รีวิว The Knight of Shadows: Between Yin and Yang โคตรพยัคฆ์หยินหยาง

เป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์แอคชั่นแฟนตาซีที่เข้าฉายในบ้านเราตรงกับวันตรุษจีนพอดิบพอดี สำหรับ The Knight of Shadows : Between Yin and Yang หรือชื่อไทย โคตรพยัคฆ์หยินหยาง ผลงานการแสดงภาพยนตร์เรื่องแรกรับปี 2019 ของซูเปอร์สตาร์แห่งเอเชีย แจ็คกี้ ชาน หรือ เฉินหลง ที่เจ้าตัวพ่วงตำแหน่งโปรดิวเซอร์นั่งแท่นควบคุมงานสร้าง นอกจากนี้หนังยังได้ดาวรุ่งมาแรงอย่าง หร่วนจิงเทียน และ หลินโป๋หง มาร่วมออกลีลาบู๊ปราบอสูรในครั้งนี้อีกด้วย

The Knight of Shadows: Between Yin and Yang โคตรพยัคฆ์หยินหยาง ว่าด้วยเรื่องราวเมื่อเกราะคุ้มกันระหว่างอาณาจักรมนุษย์และปีศาจได้ล่มสลาย กองทัพอสูรกายกำลังรุกล้ำเข้ามาอาละวาดยังโลกมนุษย์ ราชันย์อสูรจึงได้ส่งนักล่ามือฉมัง ซงหลิง ที่ปลอมตัวมาในคราบนักสืบ เพื่อแกะรอยพวกมันทุกตัวกลับไป ด้วยอาวุธประจำตัวคือ พู่กันวิเศษ ของราชันย์อสูร พร้อมกับลีลาท่าไม้ตาย ตวัดพู่กันพิฆาตอสูร โดยมีเหล่าสหายอสูรทั้งสามคอยร่วมสู้เคียงข้าง

ภารกิจตามล่าเหล่าอสูรเริ่มต้นขึ้นเมื่อ ซงหลิง ต้องร่วมมือกับนักสืบ เฟย และอีกหนึ่งนักล่าอสูร ซีเซีย ที่ซงหลิงเคยช่วยชีวิตไว้ระหว่างการต่อสู้กับปีศาจกระจก ออกไขคดีเด็กสาวในหมู่บ้านที่หายตัวไปอย่างปริศนา ก่อนจะพบว่าเด็กสาวเหล่านั้นถูก เสี่ยวเชี้ยน เจ้าหญิงจิ้งจอกอสูรเป็นผู้จับตัวไป ซงหลิงจึงต้องนำทีมนักล่าอสูรและเหล่าสหายอสูรเผชิญหน้าการต่อสู้ครั้งสำคัญที่จะสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั้งโลกมนุษย์และดินแดนอสุรกาย

เรียกได้ว่า โคตรพยัคฆ์หยินหยาง เป็นภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์จากแดนมังกรที่ถูกวางแผนเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ได้ถูกเวลาจริงๆ เพราะนอกจากจะเข้าตรงกับวันตรุษจีนแล้ว ยังเป็นภาพยนตร์แอคชั่นเรื่องแรกๆ ของปีที่ให้แฟนหนังได้ชมกัน อีกทั้งยังเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขที่หลายครอบครัวมักจะหาโอกาสเข้าไปเสพความสุขจากโรงภาพยนตร์ ประกอบกับเป็นผลงานแสดงของ เฉินหลง ก็ยิ่งเข้าทางไปอีก

จากตัวอย่างหนังที่ปล่อยออกมาให้แฟนๆ ได้ชมกันนั้นก็จะพบว่าหนังเต็มไปด้วยความแฟนตาซี เห็นถึงโปรดักชั่นงานสร้างที่ยิ่งใหญ่เวอร์วังอลังการไม่เสียชื่อโปรดิวเซอร์เลย และแม้ว่าเรื่องราวในหนังจะเกี่ยวกับอสูรกายปีศาจแต่ก็แฝงไปด้วยความตลกโปกฮาสอดแทรกมุกเหตุบ้านการณ์เมืองจากการพากย์เสียงของ พันธมิตร ซึ่งเชื่อว่าน่าจะชอบกัน เพราะเสียงส่วนใหญ่มักจะคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว

ในส่วนของการดำเนินเรื่องนั้นก็ถือว่าทำออกมาได้สนุก ดูแล้วเพลิดเพลินไปกับเรื่องราวการสืบคดีได้ดีพอสมควร และยังได้เห็นความสามารถของเหล่าอสูรที่หลากหลาย แถมหนังยังมีพาร์ทเรื่องราวความรักความดรามาของคนกับอสูรให้พอได้หอมปากหอมคอ ซึ่งจะว่าไปแล้วมันก็ออกจะน้ำเน่ามากทีเดียว แต่ถือว่าเป็นอีกหนึ่งสีสันที่ช่วยให้หนังน่าสนใจมากขึ้น

เอาเป็นว่าหากใครยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะไปดูเรื่องนี้ดีไหม จากรายละเอียดคร่าวๆ อย่างที่กล่าวมาข้างต้นก็น่าจะช่วยตัดสินใจได้ไม่มากก็น้อย เชื่อได้เลยว่าแค่ได้ดูงานสร้างอันยิ่งใหญ่อลังการ ประหนึ่งได้เข้าไปอยู่ในโลกเวทมนต์ก็น่าจะคุ้มค่าตั๋วแล้ว เพราะจากที่เห็นคุณภาพงานสร้างนั้นพอๆ กับของฮอลลิวูดเลย จะเชื่อหรือไม่นั้นต้องไปพิสูจน์ด้วยตาตัวเอง

ufa24hrs

รีวิว Café Funiculi Funicula เพียงชั่วเวลากาแฟยังอุ่น นำโดย คาซุมิ อาริมุระ

สำหรับ Café Funiculi Funicula หรือชื่อไทยว่า เพียงชั่วเวลากาแฟยังอุ่น ภาพยนตร์ไซไฟย้อนเวลาที่สร้างจากนิยายขายดีของ โทชิคาซึ คาวะงุจิ โดยในเวอร์ชั่นภาพยนตร์ได้ทีมนักแสดงแถวหน้าของญี่ปุ่น นำโดย คาซุมิ อาริมุระ, เคนทาโร่ และ ฮายาชิ เคนโตะ

