รีวิว Minions มินเนียน ภาคแยกของเจ้าตัวเหลือง จาก Despicable Me

เรื่อง Minions  มิสเตอร์แสบร้ายเกินพิกัด Despicable Me (2010) และ มิสเตอร์ แสบร้ายเกินพิกัด Despicable Me 2 (2013) เรื่องราวของ เฟลูเนียส กรู ผู้ซึ่งป็นวายร้ายที่ชื่นชอบโจรกรรม เขาจัดการกำราบทุกคนที่กล้ามายืนขวางทาง จนเขาได้เผชิญหน้ากับความมุ่งมั่นตั้งใจ ของเด็กหญิงลูกกำพร้าสามคนมาร์โก้, อีดิธ และแอ็กเนส ที่ได้พบเขา และมองเห็นบางสิ่งที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน นั่นก็คือ ความเป็นพ่อ แต่นอกจากเนื้อเรื่องดังกล่าว ที่สร้างความสนุกให้กับอนิเมชั่นแล้ว ยังมีเหล่ามินเนี่ยน สมุนตัวจิ๋วของวายร้าย กรู ผู้จงรักภักดีต่อเจ้านายและทำทุกอย่างที่เจ้านายต้องการ

โดยความกวนของเจ้าพวกตัวจิ๋วเหล่านี้สร้างสีสันอย่างมากให้กับ อนิเมชั่นทั้งสองเรื่อง และตอนนี้กระแสฟีเว่ออนิเมชั่นมินเนี่ยน Minions (2015) ที่กำลังเข้าฉายในบ้านเราขณะนี้ คงเพราะความฮา สุดกวน ที่ได้สร้างชื่อไว้ในสองภาค และภาคนี้เน้นที่เรื่องราวเริ่มต้นการมีชีวิตของเหล่ามินเนี่ยน สิ่งมีชีวิตเซลเดียวที่มีชีวิตยาวนานมาตั้งแต่ตอนกำเนิดโลกผ่าน ยุคไดโนเสาร์ ยุคอารยะธรรมอียิปต์ ยุคนโป-เลียน ในทุก ๆ ยุคที่พวกเขาใช้ชีวิต สิ่งที่มินเนี่ยน จะขาดไม่ได้เลยคือการที่จะต้องมีเจ้านาย ที่คอยให้พวกเขามารับใช้ และภาคนี้ก็เช่นกัน ซึ่งภาคนี้เป็นเรื่องราวเริ่มต้นก่อนที่มินเนี่ยนจะได้มาเจอกับ เฟลูเนียส กรู

ทุกคนที่ได้เห็น เจ้ามินเนี่ยนก็คงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกตลกกับ การมีชีวิตของสิ่งมีชิวิตชนิดนี้ มินเนี่ยนแต่ละตัวแม้จะมีนิสัยแตกต่างกันแต่สิ่งที่เหมือนกันคือ จะต้องมีเจ้านาย เพราะมินเนี่ยนเป็นสิ่งมีชิวิตที่มีสมาธิสั้น ขี้เบื่อ ชอบ สนุกสนาน เฮฮา พร้อมที่จะทำอะไรบ้าบออย่างคาดไม่ถึง และชอบอยู่เป็นกลุ่ม ส่วนการงานก็ทำไปอย่างงั้น ๆ เจ้านายของมินเนี่ยน ก็เป็นเหมือนคนคอยสั่งให้ มินเนี่ยน ไปทำการงานที่เป็นประโยชน์บ้าง ทำให้ผมนึกถึงสมัยที่เป็นนักเรียน ผมว่าเรามักมีนิสัยไม่ต่างอะไรจากมินเนี่ยน ที่ครูหรือผู้ปกครอง ก็เหมือนเป็น เจ้านาย หรือบอสของเรา ซึ่งเราก็ทำตามคำสั่งของบอส คือการเรียนหนังสือหรือการเป็นเด็กดี ซึ่งเราก็ทำไปอย่างงั้น ๆ ขอแค่ได้อยู่กับเพื่อน ๆ สนใจเฉพาะอะไรที่สนุก ๆ เฮฮา เรื่องราวอะไรรอบ ๆ ตัวก็ดูสนุกสนานไปหมด ได้หัวเราะกับเพื่อนได้แกล้งกัน เฮฮาไปวัน ๆ ส่วนบอส ก็มีไว้ให้รู้ว่าชีวิตเรามีเส้นทางที่ต้องเดิน ไม่มีอะไรต้องกลัวแค่นี้ก็มีความสุขแล้ว

