รีวิวหนัง ZACK SNYDER’S JUSTICE LEAGUE ( HBO ) ผลงานผู้กำกับ จอสส์ วีดอน

Zack Snyder's Justice League

หนังฟอร์มยักษ์ ZACK SNYDER’S JUSTICE LEAGUE  ที่เคยฉายไปแล้วจากผลงานผู้กำกับ จอสส์ วีดอน ของมาร์เวลที่เข้ามารับหน้าที่ตัดต่อเก็บงานจาก แซ็ก สไนเดอร์ ผู้กำกับและคนคุมโปรเจ็กต์นี้ทั้งหมดกับภรรยา เดเบอร์รา สไนเดอร์ แต่เกิดเหตุลูกสาววัย 20 ปีฆ่าตัวตายจากโรคซึมเศร้า ด้วยสภาพจิตใจที่รับไม่ไหว ทั้งคู่จึงถอนตัวจากงานสร้างเรื่องนี้ทั้งๆ ที่ถ่ายทำไปเสร็จเกือบหมดแล้วเหลือแค่ตัดต่อ และผลลัพธ์ที่ออกมาก็กลายเป็นโทนสดใสตามสไตล์ของ จอสส์ วีดอน ที่กำกับ Avengers มาก่อนสองภาค

ซึ่งกระแสตอบรับไม่ดีนัก รายได้ก็ไม่ดีนัก ทั่วโลก 657.9 ล้านเหรียญ (เป้าคือพันล้านเหรียญขึ้น) จึงเป็นที่มาของเสียงเรียกร้องจากแฟนๆ และทางแซ็คเองก็อยากกลับมาทำงานนี้ตามวิสัยทัศน์ของเขาให้สำเร็จ ในที่สุดค่ายวอร์เนอร์ที่เป็นเจ้าของ HBO Max ด้วยก็ตัดสินใจอนุมัติงานสร้างเวอร์ชั่นนี้ขึ้นมาลงในระบบสตรีมมิ่ง (อีกเหตุผลก็คือโควิด 19 ทำให้ไม่มีหนังใหญ่ฉายโรงได้ด้วย) ซึ่งถือว่าเป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ที่มีหนังฟอร์มยักษ์ถูกนำมาตัดต่อใหม่คนละผู้กำกับ จนน่าจะเป็นตำนานบทหนึ่งของวงการภาพยนตร์ฮอลลีวู๊ด และก็เป็นใบเบิกทางไปสู่การฉายเพื่อวัดผลเกรดหนังโรงฟอร์มยักษ์มาลงสตรีมมิ่งก่อนโรงภาพยนตร์ว่าจะได้รับการตอบรับดีแค่ไหนกลับมาด้วย

 

Steppenwolf บอสใหญ่ปรับชุดใหม่น่ากลัวขึ้น ซึ่งเรตของเรื่องนี้ก็เพิ่มขึ้นด้วยจาก PG13 เป็น R คือมีความรุนแรงมากขึ้นอย่างเลือด
เนื่องจากเวอร์ชั่นนี้มีส่วนถ่ายทำเพิ่มเสริมเนื้อเรื่อง กับส่วนที่ถูกตัดออกไปในเวอร์ชั่นก่อนเพิ่มเข้ามารวมแล้ว 2 ชั่วโมง รวมแล้ว 4 ชั่วโมง 2 นาที แต่เวลาใน HBO Go จะ 3 ชั่วโมง 52 นาที สั้นกว่านิดๆ

เพราะเฟรมเรตที่มากกว่าฉายโรงทำให้เวลาหดลง โดยที่เนื้อหายังคงเดิมทั้งหมด โดยใช้อัตราส่วน 4:3 มีขอบดำซ้ายขวาเพื่อทดแทนขนาดภาพจากกล้องไอแม็กซ์แบบที่ฉายในโรง ซึ่งเป็นสิ่งที่แซ็คต้องการ แต่โครงเรื่องหลัก เส้นเรื่องก็ยังคงเป็นไปตามเวอร์ชั่นก่อน ซึ่งก็ต้องบอกว่าถ้าใครไม่ชอบโครงเรื่องภาคก่อนเอามากๆ ก็อาจจะไม่จำเป็นต้องดูเวอร์ชั่นนี้ก็ได้ เพราะหลักๆ ก็ยังเป็นแบบไปแบบเดิมคือ ทีมจัสติกลีกก่อตั้งครั้งแรกจากแบทแมน