Café Funiculi Funicula เพียงชั่วเวลากาแฟยังอุ่น ว่าด้วยเรื่องราวความรักและปาฎิหาริย์ที่ถูกเล่าผ่าน ลูกค้าขาประจำของร้านกาแฟแห่งนี้ ผ่านตัวละคร แม่บ้านความจำเสื่อม ที่มาที่ร้านกาแฟทุกวันเพื่อรอคอยใครบางคน หญิงสาวที่แอบรักเพื่อนสนิทแต่ไม่เคยได้พูดความในใจออกไป สาวแกร่งที่หนีออกจากบ้านโดยทิ้งน้องสาวตัวเองไว้ข้างหลังและไม่เคยยอมเจอหน้าเธอ และบาริสต้าสาวสวยประจำร้านกาแฟ Funiculi Funicula ผู้พาทุกคนย้อนเวลากลับไป เพื่อที่จะพูดคำว่า รัก ให้ดังกว่าเดิม

แม้จะได้ดูหนังไซไฟย้อนเวลามาหลายต่อหลายเรื่อง แต่ก็ไม่เคยมีเรื่องไหนที่ใช้ร้านกาแฟเป็นสถานที่ย้อนเวลา จึงเป็นที่น่าสนใจว่าเรื่องราวใน Café Funiculi Funicula จะถูกเล่าออกมาอย่างไร ซึ่งหากใครที่ได้ดูตัวอย่างหนังแล้วก็น่าจะทราบว่าการย้อนเวลาในร้านนี้นั้นมีกฎหลายข้อที่จะต้องปฏิบัติ ทั้งเรื่องที่การจะกลับไปในอดีตได้จะเกิดขึ้นหลังจากที่รินกาแฟใส่ถ้วยแล้วและอยู่ได้แค่ช่วงก่อนที่กาแฟนั้นจะเย็นชืดเท่านั้น เมื่อย้อนกลับไปจะอยู่ได้แค่บริเวณโต๊ะกาแฟ ถ้ากลับมาไม่ทันช่วงเวลาที่กาแฟยังอุ่นอยู่จะต้องติดอยู่ที่ที่นั่งนั้นไปตลอดกาล และที่สำคัญการกลับไปในอดีตจะไม่สามารถแก้ไขปัจจุบันได้ เรียกว่าเป็นย้อนเวลาที่มีกฎข้อจำกัดเยอะทีเดียว

นับตั้งแต่เริ่มเรื่องหนังทำให้เรารู้สึกได้ถึงมนต์ขลังบางอย่างที่อยู่ในร้านกาแฟย้อนเวลาแห่งนี้ บางทีก็อดหลอนไม่ได้เลย เพราะในเรื่องนั้นเราได้เห็นวิญญาณที่ติดอยู่ห้วงเวลาแม้จะไม่น่ากลัว แต่ก็อย่างที่บอกมันทำให้เกิดความรู้สึกแปลกๆ อยู่บ้าง แต่เมื่อหนังเข้าเรื่องการย้อนเวลามันก็เริ่มทำให้คนดูอย่างเราตื่นเต้นสุดๆ ทั้งลุ้นว่าตัวละครที่ย้อนกลับไปนั้นจะทำในสิ่งที่ตั้งใจไว้ได้หรือไม่ แล้วจะกลับมาทันหรือเปล่า ซึ่งความสนุกมันอยู่ตรงนี้เอง

นอกจากเราจะได้ลุ้นระทึกไปกับภารกิจการย้อนเวลาของแต่ละตัวละครแล้ว หนังยังเผยให้เห็นมุมซาบซึ้งใจที่เชื่อว่าใครได้ดูแล้วเป็นต้องมีน้ำตาซึมออกมาบ้างแน่นอน โดยเฉพาะในพาร์ทของ อาริมุระ คาสุมิ ซึ่งรับบทเป็นเจ้าของร้านกาแฟสาวที่ทำหน้าที่รินกาแฟให้ลูกค้าย้อนเวลาเสมือนผู้เชื่อมต่อโลกอดีตกับปัจจุบัน ที่ชีวิตของเธอนั้นเต็มไปความว้าเหว่จากการสูญเสียครอบครัวโดยเฉพาะแม่ จากจุดนี้เองที่ทำให้เราได้เรียนรู้เรื่องราวราวความรักความผูกพันของครอบครัวที่มีอะไรมากกว่าที่ตาเห็น เรียกได้ว่าน่าจะถูกใจคนชอบดรามาทีเดียว

อย่างไรก็ตามหนังก็ยังมีบ้างส่วนที่อาจจะทำให้คนดูอย่างเราออกจะงงๆ ในเรื่องการย้อนเวลาในตอนท้ายๆ เรื่อง (อันนี้แล้วแต่คน) แน่นอนว่าน่าจะต้องได้กลับไปดูหนังใหม่เพื่อให้เข้าใจอีกรอบ และนอกเหนือไปจากความอืดอาดในบางช่วงเรียกได้ว่า Café Funiculi Funicula เป็นมากกว่าหนังไซไฟย้อนเวลาจริงๆ เชื่อเหลือเกินว่าคนที่ดูจนจบแล้วจะเต็มอิ่มไปด้วยความสุขใจ ได้แง่คิดที่สามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตจริงได้แน่นอน

ufabet

 

รีวิวภาพยนตร์เวอร์ชั่นฝรั่งเศส The Upside นำแสดงโดย ไบรอัน แครนสตัน

เป็นหนังอีกฟีลกู้ดเรื่องแรกๆ ของปีที่เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ให้คอหนังได้ชมกันแล้ว สำหรับ The Upside ผลงานรีเมกภาพยนตร์จากฝรั่งเศส The Intouchables (2011) โดย นีล เบอร์เกอร์ (Neil Burger) นำแสดงโดย ไบรอัน แครนสตัน (Bryan Cranston), เควิน ฮาร์ต ( Kevin Hart) และ นิโคล คิดแมน ( Nicole Kidman) ซึ่งจากการฉายที่อเมริกาในสัปดาห์แรกก็ขึ้นอันดับหนึ่งของตารางบ็อกซ์ออฟฟิศเลยทีเดียว

