รีวิวอนิเมะ ดาบพิฆาตอสูร Kimetsu No Yaiba (Demon Slayer) 2019

รีวิวอนิเมะ ดาบพิฆาตอสูร Kimetsu No Yaiba (Demon Slayer) 2019

Kimetsu no Yaiba ( ชื่อภาษาอังกฤษ Demon Slayer ) หรือในชื่อตามฉบับลิขสิทธิแปลไทยคือ “ดาบพิฆาตอสูร” ซึ่งปัจจุบันออกกับ สนพ.สยามอินเตอร์แล้ว 17 เล่ม และยังไม่จบ สำหรับในฉบับอนิเมะก็กำลังติดเทรนด์และเป็นกระแสอยู่ที่ญี่ปุ่นและผู้ชมในต่างประเทศทั่วโลกด้วย

ดาบพิฆาตอสูร Kimetsu no Yaiba เป็นสุดยอดอนิเมะมาแรงแห่งปี 2019 ที่ปฏิเสธไม่ได้ว่ายอดเยี่ยมเกินคาด แล้วยังส่งผลไปถึงการผลักดันยอดขายของมังงะฉบับรวมเล่ม จนกระทั่งสามารถทำยอดขายรวมเล่มแซงชนะวีนพีซได้ เป็นเรื่องแรกที่ทำได้สำเร็จในรอบ 11 ปี จากการประกาศของ Oricon แล้วยังกวาดรางวัลต่างๆมากมายด้วย

แนะนำตัวละคร ทันจิโร่ กลุ่มนักล่าอสูร และ เสาหลัก
คลิกอ่าน Kimetsu no Yaiba – ตัวละคร เหล่าอสูรจันทร์ข้างขึ้น
Kimetsu No Yaiba ปราณ รวมทุกรูปแบบ มีอะไรบ้าง
สำหรับอนิเมะ ได้รับความสนใจและเป็นกระแสในต่างประเทศมาตลอดตั้งแต่เริ่มฉาย แต่จุดสำคัญที่ทำให้เรื่องนี้พุ่งทะยานจนเป็นกระแสรุนแรง เกิดขึ้นหลังจากอนิเมะได้ฉายตอนที่ 19 บนเว็บสตรีมมิ่งไปแล้ว ปรากฏว่าได้รับเสียงตอบรับและเรตติ้งถล่มทลายอย่างมาก เรียกได้ว่ามีรายงานเกี่ยวกับประเด็นนี้ หลังจาก ผู้ชม ในญี่ปุ่น ได้โหวตลงเว็บไซต์ Nico Nico ซึ่งเป็นเว็บไซต์สตรีมมิ่งยอดนิยมของญี่ปุ่น โดยให้เรตติ้งสูงถึง 97.5%

ไม่เพียงแค่กระแสตอบรับในด้านเรตติ้งการเข้าชมเท่านั้น แต่ในส่วนของยอดขายแผ่น DVD ยังสูงมากกว่า หนึ่งหมื่นชุด ซึ่งถือว่าเป็นปรากฏการณ์เลยทีเดียว ที่อนิเมะ ซึ่ง ดัดแปลง จาก โชวเน็น มังงะ จะทำยอดขายแผ่นได้มากขนาดนั้น ซึ่งไม่ได้มีมานานแล้ว

ดาบพิฆาตอสูร

ดาบพิฆาตอสูร Kimetsu no Yaiba ทำไมอนิเมะถึงมาแรงนัก???
ต้นฉบับมังงะก็เรียกว่าแรงอยู่แล้ว ซึ่งในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา มังงะเรื่องนี้มักได้รับการโหวตจากผู้อ่านในนิตยสารโชเน็นจัมป์ ให้ติดอันดับประจำสัปดาห์อยู่ในอันดับ 1-3 อยู่เสมอ มีหลายครั้งที่ครองแชมป์เหนือกว่ามังงะเรื่องดังอย่างวันพีซด้วยซ้ำ ซึ่งก็ถือว่าเป็นความสุดยอดสำหรับมังงะที่เพิ่งเขียนมาได้แค่ไม่กี่ปี และผู้เขียนคือ อ.โคโยฮารุ โกโตเกะ ก็เป็นผู้หญิงด้วย แต่กลับสร้างสรรค์มังงะโชเน็นแอ็คชั่นที่ยอดเยี่ยมเรื่องนี้ขึ้นมาได้

ถ้าว่ากันตามตรง เสน่ห์หลักของเรื่องนี้ ไม่ได้อยู่ที่เนื้อเรื่อง เพราะต้องยอมรับว่าพล็อตเรื่องค่อนข้างพื้น ๆ เป็นแนวนักดาบล่าอสูร แต่ที่โดดเด่นจริง ๆ ก็คือ “คาแรคเตอร์ตัวละคร” ที่มีพัฒนาการน่าติดตาม ตัวละครมีวุฒิภาวะ (เรียกง่าย ๆ ว่าไม่เกรียนหรือขี้เก๊กจนน่าหมั่นไส้นั่นแหละ)

Kimetsu no Yaiba (Demon Slayer) รีวิว ดาบพิฆาตอสูร อนิเมะยอดเยี่ยมแห่งปี 2019 1

สำหรับตัวเอก คือ คามาโดะ ทันจิโร่ และ คามาโดะ เนสึโกะ ซึ่งเป็น ตัวเอก หลัก ชายหญิงของเรื่อง (ถือว่าเป็นพระเอกและนางเอก ในฐานะตัวละครนำ เพียงแต่เป็นพี่น้องกัน) เป็นสองตัวละครที่ถูกเขียนขึ้นให้เราเห็นพัฒนาการตั้งแต่ยังเป็นแค่ เด็กหนุ่มสาวธรรมดา แต่กลับต้อง เจอเหตุการณ์ ร้ายแรงที่ส่งผลต่อชีวิตตั้งแต่ตอนแรกทันที เรียกว่าผู้เขียนโยนระเบิดดราม่าที่โหดร้ายเข้ามาให้ตัวละครหลัก และทำให้คนอ่านต้องตามลุ้น ตามเอาใจช่วยพี่น้องคู่นี้กันตั้งแต่ตอนแรก จนล่าสุดมังงะถึงตอนที่ 170 ก็ยังเป็นแบบนั้นอยู่ แต่ผู้เขียนก็ยังสามารถเพิ่มตัวละครรอง ๆ ที่เข้ามาสร้างสีสันและให้คนอ่านตามลุ้นเพิ่มเติม