แล้วก็ชุบซูเปอร์แมนที่ตายในภาค Batman v Superman: Dawn of Justice ขึ้นมาต่อกรกับ Steppenwolf ที่ลงมานำร่องยึดโลกให้เจ้านายดาร์คไซด์แบบเดิม และตัวเรื่องก็ยังคงให้ซูเปอร์แมนแข็งแกร่งสุดๆ ขนาดตบ Steppenwolf ที่เก่งมาตลอดเรื่องลงได้อย่างง่ายดายเช่นเดิม แต่ถ้ากลั้นใจดูเวอร์ชั่นนี้ใหม่นี้อีกครั้ง อะไรหลายๆ อย่างที่เพิ่มเข้ามาและตัดออกไป กลับทำให้หนังเรื่องนี้ดูกลมกล่อมขึ้นมาก และก็เป็นหนังในสไตล์ DC มืดหม่น แอบติดตลกนิดๆ ไม่ได้สดใสยิงมุกตลกบ่อยๆ แบบมาร์เวล ซึ่งนี่คือสิ่งที่แฟน DC ตัวจริงต้องการมากกว่าแบบที่มาร์เวลเป็น
สรุป

สำหรับแฟน DC แน่นอนว่าห้ามพลาด แม้โครงเรื่องจะเหมือนเดิมก็ตาม แต่หลายสิ่งที่เพิ่มเข้ามาและปรับปรุงตัดต่อใหม่ทำให้ตัวเรื่องออกมาดีและดาร์คแบบของ DC ดั้งเดิมแบบที่แฟนๆ ต้องการมาตลอด

แต่สำหรับคนที่ไม่ใช่แฟน DC และเคยดูเวอร์ชั่นก่อนแล้วก็อาจจะไม่จำเป็นไม่อินอะไรนัก เพราะเส้นเรื่องหลักยังเป็นแบบเดิมแทบทั้งหมด

ทางเข้า ufabet 

รีวิวหนังคัลท์ญี่ปุ่นจากมังงะ Homunculus Live Action

Homunculus

รีวิวหนังคัลท์ญี่ปุ่นจากมังงะ Homunculus Live Action สำหรับเรื่องนี้เป็นหนังโรงที่ฉายที่ญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 2 เมษายน เรื่องนี้สร้างมาจากมังงะที่วาดโดยยามาโมโตะ ฮิเดโอะ (Yamamoto Hideo) ผู้เขียนมังงะเรื่อง Ichi The Killer ที่เป็นแนวแปลกประหลาดเช่นกัน Homunculus Live Action ได้ผู้กำกับ Takashi Shimizu จากจูอองมาทำ โดยเป็นเรื่องราวของชายจรจัดความจำเสื่อม ซูซูมุ นาโกชิ ที่อาศัยอยู่แต่ในรถ อยู่มาวันหนึ่งเขาถูกคนแปลกหน้าที่บอกว่าตัวเองเป็นแพทย์ฝึกหัดชื่อ อิโต้ ต้องการจ้างเขาทดลองทางการแพทย์ ด้วยการใช้สว่านเจาะรูเล็กๆ บนหน้าผากเข้าในกะโหลกศีรษะถึงสมอง เพื่อเปิดสัมผัสที่ 6 และพลังอื่นๆ ที่สมองมนุษย์ปิดกั้นไว้

หากนาโกชิทำ เขาก็จะได้รับเงิน 700,000 เยนเป็นการตอบแทน แม้จะบ่ายเบี่ยงปฏิเสธไม่ต้องการเงิน แต่สุดท้ายนาโกชิตกลงรับข้อเสนอนั้นเพราะต้องการฟื้นความทรงจำกลับมา หลังฟื้นจากการทดลองเขาเริ่มมองเห็นสัตว์ประหลาดในตัวมนุษย์

