รีวิว Ragnarok อสูรยักษ์วันดับโลก ภาคที่ 3 ของTHOR จาก THE DARK WORLD

รีวิว Ragnarok อสูรยักษ์วันดับโลก นับเป็นภาคที่ 3 แล้วของ THOR ซึ่งต้องยอมรับว่าภาคล่าสุด THOR: THE DARK WORLD เป็นหนึ่งในหนังที่น่าเบื่อที่สุดของ MCU (Marvel Cinematic Universe) เลยทีเดียวสำหรับผม อย่างไรก็แล้วแต่ตั้งแต่trailerของ THOR RAGNAROK ได้ถูกปล่อยออกมาอย่างเป็นทางการ ทำให้ผมได้เห็นบางสิ่งบางอย่างที่แตกต่างไปจากภาค1,2 อย่างชัดเจน นั้นก็คือการใส่ความสนุกเข้าไปด้วยสีสันที่จัดจ้าน, มีมุขตลกให้ได้เห็น และSoundtrack ที่สนุก trailer นี้กระตุ้นความอยากดูให้ผมได้พอสมควร ซึ่งจริงๆแล้วผมเฉยๆกับหนังชุดนี้มากจึงไม่ได้คาดหวังอะไรกับมันสักเท่าไหร่นัก อีกสิ่งที่จะไม่พูดถึงไม่ได้คือการได้เห็น HULK มาแจมในหนังเรื่องนี้ด้วยซึ่งน่าจะเพิ่มสีสันได้พอสมควรและต้องขอบอกว่าลุคของ Cate Blanchett ในมาด Hela ช่างเท่มากจริงๆในฐานะตัวร้ายหลักของเรื่อง

ตัวหนังว่าด้วยเรื่องราว 2ปีหลังจากเหตุการณ์ใน Avenger Age of Ultron Thorที่พยายามจะหยุดการล้มสลายของAsgardตามคำพยากรณ์ จนเขาทำได้สำเร็จด้วยการกำจัดSurturปีศาจร้ายดึกดำบรรพ์ หลังจากนั้นThorได้พบความจริงเรื่องการมีอยู่ของHelaพี่สาวของตนจากOdinพ่อของตน

หลังจาก Hela หลุดพันธนาการของ Odin จึงมาทวงเอาสิทธิในการปกครอง Asgard เพราะเป็นพี่สาวคนโต Thor และ Loki ได้พยายามต่อสู้แต่ก็พ่ายแพ้อย่างง่ายได้ รวมทั้งสูญเสียค้อนคู่ใจอย่างง่ายยิ่งกว่าง่าย ระหว่างต่อสู้กับ Hela ThorและLokiได้หลุดไปยังดวงดาวแห่งนักสู้ “Sakaar”ที่มีThe Grand Masterเป็นผู้ปกครอง ที่นั้นเองT้horได้เจอHulkและValkyrieจึงได้รวบรวมพรรคพวกเพื่อไปปลดปล่อยAsgardจากการครอบครองของHela

ผมชื่นชมMarvelมากที่กล้าให้โอกาสTaika Waititiซึ่งถือว่าไม่ได้เป็นผู้กำกับที่มีชื่อเสียงมากมากำกับเพราะเขาทำออกมาได้ดีทีเดียว สำหรับการดำเนินเรื่องค่อนข้างเป็นเส้นตรงอยู่พอสมควรคาดเดาไม่ยากเท่าไหร่ แต่สิ่งที่ทำให้ผมแปลกใจอย่างมากคือ การใส่มุขตลกลงไปอย่างมากมายมหาศาล เรียกได้ว่าเหมือนหนังคนละม้วนกับภาค 1 ภาค2 กันเลยทีเดียว ผู้กำกับขนมุขตลกมาใส่ไม่ยั้งเลยทีเดียวซึ่งทำให้หนังดูสนุกคลายเครียดแต่ก็ทำให้ความเข้มข้นน้อยลงด้วยเช่นกัน มีการใส่มุขตลกเกือบทุกๆ นาทีเลยทีเดียว

