รีวิว Impetigore บ้านเกิดปีศาจ เรื่องของ มายา และ ดีนี่ สองสาวเพื่อนรัก

เรื่องย่อ เมื่อ มายา (Tara Basro) และ ดีนี่ (Marissa Anita) สองสาวเพื่อนรัก เดินทางกลับมายังบ้านเกิดในหมู่บ้านกลางป่าลึก เพื่อรับมรดกจากครอบครัวที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อน แต่กลับต้องพบสายตาที่น่ากลัวของชาวบ้าน พฤติกรรมที่ชวนสงสัย หลุมฝังศพเด็กที่เรียงรายทั่วหมู่บ้าน และดูเหมือนว่าทั้งสองจะต้องเอาตัวรอดจากพิธีกรรมสุดหลอน และความลับที่จะทำให้ผู้ชมทุกคนต้องช็อคเกินคาดเดา

เรียกว่ามีมาให้เราได้ดูกันไม่บ่อยนะครับ สำหรับหนังจากประเทศเพื่อนบ้านเราในละแวกอาเซียน แล้วยิ่งช่วงฮาโลวีนแบบนี้ ก็มีหนังสยองขวัญอาเซียนมาให้เราได้ชมกัน อย่าง Impetigore บ้านเกิดปีศาจ หรือชื่อ Perempuan Tanah Jahanam ในภาษาอินโดนีเซีย ผลงานการกำกับภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของ โจโก อันวาร์ (Joko Anwar) ผู้กำกับหนังสยองขวัญชาวอินโดนีเซียที่เคยมีผลงานการกำกับหนังสยองขวัญมาก่อนหน้านี้แล้วอย่าง Satan’s Slaves (2017) ที่สร้างความหลอนสุดขั้วจนกลายเป็นภาพยนตร์ทำเงินสูงสุดตลอดกาลบน Box Office ของประเทศอินโดนีเซีย และตัวเขาเองก็ถูกขนานนามว่าเป็น เจมส์ วาน แห่งเอเชีย

และในปีนี้ เขากลับมาอีกครั้งกับผลงานที่เขาเองมีไอเดียและเตรียมตัวมานานกว่าสิบปี โดยได้แรงบันดาลใจจากฝันร้ายของเขา ผนวกกับเรื่องราววัฒนธรรมพื้นบ้านของอินโดนีเซีย โดยเน้นหนักไปที่การแสดงพื้นบ้านอย่าง “Wayang” (วายัง) หรือ หนังตะลุง แท็กทีมกับผู้สร้างหนังสุดหลอนอย่างเกาหลีอย่าง The Wailing (2016) ซึ่งพอเข้าโรงฉาย หนังเรื่องนี้ก็กลายเป็นอีกผลงานของเขาที่ทำรายได้สูงสุดใน Box Office และได้มีโอกาสไปฉายและได้รับคำชื่นชมจากเทศกาลหนังต่าง ๆ เช่น Sundance Film Festival, Rotterdam Film Festival และ Bucheon Fantastic Film Festival แถมยังทำคะแนนมะเขือสดจากเว็บไซต์ Rotten Tomatoes ไปได้ถึง 95% แน่ะครับ

ความเจ๋งแรกของหนังเรื่องนี้ที่จะไม่พูดถึงไม่ได้ก็คือเรื่องของบรรยากาศครับ โดยเฉพาะบรรยากาศความเป็นหมู่บ้านที่อยู่ในป่าอันห่างไกล บ้านแต่ละหลังยังเป็นบ้านไม้ คลอดลูกด้วยหมอตำแย เวลาที่มีการแสดงหนังตะลุงวายัง ก็ยังต้องจุดตะเกียงอยู่เลย เป็นบรรยากาศบ้านป่าอินโดฯ ที่ยังคงมีความ “บ้าน ๆ” และมีกลิ่นอาย “ย้อนยุค” ซึ่งแน่นอนว่าบรรยากาศแบบนี้มันก็มีความน่ากลัว และผู้กำกับเองก็สามารถหยิบเอาตรงนี้มาถ่ายทอดได้เป็นอย่างดี

 

ufabet

รีวิว The Craft Legacy วัยร้ายร่ายเวทย์ ชื่อไทยสี่แหววพลังแม่มด

หนัง The Craft หรือชื่อไทยสี่แหววพลังแม่มดที่เอาพลอตหนังวัยรุ่นไฮสคูลมาผสมเรื่องลี้ลับเวทย์มนตร์จนได้เป็นหนังสยองขวัญแสดงนำโดย เนฟ แคมป์เบล ที่ได้ตำแหน่งราชินีหนังหวีดทันทีหลัง Scream ภาคแรกฉายปีเดียวกัน และหลัง 24 ปีผ่านไปไวเหมือนมีใครร่ายเวทย์ The Craft Legacy ภายใต้ยี่ห้อ Blum House ก็ได้ฤกษ์มาฉายในชื่อไทยที่ตัดอะไรแหวว ๆ ออกและตั้งชื่อเกร๋ ๆ ว่า วัยร้ายร่ายเวทย์