เนื่องจากจุดที่ผู้เขียนใส่เข้ามาตั้งแต่ช่วงแรก ๆ อย่างไม่ปราณีเลยก็คือสัญญาณที่บอกว่า “ตัวละครเรื่องนี้ทุกคน ตายจริง เจ็บจริง พิการจริง” ต่อให้เป็นตัวละครสำคัญและคนอ่านชอบขนาดไหน ถ้าถึงเวลาตาย ก็ต้องตาย ไม่มียืด นี่ก็เป็นอีกจุดที่ทำให้คนอ่านต้องตามลุ้นกลุ่มตัวละครที่ชอบว่า จะอยู่หรือจะไป

จุดเด่นอีกเรื่องก็คือ การที่ผู้เขียนสามารถสร้างความสัมพันธ์ที่น่าสนใจให้กับกลุ่มตัวละครในเรื่อง โดยเฉพาะ “สายสัมพันธ์ระหว่างครอบครัว” ซึ่งเรื่องนี้เล่นประเด็นนี้มาตลอดเรื่องจนถึงตอนล่าสุด แล้วเรื่องราวตรงนี้ยังใส่เข้ามาในส่วนของตัวร้ายอย่างพวก “อสูร” ทำให้เราได้เห็นมุมมองที่ทั้งรันทด หดหู่ แต่ในขณะเดียวกันผู้เขียนก็เลือกที่จะนำเสนอให้เราเห็นอีกมุมมองผ่านตัวเอกอย่างทันจิโร่ว่า อสูรเมื่อตายแล้ว ก็ไม่ใช่อสูรอีก แล้วตัวเอกก็ไม่ได้เลือกที่จะให้อภัยพวกอสูร ไม่ลังเลที่จะสังหารอสูร แต่เขาก็ไม่คิดจะเอาแต่เคียดแค้นพวกอสูรเหมือนกัน แล้วเอาเข้าจริง อสูรในเรื่องนี้ก็ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะตัวเองด้วย (ขอไม่สปอยล์)

อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ดูเหมือนว่ามังงะเรื่องนี้ “ดาร์ก” แต่ที่จริงแล้วก็ไม่ได้มีแต่ช่วงเวลาดราม่าหรือซีเรียสในเรื่องตลอดเวลาครับ เพราะเราจะพบกับซีนตลก ๆ เบา ๆ อารมณ์ขันที่ร้ายกาจของคนเขียนก็แทรกมาตลอดเรื่อง ทำให้เรื่องราวไม่หนักเกินไป หลายฉากที่จะสนุกมากเวลาตัวละครหลายคนรวมอยู่ด้วยกันเป็นกลุ่ม ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ทำให้มังงะเรื่องนี้ไม่ได้วอนนาบีดาร์กหรือพยายามจะดราม่าเกินเหตุเหมือนหลายเรื่อง (แม้จะมีอยู่บ้าง แต่ก็ถือว่าสมูทดีแล้ว)

อีกจุดที่ทำได้ดีสำหรับเรื่องนี้คือ การเดินเรื่องที่กระชับ ฉับไว บทแอ็คชั่นที่ต้องให้คนอ่านลุ้นจนเหนื่อย การโยนแต่ศัตรูระดับบอสมาให้ตัวเอกต้องสู้ เรียกว่าแทบไม่มีศัตรูแนวกี้กี้ หรือตัวกระจอกให้ฝ่าด่านเลย ดังนั้นฉากสู้ที่ใช้เวลานานของเรื่องนี้จึงเป็นฉากสู้กับศัตรูระดับบอส ที่ตัวละครต้องใส่กันเต็มพิกัด แทบจะไม่มีประเภทฉากสู้กับตัวละครรอง ๆ แล้วกินเวลานานหลายตอน ทำให้ช่วงน่าเบื่อของเรื่องนี้มีค่อนข้างน้อย และข้ามไปส่วนสนุกได้ไว

ทีมสร้างอนิเมะตีโจทย์แตก

ในฐานะคนดู คงต้องคารวะงาม ๆ ให้กับทีมสร้างของ Ufotable ที่ทำเรื่องนี้ออกมาชนิดอลังการ มีการแซวกันในช่องยูทูปบ่อยครั้งว่า Ufo คงได้งบประมาณไม่อั้น เป็น Unlimited Budget Worked

แต่ที่เด็ดจริง ๆ คือ ทางค่ายจานบิน “ตีโจทย์แตก” ในอนิเมะที่ทำออกมามีการเสริมและตัดทอนการเดินเรื่องบางจุด แต่ออกมาแล้วส่งผลบวกมากกว่าลบ แถมยังถูกจริตคนดูต่างชาติด้วย ไม่ว่าจะเป็น ฉากแอ็คชั่น ที่ทำให้รู้เรื่องกว่ามังงะ เอฟเฟคสุดตระการตา เพลงประกอบสุดขลัง และโมชั่นตัวละครที่รู้สึกเลยว่าจัดเต็ม

แม้แต่คนเขียนอย่าง โคโยฮารุ โกโตเกะ ยังออกมาโพสต์โซเชียลว่า ดูตอนที่ 19 ซ้ำไปซ้ำมากว่า 20 รอบ และดีใจจนร้องไห้ เธอยังบอกว่ารู้สึกดีใจจริง ๆ ที่ได้วาดการ์ตูนเรื่องนี้ออกมาด้วยความพยายามอย่างเต็มที่