Thor (Chris Hemsworth) ภาคนี้เราได้เห็นThorที่ไร้ค้อนMjolnir และทำให้เราได้รู้ว่าThorไม่ได้แข็งแกร่งโค่นล้มไม่ได้เหมือนที่ผ่านๆมา Chrisแสดงได้ดีเหมือนทุกภาคครับและรักษาหุ่นได้ดีมากด้วยอีกต่างหาก  Loki (Tom Hiddleston) ยังคงความเจ้าเล่ห์ได้ตลอดแต่ความร้ายกาจหายลงไปเยอะครับสำหรับLokiอาจเป็นเพราะร้ายมาหลายภาคจนไม่มีอะไรแปลกใหม่ บทนี้ไม่มีอะไรท้าทายใหม่แล้วครับสำหรับTom แต่ยังเล่นได้มาตรฐานของตน Hela (Cate Blanchett) เป็นการcastingที่ดีมากครับที่เลือกนักแสดงOSCARผู้นี้มารับบทนี้ได้ นางร้ายกาจและไร้เทียมทานมากเลยทีเดียวทั้งสายตาที่ดุร้ายและรอยยิ้มมารของนางช่างทรงพลังอย่างหาที่เปรียบมิได้ครับ Valkyrie (Tessa Thompson) มีเสน่ห์และดึงดูดอย่างมากครับ ทุกๆบทพูดและทุกการเคลื่อนไหวเลยทีเดียว เป็นตัวละครที่แสดงดีและน่าจดจำที่สุดในเรื่องนี้เลยครับสำหรับผม

ดูหนังออนไลน์24ชั่วโมง 

รีวิว Mission Impossible 4 Ghost Protocol ปฎิบัติการไร้เงา

รีวิว Mission Impossible 4 Ghost Protocol ภาคนี้ก็เป็นไปตามชื่อตามตัวอย่างหนังที่ปล่อยมาคือ เมื่ออีธาน ฮันท์กับเพื่อนๆต้องมาร่วมหัวจมท้ายกันปฏิบัติภารกิจลับจาก Secretary ของ IMF ที่จำเป็นต้องปิดตัวลงหลังจากถูกใส่ร้ายให้กลายเป็นผู้ต้องสงสัย ก่อการร้าย เหตุระเบิดขึ้นที่รัสเซีย ขึ้นชื่อว่าเป็นหนังแอคชั่นสายลับไฮเทค Mission Impossible 4 ที่คอหนังแทบทั่วโลกรู้จักและคลอดออกมากันถึงภาคที่4นี้แล้ว สิ่งที่เราคาดหวังว่าจะได้เห็นแน่ๆจึงประกอบไปด้วย ภารกิจเว่อร์ๆยิ่งใหญ่ๆ ฉากแอคชั่นเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย การไล่ล่าอันลุ้นระทึก เทคโนโลยีล้ำสมัย การหักเหลี่ยมชิงไหวชิงพริบกัน และ ทอม ครูส ซึ่งภาคนี้ก็หยิบจับเอาวัตถุดิบต่างๆเหล่านั้นอันเป็นเอกลักษณ์ของหนังแฟรนไชส์ชุดนี้มาได้อย่างครบถ้วน (แม้ว่าอย่างสุดท้ายอาจจะเริ่มมีริ้วรอยออกลายมาบ้างตามอายุขัย)

หนังเปิดเรื่องมาอย่างเด็ดขาด ชวนติดตาม และจบท้ายลงอย่างงดงาม ระหว่างกลางก็พลิกพลอตขมวดปมต่างๆเข้ามาอย่างสนุกสนาน แต่ก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไรมากจนเกินไป (แต่ทั้งนี้ผู้เขียนรู้สึกว่าหนังค่อนข้างจะเดินเรื่องอย่างกระชับฉับไว บางครั้งเราอาจจะกำลังเพิ่งปะติดปะต่อเรื่องราวที่ฉากนี้ได้ แต่หนังก็กระโดดข้ามไปต่ออย่างรวดเร็วจนทำให้เราพลาดประเด็นสำคัญๆในฉากใหม่ๆ จึงต้องให้ความพยายามทำความเข้าใจตามหนังให้ทันอยู่พอสมควร) ทั้งยังแอบหักขนบยั่วล้อธรรมเนียมของภาคก่อนๆเรียกเสียงหัวเราะจากผู้ชมที่จดจำฉากคลาสสิคของMIได้ เช่นฉากที่ผู้เขียนชอบมากๆอย่างตอนที่เครื่องมอบภารกิจไม่ยอมทำลายตัวเองภายใน 5 วินาที หรือจะเป็นการต่อยอดฉากแอคชั่นน่าหวาดเสียวอย่างการโรยตัวจากเชือกสลิง ที่ภาคนี้ลำบากลำบนไปไต่ตึกสูงเสียดฟ้ากันถึงที่ดูไบ จริงๆฉากนี้รู้สึกว่าต้องชมผู้กำกับ แบรด เบิร์ด ที่คุมจังหวะออกมาได้อย่างลงตัว ทำเอาคนดูหวาดเสียวแทบใจหายไปตามๆกัน แต่ถ้าให้พูดถึงข้อเสีย ข้อเปรียบเทียบก็มีให้เห็นเล็กๆน้อยๆ เท่าที่นึกออกอย่างฉากไคลแมกซ์ของภาคนี้ที่ดูจะซอฟๆไปเลยเมื่อเทียบกับไคลแมกซ์ของMI:3 ไม่ได้ถูกขยี้ให้กดดันแทบตายเหมือนภาคที่แล้ว แต่อย่างไรก็ตาม มันก็ได้บทภาพยนตร์ที่ช่วยผลักดันเรื่องราวขึ้นไปเรื่อยๆจนถึงตอนจบได้อย่างไม่รู้สึกติดขัดใดๆ