โดยหนังจะเริ่มเรื่องที่ ลิลลี (เคลี สแปนี) ที่ต้องย้ายตาม เฮเลน (มิเชล โมนาแฮน) คุณแม่จิตแพทย์มายังบ้านของ อดัม (เดวิด ดูคอฟนี) ไลฟ์โค้ชคนรักใหม่ของแม่และพ่อของ 3 หนุ่มที่ดูเป็นปฏิปักษ์กับเธอตั้งแต่วันแรกที่เจอ และหลังจากต้องอับอายในห้องเรียนจากทิมมี (นิโคลาส แกลิตซีน)พี่ชายจอมเกเรในครอบครัวใหม่ของเธอ ลิลลีก็ได้พบมิตรภาพจาก 3 สาว ลอร์เดส (โซอี้ ลูน่า) แท็บบี (โลวี ซีโมน) และแฟรงกี (กิเดียน แอดลอน) และชวนลิลลีเป็นสมาชิกคนที่ 4 ของกลุ่มแม่มดของพวกเธอ

และหลังจากลิ้มรสอำนาจของมนตราทั้งเปลี่ยนนิสัย ทิมมี (นิโคลาส แกลิตซีน) พี่ชายบุญธรรมจอมเกเร หรือแม้กระทั่งสั่งสอนเพื่อนที่ชอบบูลลี พวกเธอก็หลงใช้มนตราจนกระทั่งมีคนที่ถึงแก่ชีวิตเพราะมนตร์ของพวกเธอ 4 แม่มดสาวจำต้องหาทางหยุดผลกระทบที่พวกเธอก่อขึ้นรวมถึงต้องสืบหาความจริงเบื้องหลังเรื่องเลวร้ายต่าง ๆ ก่อนจะสายเกินไป

ก่อนจะพูดถึงหนังภาคนี้ขอย้อนกลับไปที่หนังภาคแรกที่เล่าเรื่องโดยเอาปัญหาวัยรุ่ยในไฮสคูลมาเป็นปมทั้งการถูกผู้ชายเท รู้สึกต่ำต้อยในสังคม การถูกบูลลีหรือถูกมองเป็นตัวประหลาดเป็นปมให้ทั้ง 4 สาว ซาราห์ บอนนี แนนซี โรเชล ลุกขึ้นมาใช้ เวทมนตร์เป็นตัวต่อกรและสร้างตัวตนใหม่ทดแทนความต่ำต้อยในฐานะนักเรียนนอกคอกในโรงเรียนคาธอลิกที่เหมือน ปีเตอร์ ฟิลลาร์ดี เขียนขึ้นเพื่อวิพากษ์ปัญหาในสังคมไฮสคูลจนหนังโด่งดังและถูกอ้างอิงในวัฒนธรรมพอปเวลาต่อมา

สำหรับ  ภาคต่อที่ไม่มีใครสนใจว่าสร้างเมื่อไหร่และข้อมูลใน IMDB ก็มีน้อยจนผิดวิสัยหนังฮอลลีวูด (ข้อมูลเทคนิกยังไม่บอกเลยว่าใช้กล้องหรือเลนส์อะไรถ่าย) และการรับรู้ของผู้ชมชาวไทยทั่วไปคือการเห็นตัวอย่างหนังในช่วงไม่เกิน 1 เดือนก่อนลงโรงฉายพร้อมพะยี่ห้อ Blum House สตูดิโอหนังสยองขวัญที่กำลังขึ้นมือกับการหยิบจับอะไรก็ฮิตและได้รับคำชม (ปนโดนด่าบ้างเล็กน้อย) มาเป็นหนังหน้าไฟ เอ้ย หน้าเสื่อการันตีนำเสนอหนังภาคต่อเรื่องนี้

ufa

หนัง Insidious ภาค 5 กำลังมาและจะกำกับโดย Patrick Wilson

Patrick Wilson เล่นหนังอยู่หลายแนวทั้งซูเปอร์ฮีโร แอ็กชัน รวมถึงหนัง Insidious ผีสยองขวัญ และบทที่ทำให้เขาเป็นที่รู้จักมากที่สุดก็หนีไม่พ้นคู่สามีภรรยานักปราบผี Ed และ Lorraine Warren จาก The Conjuring ทั้งสองภาค (2013-2016) และกำลังจะมีภาค 3 The Devil Made Me Do It ออกฉายในปีหน้า ซึ่งจักรวาล The Conjuring นี้เป็นการสานต่อการร่วมงานกันของ Wilson และผู้กำกับ James Wan ที่เคยร่วมงานกันมาก่อนจาก Insidious (2010) หนังเด็กหลอนที่มีออกมาทั้งหมด 4 ภาค (2010-2018) หนังทั้ง 4 ภาคทำรายได้รวมทั่วโลกไป 542 ล้านเหรียญฯ จากทุนสร้างรวมแค่ 26 ล้านเหรียญฯ

