รีวิว The Twilight Saga: Breaking Dawn Part 2 แวมไพร์ กำเนิดลูกสาว เรเนสเม่

เรื่องย่อ เบลล่า (คริสเตน สจ็วต) ได้กลายเป็น แวมไพร์ เต็มตัว พร้อมทั้งให้กำเนิดลูกสาว เรเนสเม่ (แมคเคนซี่ ฟอย) เด็กพันธุ์ผสมที่มีการเติบโตที่รวดเร็ว จนทำให้ ตกเป็นเป้าหมายในการลงทัณฑ์จากกลุ่ม แวมไพร์ ราชวงศ์โวลตูรี่ ในขณะเดียวกัน เจคอบ (เทย์เลอร์ เลาท์เนอร์) หมาป่าเพื่อนรักของเบลล่า ได้อิมปรินท์ผูกจิต กับ เรเนสเม่ และนำฝูงหมาป่าแห่งเมืองฟอร์คสมาร่วมกับกองกำลังของกลุ่มพันธมิตรแวมไพร์แห่งครอบครัวคัลเลน เพื่อทำสู้ในศึกสุดท้ายกับ โวลตูรี่ เพื่อ ปกป้อง เรเนสเม่

เดินทางมาอย่างยาวนาน เริ่มตั้งแต่หนังสือสู่ภาพยนตร์ที่ต้องทำออกมาถึง 5 ภาค เพื่อจบเรื่องราวความรักระหว่างมนุษย์ แวมไพร์ และ มนุษย์หมาป่านี้ลงได้ และต้องย้ำนะว่า “ความรัก” เพราะจริงๆ แล้วตัวนิยาย Twilight คือเรื่องราวที่เล่าผ่านมุมมองของหญิงสาว บูชาความรัก การคาดหวังจะได้เห็นการต่อสู้ดุเดือดเลือดพล่านของทั้งคน แวมไพร์ และ มนุษย์หมาป่า ควรจะเปลี่ยนไปดูซีรีส์อย่าง The Vampire Diary อะไรแบบนั้นนี้กว่า อย่ามาคาดหวังกับภาพยนตร์แฟรนไชส์เรื่องนี้เลย

ส่วนหนึ่งที่แฟนๆ ยังคงหลงรักนิยายชุด Twilight นั่นก็คือการที่ผู้อ่านยอมให้ เบลล่า เป็นตัวแทนของสาววัยรุ่นยุคใหม่ คิดเร็ว ทำเร็ว และที่สำคัญหัวใจเลยแสดงมันออกมาตามความรู้สึกนึกคิดของตัวเอง จุดนี่แหละที่จี๊ดใจ เด็กสาวยุคใหม่ ที่ไม่กล้าก๋ากั๋นเช่นเธอ เพราะมัวแต่เขิลอาย แบบนี้แหละสาวๆ นักอ่าน เลยจะยอมพร้อมใจให้ เบลล่า นำพาพวกเธอไปยังเรื่องราวสนุกๆ ของแวมไพร์เจ้าเสน่ห์กับมนุษย์หมาป่าผู้ซื่อสัตย์ แต่ด้วยการมาเป็นภาพยนตร์จะเจาะกลุ่มสาวๆ อย่างเดียวมากไป ก็คงจะไม่ฮิตเท่าตอนเป็นหนังสือ บทหนังเลยต้องถูกดัดแปลงใหม่ไม่ให้เป็นหนังผู้หญิ้ง ผู้หญิง รวมไปถึงเรื่องเล่าจากมุมมอง เอ็ดเวิร์ด และ เจคอบ ก็ไม่ให้เป็นผู้ช้าย ผู้ชาย สุดท้ายบทก็ตกผลึกออกมาได้เป็น The Twilight Saga ที่มีถึง 5 ภาค

และสำหรับ The Twilight Saga: Breaking Dawn Part 2 เรียกแฟนๆ มาส่งท้ายเพื่อปิดฉาก The Twilight Saga อย่างได้ผล นอกจากจุดดึงดูดหนึ่งก็คือ การต่อสู้ของ แวมไพร์และมนุษย์หมาป่า สิ่งที่ผู้ชมหนุ่มๆ รอมาถึง 5 ภาคก็คือฉากแอคชั่นมันส์หยด ที่ภาคนี้มีมาให้ดูแน่นอน และอีกส่วนหนึ่งก็คือเรื่องราวของเหล่าแวมไพร์จากทั่วทุกมุมโลก