The Upside ว่าด้วยเรื่องราวของชายหนุ่มผิวสีผู้ตกงานแถมยังมีประวัติอาชญากรรมติดตัว ได้รับการว่าจ้างให้เข้ามาดูแลหนุ่มมีอายุผู้ร่ำรวย แต่เป็นอัมพาตไม่สามารถขยับแขนและขาได้ ความสัมพันธ์ของคนทั้งสองได้ก่อให้เกิดมิตรภาพครั้งใหม่ที่ยากจะลืมเลือน

แม้จะไม่ได้มีโอกาสชมภาพยนตร์เวอร์ชั่นฝรั่งเศส แต่ก็พอจะทราบมาเป็นอย่างดีว่าหนังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจนกระทั่งได้มีการรีเมกใหม่ แน่นอนว่าก่อนจะได้ชมก็ย่อมเกิดความคาดหวังว่าหนังจะออกมาดีซึ่งก็เป็นไปตามคาด เรื่องราวของคนสองคนที่อยู่ต่างขั้ว ต่างสังคม ต่างสถานะนั้นทำให้ผู้ชมอย่างเราเกิดความอิ่มเอมใจหลังดูหนังจบ เรียกได้ว่า The Upside เป็นหนังฟีลกู้ดที่สามารถเยียวยาจิตใจที่กำลังเศร้าหมองได้เป็นอย่างดี

ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหาสาระที่เราได้จากหนัง ในเรื่องของมิตรภาพอันดีงามของมนุษย์ จุดเปลี่ยนครั้งยิ่งใหญ่ของชีวิต หรือจะเป็นการแสดงของ ไบรอัน แครนสตัน และ เควิน ฮาร์ต ที่มีเคมีที่ลงตัวเข้าขากันอย่างไม่น่าเชื่อ บางฉากเหมือนแค่มองตาก็รู้ใจกันแล้ว นอกจากนี้ยังสะท้อนให้เห็นความเหลื่อมล้ำทางสังคมผ่านความเป็นฟีลกู้ดออกมาได้อย่างดี จากความดีงามเหล่านี้เองจึงเป็นเหตุผลที่คอหนังไม่พลาดด้วยประการทั้งปวง

ในแง่ของการเล่าเรื่องก็ถือว่าหนังทำได้ดี แม้ว่ามันอาจจะมีความจำเจไปในบางส่วนที่หลายคนน่าจะเดาทางเรื่องราวที่เกิดขึ้นต่อไปได้ แต่ก็ไม่ลดความความสุขที่ได้จากหนังเลย โดยเฉพาะการได้เข้าไปดูเรื่องราวดีๆ จากนักแสดงฝีมือเยี่ยมนั้นก็ถือว่าคุ้มค่าตั๋วแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นคือการได้ไปผ่อนคลายอารมณ์จากความตึงเครียดในชีวิต และยังได้ข้อคิดที่สามารถนำไปปรับใช้อีกด้วย เชื่อว่าใครที่ได้ดู The Upside การันตีว่าไม่ผิดหวังแน่นอน

แทง ufabet

รีวิว Vox Lux เกิดมาเพื่อร้องเพลง เด็กสาวคนหนึ่ง ผู้ไม่เคยมีใครรู้จักแต่กลับโด่งดัง

เข้าฉายในโรงภาพยนตร์บ้านเราไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับ Vox Lux เกิดมาเพื่อร้องเพลง ผลงานการแสดงภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของนักแสดงฝีมือเยี่ยม นาตาลี พอร์ตแมน (Natalie Portman) ที่มาสวมบทบาทนักร้องสาวที่กลายเป็นป๊อปสตาร์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลก แถมงานนี้ยังเสิร์มทัพด้วย จูด ลอว์ (Jude Law) นักแสดงมากฝีมืออีกคน

Vox Lux เกิดมาเพื่อร้องเพลง ว่าด้วยเรื่องราวของเด็กสาวคนหนึ่ง ผู้ไม่เคยมีใครรู้จักแต่กลับโด่งดังไปทั่วทั้งประเทศภายในระยะเวลาไม่นาน เซเลส เด็กสาวผู้รอดชีวิตจากโศกนาฏกรรมสะเทือนขวัญในอดีต และเพลงที่เธอแต่งเพื่อเป็นการรำลึกถึงเหตุการณ์ครั้งนั้น ได้รับการถ่ายทอดสดจนเกิดกลายเป็นกระแสไวรัลของสังคม จนเธอกลายเป็นป๊อปสตาร์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลก

จากความคาดหวังว่ามันคงจะออกมาในแนวเส้นทางชีวิตของป๊อปสตาร์ที่น่าจะมีเรื่องราวความแฟนตาซีอยู่นิดๆ เพราะเดาเอาเองจากตัวอย่างหนัง แต่พอเจอฉากแรกของหนังเอาไปทำเอาความคิดที่มีอยู่ในหัวนั้นหายไปเลย เพราะฉากที่เราเห็นนั้นเต็มไปด้วยความรุนแรง เปิดมาด้วยเหตุการณ์กราดยิงนักเรียนในโรงเรียน ซึ่งนางเอก เซเลส ในช่วงวัยนั้นก็ตกเป็นหนึ่งในเหยื่อแต่เป็นเพียงคนเดียวที่รอดชีวิต

จากเหตุการณ์นี้เองทำให้ชีวิตของเธอก้าวเข้าสู่การเป็นศิลปินที่มีพี่สาวเป็นแรงผลักดันที่สำคัญ และเป็นผู้อยู่เบื้องค่อยจัดการเรื่องสำคัญๆ ในชีวิตในเธอ โดยเฉพาะในเรื่องของครอบครัว จากบทบาทนี้เองที่ทำให้เราได้เห็นอีกมุมหนึ่งของ นาตาลี พอร์ตแมน ที่ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเธอทำได้ หากติดตามดูผลงานเธอมาตลอดมักจะไม่ค่อยได้เห็นการแสดงแนวนี้มากนัก

โดยเฉพาะการถ่ายทอดบทบาทการเป็นป๊อปสตาร์สาวที่มีบุคลิกเฉพาะตัว น้ำเสียงที่เปลี่ยนไป คำพูดคำจา เราได้เห็นความเป็นตัวแม่ รวมถึงความเยอะสิ่งหลายๆ อย่างที่มีความเสียดสีวงการเพลงได้อย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นชีวิตของศิลปิน การเป็นคนดัง สื่อมวลชน รวมไปถึงชีวิตส่วนตัวที่มีความซับซ้อน

