัวแฮร์รี่ และแฮร์รี่สามารถเลือกที่จะไปต่อ หรือกลับไปเพื่อสู้กับโวลเดอมอร์อีกครั้ง แฮร์รี่กลับไป และได้สู้กับโวลเดอมอร์อีกครั้งหนึ่ง แฮร์รี่ยังรู้ด้วยว่านายของไม้กายสิทธิ์เอลเดอร์ที่แท้จริงไม่ใช่สเนป แต่เป็นเดรโก มัลฟอย ซึ่งเขาเอาชนะมาได้ ในที่สุดโวลเดอมอร์ก็สิ้นชีพด้วยคำสาปพิฆาตของตัวเองที่สะท้อนกลับ

เรื่องจบลงด้วยฉากในอีก 19 ปีต่อมา แฮร์รี่แต่งงานกับจินนี่ และมีลูกด้วยกัน 3 คน คือ เจมส์, อัลบัส เซเวอรัส, ลิลี่ ส่วนรอนและเฮอร์ไมโอนี่ก็แต่งงานกันมีลูกด้วยกัน 2 คน คือ ฮิวโก้, โรส ทั้งสองครอบครัวพบกันที่สถานีรถไฟขณะไปส่งลูกๆ ไปยังฮอกวอตส์และแฮร์รี่ก็ไม่เคยเจ็บแผลเป็นอีกเลยหลังจากลอร์ดโวลเดอมอร์ตาย

ufa24h