ในส่วนของเรตติ้งอนิเมะตอนที่ 19 ซึ่งมาแรงสุด ๆ นั้น ขอแนะนำว่า ลองหาดูกันเองจะเข้าใจได้ทันทีครับ แต่ที่จริงแล้ว ก็ไม่ได้มีแค่ตอนนี้เท่านั้น เพราะฉากแอ็คชั่นของอนิเมะเรื่องนี้ที่ทำออกมาแล้วโดดเด่นมาก ยังอยู่ในอีกหลายตอน ที่แนะนำก็เช่น ตอนที่ 1 2 3 4 11 12 14 17 18 19 20…เอาเป็นว่าดูมันทุกตอนนั่นแหละครับ

กระแสมาแรงฉุดไม่อยู่บนสตรีมมิ่งและยูทูป

ในส่วนของเรตติ้ง จากการโหวตของเว็บไซต์ Nico Nico ซึ่งรูปแบบคือเป็นการนำอนิเมะมาฉายแบบถูกต้องตามลิขสิทธ์ หลังจากนั้นก็จะให้มีการเปิดโหวตโดยผู้ชมว่าในแต่ละตอน ซึ่งในส่วนของคะแนนะ จะมีการจัดระดับเป็น 1-5 ซึ่งสำหรับอนิเมะตอนไหนที่ได้รับการโหวตเกินกว่า 90% ในซีซันนี้ มีเพียงแค่สองเรื่องเท่านั้น คือ Kimetsu no Yaiba และ How Heavy Are the Dumbbells You Lift? ซึ่งเรื่องหลังก็ยังได้น้อยกว่า

สำหรับตอนที่ทำสถิติเรตติ้งถล่มทลายจากการโหวต คือ ตอนที่ 19 ของ Kimetsu no Yaiba โดยก่อนหน้านี้ก็เคยมีกระแสในตอนที่ 11 และ ตอนที่ 14 มาก่อนนี้แล้ว

ไม่เพียงแต่กระแสการโหวต แต่บนช่องทางยูทูปเวลานี้ ยังมีการทำคลิปสั้นเฉพาะฉากของบางตอนในเรื่องนี้ โดยเฉพาะ ฉากแอ็คชั่น และซีนสำคัญของเหล่าตัวละครหลัก เช่น ทันจิโร่ เซ็นนิตสึ กิยู โดยบางคลิปมีการเข้าชมเป็นหลักหลายแสนจนถึงหลักล้าน

แล้วไม่ใช่แค่ซีนสำคัญในเรื่อง แต่คลิปที่มีการเข้าดูกันมากก็คือ เพลงประกอบของเรื่อง ที่ถูกนำลงในยูทูปให้เห็นจำนวนมาก ทั้งเพลงเปิดปิด OP ED และเพลงประกอบฉาก OST ของเรื่องด้วย

ในส่วนของต้นฉบับมังงะ ก็มีลิขสิทธิ์แปลไทยแล้ว ในชื่อว่า “ดาบพิฆาตอสูร” ซึ่งปัจจุบันได้ออกกับ สนพ.สยามอินเตอร์ 17 เล่ม และยังไม่จบ ขอแนะนำว่า ลุยเลยครับ

ในขณะที่อนิเมะแบบถูกลิขสิทธิ์ในประเทศไทย ตอนนี้ก็กำลังจะเข้าฉายใน Netfix แน่นอนแล้ว เตรียมรับชมแบบถูกลิขสิทธิ์มีซับไทยได้เลยครับ  ดูหนังออนไลน์

รีวิวอนิเมะ NINOKUNI โนะคุนิ ศึกพิภพคู่ขนาน อนิเมะแฟนตาซีต่างโลก

รีวิวอนิเมะ NINOKUNI โนะคุนิ ศึกพิภพคู่ขนาน อนิเมะแฟนตาซีต่างโลก

Ninokuni Netflix รีวิว นิโนะคุนิ หรือ ศึกพิภพคู่ขนาน อนิเมะ แฟนตาซีต่างโลก ที่ดัดแปลงจากเกมชื่อดัง สู่ฉบับภาพยนตร์ โดดเด่นด้วยสายเส้นจากทีมงาน Ghibli + มือเขียนบทจากซีรีส์ Inazuma

นิโนะคุนิ เดิมมาจากเกมแนว JRPG แฟนตาซีชื่อดัง ที่เกี่ยวกับการข้ามไปต่างโลก เป็นผลงานพัฒนาโดยบริษัท Bandai และทีม Level-5 ที่เคยมีผลงานชื่อดังจากอนิเมะอย่าง Inazuma Eleven การ์ตูนฟุตบอลแฟนตาซีซึ่งมีการต่อยอดออกไปเยอะมาก

สำหรับการดัดแปลงมาเป็นฉบับภาพยนตร์ของ นิโนะคุนิ ในครั้งนี้ก็ได้รับความสนใจมาก โดยเป็นผลงานการพัฒนาและอำนวยการสร้างของบริษัท OLM, Inc และจัดจำหน่ายโดยบริษัท Warner Bros โดยเริ่มฉายครั้งแรกในญี่ปุ่นเมื่อเดือนสิงหาคม 2019 ที่ผ่านมา จากนั้นจึงมีการนำมาฉายในสตรีมมิ่งบน Netflix พรัอมกับทีมแปลภาษาอังกฤษ ซึ่งเพิ่งฉายไปเรียบร้อยแล้วในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2020 นี้เอง โดยเป็นผลงานกำกับของ โยชิยูกิ โมโมเสะ ซึ่งเคยมีผลงานเก่าเป็นสตาฟด้าน Visual Graphic และร่วมเขียนบทในภาพยนตร์อนิเมะระดับขึ้นหิ้งของสตูดิโอ Ghibli หลายเรื่อง เช่น Only Yesterday, Porco rosso, Princess mononoke และมีผลงานชิ้นโบว์แดงในฐานะ Key Animator ให้กับสุดยอดอนิเมะแห่งศตวรรษอย่าง Spirited Away มาแล้ว