ที่เชื่อมโยงกับบาดแผลในจิตใจของผู้คน ซึ่งอิโต้อธิบายว่านั่นคือ “ฮามังคิวลัส” ร่างมนุษย์ที่จำลองด้านบิดเบี้ยวของจิตใจที่ซ่อนไว้ การทดลองของอิโต้กินเวลา 7 วัน ซึ่งใน 7 วันนี้เองเขาต้องช่วยเหลือคนที่เขามองเห็นเป็นฮามังคิวลัสและหาคำตอบเรื่องความทรงจำที่หายไปพร้อมกัน

ต้องอธิบายก่อนว่าการ์ตูนต้นฉบับเรื่องนี้ก็เป็นแนวคัลท์เฉพาะทางมากๆ ด้วยเรื่องราวแนวอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับจิตบิดเบี้ยว ซึ่งเรื่องไซโคจิตๆ ก็เป็นแนวถนัดของสายญี่ปุ่นเลยเหมือนกัน และต้องอาศัยการตีความทำความเข้าใจมากพอควร

พอมาเป็นหนังแม้จะกระชับสั้นลง มีดัดแปลงเปลี่ยนเรื่องราวให้ย่อยง่ายขึ้น แต่ก็ยังเป็นแนวหนังคัลท์อยู่เช่นเดิม และส่วนของไซโคจิตวิทยาก็ยังคงซับซ้อนชวนให้ตีความได้หลากหลายเช่นเดิม ซึ่งถ้าผู้ชมจะงงหรือไม่เข้าใจก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะต้นฉบับก็ชวนงงมาก่อนแล้วนั่นแหละครับ

แต่ไม่ใช่ว่าหนังจะทำออกมางงจนไม่น่าดูก็ไม่ใช่ เพราะเรื่องราวส่วนใหญ่ก็ลำดับเรื่องได้ดีและทำออกมาให้เราเข้าใจได้ไม่ยาก มีแค่ส่วนที่ต้องตีความเรื่องการเห็น ฮามังคิวลัส ของพระเอกที่ต้องปิดตาขวาใช้ตาซ้าย หรือสมองซีกซ้ายเพื่อเปิดพลังพิเศษนี้ขึ้นมาเท่านั้น ถึงงงว่าบางอย่างจะสื่อถึงอะไร อย่างฉาก SEX ของพระเอกกับนักเรียน ม.ปลาย ที่ร่างกายเป็นทราย แต่พอมองดูชัดๆ กลับเป็นตัวอักษรเล็กๆ ประกอบกันเป็นร่างขึ้นมา แถมยังเป็นแนวล่อแหลมทางเพศอย่างโจ่งแจ้ง (ตามภาพประกอบด้านล่าง)

 

ซึ่งถ้าคนดูไม่สนใจจะตีความอะไรเลยก็ยังดูเรื่องนี้สนุกได้ ตัวเรื่องมีปมทางจิตผูกติดกับปัญหาของผู้คนให้พระเอกยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ ซึ่งการแก้ปมทางจิตของพระเอกคือการพยายามตีความร่างแปลกประหลาดของ ฮามังคิวลัส ของคนนั้นว่าสื่อถึงอะไร และค่อยๆ คาดเดาว่าปมทางจิตนั้นมีที่มายังไง จนสุดท้ายคนๆ นั้นก็ยอมเปิดเผยปมในใจของตนเป็นอันคลี่คลาย ทำให้ ฮามังคิวลัส หายไป ซึ่งในมังงะมีถึง 15 เล่ม แต่พอมาเป็นหนังก็เลยต้องตัดหั่นกระชับให้สั้นลงเหลือแค่ 4 คน ซึ่งก็ถือว่าเพียงพอแล้วกับความพิสดารของเรื่อง และเวลาในเรื่องถูกจำกัดไว้แค่ 7 วันเท่านั้น  แทงบอล 

 