จากเรื่องราวที่ถ่ายทอดออกมานั้นทำให้เรารู้สึกได้ว่านี่มันเป็นหนังที่มีความเฉพาะตัวมากทีเดียว และขณะเดียวกันก็รู้สึกว่ามันยังไปไม่สุดในหลายๆ อย่าง อย่างเช่นในเรื่องของเพลงในหนัง หลายๆ เพลงเราก็เข้าไม่ถึง แต่บางเพลงก็เพราะและมีความหมายดีมาก คาดว่าน่าขึ้นอยู่กับรสนิยมของแต่ละคน และต้องยอมรับว่าการแสดงอันยอดเยี่ยมของ นาตาลี พอร์ตแมน และสาวน้อย ราฟฟีย์ แคสซิดี (Raffey Cassidy) ผู้รับบท เซเลสในวัยรุ่นและลูกสาวของเซเลสที่แทบจะแบกทุกอย่างในหนังไว้เลยทีเดียว หากเป็นแฟนหนังของนาตาลีก็ไม่ควรพลาด

เดิมพัน ufabet

รีวิว Cold Pursuit แค้นลั่นนรก ผลงานการกำกับของ ฮานส์ เพ็ตเตอร์ โมแลนด์

หลังจากไปออกลีลาบู๊ตามล่าหาคนจับลูกสาวและเมียในภาคต่อของ Taken มาทั้งสามภาค และช่วยคนบนรถไฟจาก The Commuter (2018) ล่าสุดรุ่นใหญ่ขาโหดอย่าง เลียม นีสัน (Liam Neeson) ก็ต้องออกปฏิบัติการล้างแค้นแทนลูกชายใน Cold Pursuit แค้นลั่นนรก ซึ่งก่อนหน้าเจ้าตัวก็เคยลงมือฆ่าศัตรูแทนลูกชายมาแล้วใน Run All Night (2015)

โดยในเรื่องล่าสุดนี้มีความแตกต่างที่ว่าลูกชายของเขานั้นถูกฆ่าตายก่อนแล้ว ซึ่ง Cold Pursuit เป็นผลงานการกำกับของ ฮานส์ เพ็ตเตอร์ โมแลนด์ (Hans Petter Moland) ที่หยิบเอาผลงานเก่าอย่าง In Order of Disappearance (2014) ในเวอร์ชั่นของนอร์เวย์ เมื่อ 5 ปีที่แล้วมารีเมกใหม่ในชื่อดังกล่าว

แค้นลั่นนรก ว่าด้วยเรื่องราวของ เนลส์ ค็อกซ์แมน หัวหน้าครอบครัวที่สงบสุขและสันโดษ เขาใช้ชีวิตเรียบง่ายเป็นพลเมืองดีเด่น แต่แล้วเมื่อลูกชายของเขาถูกฆาตกรรมโดยฝีมือเจ้าพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ของเมือง ความแค้นปะทุทำให้ชายวัยใกล้เกษียณอย่างเขาต้องลุกขึ้นจับอาวุธเพื่อล้างแค้นให้เดือดสุด

เรียกได้ว่าหลายคนอาจจะเบื่อที่เห็น เลียม นีสัน มารับบทตามล่าหาคนฆ่าลูก (อีกแล้ว) เพราะเจ้าตัวก็มีหนังแนวๆ นี้มาหลายเรื่อง ซึ่งแต่ละเรื่องนั้นก็เต็มไปด้วยความบู๊แอคชั่น ต่อสู้กันแบบดุเดือดเลือดพล่าน แน่นอนว่าต้องมีเลือดตกอย่างออกตายกันเป็นเบืออยู่แล้ว แต่ก็อย่าเพิ่งเบื่อหน่ายส่ายหน้าหนี เพราะการกลับมาบู๊ในเรื่องนี้ลุงเลียมไม่ได้เจ็บตัวมากอย่างที่คิด

หลายคนที่ได้เห็นตัวอย่างแล้วอาจจะคิดว่าหนังนั้นต้องบู๊แอคชั่นกันเลือดสาดแน่ๆ แต่ไม่เลยเมื่อเข้าไปดูหนังจนจบแล้วจะพบว่าไม่ใช่อย่างที่คิดไว้เลย เพราะหนังจะออกแนวตลกร้าย มีกลิ่นไอคล้ายหนังของ เควนติน ทารันติโน ผู้กำกับคนดังมากทีเดียว อีกทั้งยังมีความดิบเถื่อนได้ใจคอหนังโหด โดยเฉพาะฉากการต่อสู้ที่แม้จะได้มีออกมาให้เห็นมาก แต่ว่าแต่ละฉากนั้นก็มีความเลือดสาด แช่กล้องกันให้เห็นจะๆ คนขวัญอ่อนดูแล้วน่าจะขนลุกสมกับเป็นเรท R จริงๆ

ต้องบอกกันไว้ก่อนว่ามีการเดินเรื่องที่ค่อนข้างอืดบ้างในช่วงแรก แต่พอเครื่องก็ดูเหมือนว่าผู้กำกับจะซาดิสต์ใส่ฉากโหดๆ มาหลายต่อหลายฉาก ยิ่งมีดนตรีประกอบหนังค่อนข้างเร้าอารมณ์ก็ยิ่งทำให้เรายิ่งตื่นเต้นว่าฉากต่อไป ลุงเลียม จะฆ่าใครต่อ แต่ถ้าเห็นลุงเป็นผู้กระทำอยู่ฝ่ายเดียวก็กระไรอยู่ หนังยังแบ่งพาร์ทให้ฝ่ายตัวร้ายได้แสดงความโหดออกมาในช่วงหลังๆ ซึ่งมีการล้างแค้นทับซ้อนกันไปอีก เรียกได้ว่ายิ่งดูยิ่งมันจริงๆ