ส่วนมือเขียนบทโดย อาคิฮิโระ ฮิโนะ ที่เป็นผู้กำกับผู้ร่วมปลุกปั้นซีรีส์ Inazuma และ Yokai Watch มาตลอด รวมถึงได้นักทำเพลงประกอบในตำนานให้กับสตูดิโอจิบลิมายาวนานอย่าง โจ ฮิซาอิชิ มาร่วมงานด้วย เรียกว่าแค่ดูทีมงาน ก็ถือว่าเป็นการร่วมกันระหว่างทีมสร้างระดับตำนานของสตูดิโอจิบลิ กับมือเขียนบทรุ่นใหม่ที่ปั้นซีรีส์เรื่องดังที่จับตลาดเด็กยุคใหม่ไว้ได้อย่างน่าสนใจ

แล้วทีมเจ๋งขนาดนี้ รวมตัวกันออกมา นิโนะคุนิ น่าดูแค่ไหน

รีวิว นิโนะคุนิ อนิเมะแฟนตาซีต่างโลก ลายเส้นจิบลิ มือเขียนบท Inazuma 1Ninokuni Netflix เรื่องย่อ
ยู เด็กหนุ่มผู้จิตใจดีและเฉลี่ยวฉลาดที่สองขาพิการตั้งแต่เล็ก ใช้ชีวิตวัยรุ่นร่วมกับเพื่อนสนิทสมัยเด็กทั้งสองคนคือ ฮารุ หนุ่มนักกีฬาผู้ร่าเริงและมีเสน่ห์แรง และ โคโตนะ สาวน้อยผู้ร่าเริงและมีชีวิตชีวา

แต่แล้ววันหนึ่งทั้งสามคนกลับต้องเผชิญหน้ากับเหตุการณ์ประหลาด เมื่อโคโตนะถูกคนลึกลับเข้ามาทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส ยูและฮารุจึงจะรีบพาเธอไปโรงพยาบาล แต่ด้วยความรีบร้อนก็ทำให้พวกเขาเกือบถูกรถบัสพุ่งเข้าชน แล้วนั่นก็กลายเป็นจุดเริ่มที่ทำให้พวกเขาทั้งสองคนข้ามมิติไปยังต่างโลก ที่นั่นพวกเขาได้พบกับ เจ้าหญิงแอสทริด ซึ่งกำลังถูกคำสาปลึกลับเล่นงานจนอาการสาหัสเช่นกัน นี่จึงได้นำพาพวกเขาไปสู่เรื่องราวมหัศจรรย์ลี้ลับ เมื่อทั้งยูและฮารุได้ค้นพบว่า ชีวิตของผู้คนในโลกที่พวกเขาอยู่ กับในต่างโลกอย่าง นิโนะคุนิ มีความเชื่อมโยงต่อกัน ทำให้พวกเขาทั้งสองคนถูกบีบให้ต้องเลือกยืนกันคนละฝ่ายเพื่อปกป้องชีวิตของคนที่ตัวเองรัก แล้วก็เปลี่ยนแปลงชีวิตของพวกเขาตลอดไป

 

Ninokuni Netflix ตัวละคร

รีวิว NINOKUNI Netflix นิโนะคุนิ อนิเมะแฟนตาซีต่างโลก ลายเส้นจิบลิ มือเขียนบท Inazuma 2ยู เด็กหนุ่มผู้ใจดีและเฉลียวฉลาด นั่งรถเข็นมาตั้งแต่เด็ก ที่จริงแล้วตัวเขามีปริศนาลี้ลับซ่อนอยู่มาตั้งแต่เกิด เขาแอบรักโคโตนะมานาน หลังจากข้ามมายังต่างโลก และได้พบกับเจ้าหญิงแอสทริด ซึ่งเรื่องนี้ได้ทำให้เปลี่ยนแปลงชีวิตของเขาอย่างสิ้นเชิง ยูคิดสมมติฐานว่า ชีวิตของผู้คนในโลกของพวกเขากับในต่างโลกมีความเชื่อมต่อกัน ดังนั้นถ้าช่วยชีวิตคนหนึ่งหรือทำลายชีวิตคนหนึ่ง คนที่มีหน้าตาและวิญญาณเหมือนกันในอีกโลกก็จะได้รับผลกระทบไปด้วย

ฮารุ เด็กหนุ่มรูปหล่อ แข็งแรง เป็นที่รักของผู้คน เป็นเพื่อนสมัยเด็กของยูและเป็นแฟนของโคโตนะ หลังจากเกิดเหตุร้ายแรงกับโคโตนะ เขากับยูก็ข้ามายังต่างโลกด้วยกัน เขาไม่เห็นด้วยกับทฤษฎีของยู แถมยังคิดตรงกันข้ามว่า เพราะช่วยชีวิตเจ้าหญิงแอสทริด ถึงทำให้โคโตนะต้องมารับเคราะห์ใกล้ตายแทน เขาจึงเลือกที่จะกลับไปสังหารเจ้าหญิงเพราะเชื่อว่าจะช่วยชีวิตโคโตนะได้ แล้วก็ทำให้ต้องต่อสู้กับยูในที่สุด

โคโตนะ เพื่อนสมัยเด็กของยูและฮารุ และเป็นแฟนของฮารุด้วย เป็นคนที่ยูอบหลงรักอยู่ เธอเป็นเด็กสาวร่าเริง แต่กลับถูกคนลึกลับทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัสปางตาย ทำให้เป็นจุดเริ่มต้นการเดินทางไปต่างโลกของยูและฮารุ

เจ้าหญิงแอสทริด เด็กสาวที่มีใบหน้าและจิตใจคล้ายกับโคโตนะ ซึ่งทั้งสองคนก็คือคนที่มีชีวิตเชื่อมต่อกันในระหว่างทั้งสองโลก เจ้าหญิงกลายเป็นเป้าสังหารของกลุ่มมือสังหารลึกลับ ซึ่งการมาของยูทำให้เธอรอดชีวิตมาได้ ยูจึงตัดสินใจที่จะปกป้องชีวิตของเธอเอาไว้