รีวิวหนังภาคต่อ ที่แซ่บที่สุด After We Collided เรื่องราว เทสซ่า เด็กสาวสวย

After We Collided

After We Collided ก่อนดูเรื่องนี้ ขอบอกก่อนว่า “มันคือ หนังรัก ขายฝัน สำหรับผู้หญิง” แน่นอนว่า หนังรักสไตล์ขายฝันผู้หญิงมีอยู่ในตลาดเป็นพันเรื่อง พลอตและการดำเนินเรื่องก็จะคล้ายๆ กันบ้าง ซึ่งก็ไม่ได้ผิดอะไร เพราะมันคือความบันเทิงสนองนีดสำหรับผู้หญิง ถ้าให้นึกภาพง่ายๆ ลองนึกถึงพวกการ์ตูนตาหวานโชโจวกันดู ส่วนใหญ่มันมีจะพลอตแพทเทิร์นอะไรบางอย่างที่คล้ายกันอยู่

แต่หลักๆคือ ตัวละครเอกที่เป็นผู้หญิงวัยรุ่น จะถูกสร้างมาให้เป็นตัวแทนของคนดู โดยเฉพาะผู้ชมที่เป็นผู้หญิง ที่จะได้มาเจอกับหนุ่มๆสุดฮอตที่ปกติชีวิตจริงคงจะหาเจอแบบนี้ได้ยาก

ดังนั้นให้ตัดความสมจริงอะไรหลายอย่างออกไปจากหัวก่อนดูหนังเรื่องนี้ แล้วคุณจะได้รับความบันเทิงมากขึ้น

รีวิว After We Collided (Netflix) หนังรักสนองนีดผู้หญิง เน้นฟิน ที่ไม่สมเหตุผลอะไรเลย 2แต่ถ้าคุณดูโดยคาดหวังสาระอะไรละก็ ขอแนะนำว่าอย่าดูหนังเรื่องนี้ครับ เพราะระหว่างเรื่อง คุณจะได้เห็นอะไรเชยๆ ที่มีอยู่ในหนังรักขายฝันของผู้หญิงเต็มไปหมดในหนังเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็น

นางเอกสาวที่ใครต่อใครต่างก็มาชอบ
พระเอกหนุ่มสุดฮอต เก่งเรื่องบนเตียง ซ่า แบดบอย
พระรองแสนดี นุ่ม ลุ่มลึก
ฉากบังเอิญ เดินมาเจอ เข้าใจผิด
ฉากขึ้นเตียงของพระเอกนางเอก ที่บทจะขึ้นก็ขึ้น
ดราม่าพระนางในแบบ ก็จะดราม่า

สำหรับภาคสองของหนัง ถ้าจะพอมีความดีอยู่บ้าง ก็อยู่ที่นักแสดงบางคน เช่น นางเอกที่ได้ Josephine Langford มารับบท เทสซ่า นางเอกของเรื่อง ที่แม้ว่าจะดูอวบอิ่มไปหน่อย แต่ก็ดูเชื่อได้ว่าทำไมถึงมีหนุ่มๆ มาหลงชอบ แถมเล่นฉากเข้าพระเข้านางได้ถึงเอามากๆ ชนิดที่ว่าในฉากขึ้นเตียงแล้วเธอข่มตัวพระเอกไปเลย แล้วเอาเข้าจริงบุคลิกและหน้าตาของเธอ โดยเฉพาะแววตา ถ้ามารับบทเป็นนางร้ายในหนังสักเรื่อง น่าจะไปได้รุ่งสุดๆ

 

ดูหนังออนไลน์ 

รีวิวหนังรักแนวโรแมนติกดราม่า After (2019) จากนิยายขายดี

After (2019)

บทวิจารณ์เรื่อง “After (2019)” ได้มาถึง ภาพยนตร์โรแมนติก ซึ่งเป็นแนวของเขา ตามคาดหลังจากนี้ตอนแรกเราเห็นรถพ่วงและไม่มีความรู้สึกใหม่ พล็อตเรื่องดูเรียบง่ายมากนี่เป็นละครแก๊งธรรมดา ๆ โรแมนติกดราม่าธรรมดามาก แต่เราได้ยินเสียงรอบข้าง แม้ว่าพล็อตจะเป็นแบบเรื่อย ๆ แต่ก็น่าสนใจมากมีนวนิยายที่ยอดเยี่ยมและเวอร์ชันสำหรับผู้ใหญ่มี “Shades of Grey” เวอร์ชันเยาวชน 50 เรื่อง หนังโรแมนติกดราม่าเรื่องนี้. ดัดแปลงมาจากนวนิยายขายดีของ Anna Todd เรื่อง “Tessa” ได้รับรางวัล “People’s Choice Award” ประจำปี 2019 สำหรับรางวัลภาพยนตร์ดราม่าประจำปี จนกระทั่งเธอเดินเข้าไปในรั้วมหาวิทยาลัยในคืนหนึ่งในงานปาร์ตี้ที่เธอได้พบกับหนุ่มหล่อ “ฮาร์ดิน” การพบกันครั้งแรกไม่น่าประทับใจนัก แต่แล้วโชคชะตาก็พาพวกเขาเข้ามาใกล้ จนเทสซ่า (เทสซ่า) ไม่รู้ว่าความสัมพันธ์นี้ซ่อนความลับบางอย่างเอาไว้