เพราะภาคนี้ ขมเอาแวมไพร์หลากหลายเชื้อชาติทั่วโลกออกมาโชว์ ไม่ว่าจะเป็น แวมไพร์เดนาลี, แวมไพร์อะเมซอน, แวมไพร์อิยิปต์, แวมไพร์โรมาเนีย, แวมไพร์ไอริช แวมไฟร์ญี่ปุ่น รวมไปถึงพวก แวมไพร์เร่ร่อน แต่ละคนจะมีรูปลักษณ์ตามเผ่าพันธุ์จริงๆ และที่เด็ดก็คือบางคนมีพลังพิเศษอีกด้วย ทั้งสร้างกระแสไฟฟ้า ควบคุมดิน น้ำ ลม ไฟ สร้างภาพมายา ฯลฯ และ พวกนี้ต้องประชันกับกลุ่มโวลตูรี่ ที่มีพลังด้านมืดไม่เหมือนใครเช่นกัน ศึกสุดท้ายของเหล่าแวมไพร์เลยจะเต็มไปด้วยความตื่นตา แบบที่ไม่เคยเห็นที่ไหน ขอไม่พูดถึงมนุษย์หมาป่านะ เพราะมีแค่กระโดขย้ำอย่างเดียว

อีกส่วนหนึ่งที่ต้องเล่าให้ฟังก็คือ การผูกวิญญาณ หรือว่า การผูกจิต (imprint) ของ เจคอบ และ เรเนสเม่ ลูกของเบลล่า เผื่อใครจำไม่ได้… เรื่องของเรื่องก็คือ ฝูงหมาป่าจะฆ่าเรเนสเม่ เนื่องจากไม่มั่นใจในตัวลูกผสมที่จะออกมา หนทางเดียวที่เจคอบ จะรักษาลูกสาวของคนรักได้นั่นก็คือ การผูกจิต และเมื่อทั้งสองเป็นคู่ของกันและกัน ฝูงมนุษย์หมาป่าจึงไม่ตามล่าเรเนสเม่ อีกต่อไป ซึ่งเป็นกฏของฝูงที่จะไม่ทำร้ายร่างของคู่ที่ผูกจิต ส่วนฝั่งคุณแม่แวมไพร์ก็แอบโกรธเจคอบ เพราะว่าเจคอบ กับเรเนสเม่ ดูท่าจะแน่นแฟ้นยิ่งกว่าความสัมพันธ์ระหว่างแม่กับลูกหลายเท่าตัว ยังไม่ทันได้เลี้ยงดูก็กลายเป็นของคนอื่นไปซะแล้ว

และอีกประเด็นนึง โดยเฉพาะคนที่ไม่เคยอ่านหนังสือทไวไลท์มาก่อนไม่ค่อยเข้าใจ ก็คือเรื่องของ เด็กอมตะ อันเป็น Key ของภาคนี้ เด็กอมตะคือเด็กน้อยผู้น่าสงสารที่ถูกกัดจนเป็นแวมไพร์ และเมื่อเป็นเด็กที่มีพลังโดยไม่มีความรู้สึกผิดชอบชั่วดีเนื่องจากยังเด็กอยู่ แถมหิวอีกต่างหาก จึงฆ่าผู้คนตามใจ ต่างจาก เรเนสแม่ ที่เกิดจากการผสมพันธุ์ของแวมไพร์ในท้องของมนุษย์ ส่วนเบลล่ามาเป็นแวมไพร์ในตอนคลอด เรเนสเม่ แล้ว ทำให้เคสของ เรเนสแม่ ต่างจาก เด็กอมตะ