ดูหนังออนไลน์24ชั่วโมง

รีวิวหนังไซไฟ IO Last on Earth (2019) ผู้ยืนหยัดคนสุดท้าย

รีวิวหนังไซไฟ IO Last on Earth  แซม คือ นักวิทยาศาสตร์ คนสุดท้ายบนโลก เนื่องจากโลกประสบปัญหามลพิษจนไม่เหลือสิ่งมีชีวิตใด ๆ ดำรงอยู่ได้อีก ประชากรโลกส่วนใหญ่เลือกเดินทางสู่อาณานิคมในอวกาศซึ่งตั้งอยู่แถวดวงจันทร์ไอโอของดาวพฤหัสบดี แต่แซมยังคงเชื่อว่าโลกยังมีความหวังที่จะฟื้นฟูได้ เช่นเดียวกับพ่อของเธอ แต่แล้วเมื่อโลกดูเหมือนจะขับไล่เธอมากขึ้น เธอก็มีทางเลือกแค่จะไปขึ้นยานลำสุดท้ายที่จะออกจากโลกกับผู้มาเยือนแปลกหน้าอย่าง ไมกาห์ หรือ จะดันทุรังอยู่บนโลกที่เธอรักต่อไป

IO Last on Earth เป็นหนังไซไฟผลงานของ โจนาธาน เฮลเพิร์ต ซึ่งเติบโตมากับหนังสายยุโรปอย่างฝรั่งเศส และนี่เป็นหนังขนาดเรื่องที่ 2 ของเขาเท่านั้น ในขณะที่เรื่องแรกอย่าง House of Time (2015) ที่ฉายในฝรั่งเศสก็เป็นแนวไซไฟคอเมดี้ ซึ่งทำให้เห็นว่าตัวเขานั้นสนใจในหนังแนวไซไฟ หรือแฟนตาซีอยู่ไม่น้อย และสำหรับ IO ก็เป็นการบิดแนวหนังไซไฟมาเล่นเชิงดราม่าปรัชญาและการแสวงหาความหมายของชีวิตสุดท้ายบนโลก โดยอิทธิพลการเล่าเรื่องหลัก ๆ นั้นน่าจะมาจากหนึ่งในทีมเขียนบท และโปรดิวเซอร์ของหนัง อย่าง ชาร์ล สเปโน ที่เคยมีงานอย่าง Embers (2015) ซึ่งว่าด้วยโลกอนาคตที่ผู้คนต่างสูญเสียความทรงจำและผู้รอดชีวิตต่างแสวงหาความเชื่อมโยงกับโลกและผู้อื่น ด้วยเนื้อหาและลีลาการเล่าเชิงกวีปรัชญานั้นก็ไม่ต่างจาก IO เลยทีเดียว

ดูหนังออนไลน์24ชั่วโมง

รีวิว A.I. Artificial Intelligenc จักรกลอัจฉริยะ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี

รีวิว A.I. Artificial Intelligenc จักรกลอัจฉริยะ เป็นการพัฒนาความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเพื่อให้มนุษย์ทุกคนตะลึง โดยการสร้างสิ่งมีชีวิตเทียมให้เกิดความรู้สึก มีแขน ขา และมีปฏิกิริยาเหมือนกับมนุษย์ เดวิด (ฮาลีย์ โจเอล ออสมอนด์) คือหุ่นยนต์ตัวแรกที่ถูกติดตั้งโปรแกรมมาให้รักเป็น ได้ถูกสร้างขึ้นมา เพราะเดวิดซึ่งมีสภาพร่างกาย ความรู้สึกที่ใกล้เคียงมนุษย์มากที่สุด

เพื่อเอาใจคนที่ต้องการเพื่อนหรือคู่สามีภรรยาที่ยังไม่มีบุตร จากนั้น เฮนรี่ (แซม โรบาร์ดส) จึงไปรับเดวิดมาอยู่ที่บ้านด้วยเพราะว่าลูกชายของเขาซึ่งป่วยหนักจนต้องแช่แข็งไว้รอการรักษา เมื่อเดวิดเข้ามาอยู่ในบ้านทำให้ โมนิกา (ฟรานเชส โอ คอนเนอร์) ภรรยาของเฮนรี่นั้นไม่ค่อยพอใจ เพราะโมนิกาไม่อยากได้หุ่นยนต์ จนในที่สุดเดวิดก็สามารถทำให้โมนิกายอบรับได้ และได้เข้ามาเป็นสมาชิกในครอบครัวจนเกิดความผูกพันรักใคร่กัน
และในที่สุดลูกชายของพวกเขาก็ฟื้นขึ้นมา ลูกของพวกเขาอิจฉาเดวิด พยายามสอนประพฤติเลวร้ายที่เลวร้าย และหาทางกลั่นแกล้ง และเหตุการณ์นั้นเกือบทำให้ลูกชายเสียชีวิตไป เฮนรี่กับโมนิกาจึงตัดสินใจนำเดวิดไปทิ้ง