นอกเหนือไปจากการฆ่าล้างแค้นที่แฝงด้วยความตลกร้ายอย่างมีสไตล์แล้ว ต้องขอชื่นชมในส่วนของโปรดักชั่นงานสร้างที่มีความงดงามเป็นอย่างยิ่ง และเรื่องของโลเคชั่นสถานที่ต่างๆ ที่เห็นแล้วอยากไปสัมผัสด้วยตัวเองเลย รวมไปถึงนักแสดงคนอื่นๆ มีส่วนช่วยชูให้หนังมีเสน่ห์จนอยากตีตั๋วเข้าไปดูอีกรอบ อีกทั้งหนังยังสะท้อนเรื่องราวเกี่ยวกับชนเผ่าอินเดียนแดงผู้เป็นชนพื้นเมืองในทวีปอเมริกาที่ดูแล้วมีความดาร์ก โหดร้าย และเต็มไปด้วยความขมขื่นมากทีเดียว เชื่อว่าแฟนหนังไม่ผิดหวังแน่นอน

ufabet.co

รีวิว City Hunter สายลับคาสโนเวอร์ ถูกสร้างมาจากการ์ตูนญี่ปุ่นชื่อดัง

นับว่าเป็นภาพยนตร์อีกเรื่องที่ถูกสร้างมาจากการ์ตูนญี่ปุ่นชื่อดังมาหลายครั้งหลายเวอร์ชั่น สำหรับ City Hunter ที่ล่าสุดฝรั่งเศสนำมาสร้างใหม่ในชื่อ Nicky Larson et le parfum de Cupidon หรือชื่อไทยที่ว่า สายลับคาสโนเวอร์ งานกำกับจากฝีมือ ฟิลลิเป ลาโชว์ (Philippe Lacheau) ที่นั่งแท่นกำกับและแสดงนำด้วยตัวเอง โดยงานนี้แฟนชาวไทยไม่ต้องห่วงเรื่องภาษา ไม่ต้องอ่านซับ เพราะสหมงคลฟิล์มได้ น้าต๋อย เซมเบ้ และ พันธมิตร มาร่วมให้เสียงพากย์ในครั้งนี้ เชื่อว่าความตลกไม่แพ้ต้นฉบับแน่นอน

City Hunter สายลับคาสโนเวอร์ ว่าด้วยเรื่องราวของ นิกกี ลาร์สัน บอดี้การ์ดขั้นเทพ และเป็นนักสิบเอกชนฝีมือฉมัง เขาได้รับการติดต่อให้รับภารกิจสุดอันตรายในการนำน้ำหอมแห่งคิวปิดกลับคืนมา ว่ากันว่าน้ำหอมนี้จะทำให้ผู้ใช้เกิดความหลงใหลจนถอนตัวไม่ขึ้น งานนี้ไม่ธรรมดาเพราะต้องพบกับศัตรูฝีมือฉกาจจะฮาและเพี้ยนแค่ไหนมาดูกัน

เรียกได้ว่า City Hunter ในเวอร์ชั่นนี้ถือเป็นเวอร์ชั่นคนแสดงที่สนุกมากที่สุดอีกเวอร์ชั่นหนึ่ง เนื่องจากองค์ประกอบหลายๆ อย่างนั้นถือว่ามีความพอเหมาะพอดี โดยเฉพาะในเรื่องของความตลกที่ได้จากการพากย์เสียงของ น้าต๋อย เซมเบ้ และ พันธมิตร ที่มีความลงตัวไม่ได้ล้นเกินไป ทำให้ภาพรวมของหนังออกมาฮาอย่างที่หวัง ถึงแม้ว่าบางมุกมันจะเฉิ่มเชยไปบ้างก็ตาม

อีกหนึ่งอย่างที่เป็นจุดขายของเวอร์ชั่นนี้ก็คือ ฉากแอคชั่นที่หลุดโลกหาได้ยากในหนังเรื่องอื่น กฏฟิสิกส์หรือทางวิทยาศาสตร์พิสูจน์ได้ทั้งหลายไม่สามารถนำมาใช้กับหนังเรื่องนี้ได้ รวมทั้งของสำคัญในเรื่องอย่างน้ำหอมที่เรียกได้ว่าเป็นตัวชูโรงสร้างความเพลิดเพลินได้มากโข เรียกว่าเป็นความบ้าบอที่มาพร้อมความสนุกแบบไม่สนความเป็นจริง เชื่อว่าใครที่อยากคลายเครียดไปดูเรื่องนี้แล้วจะดีขึ้นอย่างแน่นอน

และสิ่งสำคัญหนังยังคงคาแรคเตอร์ของพระเอกผู้เป็นสายลับไว้อย่างดี ค่อนข้างเคารพต้นฉบับ โดยเฉพาะความเจ้าชู้ประตูดินและหื่นฮาแบบจัดเต็ม เว้นเสียแต่รูปลักษณ์ของตัวละครที่ขึ้นอยู่กับชาติพันธุ์ ซึ่งหากมองข้ามประเด็นนี้ไปเชื่อว่าแฟนหนังน่าจะสนุกไปกับเรื่องราวป่วนๆ เหล่านี้ได้เป็นอย่างดี ขอแนะนำว่าอย่าไปคิดอะไรมาก ดูเอาแค่สนุกก็ตอบโจทย์สุดๆ แล้ว

 

ufa24h

รีวิว Doubting Thomas ศรัทธาแห่งรักจากหัวใจ เรื่องราวของคู่รักผิวขาว

นับเป็นหนังดรามานอกกระแสที่ชวนตีตั๋วเข้าไปชมในโรงภาพยนตร์เป็นอย่างยิ่ง สำหรับ Doubting Thomas หรือที่มีชื่อไทยว่า ศรัทธารักจากหัวใจ ฝีมือการกำกับ เขียนบท และแสดงนำโดย วิลล์ แม็กแฟดเดน (Will McFadden) ร่วมด้วยนักแสดงสาว ซาราห์ บัตเลอร์ (Sarah Butler) ซึ่งหนังเรื่องนี้ดัดแปลงมาจากเรื่องจริง

Doubting Thomas ศรัทธารักจากหัวใจ ว่าด้วยเรื่องราวของคู่รักผิวขาวที่อยากมีลูกเพื่อเติมเต็มชีวิตให้สมบูรณ์แบบ แต่มันไม่ได้เป็นไปอย่างที่คิดเมื่อลูกของพวกเขาออกมาเป็นทารกผิวสี แม้จะรักใคร่และเชื่อใจกันมากแค่ไหนหัวใจก็ต้องมีอันสั่นคลอน พวกเขาจึงได้สืบหาความจริงและแก้ปัญหานี้จนนำไปสู่เรื่องราวที่ซับซ้อน