หากพูดกันจริงๆ แล้ว Breaking Dawn Part 2 มีการดำเนินเรื่องไม่ต่างจากภาคก่อนๆ เท่าไหร่นัก สิ่งหนึ่งที่ทำให้ภาคนี้ดูตลกก็คือ สเปเชี่ยล เอ็ฟเฟ็กซ์ ที่ถูกเพิ่มเข้ามาอย่างมากมาย ตั้งแต่ฉากล่าสัตว์ของเบลล่า ที่ต้องวิ่งเร็วๆ และห้อยโหนโจนทะยาน ฉากต่อสู้กลางหิมะฯ ที่ยังไม่เนียน แต่ฉากที่ไม่น่าให้อภัยมากที่สุดก็คือ เรเนสเม่ตอนเด็ก ที่ถูกทำด้วย CG ซึ่งผลที่ออกมาผ่านหน้าจอก็คือ เรเนสเม่ เป็นเด็กที่น่ากลัวมาก หน้าตาซีดเซียว

ufa24hrs

The Twilight Saga: Breaking Dawn Part 1 การแต่งงานของ เบลล่า

The Twilight Saga: Breaking Dawn ย้อนกลับไปตอนที่เอ็ดเวิร์ด และเบลล่ามาขออนุญาตชาร์ลีแต่งงานกัน ตอนนั้นเบลล่ารู้สึกถึงความหนักอึ้งของแหวนหมั้นที่นิ้ว วิตกกังวลไปหมดว่าจะพูดยังงไง ทั้งสองคนรอการกลับมาบ้านของชาร์ลีอย่างใจจดใจจ่อ Breaking Dawn จนกระทั่งชาร์ลีกลับมาถึงเห็นทั้งสองคนนั่งด้วยกันแบบมีพิรุจก็ชักเอะใจ พอเบลล่ากับเอ็ดเวิร์ดขอคุยด้วยก็ชักซีเรียสขึ้นมา และยิ่งเมื่อทั้งสองคนมานั่งต่อหน้าหลังจากเอ็ดเวิร์ดบอกว่ามีข่าวดีจะบอก ชาร์ลีก็เริ่มคิดไปเองและโพล่งออกมาว่า “เบลล่าท้องหรือ” ได้ยินดังนั้นเบลล่าก็รีบปฏิเสธ จนในที่สุดเอ็ดเวิร์ดตัดสินใจเป็นฝ่ายบอกเสียเองว่าเขาได้ขอเบลล่าแต่งงาน และเธอก็ตกลง และก็ขอโทษที่เขาไม่ได้ขอชาร์ลีก่อนตามธรรมเนียม ดังนั้นพวกเขาอย่างจะขอคำอวยพรจากชาร์ลีสำหรับการแต่งงานครั้งนี้   พอ ได้ฟังดังนั้นชาร์ลีก็ถึงกับอึ้งไปชั่วขณะจนหน้าเปลี่ยนสีไปมา แต่พอตั้งสติได้ก็เป็นฝ่ายถามว่าทำไมถึงรีบร้อนกันนัก เอ็ดเวิร์ดเลยอ้างเรื่องที่ว่าพวกเขาทั้งสองคนต้องไปเรียนมหาวิทยาลัยด้วย กัน (ประหนึ่งว่าออกไปอยู่ด้วยกันจริงๆแล้วนะ) ก็เลยอยากทำอะไรๆให้มันถูกต้องเสียก่อน ชาร์ลีก็นิ่งคิดหาวิธีตั้งรับก่อนจะหัวเราะและบอกว่าคิดแล้วว่าสักวันเรื่อง นี้มันต้องมาถึง แต่งงาน โอเค แต่ง แต่ว่าเบลล่าจะต้องเป็นคนบอกแม่เอง ประมาณว่าชาร์ลีคิดว่านี่เป็นไม้ตายแล้วเชียว ก็เพราะเรเน่เคยแต่งงานกับชาร์ลีเมื่อครั้งยังเด็กมากๆ และก็ผิดหวัง หย่าร้างกันมาแล้ว เลยค่อนข้างจะแอนตี้เรื่องการแต่งงานเมื่ออายุน้อยอยู่มาก แต่กลับผิดคาด เมื่อเรเน่เองกลับบอกว่า แม่รออยู่แล้ว เพราะแม่รู้ตั้งแต่ครั้งที่เบลล่ามาหาครั้งที่แล้ว และเรเน่ก็อนุญาต