หลังเริ่มจะแผ่วแรงลง Blumhouse Production ก็เลยหาวิธีการสดใหม่มาเล่ากับภาค 5 ด้วยการให้ Wilson ชิมลางลองกำกับหนังเรื่องนี้เป็นเรื่องแรก ในงาน Blum Fest ซึ่งเป็นการนำเสนอโครงการหนังของ Blumhouse Production ต่อสื่อมวลชนและแฟน ๆ เหมือนงาน D23 และ DC Fandome ของค่ายหนังใหญ่ ๆ โดยปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งแรก ได้มีการเปิดเผยว่า Insidious ภาค 5 กำลังจะกลับมาโดยได้นักแสดงเด็กของภาคแรก Ty Simpkins ผู้รับบทเป็น Dalton Lambert ลูกชายของครอบครัวตัวละครที่ Patrick Wilson เล่นเอาไว้ในภาคแรก กลับมารับบทมนุษย์ผู้ถอดจิตได้ Simpkins แจ้งเกิดจากเรื่องนี้ และได้เล่นหนังใหญ่ต่ออีกหลายเรื่อง ทั้ง Iron Man 3 (2013), Jurassic World (2015) ตอนนี้เขาอายุ 19 ปีแล้ว

Wilson จะกลับมารับบท Josh Lambert เองด้วยนอกจากจะทำหน้าที่กำกับเรื่องนี้ที่ได้ Screen Gems ของ Sony Pictures เป็นผู้จัดจำหน่าย รวมถึงหนังยังได้ Scott Teems จากหนังโหด Halloween Kills ที่จะเข้าฉายปีหน้ามารับหน้าที่เขียนบท จากเนื้อเรื่องที่ Leigh Whannell ผู้ร่วมสร้างหนังสยองขวัญชุดนี้มาตั้งแต่ภาคแรกได้ร่างบทเอาไว้เกี่ยวกับเรื่องราวของครอบครัว Lambert ในอีกสิบปีต่อมา เมื่อ Dalton เริ่มเข้าเรียนมหาวิทยาลัย

หนังยังไม่มีกำหนดเปิดกล้องและเข้าฉายในตอนนี้ โดยคาดว่าหนังจะใช้เวลาถ่ายทำประมาณ 1 ปี และหลังจาก Wilson ไปเข้ากล้องเป็นตัวร้ายอีกครั้งให้กับหนังฮีโรสุดฮิต Aquaman ภาค 2 เสร็จก่อน

ufabet

รีวิว The Outpost : ชัยภูมิมรณะ ครึ่งแรกคุยเยอะเกือบสารคดี

เรื่องย่อ Outpost จากเรื่องจริงสุดเหลือเชื่อของภารกิจเสี่ยงตายในอัฟกานิสถาน เมื่อทหารจำนวน 54 คน ถูกล้อมด้วยกองกำลังตาลีบันกว่า 400 คน ในเขตแดนที่ไม่มีทางออกและอันตรายที่สุดในโลก หนทางเดียวที่จะรอด คือต้องสู้ และฝ่ายุทธภูมิล้อมตายนี้ไปให้ได้!

“นักวิเคราะห์ต่างเรียกค่ายนี้ว่า ค่ายมรณะ เพราะจะไม่มีใครรอดไปจากค่ายนี้ได้” เรียกว่าจั่วหัวได้อย่างน่าสนใจ พร้อมกับข้อความ “สร้างจากเรื่องจริง” ที่กลายเป็นคำการตลาดที่ได้ผลสำหรับหนังแนวโศกนาฏกรรมสงครามไปเสียแล้ว

ซึ่งตัวหนังก็พัฒนาบทมาจากหนังสือชื่อ The Outpost: An Untold Story of American Valor เขียนโดยหัวหน้าผู้สื่อข่าวของ CNN อย่าง เจก แทปเปอร์ ที่เล่าถึงวีรกรรมนรกแตกของ 53 ทหารอเมริกัน (และทหารลัตเวียอีก 2 นาย) ใน สมรภูมิแกมเดช (ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น สงครามค่ายคีตติ้ง) ที่ปฏิบัติการกลางดงเหล่าผู้ก่อการร้ายตาลีบันถึงในซอกเขาชนบทของอัฟกานิสถาน โดยความช่วยเหลือที่ใกล้ที่สุดต้องรอคอยกันกว่า 2 ชั่วโมง และที่สำคัญชัยภูมิที่ตั้งค่ายก็แหกตำรากลยุทธ์ทุกเล่ม เพราะเล่นตั้งอยู่กลางแอ่งกระทะที่โอบล้อมจากภูเขาสูงทุกด้าน เรียกว่าเชิญชวนให้ปิดประตูตีแมวได้เลย

ผู้กำกับ ร็อด ลูรี อาจยังไม่มีผลงานชิ้นโบว์แดงที่ทำให้คุ้นหูนัก แต่ก็ไม่ใช่มือใหม่เสียทีเดียว เพราะเขาก็ช่ำชองกับการเป็นนักเล่าเรื่องราวแบบเครียด ๆ หนัก ๆ ทั้งดราม่าทหาร การต่อสู้ หรือการเมือง อยู่เสมอ ซึ่งนี่ก็เป็นโพรเจกต์ที่คอสงครามต่างเฝ้ารอให้ได้ขึ้นจอเงินอยู่เสมอ ไม่ต่างจากปฏิบัติการเรดวิงที่เคยกลายเป็นหนังชื่อดังอย่าง Lone Survivor (2013) ของผู้กำกับ ปีเตอร์ เบิร์ก มาแล้ว