รีวิว นิโนะคุนิ Netflix นิโนะคุนิ อนิเมะแฟนตาซีต่างโลก ลายเส้นจิบลิ มือเขียนบท Inazuma 3นิโนะคุนิ สนุกไหม
ในภาพรวมแล้ว นี่เป็นการรวมดรีมทีมของผู้กำกับที่เคยร่วมเป็นสตาฟและมีผลงานในฐานะ Key Animator ให้กับอนิเมะชื่อดังอย่าง Spirited Away ด้านงานภาพจึงเรียกว่าหายห่วง คนดูจะได้กลิ่นอายของงานภาพสไตล์สตูดิโอจิบลิตลอดทั้งเรื่อง

แต่ในด้านบท ยังทำได้ไม่ดีนัก เพราะที่จริงแล้วไอเดียการข้ามไปต่างโลกแล้วเจอคนหน้าตาเหมือนกัน ชีวิตเชื่อมโยงกัน ก็ไม่ใช่แนวคิดแปลกใหม่ แต่มีหลายเรื่องนำเสนอมาแล้ว ส่วนประเด็นดราม่าที่เป็นปมขัดแย้งของเรื่อง ก็ดูจงใจยัดดราม่าเกินไป ทำให้บทของฮารุเกือบทั้งเรื่องดูไม่สมเหตุผลเท่าไรนักในการที่จะกลายมาเป็นศัตรูกับยู และความคิดที่จะสังหารเจ้าหญิงแอสทริด ซึ่งก็พอเข้าใจว่าตัวหนังมีเวลาจำกัดที่จะปูตรงนี้มาให้อินได้มากพอ อีกทั้งช่วงเฉลยปมปริศนาหลักในเรื่องก็ไม่ได้ถึงกับหักมุมอะไรมากนัก เชื่อว่าคนดูส่วนใหญ่น่าจะพอคาดเดาผู้ร้ายตัวจริงของเรื่องออก

ส่วนดนตรีประกอบ แม้ว่าจะได้มือขั้นเทพอย่าง โจ ฮิซาอิชิ มาร่วมงาน แต่เพลงประกอบก็ไม่ค่อยติดหูเท่าไรนักถ้าเทียบกับผลงานก่อนหน้านี้

ถ้าจะมีจุดที่ทำได้ดีมาก เห็นจะเป็นช่วงเฉลยหักมุมตอนท้ายสุดของเรื่อง (เอาเข้าจริงก็ไม่ใช่ไอเดียใหม่) แต่ก็ถือว่าเฉลยให้หักมุมได้ดีระดับหนึ่ง และบอกเล่าแบบไม่ให้คนดูงงเกินไป เรียกว่าเน้นทำหนังมาขายเด็ก แล้วให้ย่อยเต็มที่ แล้วที่น่าทึ่งคือ ส่วนของการพากย์เสียงภาษาไทยดันทำออกมาได้ดีไม่แพ้เสียงต้นฉบับญี่ปุ่น บางตัวละครเสียงพากย์ไทยดีกว่าด้วยซ้ำ

มาแล้วๆ Netmarble ได้มีการประกาศเปิดตัวกับเกมโทรศัพท์มือถือใหม่ล่าสุดจากค่ายที่ร่วมมือกับ Level-5 ในการสร้าง Ni no Kuni: Cross Worlds ที่อ้างอิงจากไอพีเกม Ni no Kuni ซึ่งตอนนี้ได้มีการเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการแล้วในประเทศญี่ปุ่นทั้งในระบบ Android และ iOS ผู้เล่นจะรู้สึกเหมือนกำลังเดินทางไปในโลกแห่งแฟนตาซีที่เหมือนรับชมอนิเมชั่น แล้วในอนาคตก็มีกำลังเปิดในเวอร์ชั่น Global ต่อไปแต่เมื่อไหร่นั้นคงต้องรออัปเดตกันอีกครั้ง

 

Ni no Kuni: Cross Worlds เกมสำหรับแพลตฟอร์มโทรศัพท์มือถือในรูปแบบเกมแนว MMORPG สุดแฟนตาซีที่ภายในโลกของพวกเขาจะมีมนุษย์หลากเผ่าพันธ์อาศัยอยู่ร่วมกัน โดยที่ตัวเกมได้ผู้พัฒนาฝีมือดีเป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดี Level-5 บริษัทพัฒนาเกมชั้นแนวหน้าของญี่ปุ่นพวกเขาใช้เทคโนโลยีอย่าง Unreal Engine 4 ในการพัฒนา หลักๆ ตัวเกมก็จะให้ผู้เล่นได้สร้างตัวละคร Avatar ของตัวเองไว้สำหรับการผจญภัยเบื้องต้นจะมีทั้งหมด 5 อาชีพ Rogue, Destroyer, Witch, Engineer และ Swordman

 

สำหรับใครที่กลัวว่าไม่เคยเล่นเกมมาก่อนจะดูรู้เรื่องหรือไม่ ก็ไม่ต้องกังวลไปเพราะฮิโนะได้เขียนบทขึ้นใหม่โดยไม่อิงเนื้อหาในเกมเลย แต่ก็ยังมีกลิ่นอายจากโลกแฟนตาซีในแบบฉบับนิโนะคุนิมาเต็ม ๆ โดยความน่าสนใจของเนื้อหานั้นก็มาจากคาแรกเตอร์คู่ตัวนำอย่าง ยู ที่เป็นเด็กที่พิการนั่งรถเข็นมาแต่เด็กแม้จะมีความเฉลียวฉลาดแต่ก็รู้สึกว่าเขาเป็นภาระของคนอื่นมากกว่า จนทำให้เขาไม่กล้าเปิดเผยหัวใจแม้จะชอบ โคโตนะ เพื่อนสาวอีกคนในกลุ่มมากก็ตาม อีกประเด็นหนึ่งนั่นเพราะ ฮารุ เพื่อนซี้ของยูตั้งแต่เด็กที่มีความสามารถด้านกีฬาและมีความสดใสร่าเริงก็คบหาเป็นแฟนกับโคโตนะอยู่ด้วย เหมือนว่าหนังจะเน้นไปที่ปมรักสามเส้าและความวุ่นหัวใจแบวัยรุ่นง้องแง้งใช่ไหม แต่ไม่เลยเพราะ ยู เป็นตัวละครที่มีความยับยั้งชั่งใจและมีความรักแบบผู้ใหญ่ที่เข้าใจโลกดี