                หลัง จากคืนวันก่อนแต่งงานที่เอ็ดเวิร์ดมาหาเบลล่า ทั้งสองคนก็ไม่ได้พบกันอีกตามธรรมเนียมที่เจ้าบ่าว-เจ้าสาวห้ามเจอกันก่อน แต่งงาน เช้าวันแต่งอลิซมารับเบลล่าไปบ้านคัลเลน แล้วจัการแต่งองค์ทรงเครื่องให้

เบลล่ารู้สึกตื่นเต้นมากๆ พาลเอาหูตาลายหายใจไม่ออก ไม่มีแรง จนพ่อและอลิซต้องยืนขนาบข้าง และให้กำลังใจว่าเอ็ดเวิร์ดรออยู่ข้างล่าง ทั่วทั้งบ้านถูกเนรมิตให้งดงามสมกับเป็นสถานที่แต่งงานด้วยดอกไม้และริบบิ้น มากมาย เบลล่าพยายามมองหาคนที่ใจคิดถึงจนในที่สุดก็พบกับเอ็ดเวิร์ดที่สุดทางเดิน สู่พิธี และไม่อาจละสายตาจากเขาไปได้ เบลล่ามึนงงอีกครั้งด้วยรอยยิ้มละลายใจของเจ้าบ่าวตัวเอง ทั้งสองกล่าวตอบรับคำปฏิญาณที่ถูกขอให้บาทหลวงปรับเปลี่ยนให้นิดหน่อยจาก “จวบจนความตายจะมาพรากเราจากกัน” เป็น “ตราบนานเท่าที่เรายังมีชีวิตอยู่ด้วยกัน” และจูบกันปิดท้าย คราวนี้ เบลล่าจูบแล้วเคลิ้มไม่ สนใจคนรอบข้าง แบบว่าจูบกันซะนาน จนเอ็ดเวิร์ดเป็นคนที่มีสติและหยุดการจูบลงซะก่อน ผู้ร่วมงานเลยได้โอกาสปรบมือเสียที

พอ งานเลี้ยงกลางคืนก็มีการให้เจ้าบ่าวก้มลงถอดสายรั้งถุงน่องของเจ้าสาวด้วย เต้นรำเปิดฟลอร์ แล้วก็เต้นกับแทบทุกคนที่รู้จัก และรับคำอวยพรจากทุกคน นอกจากนั้นก็ตัดเค้กแจกจ่าย และเอ็ดเวิร์ดเองก็มีของขวัญสุดพิเศษมอบให้เบลล่า ของขวัญชิ้นนั้นคือ เจคอบ!!!

เอ็ดเวิร์ดเปิดโอกาสให้เจคอบและเบลล่าได้อยู่กันตามลำพังในมุมหนึ่งของสวน เบลล่าก็ แสดงความห่วงใย.และเบลล่าก็ได้พลั้งปากไปว่าจะไปฮันนีมูนกับเอ็ดเวิร์ดแบบเป็นการมีอะไรกัน เจคอบได้ยินก็เลือดขึ้นหน้า หาว่าเบลล่าบ้าไปแล้วหรือไง แล้วเขย่าตัวเบลล่า เอ็ดเวิร์ดก็มาทันที มาบอกให้ปล่อยเบลล่า จนเกือบจะมีเรื่องกัน แต่ ทุกอย่างก็กลับเป็นปกติอีกครั้ง และเอ็ดเวิร์ดก็ยังคงใจดีเหมือนเดิม คิดจะเปิดโอกาสให้เบลล่าอีก แต่เบลล่าก็ยืนยันว่าไม่เป็นไร และเก็บกักความรู้สึกต่อเจคอบไว้ภายใน ทั้งสองกลับไปร่วมงานต่อ จนเมื่อถึงเวลาอลิซก็มาจัดแจงให้ทั้งสองคนไปฮันนีมูนในสถานที่ที่ไม่มีใคร ยอมบอกเบลล่าว่าเป็นที่ไหน