นอกจากนี้ หนังยังดึงเอาตัวละครต่างๆเข้ามาสร้างสีสรรค์มากขึ้นให้กับเรื่องราว โดยเฉพาะลูกทีมที่ได้ เจเรมี่ เรนเนอร์ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเขาเป็นนักแสดงมือดีคนนึงจากหนังสงครามรางวัลออสการ์เรื่อง The Hurt Locker และพักหลังเริ่มที่จะได้เห็นเขาบนจอภาพยนตร์บ่อยขึ้น รวมถึงผู้ที่สร้างความเซอร์ไพรส์ให้หนังภาคนี้และยังคอยเป็นตัวชงมุกตลกประจำเรื่องอย่าง ไซมอน เพ็กก์ ก็ดูจะเข้าขากับ ทอม ครูส และคนอื่นๆได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นฉากตลกปล่อยมุกหรือฉากแอคชั่นลุ้นระทึก หรือแม้กระทั่งตัวละครผู้ร้ายที่ผู้เขียนรู้สึกว่า แม้จะดูไม่ค่อยมีบทบาทออกมาโดดเด่นเท่าคนอื่นสักเท่าไหร่ แต่บทก็ใช้เวลาปูพื้นตัวละครนี้สั้นๆอย่างคุ้มค่าในฉากที่เจ้าหน้าที่แบรนท์(เจเรมี่ เรนเนอร์)เล่าถึงประวัติคร่าวๆของเขารวมถึงฉากวิดีโอในโบกี้รถไฟที่แสดงถึงเหตุผลของแผนการสร้างสงครามนิวเคลียร์ทั้งหมด ส่งให้ตัวละครนี้กลายเป็นผู้ร้ายที่ดูน่าเกรงขามและลึกลับขึ้นทันที

สิ่งที่น่าสนใจสิ่งสุดท้ายคือ เราจะได้เห็นอิทธิพลจากงานของแบรด เบิร์ด ผู้ที่เคยมีผลงานแอนิเมชั่นสังกัดค่ายพิกซ่าอย่าง Ratatouille หรือ The Incredibles อย่างไร จุดที่ผู้เขียนเห็นชัดที่สุดนั้นเห็นจะเป็นตอนจบของ M:I-4 ภาคนี้ ซึ่งว่ากันตามจริงแล้วมันอาจจะเป็นตอนจบที่ดีที่สุดในบรรดาทั้งหลายภาคที่ผ่านมา บทภาพยนตร์หาวิธีคลายปมทุกอย่างในตอนจบให้ออกมาไม่ดูจงใจยัดเยียดเกินไป ทั้งเรื่องอดีตระหว่างพระเอกกับแบรนท์เพื่อนร่วมทีม รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างอีธานกับแฟนสาว หนังพลิกความตื่นเต้นลุ้นระทึกตลอดทั้งเรื่องไปและตบท้ายลงด้วยฉากจบที่อบอุ่นและทำให้คนดูจดจำหนังได้เมื่อเดินออกจากโรงไป แบรด เบิร์ด พิสูจน์ให้เราเห็นว่าเขาสามารถคุมทั้งแอคชั่นและรู้วิธีที่จะทำอย่างไรให้มันออกมาดีได้อย่างที่เคยทำมาแล้วใน The Incredibles และใน Rattatouille ที่เป็นแอนิเมชั่นคอมมิดี้น่ารักสดใสได้ ครั้งนี้กับ M:I-4 ซึ่งไม่ใช่ภาพการ์ตูนแล้ว แต่เป็นหนังคนแสดงจริงๆก็เช่นกัน มาถึงวันนี้ เขาอาจจะกลายเป็นผู้กำกับหนังบันเทิงฮอลลีวู้ดที่น่าจับตามองและควรค่าแก่การเฝ้ารอผลงานเรื่องต่อๆไปอีกคนหนึ่ง