 

เรื่องย่อ
เทสซ่า สาวผู้ใช้ชีวิตในกรอบมาตลอด ได้ก้าวสู่รั้วมหาวิทยาลัย และต้องห่างกับแฟนหนุ่มรุ่นน้อง เธอพบกับ ฮาร์ดิน หนุ่มหน้าหล่อแบดบอยคนดังลุกอธิการมหาวิทยาลัย แม้ในตอนแรกเธอจะไม่ค่อยถูกชะตา แต่ด้วยแรงดึงดูดและอะไรหลายๆ อย่างทำให้ทั้งสองอดคิดถึงกันไม่ได้

 

รีวิว
แค่พล็อตเรื่องนะ นี่เราก็อดคิดไม่ได้ ว่ามันคือพล็อตนิยายบนเด็กดี นิยายแจ่มใส หรือไม่ก็พล็อตการ์ตูนตาหวานที่เคยอ่านๆ กันสมัยมอต้น ก็แหมมมมม..หนังสร้างจากนิยายขายดีเชียวนะเธอ แม้เนื้อหาหนังเรียบง่าย เดาทางได้ ไม่มีปมอะไรซับซ้อน แต่จุดขายคือฉากรักสุดฟิน ที่ชวนให้จิ้น ให้มโนกันไปว่า “ฉันเป็นนางเอก” นะ ดูจบแล้วรู้สึกอบอุ่น อิ่มสุข ปลื้มอย่างบอกไม่ถูก แต่ถ้าใครคาดหวังสูงไปหรือผู้ชายมาดูก็อาจจะไม่อินได้นะ

ผู้หญิงคนไหนไม่เคยอ่านการ์ตูนตาหวานบ้างล่ะ คงมีแต่น้อยมากๆ เพราะคาแร็คเตอร์ตัวพระเอกนางเอกของเรื่อง มันคือคาแร็คเตอร์เดียวกันกับนิยายแจ่มใสหรือการ์ตูนตาหวานเลยแหละ สาวเนิร์ด กับหนุ่มแบดบอย ใครละจะไม่ชอบพล็อตเรื่องสไตล์นี้ ไปดูตัวอย่างหนังกันได้เลย

อย่างที่บอกไป ว่าเนื้อหาหนังเรียบง่ายสุดๆ แต่เหตุผลของตัวละครก็ไม่ค่อยมีน้ำหนักเท่าไร ออกแนวงี่เง่าไปในบางครั้ง แต่ทั้งหมดทั้งมวลนี้ ฉากต่างๆ ของหนังกลับส่งผลต่อคนดูได้อย่างมหาศาล ด้วยฉากรักฟินๆ ที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง เช่น ฉากสบตากันในร้านกาแฟ ฉากการพบกันครั้งแรก ฉากตอนใช้เวลาอยู่ด้วยกัน ยิ่งตอนสบตากัน สายตาทั้งสองสื่ออารมณ์ให้คนดูรู้สึกถึงความต้องการภายในที่ไม่จำเป็นต้องเอ่ยปาก ก็รู้สึกได้ แม้ทั้งเรื่องจะไม่มีคำพูดบอกรักกัน แต่เราก็สัมผัสได้จากการกระทำของทั้งสองคน ต้องบอกเลยว่ามันให้ความรู้สึกอบอุ่น และฟีลกู๊ดมากจริงๆ

 

ดูหนังออนไลน์