ทว่าในแง่ซีนโชกเลือดและโศกนาฏกรรมแล้ว สมรภูมิแกมเดชจัดว่าโหดกว่าเรดวิงมาก เพราะเป็นการล้อมสังหารทหารอเมริกันเพียง 50 กว่าคน โดยกองกำลังตาลีบันกว่า 400 คนที่ได้เปรียบทั้งจำนวนคนและทั้งเชิงพื้นที่กว่ามาก

ufa

รีวิว 22 July ความยุติธรรมในสังคมที่เป็นธรรม กฎหมายมีหน้าที่ดำรงไว้ซึ่งความยุติธรรม

รีวิว 22 July ความยุติธรรมในสังคมที่เป็นธรรม กฎหมายมีหน้าที่ดำรงไว้ซึ่งความยุติธรรมและความเป็นระเบียบของสังคม แต่ทุกวันนี้สังคมหลายแห่งในโลกกลับตั้งคำถามถึงความหมายของคำว่า “ยุติธรรม” และลงเอยด้วยการสูญสิ้นศรัทธาในกฎหมาย แล้วจะเป็นไปได้หรือไม่ที่มนุษย์จะดำรงไว้ซึ่งกฎหมายและความยุติธรรมโดยแท้จริง คำตอบคือ “เป็นไปได้” หากมนุษย์ผ่านบททดสอบ

หนึ่งในบททดสอบสำคัญเกิดขึ้นหลังวันที่ 22 กรกฎาคม 2011/2554 ในประเทศนอร์เวย์ เมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันจากระเบิดครั้งใหญ่หน้าทำเนียบรัฐบาล และตามมาด้วยการยิงสังหารหมู่นักเรียนและนักศึกษาที่กำลังเข้าค่ายฤดูร้อนอยู่บนเกาะ Utøya
เหตุการณ์ในวันนั้นส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตรวมกันทั้งสิ้น 77 ราย และบาดเจ็บอีกกว่า 200 ราย ส่วนใหญ่เป็นนักเรียนหรือนักศึกษา
ตำรวจนอร์เวย์สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้บนเกาะ Utøya ชื่อของเขาคือ Anders Behring Breivik (แอนเดอร์ส เเบฮ์ริ่ง เบรวิก) ผู้ก่อเหตุแบบ lone wolf เขาอ้างว่าลงมือทำไปเพื่อปกป้องประเทศและยุโรปจากการหลั่งไหลของคนต่างชาติ รวมถึงบุคคลผู้มีความคิดอันไม่เหมาะสมที่จะทำลายประเทศของเขา  เหตุการณ์ดังกล่าวได้รับการถ่ายทอดลงสู่แผ่นฟิลม์ในชื่อ 22 July ซึ่งออกฉายทาง Netflix และโรงภาพยนตร์ในบางประเทศเมื่อช่วงเดือนตุลาคม 2018

ufa

รีวิวซี่รี่ย์: Hero Mask ปี 1 ซี่รี่ย์การ์ตูนสืบสวนสอบสวนที่เกี่ยวพันกับการฆาตกรรม

รีวิว Hero Mask เป็นซี่รี่ย์การ์ตูนสืบสวนสอบสวนที่เกี่ยวพันกับการฆาตกรรม และการทดลองทางวิทยาศาสตร์ เรื่องเริ่มจากอัยการโมนิก้า แคมเบลเสียชีวิตลงโดยกะทันหัน หมอวินิจฉัยว่าเธอเป็นโรคหัวใจวายเฉียบพลัน แต่จากความพยายามของอัยการฝึกหัดซาร่าห์ ซินแคลร์ทำให้ค้นพบร่องรอยคดีที่โมนิก้ากำลังตามสืบและสงสัยว่านี่จะเป็นการฆาตกรรม เธอได้รับความช่วยเหลือจากเจมส์ บลอด นักสืบมือหนึ่งแห่งหน่วย Special Service of Crime หรือ SSC ในการสืบหาความจริง

การสืบสวนและการไล่ล่าหาความจริงในเรื่องมีความเข้มข้น โดยเฉพาะการดวลปืนและการต่อสู้ของเจมส์ บลอดซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพสมฐานะตัวละครนำ
ปริศนาสำคัญของเรื่องก็คือหน้ากากสีขาวที่สามารถพับเก็บตัวเองได้ราวกับเป็นสิ่งมีชีวิต ซึ่งผู้สวมใส่หน้ากากลงบนใบหน้าจะมีพลังและความสามารถพิเศษที่แตกต่างไปในแต่ละคน
ตลอดเนื้อเรื่องของซีซัน 1 แม้จะยังไม่เฉลยว่าหน้ากากปริศนานี้คืออะไร แต่ผู้ชมก็พอคาดเดาได้ว่าเกิดจากการทดลองทางวิทยาศาสตร์ โดยมีบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านการแพทย์เป็นผู้ให้ทุนการวิจัย และหนูทดลองในการวิจัยมนุษย์ก็คือบรรดานักโทษ
เรื่องนี้ทำให้ผมคิดถึงการพัฒนาและวิจัยในปัจจุบันของมนุษย์ที่ต้องอาศัยทุนเป็นฐานในการวิจัยอยู่เสมอ
บริษัทด้านการแพทย์ หรือด้านเทคโนโลยีการเกษตร และชีวภาพ พยายามพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มนุษย์สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ หรือสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่จะทำให้เกิดการนำตลาด แต่ก็ทิ้งไว้ซึ่งข้อกังขาว่าการวิจัยเหล่านั้นอาจก้าวข้ามขอบเขตทางศีลธรรมของมนุษย์