เรียกได้ว่าพล็อตเรื่องก็น่าดูแล้ว เพราะหากว่ากันตามวิทยาศาสตร์แล้วการที่พ่อแม่ที่เป็นคนผิวขาวจะมีลูกเป็นผิวสีนั้นเป็นไปได้น้อยมาก จึงชวนขบคิดเป็นอย่างยิ่งว่าทำไมเด็กคนนี้ถึงต่างจากพ่อแม่ ดังที่เห็นในตัวอย่างชวนให้คิดว่าสุดท้ายแล้วภรรยาเป็นชู้กับเพื่อนสนิทซึ่งเป็นคนผิวสี หรือแท้จริงแล้วเด็กคนนี้เป็นลูกของพวกเขาจริงๆ แต่มีความผิดพลาดทางพันธุกรรมเกิดขึ้น

แน่นอนว่าหนังได้เฉลยปมดังกล่าวไว้อยู่แล้ว ซึ่งกว่าจะเดินทางไปถึงจุดไคล์แม็กซ์ที่ว่านั้น ถือว่าหนังดำเนินเรื่องได้ดี มีความเข้มข้น ดรามาจัดเต็ม ทั้งยังเสนอความเป็นไปได้ต่างๆ ทำให้คนดูอย่างเขวไปหลายยก โดยเฉพาะพฤติกรรมของตัวละครที่ชวนให้คิดหนัก และมีบางช่วงก็มีความเนิบนาบไปบ้าง แต่โดยรวมแล้วน่าจะถูกใจคอหนังดรามามากทีเดียว

ยิ่งการเอาประเด็นความแตกต่างมารวมเข้ากับมิตรภาพของคนทั้งสาม ก็ยิ่งทำให้บิ้วอารมณ์เกิดความขัดแย้งต่อกันมากขึ้น หนังไม่เพียงแค่หยิบยกเอาเรื่องความสัมพันธ์ของคนมาเล่น ทั้งยังมีประเด็นการเหยียดผิวที่มีมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันครอบคลุมทั้งเรื่องเอาไว้ ซึ่งเป็นประเด็นที่อ่อนไหวและค่อนข้างหนักหน่วง

แม้ว่าตอนจบของหนังอาจจะไม่ได้เป็นไปตามสูตรที่หลายคนนิยมกัน แต่ก็ถือว่าเป็นการจบที่สมจริงและอิงความเป็นไปได้มากที่สุดอีกเรื่องหนึ่ง เพราะในที่สุดแล้วหากเกิดเหตุการณ์เหล่านี้ขึ้นกับคนจริงๆ เชื่อว่าคงมีน้อยนักที่ยากจะเรียกความรักและความศรัทธาที่มีต่อกันกลับคืนมาดังเดิมเช่นชื่อหนัง

ufa24hrs

รีวิว Departures จะรักใครอย่าให้หัวใจต้องดีเลย์ เรื่องราวของ แคลวิน

เป็นอีกหนึ่งหนังฟีลกู้ดที่เข้าฉายในบ้านเรา สำหรับ Departures จะรักใครอย่าให้หัวใจต้องดีเลย์ ผลงานการกำกับภาพยนตร์เรื่องที่สามของ ปีเตอร์ ฮัชชิงส (Peter Hutchings) ที่ได้นักแสดงหนุ่มดาวรุ่งพุ่งแรงอย่าง เอซา บัตเตอร์ฟิลด์ (Asa Butterfield) และสาวแกร่ง เมซี วิลเลียมส์ (Maisie Williams) จากซีรีส์ดัง Game of Thrones มาร่วมถ่ายทอดเรื่องราวการเรียนรู้ความหมายของชีวิตผ่านมิตรภาพของทั้งคู่ในครั้งนี้

Departures จะรักใครอย่าให้หัวใจต้องดีเลย์ ว่าด้วยเรื่องราวของ แคลวิน ทำงานเป็นดูแลสัมภาระที่สนามบิน แต่ด้วยความเป็นคนขี้กังวล เขาจึงได้ไปเข้ากลุ่มบำบัดให้กำลังใจผู้ที่มีภาวะเสี่ยงที่จะเสียชีวิต ที่นั่นเขาได้พบกับ สกาย เด็กสาวรุ่นราวคราวเดียวกับเขา ทั้งสองได้สนิทสนมกันและเรียนรู้ถึงชีวิตที่ต้องเผชิญหน้ากับความกลัว

ขณะเดียวกันแคลวินก็ได้ตกหลุมรัก อิซซี แอร์โฮสเตสสาวสุดสวยที่เปลี่ยนมุมมองการมองโลกของเขาไป พบกับเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างคนรักกับเพื่อนรักที่ไม่ว่าทางใดทางหนึ่ง เขาจะได้เรียนรู้ความหมายที่แท้จริงของชีวิต

หากช่วงนี้ต้องการเสพหนังที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต หรือเติมพลังในวันที่เหนื่อยล้า เชื่อว่า Departures ไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน ด้วยแนวหนังที่มีความตลกผสมการผจญภัยและดรามานิดๆ ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในเรื่องนี้ออกมาลงตัวมากๆ ทุกๆ อารมณ์อยู่ในโหมดกำลังดี ทั้งยังได้เรียนรู้และเฝ้ามองมิตรภาพของคนที่เป็นเรื่องอันดีงาม

โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝีไม้ลายมือของเหล่านักแสดงนำ ไม่ว่าจะเป็น เอซา บัตเตอร์ฟิลด์ ที่เราสามารถเชื่อฝีมือเขาได้อยู่แล้ว จากผลงานที่ผ่านมาไม่ว่าจะแนวไหนก็เอาอยู่ การได้มาเห็นเจ้าตัวในลุคนี้ที่ต้องเป็นคนขี้กังวล ขี้กลัว ขี้ขลาด ทำให้เชื่อได้ว่าเป็นคนแบบนั้นจริงๆ

จนได้มาเจอเพื่อนใหม่อย่าง เมซี วิลเลียมส์ ที่หลายคนอาจจะคุ้นกับบทบาทที่เจ้าตัวเล่นในซีรีส์ที่มีความโหดเหี้ยมแต่ก็เจ้าเล่ห์ไปในตัว ซึ่งในเรื่องนี้ยังได้เห็นมุมใหม่ๆ ที่เราไม่เคยได้เห็น เช่น ความร่าเริง ขี้เล่น การมองโลกในแง่ดี ถือว่าเรื่องที่หาดูไม่ได้ง่ายๆ จากผลงานที่ผ่านมา