ดูหนังออนไลน์24ชั่วโมง

รีวิว The Day After Tomorrow วิกฤติวันสิ้นโลก การต่อสู้ที่จะเอาชีวิตรอดกับสภาวะของอากาศ

รีวิว The Day After Tomorrow วิกฤติวันสิ้นโลก นักวิทยาศาสตร์คนหนึ่งซึ่งวิจัยดูหนังHDเรื่องของยุคน้ำแข็ง ซึ่งเมื่อโลกกำลังพบกับปัญหาเรือนกระจกและภาวะโลกร้อนที่จะนำพาอภิมหาภัยพิบัติในรูปแบบต่าง ๆ และไม่มีใครรู้จนกระทั่งมันเริ่มเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว! หายนะที่ป้องกันไม่ทันเสียแล้ว สหรัฐกว่าครึ่งประเทศที่ไม่อาจจะช่วยไว้ได้แล้ว เขามีลูกชายที่ติดอยู่ในนิวยอร์คและเขาต้องเข้าไปช่วยเหลือออกมาให้ได้ท่ามกลางความวิกฤตอันเลวร้ายของสภาพอาการนี้! ดูหนังออนไลน์ในเมืองที่อยู่ใจกลางของการเปลี่ยนแปลงโลกเข้าสู่ยุคน้ำแข็งในครั้งนี้!

เมื่อได้ดูหนังเรื่องนี้จะได้พบกับเรื่องราวของผู้คนที่ต้องทนกับความหนาวเหน็บและการต่อสู้ที่จะเอาชีวิตรอดกับสภาวะของอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปโดยมีแต่น้ำแข็งปกคุมไปทั่วโลก ซึ่งไม่มีการช่วยเหลือใด ๆ เข้ามาถึงได้แต่สิ่งเดียวที่ทำได้คือการสร้างความอบอุ่นให้ร่างการเพื่อการเอาตัวรอด จะได้เห็นว่ากว่าพวกเขาจะเอาตัวรอดจากสภาพอากาศที่โหดร้ายไปได้ ต้องใช้วิธีไหนบ้างที่จะทำให้พวกเขาเหล่านั้นรอดชีวิตมาได้ ลองมาติดตามกันชมนะคะ ว่าดูหนังออนไลน์จะสนุกมากๆ แล้วเราจะนำมาเป็นข้อคิดในการใช้ชีวิตเพื่อป้องกันและดูแลโลกให้พ้นจากภาวะโลกร้อน ทำให้เราสามารถอยู่บนโลกนี้ได้นานได้ขึ้นอีกคะ

ดูหนังออนไลน์24ชั่วโมง

รีวิว Big Hero 6 บิ๊กฮีโร่ 6 หนุ่มน้อยนักประดิษฐ์ ฮิโระ ฮามาดะ กับ หุ่นยนต์เพื่อนซี้ของเขา

 

รีวิว Big Hero 6 บิ๊กฮีโร่ 6 ด้วยเรื่องราวอันน่าประทับใจและมุกตลกที่แฟนๆคาดหวังจาก วอลท์ ดิสนีย์ แอนิเมชั่น สตูดิโอส์ สู่ภาพยนตร์แอ็คชั่นผจญภัยแฝงอารมณ์ขัน “Big Hero 6 – บิ๊กฮีโร่ 6” เรื่องราวของหนุ่มน้อยนักประดิษฐ์ ฮิโระ ฮามาดะ ที่กำลังเรียนรู้ถึงอัจฉริยภาพที่เขามี