ซีรีส์ Hipster or Loser ฮิปสเตอร์หนุ่ม 3 คน ตี๋(เบสต์ – ณัฐสิทธิ์) ปรัช(เบน – เบนจามิน) และ วัน(จูเนียร์ – กรวิชญ์)

เรื่อง Hipster or Loser ก็คือมีฮิปสเตอร์หนุ่ม 3 คน ตี๋(เบสต์ – ณัฐสิทธิ์) ปรัช(เบน – เบนจามิน) และ วัน(จูเนียร์ – กรวิชญ์) ที่ทำอะไรก็ไม่สำเร็จ เพราะอินดี้จัด ขวางโลก ไม่อยากทำอะไรแบบแมสๆ เอาตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาล ไม่ปรับตัวเข้าหาสังคม พอใจก็ทำ ไม่พอใจก็ไม่ทำ ได้เหรอ!!!??? แล้วไอ้สามคนนี่ดันทะลึ่งอยากเปิดร้านกาแฟ บรรลัยสิครับ

– พ่อไม่เคยเห็นสันติสุขเป็นคนในครอบครัวเลยเหรอครับ
– พ่อเห็นมันเป็นลาบมาตลอด
มุกนี้ทำเอาหัวเราะลั่นบ้าน โคตรจังหวะนรก ส่วนสันติสุขเป็นใครไปดูเอง
เปิดร้านวันแรกลูกค้าเข้าร้านสั่งเอสเพรสโซ่เย็น ดันไม่ทำ บอกเอสเพรสโซ่เย็นไม่มีในโลก จะเอาเอสเพรสโซ่ร้อนๆ ไปให้ลูกค้ากิน มึงๆ คนเข้ามานั่งร้านกาแฟเขาก็อยากกินอะไรเย็นๆ ให้มันชื่นใจ เปิดร้านอยู่กรุงเทพจะขายแต่กาแฟร้อน นี่ไม่ดูอากาศประเทศไทยเลย นี่จะสิ้นเดือนธันวาคมอยู่แล้วยังไม่มีแม้แต่ลมหนาว ตากแดดเหงื่อย้อยถึงร่องตูดมาสั่งกาแฟเย็น ยังมาบังคับให้เขากินกาแฟร้อน บ้ารึป่าว!!!
ก็ไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วฮิปสเตอร์ต้องขวางโลกเหมือนไอ้ 3 คนนี่รึเปล่านะ ฮิปสเตอร์ที่ประสบความสำเร็จก็มีเยอะแยะ อย่างพี่เต๋อ นวพล ผู้กำกับนี่ก็เป็นไอดอลของชาวฮิปเตอร์อีกที ส่วนไอ้สามตัวนี่นอกจากจะทำอะไรไม่ประสบความสำเร็จแล้ว ยังทำตัว Loser ขวางโลกไปวันๆ
นอกจากตัวละครสามคนนี้ ยังมีอีก 1 สาวคือ ยิ้ม(พรอยมน – มนสภรณ์) ที่เข้ามาสั่งกาแฟที่ร้านแล้วดันชอบกาแฟของร้านนี้จนขอร่วมงานด้วย จะช่วยบริหารร้านให้ทั้ง 3 คนนี้ไม่ให้มันเจ๊ง ซึ่งนี่แหละ สิ่งดีงามได้เข้ามาในซีรีส์แล้ว ยังจำพรอยมนจากหนังเรื่องน้องพี่ที่รักได้อยู่เลย น้องน่ารักมากกกกกก
มีฝั่งพระเอกนางเอกแล้วก็ต้องมีฝั่งตัวร้ายชื่อ ยศ(บุ๊ค – พงษ์นิรันดร์) เคยเป็นเพื่อนกับไอ้ฮิปสเตอร์ 3 คนนี้อีกที เปิดร้านกาแฟเหมือนกัน แต่ประสบความสำเร็จจนมีแฟรนไชส์อีกหลายสาขา แล้วสาขาล่าสุดดันมาเปิดฝั่งตรงข้ามกัน ไอ้ 3 คนนี้ก็เลยตราหน้าว่าเป็นเพื่อนทรยศ
โอ้โห… คิดถูกแล้วที่ทิ้งเพื่อนแบบไอ้ 3 คนนี้ไปทำธุรกิจจนรวย ขืนพามาทำด้วยกันก็มีแต่เจ๊งกับเจ๊งดิ ตัวถ่วงความเจริญชัดๆ แล้วจะเรียกตัวละครของยศนี้ว่าอะไรล่ะ ตัวอิจฉาเหรอ ไม่ใช่ดิ ยศไม่ได้อิจฉา ไอ้สามตัวนั่นต่างหากที่อิจฉายศ ยศเป็นขั้วตรงข้ามกับฝั่งพระเอกที่น่าเชียร์มากกว่าพวกพระเอกซะอีก ยศนี่แหละที่เป็นตัวละครที่ปรกติที่สุด ไม่ได้ขวางโลกเหมือนไอ้สามตัวนั่น เป็นคนที่พูดจาเป็นเหตุเป็นผลที่สุดแล้วในเรื่อง
นี่ก็ถือว่าเป็นซีรีส์อีกเรื่องที่ทำมาแซะชาว Hipster ได้เจ็บแสบมาก ขวางโลกได้ แต่ต้องประสบความสำเร็จเว้ย ไม่งั้นก็เป็นแค่ Loser ขี้แพ้แค่นั้นแหละ ลองไปดูซีรีส์ Hipster or Loser แซะพวกทำตัวขวางโลกซะกระจุย แซะจนหมั่นไส้ฝั่งพระเอกให้ร้านมันเจ๊งๆ