ใน ที่สุดทั้งสองคนก็มาถึงเกาะแห่งหนึ่ง -Isle Esme( ชื่อแม่เอ็ดเวิร์ด)เป็นเกาะส่วนตัว เกาะนี้อยู่ในเขตร้อน กลางเกาะมีบ้านหลังใหญ่  เอ็ดเวิร์ดเรียกเบลล่าว่า “คุณนายคัลเลน”  เบลล่าถึงกับสะดุ้ง (ยังไม่คุ้นชิน) เอ็ดเวิร์ดถามเบลล่าว่าอยากไปว่ายน้ำตอนดึกอย่างนี้กับเขามั้ย อากาศร้อนที่นี่ทำให้ตอนกลางคืนน้ำอุ่นดี ว่าแล้วเอ็ดเวิร์ดก็ให้เวลาเบลล่าตัดสินใจเอง ส่วนตัวเขาถอดเสื้อทิ้งไว้ที่พื้น แล้วเดินออกไปที่ชายหาด เบลล่า รู้ ไม่รู้จะตัดสินใจทำอะไรดี เลยตัดสินใจอาบน้ำคลายเครียดเสียก่อน พอไปเปิดกระเป๋าก็เจอแต่เสื้อผ้าแบบเซ็กซี่ (อลิซจัดให้ ) พออาบน้ำไปก็คิดไปจะเอาไงดี ถึงขั้นนั่งคิดในห้องน้ำอยู่นาน จนตัดสินใจเดินออกไปที่ชายหาดพร้อมผ้าเช็คตัวผืนเดียวเบลล่าก็กลั้นใจถอดผ้าเช็ดตัว ค่อยๆย่องลงน้ำไปหาเอ็ดเวิร์ด จนได้มีอะไรกันในที่สุด

รุ่ง เช้าเบลล่าตื่นมาอย่างมีความสุขต่างกับเอ็ดเวิร์ดที่รู้สึกผิด เนื่องด้วยตามเนื้อตัวของเบลล่าเต็มไปด้วยรอยเขียวช้ำ เบลล่ายืนยันว่าไม่ใช่อย่างนั้น-เธอสบายดี แต่เอ็ดเวิร์ดก็ยังคงรู้สึกผิดอยู่ดี และบอกว่าจากนี้เขาจะไม่มีอะไรๆกับเบลล่าอีกจนกว่าเธอจะเปลี่ยนเป็นแวมไพร์เสียก่อน เบลล่าพยายามหลายต่อหลายวิธีที่จะทำให้เอ็ดเวิร์ดเปลี่ยนใจ แต่ก็ไม่เป็นผล ในขณะเดียวกันเอ็ดเวิร์ดก็พยายามหักเหความสนใจของเบลล่าโดยพาออกไปทำกิจกรรม กลางแจ้งทุกวันจนเบลล่ากลับมาแล้วเหนื่อยอ่อนหลับคาโต๊ะกินข้าวแทบทุกวัน ในระหว่างนั้นเบลล่าก็ฝันร้ายซ้ำไปซ้ำมาถี่ขึ้น – ฝันถึงโวลตูรี ฝันว่าพวกนั้นจะฆ่าเด็กน้อยดวงตาสีเขียวสดใส เด็กน้อยแวมไพร์ที่นั่งอยู่บนกองซากศพของคนที่เบลล่ารู้จัก ทั้งเพื่อนฝูงและครอบครัว จนในที่สุดในวันหนึ่งที่เบลล่าฝันอีกครั้ง เบลล่าตื่นขึ้นมาด้วยน้ำตา เอ็ดเวิร์ดตกใจมากและต้องการให้เบลล่าเล่าให้ฟัง แต่ดันยังไม่ทันได้เล่าเบลล่าก็พาเอ็ดเวิร์ดเข้าสู่โหมดเกินหักห้ามใจ และในที่สุดเบลล่าก็ได้ในสิ่งที่ต้องการ.