เรื่องย่อ : บิ๊กฮีโร่ 6 เรื่องราวของหนุ่มน้อยนักประดิษฐ์ ฮิโระ ฮามาดะ ที่กำลังเรียนรู้ถึงอัจฉริยภาพที่เขามีต้องขอบคุณทาดาชิ พี่ชายที่ปราบเปรื่องของเขา รวมถึงเพื่อนๆอย่าง โก โก ทามาโกะ จอมไฮเปอร์, วาซาบิ โนะจินเจอร์ เจ้าระเบียบ, ฮันนี่ เลม่อน แม่มดเคมี, และแฟนบอย เฟรด เมื่อหายนะกำลังคลืบคลามเข้ามาและดึงพวกเขาเข้าไปสู่เรื่องราวสุดอันตรายที่ เกิดขึ้นใน ซาน ฟรานโซเกียว ฮิโระ จึงต้องพึ่งหุ่นยนต์เพื่อนซี้ของเขาที่ชื่อ เบย์แมกซ์ และเปลี่ยนเพื่อนๆของเขาให้กลายเป็นกลุ่มของฮีโร่สุดไฮเทคเพื่อคลี่คลาย เรื่องราวที่เกิดขึ้น

ต้องขอบคุณทาดาชิ พี่ชายที่ปราดเปรื่องของเขา รวมถึงเพื่อนๆ อย่าง โกโก ทามาโกะ จอมไฮเปอร์, วาซาบิ โนะ-จินเจอร์ เจ้าระเบียบ, ฮันนี่ เลม่อน แม่มดเคมี, และแฟนบอย เฟรด เมื่อหายนะกำลังคลืบคลามเข้ามาและดึงพวกเขาเข้าไปสู่เรื่องราวสุดอันตรายที่เกิดขึ้นใน ซานฟรานโซเกียว เมืองลูกผสมระหว่าง ซานฟรานซิสโก กับ โตเกียว ฮิโระ จึงต้องพึ่งหุ่นยนต์เพื่อนซี้ของเขาที่ชื่อ เบย์แมกซ์ และเปลี่ยนเพื่อนๆของเขาให้กลายเป็นกลุ่มของฮีโร่สุดไฮเทคเพื่อคลี่คลายเรื่องราวที่เกิดขึ้น

ภาพยนตร์แอนิเมชั่นที่มีกลิ่งอายของมังงะ หรือการ์ตูนญี่ปุ่น เรื่องนี้ได้นักแสดงมากมายมาร่วมให้เสียง ตัวละครต่างๆ ซึ่งได้แก่ ไรอัน พอตตเตอร์ ให้เสียง ฮิโระ ฮามาดะ, สก็อตต์ แอดซิท ให้เสียง เบย์แมกซ์, ที.เจ. มิลเลอร์ ให้เสียง เฟรด,เจมี่ ชุง ให้เสียง โกโก ทามาโกะเดม่อน เวย์ยันส์ จูเนียร์ ให้เสียง วาซาบิเจเนซิส โรดิเกวซ ให้เสียง ฮันนี่ เลม่อนแดเนียล เฮนนี่ ให้เสียง ทาดาชิ ฮามาดะ พี่ชายของฮิโระ, มายา รูดอล์ฟ ให้เสียง ป้าแคสส์, เจมส์ ครอมเวลล์ ให้เสียง ศจ. โรเบิร์ต คัลลาแกน, และ อลัน ทูไดค์  ให้เสียง อลิสแตร์ เครย์ กำกับโดย ดอน ฮอลล์ และ คริส วิลเลี่ยมส์ และอำนวยการสร้างโดย รอย คอนลิ

ดูหนังออนไลน์24ชั่วโมง

รีวิว 127 Hours (2010) 127 ชั่วโมง การเอาตัวรอด ในหุบเขา แคบ ตัวคนเดียว

รีวิว 127 Hours (2010) 127 ชั่วโมง หากมนุษย์คนหนึ่งเกิดอุบัติเหตุตกลงไปในหุบเขา มีหินทับแขน ขยับไปไหนไม่ได้ อาหารและน้ำก็มีอยู่อย่างจำกัด มนุษย์ผู้นั้นจะทำอย่างไร? ฟังดูแล้วเป็นสถานการณ์ที่กดดันแล้วสิ้นหวังมาก แต่มีผู้ที่รอดชีวิตมาแล้วจริงๆ นั่นก็คืออารอน รัลสตัน นักผจญภัยที่เคยเจอสถานการณ์ติดแหง็กอยู่ในร่องหินที่ Bluejohn Canyon ในรัฐยูท่าห์ ในปี 2003 และ 127 Hours 127 ชั่วโมง ก็สร้างจากเรื่องจริงที่เกิดขึ้น ที่ถ่ายทอดผ่านหนังสือ Between a Rock and a Hard Place