รีวิว Bird Box ผู้กำกับฝีมือดี ซูซาน เบียร์ เหตุการณ์มหันตภัยล้างโลกเพราะมีสิ่งลี้ลับที่ไม่สามารถมองได้

รีวิว  Bird Box ถือเป็นหนังที่ Netflix ภูมิใจนำเสนอเป็นอย่างยิ่ง หนังได้กำกับฝีมือดี ซูซาน เบียร์ ซึ่งการันตีด้วยรางวัลออสการ์จาก In a Better World(2010) หนังเล่าถึงเหตุการณ์มหันตภัยล้างโลกเพราะมีสิ่งลี้ลับที่ไม่สามารถมองได้ ทุกคนที่มองมันจะถูกควบคุมจิตใจให้ทำเรื่องอำมหิตและตายในที่สุด
หนังนำเสนอผ่านมาโลรี่(แซนดร้า บูลล็อค) สาวท้องแก่ที่ระหว่างกลับจากโรงพยาบาล มาโลรี่ได้เผชิญกับเหตุการณ์วิกฤติ เธอโชคดีได้รับการช่วยเหลือและไปหลบอยู่ยังบ้านหลังนึง ซึ่งพวกเขาต้องดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอดจากภัยร้ายนี้ จากเหตุการณ์ล้างโลกคราวนี้ มาโลรี่ไม่กล้าแม้แต่จะตั้งชื่อลูกเพราะไม่อยากผูกพันถ้าหากว่าคนใดคนนึงต้องตายไป
หนังเล่าเรื่องระหว่างเหตุการณ์ล้างโลกเมื่อ 5 ปีก่อน สลับกับปัจจุบันที่มาโลรี่ต้องพาเด็ก 2 คนล่องเรือตามแม่น้ำ เพื่อไปยังสถานที่ปลอดภัยที่มีทั้งอาหารและผู้รอดชีวิตดังที่ได้ยินจากวิทยุสื่อสาร ก่อนที่ไทม์ไลน์จะมาบรรจบกันใน 25 นาทีสุดท้าย ซึ่งหนังได้ไต่ระดับระดับความระทึกขึ้นเรื่อยๆ จนต้องนั่งจิกเบาะ โดยเฉพาะฉากที่ต้องล่องเรือผ่านน้ำเชี่ยวที่ลุ้นกันเยี่ยวเหนียว ขณะที่มาโลรี่ต้องปกป้องเด็กน้อยไร้เดียงสา เธอต้องต่อสู้กับจิตใต้สำนึกตัวเองเช่นกัน
คุณป้าแสงดาว บุญล้อม(แซนดร้า บูลล็อค) ในวัย 54 ยังสวยสะพรั่ง แม้บางมุมจะมองแล้วเหมือนไมเคิล แจ็คสันก็ตาม ในพาร์ทที่ทุกคนรวมกลุ่มกันอยู่ในบ้านนั้น เราจะเห็นผู้คนหลายหลายบุคลิก บางคนเห็นแก่ตัว บางคนใจดี บางคนไร้เดียงสา ในขณะที่ความเป็นความตายกำลังมาถึง คนที่จะทำให้กลุ่มอยู่รอดกลับเป็นคนที่ถูกมองว่าใจร้ายและเห็นแก่ตัวที่สุด ในวันสิ้นโลกความมีน้ำใจมักนำพาเหตุร้ายเข้ามาเสมอ
แม้ว่าพล็อตของหนังจะคล้ายกับ The Happening(2008) และ The Quiet Place(2018) แต่หนังระทึกขวัญแนวนี้ก็ยังคุ้มค่าความสนุกอยู่เสมอ Bird Box นั้นเป็นหนังโลกล่มสลายแบบระทึกขวัญ แต่ก็มีความเป็นดราม่าสูงมากเช่นกัน เป็นหนังที่วัดศีลธรรมความเป็นมนุษย์ว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่นั้นจะทำให้เราห่างไกลจากความเป็นมนุษย์หรือไม่