หนังก็ดูจะคล้ายเป็นแนวแฟนตาซีตามสูตรเมื่อมีปีศาจร้ายจากต่างโลกออกมาไล่ล่าโคโตนะอย่างไม่ทราบสาเหตุ ยูกับฮารุที่พบเห็นเหตุการณ์เข้าพอดีจึงเข้าไปช่วยและถูกลากไปสู่โลกต่างมิติด้วยกัน ที่นั่น ยู กลับมีร่างกายที่แข็งแรงเดินได้เป็นปกติ ซ้ำทั้งยูและฮารุก็ต่างมีความสามารถด้านการต่อสู้อย่างน่าอัศจรรย์ ทว่าในโลกต่างมิติที่มีทั้งนักรบ พ่อมด ราชวัง และสิ่งมีชีวิตหน้าตาประหลาด กลับไม่มีวี่แววของโคโตนะอยู่เลย จนกระทั่งพวกเขาได้พบป้ายประกาศว่าเจ้าหญิงของโลกนี้กำลังป่วยจากมีดต้องสาป และภาพเจ้าหญิงนั้นช่างเหมือนกับโคโตนะไม่มีผิดเพี้ยน จากนี้เองที่ทั้งสองต้องร่วมกันหาความจริงว่าเจ้าหญิงคือโคโตนะหรือไม่ แล้วความเข้าใจผิดที่ว่าพวกเขาคือสายลับจากต่างเมืองที่หมายปองชีวิตของเจ้าหญิงนั้นจะถูกแก้ไขอย่างไร

หนังได้ดารานำมาให้เสียงพากย์กันหลายคนทั้ง ยามาซากิ เคนตะ จากหนัง Kingdom (2019) มาให้เสียง ยู, อาราตะ แมกเคนยู จากหนัง JoJo’s Bizarre Adventure (2017) มาให้เสียง ฮารุ และ นากาโนะ เม จากหนัง Peach Girl (2017) มาให้เสียง โคโตนะ ก็เป็นดาราที่คอหนังญี่ปุ่นน่าจะคุ้นชื่อเสียงเรียงนามอย่างดี โดยดนตรีประกอบของหนังก็เป็นจุดเด่นอีกอันที่ทำมาได้ดีตั้งแต่ตัวเกมต้นฉบับแล้ว เพราะได้ ฮิซาอิชิ โจ นักแต่งเพลงคนดังมาทำให้ทั้งเกมทั้งหนังเลยทีเดียว เรียกว่าทีมนักแสดงและทีมโพรดักชันเรื่องนี้แน่นนิ้งหายห่วง

สรุป

นิโนะคุนิ Netflix นิโนะคุนิ อนิเมะแฟนตาซีต่างโลก ที่ดัดแปลงจากเกมชื่อดัง สู่ฉบับภาพยนตร์ ที่โดดเด่นด้วยสายเส้นจากทีมงานจิบลิ+มือเขียนบทจากซีรีส์ Inazuma ดนตรีประกอบจากมือขั้นเทพ โจ ฮิซาอิชิ แต่มารวมกันแล้วกลับไม่เด่นอย่างที่ควร ไอเดียไม่ได้แปลกใหม่แม้ว่าจะพยายามนำเสนอได้ดี มีจุดหักมุมตอนท้าย

ดูหนังออนไลน์

รีวิวซีรีส์จีน Once Upon A Time In Lingjian Mountain โปรดักชั่นดี ภาพสวย

รีวิวซีรีส์จีน Once Upon A Time In Lingjian Mountain โปรดักชั่นดี ภาพสวย

Once Upon a Time in Lingjian Mountain (从前有座灵剑山) หรือชื่อไทยคือ กาลครั้งหนึ่งที่ภูเขาหลิงเจี้ยน ซีรีส์จีนเรื่องใหม่ เข้าสู่ Netflix ไทย แบบค่อนข้างเซอร์ไพร์ส และสามารถรับชมได้ใน WeTV และ iQIYI

ใครสนใจหาดูซีรีส์จีนแนวเทพเซียน แต่มีสีสันและรสชาติของเรื่องที่กระชับ สนุก ไม่ดราม่าเกินเหตุ ตัวละครบุคลิกน่าสนใจ และไม่ได้โรมานซ์จนเลี่ยนเกินไป ต้องดูเรื่องนี้เลยครับ ที่สำคัญคือ ความฮา ความเล่นใหญ่ และความกาวมากๆของตัวละครที่จัดเต็มจริงๆ

 

เรื่องนี้เป็นซีรีส์จีน แนวเทพเซียน ที่เรื่องราวแสนจะยำมิตรสุดรั่ว แอ็คชั่น คอเมดี้ โรมานซ์ ดราม่า ผสมผสานแนว เกิดใหม่ กับสไตล์ Manhua การ์ตูนจีน เรียกว่างานนี้ยำมิตรกันจนออกมาเฮฮาสุดกู่กันไปเลย

ส่วนต้นฉบับดั้งเดิมมาจากนิยาย ผลงานโดย Guo Wang Bi Xia (กั๋วหวังปี้ซย่า) ซึ่งต่อมาถูกนำไปสร้างเป็นมังงะและอนิเมะในชื่อว่า Reikenzan: Hoshikuzu-tachi no Utage หรือ Spirit Blade Mountain แล้วก็กลายเป็นมังงะจีนชื่อดังในเวลานี้ไปแล้วครับ

เรื่องย่อ
ในปี 4233 สำนักหลิงเจี้ยน (สำนักกระบี่วิญญาณ) ซึ่งได้ถูกก่อตั้งขึ้นเพื่อฝึกสอนเหล่ายอดยุทธ์และเหล่าเซียนติดต่อกันมายาวนาน เป็นหนึ่งในห้าสำนักใหญ่ที่ฝึกปรือวิชาเซียนที่เคยมียุครุ่งเรืองของสำนัก จนกระทั่งมาถึงช่วงกลียุคตามคำทำนายที่ว่าจะมีดาวหางปรากฏพุ่งเข้ามาชนโลก