127 Hours ได้ James Franco มารับบทเป็นอารอน ชายหนุ่มที่ชอบออกผจญภัยโดยไม่บอกใครล่วงหน้าว่าเขาจะไปไหน ระหว่างที่เขากำลังบุกตะลุย Bluejohn Canyon อยู่นั้น ก็เกิดอุบัติเหตุระหว่างปีนเขา ทำให้เขาร่วงลงไปในซอกเขา แค่นั้นยังไม่พอ ยังเจอก้อนหินขนาดใหญ่หล่นลงมาทับแขนขวาของเขาอีก ทำให้เขาไม่สามารถขยับไปไหนได้ ติดแหง็กอยู่แบบนั้น จะผลักก้อนหินออกไปก็ทำไม่ไหว หนักเกิน เขาต้องติดอยู่ที่นั่นโดยมีอาหารและน้ำในปริมาณจำกัด และสติที่พร้อมจะหลุดไปได้ทุกเมื่อ

นี่เป็นหนังแนวเอาตัวรอดที่ถือว่าดีมากๆ อีกเรื่อง โดยผู้กำกับ Danny Boyle อธิบายว่านี่คือหนังแอ็กชั่นที่พระเอกขยับตัวไม่ได้ ส่วนหนึ่งที่มันดีเพราะมันสร้างจากเรื่องจริง จึงทำให้สถานการณ์ดูสมจริง มุมกล้องดูมีความดิบและสถานการณ์มีความเป็นไปได้มากๆ อุบัติเหตุที่อารอนเจอนั้นสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน เพียงแค่ประมาทนิดเดียว ชีวิตก็เปลี่ยนได้ ดูแล้วเป็นเรื่องตลกร้ายจริงๆ ที่คนเราต้องทุกข์ทนทรมานเพียงเพราะก้อนหินก้อนเดียว เหมือนธรรมชาติเล่นตลกกับเรา

พอเจอสถานการณ์แบบนี้ หลายคนคงจะสติแรกและไม่เป็นอันทำอะไร แต่อารอนนั้นประคองสติไว้ได้ดีมาก เขาค่อยๆ คิดว่าจะมีวิธีเอาตัวรอดแบบไหนบ้าง เขางัดเครื่องมือเครื่องไม้ทุกอย่างมาใช้ ไม่ว่าจะเป็นมีดพกเพื่อหั่นหิน หรืออุปกรณ์สลิงที่หวังว่าจะยกหินออกไปได้ แม้ทั้งหมดนี้จะไม่ได้ผล แต่เราก็นับถืออารอนมากที่ไม่สิ้นหวังในสถานการณ์แบบนี้ และยังสามารถไตร่ตรองได้อย่างดีว่าจะเอาตัวรอดยังไง

แน่นอนว่าเมื่อลองทุกวิธีแล้วไม่ได้ผล ก็ต้องท้อแท้เป็นธรรมดา บวกกับสภาพร่างกายที่ขาดอาหารขาดน้ำ เลือดไหลเวียนไม่ดี ก็ทำให้อารอนสติหลุดไปบ้าง ยิ่งเวลาผ่านไป เขาก็ยิ่งประสบกับปัญหาภาพหลอน เรื่องราวในอดีตฉายวนกลับเข้ามาอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว เพื่อน คนรัก ภาพเหล่านี้รีเพลย์ในหัวของเขา ตรงกับเรื่องเล่าที่บอกว่าเวลาคนใกล้จะตาย ชีวิตทั้งชีวิตของเขาจะถูกรีเพลย์ให้ดูอีกครั้งโดยอัตโนมัติ

โดยรวมแล้ว 127 Hours เป็นหนังเอาตัวรอดที่ไม่ใช่แค่แอ็กชั่นอย่างเดียว แต่ยังบอกเล่าความทุกข์ความกดดันของคนที่อยู่ในสถานการณ์นั้นอย่างจริงใจ ตรงไปตรงมา นอกจากนี้ยังย้ำเตือนให้เรามีสติกับชีวิตในทุกย่างก้าว รวมถึงช่วงเวลาที่ยากลำบากด้วย

ดูหนังออนไลน์24ชั่วโมง