รีวิว รักหนูมั้ย จักรวาล ไทบ้านเดอะซีรีส์ นักแสดงนำ ณัฐวุฒิ แสนยะบุตร

รีวิว รักหนูมั้ย จากวันนั้นจนถึงพ.ศ.นี้ลำพังจักรวาล ไทบ้านเดอะซีรีส์ก็มีหนังออกมาอย่างต่อเนื่อง (นับเฉพาะหนังในชื่อ ไทบ้านเดอะซีรีส์ก็ 3 เรื่องแล้ว) และล่าสุดก็เพิ่งร่วมงานกับ BNK 48 ในชื่อ ไทบ้าน X BNK48 จากใจผู้สาวคนนี้ ฉายไปตอนต้นปีเป็นการขยับขยายเอาวัฒนธรรมอีสานมาผสมคลุกเคล้ากับวงการไอดอล และไม่นานเกินรอสัปดาห์นี้ช่วงเวลาดีต้นเดือนพฤศจิกายนก็ได้ฤกษ์ที่ หนังดรามาโรแมนติกฮา ๆ เคล้าน้ำตาและประเด็นหมิ่นเหม่อย่างการท้องในวัยรุ่นได้เข้าฉาย

จากความสนุกบนเตียงชั่วข้ามคืน พลอย (ยีนส์ ภัทร์ธีราภรณ์ สุโพธิ์) สาวไซด์ไลน์เกิดตั้งท้องจากการรับงานครั้งแรกกับ 3 หนุ่มได้แก่ ออฟ (ด้งเด้ง ณัฐวุฒิ แสนยะบุตร) หนุ่มช่างไม้เด็กแนว จอห์น (ต้องเต ธิติ ศรีนวล) นักศึกษาวิทยาล้ยช่างศิลป์ขี้อาย และ กิว (ตาต้า ชาติชาย ชินศรี) หนุ่มไม่เอาถ่าน เพลย์บอยที่มาอาศัยบ้านจอห์นอยู่ และในระหว่างทางที่พวกเขากำลังหาคำตอบจากผล DNA ว่าใครเป็นพ่อเด็ก การมาถึงของเด็กน้อยและความรักของพวกเขาทั้ง 4 กำลังนิยามความหมายใหม่ของคำว่าครอบครัว

หนึ่งในข้อมูลสำคัญที่ควรรู้ก่อนไปดู หนังไทยนอกจักรวาลไทบ้านเดอะซีรีส์ ที่ชื่อสุดแสนจะเรียบง่ายและจริงใจ คือนี่เป็นงานเปิดซิงกำกับหนังเรื่องแรกของ โน่ ภูวเนตร สีชมพู ที่เคยปรากฎตัวในบทฝรั่งลูกอีสานจากไทบ้านเดอะซีรีส์มาก่อน และจากพื้นเพความรู้ด้านสถาปัตยกรรมศาสตร์ งานออกแบบที่เห็นในหนัง รักหนูมั้ย เลยไม่ธรรมดายิ่งได้รู้ถึงที่มาที่ไปกับความทะเยอทะยานถึงขั้นทิ้งฟุตเตจไป 6 คิวเพราะแบบบ้านไม่ได้ตามต้องการแล้วล่ะก็เรายิ่งต้องพินิจพิเคราะห์สัญญะที่ส่งผ่านพื้นที่ในบ้านที่เปรียบดังตัวละครสำคัญให้ดีแล้วล่ะ

ยิ่งหนังใช้พื้นที่บ้านหลังเดียวในการบอกเล่าเรื่องราวเกิน 90% ทำให้การเปลี่ยนแปลงของตัวละครจะสัมพันธ์กับบ้านไปด้วย ทุกอย่างถูกออกแบบอย่างเป็นเหตุเป็นผลทั้งห้องนอนที่กิวใช้ในกามกิจของตนกับสาวมากหน้าหลายตา หรือพื้นที่ตรงกลางที่ทั้ง 4 คนใช้เวลาร่วมกันทั้งกินข้าวไปจนถึงเลี้ยงลูกน้อย เราจะเห็นพื้นที่ที่เคยเป็นที่เกิดเหตุ (เรื่องคืนนั้นในตอนต้นเรื่อง) กลายเป็นผลลัพธ์ที่เห็นการเปลี่ยนแปลงของตัวละครได้อย่างชัดเจน

แต่สิ่งที่มหัศจรรย์จริง ๆ ของหนังคือบทภาพยนตร์ที่ท้าทายบรรทัดฐานของสังคมเพราะความสัมพันธ์ระหว่างวัยรุ่นที่ท้องไม่พร้อมยิ่งเกิดกับไซด์ไลน์หน้าตาดีที่ขายบริการให้ผู้ชาย 3 คนในบ้านหลังเดียวกันย่อมดูเป็นเรื่องราวที่ไม่ปกติระดับป้าข้างบ้านได้ยินคงเอามือทาบอกแน่ ๆ แต่ทีละน้อยตัวหนังก็ค่อย ๆ ใช้เวลาของมันอย่างคุ้มค่าด้วยการถักทอเรื่องราวความสัมพันธ์ของตัวละครและเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่มาพิสูจน์เส้นทางการเติบโตของตัวละครได้อย่างเป็นเหตุเป็นผล