แต่แล้วหายนะก็ถูกหยดยั้งไว้อย่างลึกลับ พร้อมกับการถือกำเนิดของ “หวังลู่” เด็กหนุ่มอัจฉริยะ แต่เขาถูกกล่าวว่าไร้คุณสมบัติที่จะเป็นเซียน แต่แท้จริงแล้วเขาคือวิญญาณลึกลับที่กลับมาเกิดใหม่ ที่มาพร้อมด้วยสติปัญญา และความรอบรู้ที่ไม่เหมือนใครติดตัวมาด้วยตั้งแต่แรกที่ลืมตาถือกำเนิด

จากนั้น 18 ปีต่อมา ในยุคสมัยที่เรียกว่าเป็นยุคเสื่อมของวิชาเซียน สำนักหลิงเจี้ยน ก็เปิดรับศิษย์ใหม่เพื่อหวังกู้เกียรติภูมิของสำนักที่ตกต่ำลงซึ่งกำลังทั้งขาดแคลนศิษย์และงบประมาณ บรรดาผู้อาวุโสของสำนักจึงร่วมกันออกแบบทดสอบเพื่อรับศิษย์แววดี หนึ่งในนั้นมี “หวังอู่” เซียนหญิงผู้เก่งกาจประจำสำนัก แต่มีบุคลิกสุดแสบได้เข้าร่วมวางแผนการทดสอบด้วย

ดังนั้นเรื่องราวแห่งความมันส์ ฮา วายป่วง ของเหล่าผู้มุ่งมั่นจะเข้าสำนักหลิงเจี้ยนจึงได้เกิดขึ้น ซึ่งหนึ่งในผู้ที่เข้าร่วมนั้นก็คือเด็กหนุ่มอัจฉริยะสุดแสบอย่างหวังลู่นั่นเอง

ตัวละคร

หวังลู่ ตัวละครหวังลู่ รับบทโดย สวีไข่

เด็กหนุ่มอายุ 18 ปี ผู้เกิดมาพร้อมสติปัญญาและความรู้ที่เหนือกว่าคนทั่วไป เจอกับหวังอู่โดยบังเอิญ แล้วก็ถูกนางบอกว่าไม่มีคุณสมบัติจะฝึกวิชาเซียน เขาจึงต้องการพิสูจน์ แล้วใช้ความสามารถเพื่อเข้าสอบในสำนักหลิงเจี้ยน ระหว่างนั้นก็ได้พบสหายใหม่หลายคน รวมถึงได้ของวิเศษเซียนที่คนธรรมดาไม่น่าจะใช้ได้นำมาใช้งาน จนเขาผ่านการทดสอบสุดโหดได้

หวังลู่ถูกค้นพบว่ามี “รากปราณว่างเปล่า” ซึ่งถูกจัดว่าเป็นรากปราณที่ยิ่งใหญ่ที่สุด แต่เนื่องจากในยุคที่สำนักเซียนกำลังเสื่อมถอย และเป็นปราณเก่าแก่แรกเริ่ม ทำให้ในยุคนี้ไม่มีสำนักใดสามารถฝึกปรือคนที่มีรากปราณนี้ได้สำเร็จ รากปราณของเขาจึงถูกตีค่าว่าเป็นของนำโชคประจำสำนักมากกว่า หวังลู่จึงพยายามหาทางที่จะฝึกปราณนี้ให้ได้ แล้วเขาก็ได้เข้าเป็นศิษย์ของหวังอู่ พร้อมทั้งได้เป็นศิษย์เอกผู้สืบทอดสำนัก ซึ่งก็นำไปสู่เรื่องราวสุดรั่วและวายป่วงทั้งหลาย

ที่จริงแล้วตัวหวังลู่ยังมีความลับบางอย่างซ่อนอยู่อีก ซึ่งในเรื่องก็จะค่อย ๆ เฉลยเพิ่มเติม

ชหวังอู่ ตัวละครหวังอู่ รับบทโดย จางหรงหรง

เซียนหญิงสุดแสบแห่งสำนักหลิงเจี้ยน เป็นอาวุโส 5 ประจำสำนักแห่งเขาอู๋เซียง มีความงดงามและฝีมือเก่งกาจ บุคลิกเป็นคนชอบดื่มสุรา ปากร้าย เจ้าเล่ห์ เห็นแก่กิน จัดว่าเป็นผู้อาวุโสตัวแสบประจำสำนัก

ครั้งหนึ่งเธอเคยพบหวังลู่แล้วกล่าวว่าเขาไม่มีคุณสมบัติที่จะฝึกเป็นเซียนได้ แต่หลังจากที่หวังลู่เข้ามาร่วมด่านทดสอบแล้วก็ได้แสดงสติปัญญาและไหวพริบ สร้างความประหลาดใจและตื่นเต้นให้เธอมาก แล้วเธอก็ได้รับเป็นอาจารย์ให้หวังลู่เพื่อฝึกรากปราณว่างเปล่าให้จนก่อเกิดเป็นความผูกพัน

ในอดีตเธอเคยหลงรักโอวหยางชางซึ่งเป็นศิษย์พี่ ใช้เวลาร้อยปีเฝ้ารอคอยอีกฝ่าย เพราะเชื่อว่าเขาจะกลับมาหลังจากเขาพลีชีพในศึกเทพเซียนกับสาวกมาร  อ่านต่อได้ที่

 