ด้วยความที่เป็นหนังฟีลกู้ดและมีการเดินเรื่องที่กระชับ ทำให้ไม่น่าเบื่อและอินไปกับเรื่องราวต่างๆ ไปได้ง่าย หลายๆ สิ่ง หลายๆ อย่างในหนังล้วนแล้วแต่มีความใกล้ตัวพอสมควร ทั้งในเรื่องโรคร้ายที่กัดกร่อนชีวิต รวมไปถึงการไม่กล้าออกจากเซฟโซนที่ตัวเองคุ้นเคย หากได้ดูเรื่องนี้จนจบเชื่อว่าจะสามารถจุดประกายอะไรบางอย่างในชีวิตได้ โดยเฉพาะเรื่องเวลา อย่างที่เคยได้ยินมาว่า สายน้ำไม่คอยท่า เวลาไม่คอยใคร อยากทำอะไรก็รีบทำก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป

 

ufabet

รีวิว Berlin, I love you ความรักที่หลากหลายในเมืองเบอร์ลิน

กลับมาอีกครั้งกับภาพยนตร์รักมหานครแห่งรัก สำหรับ Berlin , I love you ที่รวมเอาภาพยนตร์ขนาดสั้น ถ่ายทอดเรื่องราวความรักออกมา 10 ตอน โดยครั้งนี้จะมาถ่ายทอดเรื่องราวในเมืองหลวงแห่งเยอรมันอย่างเมืองเบอร์ลิน ซึ่งงานนี้หนังมีผู้กำกับถึง 11 คนเลยทีเดียว ทั้งยังได้นักแสดงเบอร์ใหญ่มาร่วมงานเพียบ นำโดย เคียรา ไนท์ลีย์ (Keira Knightley), เฮเลน มิร์เรน (Helen Mirren) และ อีวาน รอน (Iwan Rheon)

แน่นอนว่าหากใครเคยได้ชมเรื่องราวความรักที่เป็นโปรเจกต์ใหญ่ถ่ายทำและมีการดำเนินเรื่องในเมืองใหญ่อย่าง Paris, je t’aime (2006) และ New York, I Love You (2008) ซึ่งเป็นโปรเจกต์เดียวกันนี่ก็พอจะทราบดีว่ามันเป็นเรื่องราวความรักที่น่าประทับมากทีเดียว โดยเฉพาะความหลากหลายที่เกิดขึ้นของแต่ละคู่ เรียกได้ว่าเติมเต็มความสุขได้อย่างดี

เช่นเดียวกันกับ Berlin, I love you ที่คราวนี้หนังไปพาสำรวจวิถีชีวิตและความงามของเมืองเบอร์ลินที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุดอีกเมืองหนึ่งในโลก ผ่านความรักหลายรูปแบบ และเรื่องนี้มีความพิเศษมากขึ้นไปอีก เพราะหนังไม่ได้เล่าเรื่องรักระหว่างหนุ่มสาวหรือความพิศวาสที่เกิดขึ้นจากคนสองคนเท่านั้น หนังยังได้เผยเรื่องราวความรัก ความเมตตา ของมนุษย์ที่หาได้มีเรื่องเซ็กส์มาเกี่ยวข้อง

เรียกได้ว่าเรื่องราวความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นในเมืองเบอร์ลินนี้มีครบรสทุกรสชาติ หนึ่งล่ะคือความอิ่มเอมใจจากการเสพเรื่องราวดีๆ ความดรามาในบางตอนก็ทำเอาน้ำตาซึมได้เหมือนกัน แถมหนังยังมีการร้อยเรียงเอาทุกตัวละครม่ารวมฉากกันได้อย่างลื่นไหล

อีกตอนที่ประทับใจสุดๆ คือการเอาเรื่องราวแอคชั่นสุดระทึกมาสร้างสีสัน เสมือนการเผยให้รู้ว่าในทุกๆ สถานที่นั้นใช่ว่าจะมีแต่เรื่องดีๆ เสมอไป ความเสี่ยงกับอันตรายที่ไม่คาดคิดมักจะเกิดขึ้นได้เสมอ เช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นในเบอร์ลิน

เอาเป็นว่าหากใครอยากเสพบรรยากาศการรวมเรื่องราวดีๆ ของคนหลายคู่เข้ามาไว้ด้วยกันอีกครั้งผ่านเมืองใหญ่ที่เคยมีโศกนาฏกรรมสะเทือนโลกมาก่อน และดื่มด่ำไปกับความมหัศจรรย์ของความรัก เชื่อว่าจะไม่ผิดหวังกับ Berlin, I love you แน่นอน

แทง ufabet

รีวิว SisterS กระสือสยาม เรื่องราวของพี่น้องคู่หนึ่ง โมราสาวน้อยวัย 16 ปี

เรื่องย่อ Sisters ว่าด้วยเรื่องราวของพี่น้องคู่หนึ่ง โมราสาวน้อยวัย 16 ปี เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติกับร่างกายของเธอที่ออกอาการจนน่าสงสัยมากขึ้นทุกที เธอกำลังถูก ราตรี นางพญากระสือที่ต้องการร่างกระสือเพื่อให้น้องของเธอสวยขึ้น ดังนั้น วีณา Sisters พี่สาวของโมราก็ต้องออกมาปกป้องน้องสาวของตนเองก่อนที่จะเสียเธอไปตลอดกาล
“วีณ..เค้าเป็นอะไรกันแน่”

การถ่ายทำ
ก็มันไม่สวยอะนะครับ มุมกล้องก็งั้นๆดีบ้างไม่ดีบ้างแล้วรู้สึกว่าหนังคุมโทนสีหนังของตัวเองไม่อยู่ บางฉากสีก็จืดแต่บางฉากสีสดใสซะงั้น แล้ว CG ก็ค่อนข้างแข็งกระด้างและลอยหนักมาก movement ของหน้ากับตัวไม่ค่อยไปด้วยกันแล้วเวลาบินอย่างกับแมงวัน แต่ CG เวลาถอดหัวก็ไม่ได้แย่ก็น่ากลัวๆดี แล้วสิ่งที่แย่ที่สุดน่าจะเป็น Soundtrack ของหนังที่เหมือนจะทำให้เราตกใจแต่มันกลับทำให้เราปวดหูแทน เสียงจะเป็นแนว จี๊ดดดดด เหมือนเอาเหล็กมาขูดกันแล้วใช้เสียงนั้นเป็น Jumpscare แล้วเสียงดังๆครับ คือมันค่อนข้างปวดหูเนอะคิดว่าใช้เป็นเสียงตุ้มๆ ไรอย่างนี้ก็ได้ อยากเตือนไว้เนอะฉากลิฟต์ให้ปิดหูรอเลยถ้าไม่ปิดมีปวดหูแน่ๆ