โดยเดวิดมีเพียง เท็ดดี้ ตุ๊กตาหมีซุปเปอร์ทอยที่เป็นทั้งเพื่อนเล่นและผู้พิทักษ์ เดวิดเสียใจมาก เดวิดจึงตัดสินใจออกเดินทางค้นหานางฟ้าเพื่อขอพรให้กลายเป็นคนได้ การเดินทางสู่โลกกว้างของเดวิดทำให้เดวิดได้พบ หุ่นยนต์นักรัก (จูด ลอว์) และได้ออกเดินทางไปด้วยกัน ทำให้เดวิดเข้าใจถึงปัญหาที่แบ่งกั้นระหว่าง มนุษย์และหุ่นยนต์ รวมทั้งความโหดร้ายของโลกแห่งความจริงที่ว่ามนุษย์ได้ย่ำยีเพื่อนผู้ต่ำต้อยของเขาอย่างเลือดเย็น

ดูหนังออนไลน์24ชั่วโมง

รีวิว SPIDER-MAN INTO THE SPIDERVERSE เด็กหนุ่มสไปเดอร์แมนคนใหม่

SPIDER-MAN : INTO THE SPIDERVERSE ภาคล่าสุดของโซนี่จะเป็นเรื่องราวของไมลส์ เด็กชายผิวสีที่ค้นพบว่าตัวเองก็เป็นหนึ่งในสไปเดอร์แมนอีกคน และพบว่าในจักรวาลนี้ไม่ได้มีเพียงแค่เขาเท่านั้นที่เป็นสไปเดอร์แมน เขาเริ่มออกช่วยเหลือผู้คนรวมถึงคนที่เขารักนั่นคือพ่อ ซึ่งเราจะได้เห็นสไปเดอร์แมนอีกหลายคน

เริ่มจากสิ่งที่ชอบก่อนก็คืองานภาพของเรื่องนี้ มีความรู้สึกเหมือนอ่านหนังสือการ์ตูนอยู่ และมีความคลาสสิกอยู่ด้วยเล็กน้อย ภาพสวยงามลายเส้นดี

ในช่วงเริ่มเรื่องนั้นเล่าเรื่องได้ค่อนข้างกระชับทำให้รู้สึกน่าสนใจอยากจะติดตามเนื้อเรื่องได้ดี แม้จะมีการตัดฉากที่รู้สึกว่าฉึบฉับไปนิดแต่ก็ถือว่าโอเคมากๆในช่วงเริ่มของหนัง

ในส่วนที่ไม่ชอบ อย่างแรกเลยคือการที่ปูประเด็นของพระเอกนานเกินไป กว่าจะเข้าประเด็นที่มันควรจะเป็นจริงๆก็ไปเร่งเอาจนเกือบท้ายเรื่องนู่นมันเลยขัดใจนิดๆ หนังพยายามจะบิ้วให้เราอินไปกับสิ่งที่เกิดกับตัวละครนั้นๆ แต่กลับปูเรื่องหรือมีบทให้ตัวละครนั้นน้อยมาก จนมันไม่รู้สึกอิมแพคกับสิ่งที่เกิดจากตัวละครนั้นเท่าไหร่ มันเลยไม่รู้สึกในด้านอารมณ์ที่หนังพยายามจะบิ้วในบางซีน

และตามสไตร์หนังซุปเปอร์ฮีโร่ค่ายแดง ที่จะมีมุขตลกแทรกมาบ่อยๆ แต่ไม่รู้เพราะอะไรหนังเรื่องนี้กับมีหลายฉากที่ใส่มุขมาได้ผิดช่วงมาก บางช่วงกำลังบิ้วให้เราอินกับดราม่าได้ดี แต่อยู่ๆใส่มุขตลกที่ไม่จำเป็นเลยสักนิดเข้ามามันทำให้ขัดใจอยู่ จนรู้สึกมันตลกจนน่ารำคาญเกินไป อารมณ์แบบกำลังชงกาแฟเข้มๆกำลังได้ที่ แต่อยู่ๆมีคนเสร่อใส่น้ำตาลให้มันหวานขึ้นจนเสียรสชาติซะงั้น