The Prince Of Tennis : Match! Tennis Juniors จากการ์ตูนยุค 90 อย่างแท้จริง

The Prince Of Tennis : Match! Tennis Juniors  จากการ์ตูนยุค 90 อย่างแท้จริง

ซีรีส์ The Prince of Tennis สร้างจากหนังสือการ์ตูน ในชื่อเดียวกัน ผู้แต่งคือ อาจารย์ทาเคชิ โคโนมิ ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 1999 (เรียกว่าเป็นการ์ตูนยุค 90 อย่างแท้จริง)จัดเป็นการ์ตูนเทนนิสที่ค่อนไปทาง “โอเว่อร์” มาก เพราะนักตบแต่ละคนโดยเฉพาะทีมพระเอกจะมีท่าไม้ตายคนละท่าสองท่า ซึ่งแต่ละท่าระดับความยาก หรือความเป็นไปได้เรียกว่าระดับ 100/10 แต่ ก็เป็นการ์ตูนกีฬาที่ดังมากในยุคนั้น จนถูกสร้างเป็น อนิเมชั่น, เกม, ละครเพลง, ภาพยนตร์ไลฟ์แอคชั่น และสินค้าที่ระลึกออกมาขายมากมาย แม้แต่ตามงานคอสเพลย์ก็ยังมีคนแต่งตัวเป็นตัวละครใน ปริ๊นซ์ออฟเทนนิส ไปงานมากมายเหนือการ์ตูนกีฬาอื่นๆ แบบไม่เห็นฝุ่น (ลองคิดดูง่ายๆ คุณเคยเห็นใครแต่งเป็น ซึบาสะ ไปงานคอสเพลย์ไหม?)

นักเทนนิส บอยแบนด์ “ปริ๊นซ์ออฟเทนนิส 2019”
สำหรับ ฉบับคนแสดงนั้น จริงๆ มีมาแล้ว 2 ครั้ง (ไม่นับรวมเวอร์ชั่น The Musical) คือ

1.The Prince of Tennis Live Action (ของญี่ปุ่น)

The Prince of Tennis
สมัยนั้นถือว่าโอเคอยู่
ออกฉายในปี 2006
ความยาว 111 นาที เสนอเรื่องราวตั้งแต่การเข้ามาร่วมทีมของ “เรียวมะ” พระเอกของเรา (ชื่อตัวเอก ปริ๊นซ์ออฟเทนนิส ดั่งเดิมของญี่ปุ่น) จนถึงจบการแข่งขันเทนนิสระดับมัธยม รอบคัดเลือกตัวแทนจังหวัด ตัวภาพยนตร์ได้รับการตอบรับดีพอสมควรตอนประกาศเปิดตัว แต่ก็ไม่ได้เปรี้ยงปร้างอะไรมาก อาจจะเพราะตัวละครที่ทำได้ไม่เนียนหลังจากที่พยายามปรับลุ๊คให้เหมือรมังงะ แต่ก็ทำได้ไม่ดี คงเหลือแต่ เรียวมะ ที่ได้ใจแม่ยกสายอนิเมะไปเต็มๆ

2.ทีวีซีรี่ส์ (ของจีน) ในชื่อ 网球王子(Wang Qiu Wang Zi) ซึ่งแปลได้ตรงตัวว่า “เจ้าชายแห่งเทนนิส” เลย

คนแสดงก็แปลกๆ แล้วนะเวอร์ชั่นนี้
ออกอากาศปี 2008
มีจำนวน 22 ตอน รายละเอียดหลายๆ อย่างพยายามเอาของญี่ปุ่นมา แล้วเปลี่ยนคำอ่านแบบจีนแทน แต่ตัวละครก็เหมือนจะตั้งใจทำให้ออกมาคล้ายตัวการ์ตูนเช่นทรงผม โดยไม่ค่อยสนใจว่าจะออกมาดูดีหรือไม่ เวอร์ชั่นนี้เลยเรียกว่าเงียบกริบดับสนิทแบบไม่เคยรู้เลยว่ามีมาก่อน

11 ปีผ่านไป ยักษ์ใหญ่แห่งวงการบันเทิงแดนมังกรอย่าง Tencent Pictures ก็ปลุกผีเจ้าชายลูกสักหลาด หรือ ปริ๊นซ์ออฟเทนนิส ขึ้นมาอีกครั้งในรูปแบบ ทีวีซีรี่ส์คนแสดง ความยาว 40 ตอนจบ แต่เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น 奋斗吧, 少年! (Fen Dou Ba Shao Nian) ถ้าแปลก็ประมาณว่า “สู้เข้าไว้ วันรุ่น!” ในตอนที่ประกาศออกมาตอนแรกนั้น บอกเลยว่าได้รับเสียงตอบรับที่ไม่ค่อยดี คนจีนเองมีกระแสด้านลบอยู่ไม่น้อย โดยส่วนใหญ่ให้เหตุผลซีรี่ส์คนแสดงที่มาจากการ์ตูนมักทำได้ไม่ค่อยดี (สงสัยเป็นภาพจำจากเวอร์ชั่นปี 2008 แน่ๆ) แต่พอออกฉายเหมือนจะผิดคาด เพราะ ปริ๊นซ์ออฟเทนนิส เวอร์ชั่น 2019 นี้เรียกว่าลอกแบบมังงะมากว่า 90% เลย รายละเอียดต่างๆ มีเกือบครบ การเดินเรื่องเทียบกัน “ช็อตต่อช็อต” คือเหมือนลอกการบ้านมาเลย เวอร์ชั่นมังงะมี 42 เล่มจบภาค ซีรี่ส์เวอร์ชั่นนี้ก็มี 42 ตอน (ข้อมูลของจีนเขียนว่ามี 42 ตอนจบ แต่ใน Netflix มี 40 ตอนซึ่งก็จบเหมือนกัน อันนี้ผมไม่แน่ใจว่ามีการตัดทอนอะไรตรงไหนไปนะครับ) เนื้อเรื่องของ ปริ๊นซ์ออฟเทนนิส เองก็เริ่มและจบเท่าๆ กันคือ จบที่การแข่งชิงตัวแทนจังหวัดเพื่อไประดับประเทศ เทียบง่ายๆ เหมือน 1 ตอนคือ 1 เล่ม ทำให้ช็อตที่แฟนๆ ปริ๊นซ์ ออฟ เทนนิส อยากเห็นมานานอย่าง “น้ำผักสูตรอินูอิ” ในตำนาน พร้อมรีแอคชั่นที่ใกล้เคียงกับมังงะมากจนไม่ต้องสนใจความจริงอะไรเลย เอามันเข้าไว้  อ่านต่อได้ที่