นักแสดง
นักแสดงนำทั้งสองคนคิดว่า มิวนิคทำได้ดีน่ารักมีเสน่ห์เล่นดีอารมณ์ได้แต่โจโจ้ที่เป็นนักแสดงนำครับ…โจโจ้รู้สึกว่ายังแสดงกระด้างๆแล้วก็พูดติดๆขัดๆไม่เป็นธรรมชาติแล้วก็ไม่ค่อยเชื่อถือว่าเธอจะเป็นนักสู้ปีศาจที่ถูกฝึกมาอย่างยาวนานเท่าไหร่เนื่องจากร่างกายของเธอดูไม่เข้ากับคาเร็กเตอร์เลยร่างกายดูอ่อนแอเกินไปกว่าจะเป็นนักสู้ได้แต่ถ้าบวกลบแล้วก็คิดว่าคนนี้แสดงได้ไม่น่าเกลียดครับเพราะมีซีนอารมณ์ที่เล่นกับลุงคิดว่าซีนนั้นเล่นดีเลยละอารมณ์ส่งถึงแต่รู้สึกว่าซีนอื่นยังกระด้างๆบ้างคิดว่าถ้าแสดงให้คงเส้นคงวาหน่อยก็น่าจะเป็นนักแสดงที่ดีคนหนึ่งเลย แล้วนักแสดงรุ่นใหญ่หลายๆท่านอย่าง หญิง รฐาที่เล่นเป็นนางพญาก็เล่นดีนะแต่บทไม่ค่อยส่งให้เธอได้มีบทบาทอะไรมากเท่าไหร่

ความรู้สึกหลังรับชม
มีความรู้สึกว่าหนังมันไม่ค่อยสนุกครับ ดูการเดินเรื่องอืดๆเนือยๆเรื่อยๆไปแบบไม่ค่อยมีจุดหมายอะไรเท่าไหร่แล้วพล็อตก็ดูไม่ค่อยมีไรกลวงๆโบ๋ๆหนังก็เลยไปเน้นแอคชั่นที่มันดู(ไม่ดี) แล้วรู้สึกว่าหนังทำให้คนดูรู้สึกตรงกันข้ามกับสิ่งที่ต้องเป็นเลยฉากตอนไคลแม็กซ์มันควรลุ้นกลายเป็นว่าผมตลกครับ เพราะมันออกแนวเบอร์ใหญ่มากๆ แล้วฉากกระสือสู้กันก็แบบ…เหมือนอะไรบางอย่างกัดกันอะนะ(ไม่พูดนะกลัวกระทู้บิน)แล้วมันตลกครับ ผมขำก๊ากเลย ฮ่าๆๆ

แต่หนังก็พยายามตีความแบบใหม่ครับแบบกระสือมีนางพญาไรงี้ ซึ่งรู้สึกการตีความกระสือแบบใหม่นี้ไม่ค่อยเวิร์กเท่าไหร่เพราะตอนจบยัง งงๆ กันอยู่เลยว่าเขาจัดอันดับจัดขั้นกระสือกันยังไง แล้วเราไม่ค่อยรู้อะไรเกี่ยวกับตัวนางพญาที่ หญิง รฐา เล่นเลยรู้สึกเธอแบนราบอย่างสิ้นเชิงหนังไม่ค่อยปูอะไรให้เลยไปเน้นกับคู่หลักมากเกินไปโดยไม่แบ่งเวลาให้เธอเลยทั้งที่เธอก็ค่อนข้างเป็นตัวแปรสำคัญของเรื่องนี้เหมือนกัน

ข้อดี
1. มิวนิค กับ นักแสดงรุ่นใหญ่หลายๆท่านทำได้ดี โจโจ้ที่แสดงเป็นพี่ก็ไม่ได้แสดงน่าเกลียดอะไรมาก
2. ความพยายามที่จะนำเสนอกระสือในรูปแบบใหม่
3. หนังสามารถเปลี่ยน Theme จาก Thriller Fantasy ไป Comedy ได้ทันทีเมื่อเริ่มฉากไคลแม็กซ์สร้างความบรรเทิงให้คนดูได้อย่างมาก

ข้อเสีย
1. บทกลวงๆ โบ๋ๆ เหมือนไม่ค่อยมีอะไรจะเล่าเลยไปเน้นแอคชั่น(ที่ตลก)แทน
2. ดราม่าไร้ความบิ้ว ความขยี้
3. ด้านโปรดักชั่นค่อนข้างออกมาไม่ดี สีเพี้ยน CG ลอย Soundtrack บาดหู
4. ไม่ค่อยปูอะไรให้ตัวละครนางพญามากเท่าไหร่ ตัวละครนี้ก็เลยมีความแบนราบไปโดยปริยาย
5. การดำเนินเรื่อง อืด เนือย ไม่ค่อยน่าติดตาม…น่าเบื่อ
6. ไอเดียของหนังค่อนข้างจะดีแต่ไม่สามารถไดเร็กให้น่าสนใจขึ้นมาได้

2.3/10 คะแนน ผมเพิ่มให้ได้แค่นี้จริงๆเพราะมันไม่มีอะไรน่าจดจำเลย(กระทู้ที่บินไปให้ 1.7 คะแนน ถือว่าให้กับความน่ารักของมิวนิคละกันนะ) | ก็…มัน Break down ทุกอย่างจริงๆสิ่งที่ควรจะเป็นกลับตรงข้ามไปหมด แอคชั่นแทนที่จะลุ้นกลายเป็นตลก Jumpscare แทนที่จะตกใจกลายเป็นเสียสุขภาพคนดู และยังมีสิ่งที่ตรงข้ามอีกมากมายถ้าอยากรู้ก็ไปพิสูจน์กันเองในโรงนะครับ

เดิมพัน ufabet