แต่ในส่วนของฉากแอคชั่นนั้นทำมาได้ดีมากดูสนุกและไม่น่าเบื่อเท่าไหร่ และยังมีรายระเอียดเล็กๆน้อยๆที่ถือว่าเก็บได้ดี

ดูหนังออนไลน์24ชั่วโมง

ความเข้ม ของ ฟิล์ม ติดรถยนต์ ฟิล์มกรองแสง มี่กี่เปอร์เซ็นต์

ความเข้ม ของ ฟิล์ม ติดรถยนต์ ฟิล์มกรองแสง มี่กี่เปอร์เซ็นต์ ทุกครั้งที่นำรถไปติด ฟิล์มกรองแสง ช่างติดตั้งมักจะถามว่า..เราต้องการฟิล์มความเข้มเท่าไหร่ เลขดังกล่าวเป็นตัวเลขที่ตั้งขึ้นมาเพื่อให้เราทราบระดับความเข้มของฟิล์มที่เราต้องการ จำง่ายๆ ตัวเลขยิ่งมาก ฟิล์มยิ่งเข้มขึ้นเท่านั้น วิธีดูง่ายๆ ให้เราไปเปิด catalog เพื่อดู spec กวาดสายตาไปที่ ค่าแสงส่องผ่าน /Visible Light Transmitted (VLT)

ชื่อเรียกความเข้ม ฟิล์ม 40 60 80
%แสงส่องผ่าน 35 – 50% 15 – 25 % 5 – 10 %
ชื่อเรียกทั่วไป ฟิล์มใส, ฟิล์มซิ่ง ฟิล์มดำ 60 ฟิล์มดำ 80

แต่ก็อย่าไปกังวลกับตัวเลขตรงนี้มาก ให้ลองดูตัวอย่างฟิล์ม หรือ รถที่ติดแล้วนำมาประกอบการพิจารณาจะดีที่สุด เพราะสายตาท่าน กับสายตาคนอื่นๆไม่เหมือนกัน นะสิบอกให้

สำหรับเรื่องที่ทุกคนกังวลกันมากคือเรื่องความเข้มของฟิล์มกรองแสง บอกเลยว่าติดเบอร์ไหนก็ได้เอาที่โดนใจ ไม่ลำบากกับสายตาของเรา และผู้มีอำนาจในการอนุมัติเงินในกระเป๋าของท่าน เพราะกฎหมายความเข้มของฟิล์มกรองแสง มีประกาศยกเลิกไปนานแล้วจ้า

แล้วเราจำเป็นต้องติดฟิล์มที่มีความเข้มเท่าไหร่กัน
1. คำถามแรก >> ต้องการความเป็นส่วนตัวแค่ไหน
หากต้องการความเป็นส่วนตัวมาก ก็ชี้นิ้วไปที่ บานหน้า 60% รอบคัน 80%

2. คำถามที่สอง >> ส่วนใหญ่ขับรถเวลาไหนเป็นหลัก กลางวัน หรือ กลางคืน

ถ้าขับกลางวันเป็นหลัก นานนนนนนๆๆ จะไปตระเวนราตรีสักครั้ง ก็เลือก บานหน้า 60% รอบคัน 80% หรือจะ 60% รอบคันก็ไม่ติดขัด แต่ถ้าเดินทางก่อนไก่โห่ กลับหลังไก่เข้าเล้า ชี้ไปเลย บานหน้า 40% รอบคัน 60%

3. คำถามสุดท้าย >> สายตาท่านดีแค่ไหน

ถ้าเพื่อน ๆ ยังมั่นใจว่าได้รับสารอาหารบำรุงสายตาที่เพียงพอ และไฟหน้ารถของเพื่อน ๆ สว่างจนรถที่ขับสวนทางมาแอบค้อนใส่ จัดไป บานหน้า 60% รอบคัน 80% แต่ถ้าเพื่อน ๆถึงวัยที่ต้องใส่แว่นเลนส์ progressive แล้วไม่ต้องคิดมากติด บานหน้า 40% รอบคัน 60%

ฟิล์มติดรถยนต์