และที่เหนือชั้นกว่านั้นคือการที่บทหนังตั้งคำถามถึงความรับผิดชอบที่สังคมมีต่อเยาวชนในปัจจุบันทางอ้อม เราจะเห็นฉากที่พ่อของพลอยมาที่บ้านและแสดงให้เห็นว่าผู้ใหญ่ในปัจจุบันไม่อาจพึ่งพาได้ขนาดไหน หรือกระทั่งป้าของจอห์นที่ไม่เคยกลับมาบ้านเลยก็เหมือนปล่อยให้หลานดูแลตัวเองแบบตามมีตามเกิด ดังนั้นความคิดที่เอ็กซ์ตรีมถึงขั้นเป็นพ่อร่วมกัน 3 คนเลยกลายเป็นตลกร้ายในตัวเองอยู่แล้ว

เพราะ จอห์น ออฟ และกิว ก็ถูกสถานการณ์บีบบังคับให้รับผิดชอบทั้งที่ตัวเองก็ยังไม่พร้อมและแทบเอาตัวไม่รอด ที่เลวร้ายกว่านั้นหนังยังกล่าวถึงสังคมรอบนอกที่พวกเขาเป็นห่วงนักหนาว่าพลอยจะโดนครหาว่าเป็นเมียหลายผัวหรือพลอยเองก็ต้องจำทนเงียบเสียงเมื่อเจอคำพูดของกิวที่ตอกย้ำสถานะอาชีพขายบริการของเธอ นั่นเลยทำให้บ้านหนึ่งหลังถูกแทนภาพไปไกลถึงผลพวงจากสังคมไทยที่ปากว่ามือขยิบได้อย่างเห็นภาพชัดเจน

ufabet

รีวิว ไฟสิ้นเชื้อ : โศกนาฏกรรมความรัก นักแสดงนำ หยาดทิพย์ ราชปาล

รีวิว ไฟสิ้นเชื้อ : โศกนาฏกรรมความรัก อรวี (หยาดทิพย์ ราชปาล) กับ ธาร (ฟลุค-เกริกพล มัสยวาณิช) เป็นสามีภรรยาที่อยู่ด้วยกันแบบไม่มีลูก จึงไปขอเด็กกำพร้ามาเลี้ยงสองคน ชาย-หญิง แต่แล้วธารก็ไปเป็นชู้กับ วิชุดา (หญิง – รฐา โพธิ์งาม) พี่สาวต่างมารดาของอรวี ที่จงใจมาแก้แค้นเรื่องในอดีต อรวีจับได้ก็ไม่ยอมจ้ะ แต่คุณสามีตัวดีกลับขอแยกทางและจะไปใช้ชีวิตอยู่กับเมียใหม่เพราะเมียใหม่ท้อง ก็แบ่งลูกกันฝ่ายสามีตัวดีเอาลูกชายไปคือ เอก (จอส เวอาห์) ฝ่ายอรวีเหลือ ฟ้า (ฟ้า ยงรวี) ลูกสาวไว้ข้างกาย สองครอบครัวก็ต่างใช้ชีวิตกันไป

เวลาผ่านไป 18 ปี ความทรงจำไม่เคยจางหาย ฝ่ายวิชุดาก็ลายออกว่าไม่ได้รักธารหรอก ฉันใช้เธอเป็นเครื่องมือ แย่งมาให้ยัยอรวีมันเจ็บก็เท่านั้น ฝ่ายอรวีก็เคียดแค้นเก็บกด บำเรอความสุขตัวเองด้วยการระบายความไคร่กับคนขับรถ เอาความแค้นที่มีมาลงที่ลูก พอโดนวิชุดามาหยามถึงถิ่นก็ทำร้ายร่างกายฟ้าสะบักสะบอม หลังจากนี้ละครจะดำเนินไปในทางแก้แค้นแล้วแก้แค้นอีก

ฟ้าจะต้องแต่งงานกับ เบน (บี้-ธรรศภาคย์ ชี) ลูกชายเพลย์บอยของ สุวิภา (ต้อม-ณหทัย พิจิตรา) เพราะอรวีมารู้ว่า เอกกับฟ้ามีใจให้กันมากกว่าพี่น้อง (เขาเป็นเด็กกำพร้าที่มาจากสถานเลี้ยงเด็กที่เดียวกันไง ไม่ใช่พี่น้องกันจริง ๆ ) นางก็จะแยกเขาจากกัน เขาจะได้เจ็บ สามีเก่าจะได้ทุกข์ใจมั่ง จนเอกไปเจอกับ ณริน (ฝน – ศนันธฉัตร ธนพัฒน์พิศาล) แล้วรักกัน แต่การแก้แค้นยังไม่จบแค่นี้เพราะอรวีจ้างวาน รอน (ออฟ-จุมพล อดุลกิตติพร) น้องชายของ พล (ออฟ-จุมพล อดุลกิตติพร) คนขับรถที่มีตำแหน่งเป็นของกินยามเหงาของอรวี ไปล่อลวงให้ พีพี (พลอย-ภัชธร ธนวัฒน์) ลูกสาวของวิชุดาที่เป็นเด็กมีปัญหา เสียผู้เสียคน

ยังนะการแก้แค้นยังจะมาราธอนได้กว่านี้อีก เพราะอรวีก็จะแอบแซ่บกับเบน สามีของฟ้าซึ่งเป็นลูกสาวที่ตัวเองเก็บมาเลี้ยง จนลูกสาวรับไม่ได้หนีออกจากบ้านไป โอ้วมายก็อดดดด ร้อนไหมล่ะไฟสิ้นเชื้อ

ufa