จาก นั้นทั้งสองคนก็เริ่มเรียนรู้การอยู่ร่วมกันอย่างปลอดภัย (เอ็ดเวิร์ดป่อยพลังส่วนเกินไปยังส่วนต่างๆของเตียงจนพังไปหมด)และเมื่อคิดถึงความฝันในครั้งนั้น การที่เบลล่าร้องไห้ไม่ใช่เพราะมันเป็นฝันร้าย แต่สำหรับเธอมันคือฝันดี – เบลล่าพร้อมจะปกป้องเด็กน้อยคนนั้น โดยไม่หันหลังให้เหมือนทุกครั้ง และในคืนหนึ่ง เบลล่าที่ช่วงนี้เริ่มเหนื่อยง่าย และนอนหลับมากขึ้น ตื่นมาในยามดึก และพบว่าเอ็ดเวิร์ดออกไปล่า เบลล่ารู้สึกร้อนจนนอนต่อไม่ได้ จึงตัดสินใจมาอบไก่กิน กินแล้วก็รู้สึกว่ารสชาติมันแปลก ลองชิมหลายคำก็ไม่อร่อยจึงเททิ้งทั้งตัว แล้วมาทิ้งตัวนอนในโซฟาในห้องดูทีวี โดยเปิดหน้าต่างเอาไว้ จนในที่สุดแสงแดดก็ส่องมาที่ตัว เบลล่าค่อยๆรู้สึกตัว แต่ความจริงแล้วสิ่งที่ทำให้ทำตื่นก็คือสัมผัสเย็นๆจากตัวเอ็ดเวิร์ดต่างหาก เอ็ดเวิร์ดขอโทษที่ทิ้งไปปล่อยให้เบลล่านอนร้อนๆอย่างนี้ คราวหน้าก่อนจะออกล่าอีกคงต้องติดแอร์เสียแล้ว แต่เบลล่ารู้สึกพะอืดพะอมจึงขอตัวไปอาเจียน เล่นเอาเอ็ดเวิร์ดตกใจ แต่เบลล่าก็บอกว่าอาหารคงเป็นพิษ

จาก นั้นเอ็ดเวิร์ดก็หาอะไรให้เบลล่ากินและมาดูทีวีกัน เบลล่าผล็อยหลับไป ตื่นมาอีกทีก็มีอาการเดิมอีก เอ็ดเวิร์ดเลยชวนไปหาหมอ แต่เบลล่าไม่ไป แล้วไปค้นหายาในกระเป๋า แต่สิ่งที่ปะทะสายตากลับทำให้เบลล่าต้องหยุดคิด เอ็ดเวิร์ดที่เมียงมองอยู่ถามว่ามีอะไรผิดปกติหรือเปล่า เบลล่าจึงถามกลับไปว่าเรามาฮันนีมูนที่นี่กี่วันแล้ว คำตอบที่ได้มาคือ 17 วัน นั่นเองที่ทำให้เบลล่าคิดได้ว่าเธอไม่น่าจะเจอกับอาการอาหารเป็นพิษแล้วล่ะ เมื่อเอ็ดเวิร์ดถามว่าเกิดอะไรขึ้น เบลล่าจึงบอกว่า เธอคิดว่าเธอท้องแล้ว และนั่นเองที่นำมาซึ่งความช็อคของทั้งสองฝ่าย

เอ็ด เวิร์ดนิ่งค้าง ขณะที่เบลล่าคิดหาความเป็นไปได้ และในตอนนั้นเองที่โทรศัพท์มือถือของเอ็ดเวิร์ดดังขึ้น แต่เอ็ดเวิดยังคงนั่งในท่าเดิม จนในที่สุดเบลล่าก็รวบรวมเรี่ยวแรงไปควานหาโทรศัพท์ในตัวเอ็ดเวิร์ด และพบว่าอลิซโทรมา เบลล่าขอคุยกับคาไลส์ ซึ่งได้ข้อสรุปว่าเธอน่าจะท้องจริงๆ ในที่สุดเอ็ดเวิร์ดก็ค่อยๆดึงสติกลับมาได้ เขาขอพูดกับผู้เป็นพ่อด้วยความเคร่งเครียด และในที่สุดก็วางหูและบอกเบลล่าว่าเราต้องกลับบ้านกันแล้วล่ะ ไม่ต้องกลัวนะ คาไลส์จะจัดการกับสิ่งนั้นเอง ว่าแล้วเอ็ดเวิร์ดก็รีบร้อนเก็บข้าวของอย่างบ้าคลั่ง พร้อมโทรศัพท์จองเที่ยวบินด่วน

ณ ตอนนั้นเองที่เบลล่าคิดได้ว่าเด็กในท้องคงไม่ปลอดภัยเสียแล้ว ภายในท้องนี้เป็นลูกของเธอกับคนที่เธอรัก เหตุใดเธอจะต้องยอมสูญเสียเขาไป ก่อนกลับแม่บ้านที่ดูเหมือนจะรู้ว่าเอ็ดเวิร์ดไม่ใช่มนุษย์ได้มาที่บ้าน และโต้เถียงบางอย่างกับเอ็ดเวิร์ดด้วยภาษาที่เบลล่าไม่สามารถเข้าใจได้ แต่ดูจากสีหน้าแล้วเอ็ดเวิร์ดคงเจ็บปวดอยู่ไม่น้อย เมื่อแม่บ้านกลับไป เอ็ดเวิร์ดก็เก็บของไปลงเรือ และในขณะนั้นเองเบลล่าก็เห็นโทรศัพท์มือถือที่เอ็ดเวิร์ดวางทิ้งไว้ เธอจึงอาศัยจังหวะนั้นตัดสินใจกดเบอร์ๆหนึ่งซึ่งเธอไม่เคยโทรหามาก่อน  “โรซาลี นี่เบลล่านะ ขอร้องล่ะ เธอต้องช่วยฉันนะ”

          หลังจากเบลล่าพบว่าเธอตั้งท้องและอัตราการเติบโตของเด็กรวดเร็วผิดปกติ หลังจากติดต่อกับคาร์ไลล์เพื่อยืนยันว่าเธอท้อง เบลล่าและเอ็ดเวิร์ดได้รีบกลับบ้านที่ฟอร์กส วอชิงตันโดย ทันที เอ็ดเวิร์ดกังวลมากเกี่ยวกับการเติบโตอย่างรวดเร็วของตัวอ่อนในครรภ์และต้อง การให้เบลล่าทำแท้ง แต่เธอต้องการเก็บเด็กไว้และได้ติดต่อโรซาลีเพื่อให้เธอสนับสนุนเพราะรู้ว่า โรซาลีนั้นต้องการมีลูกเหมือนกัน

เจคอบ หลังจากที่รู้ว่าเบลล่าท้องฝูงหมาป่าแห่งควิลยูตไม่รู้ว่าจะมีอันตรายแค่ไหนจึงวางแผนที่จะทำลายมันแม้ว่ามันจะหมายถึงการฆ่าเบลล่าไปด้วยก็ตามเจคอบได้คัดค้านการตัดสินใจนี้อย่างรุนแรงและได้แยกตัวออกจากฝูงและได้สร้างฝูงของเขาเองโดยมีลีอาห์และเซ็ทเป็นลูกฝูงขณะที่ใกล้กำหนดคลอดเด็กได้หักกระดูกเบลล่าไปหลายท่อนและยังเสียเลือดไปมากในระหว่างคลอด เพื่อรักษาชีวิตเธอไว้ทำให้เอ็ดเวิร์ดต้องเปลี่ยนเธอเป็นแวมไพร์เจคอบซึ่งได้อยู่ด้วยในขณะคลอดได้ผูกวิญญาณกับลูกสาวแรกเกิดของเอ็ดเวิร์ดและเบลล่า เรเนสเม่

เบลล่าหลังจากกลายเป็นแวมไพร์ เบลล่าได้พอใจในชีวิตและความสามารถใหม่ของเธอมากอย่างไรก็ตาม แวมไพร์อิริน่าได่เข้าใจผิดว่าเรเนสเม่เป็น เด็กอมตะเด็กที่ถูกเปลี่ยนเป็นแวมไพร์และเนื่องจากเด็กอมตะไม่สามารถควบคุมได้ทำให้การสร้างเด็กอมตะเป็นเรื่องผิดกฎของโวลตูรี หลังจากอิริน่าได้แจ้งโวตูรีพวกเขามีแผนที่จะทำลายเรเนสเม่และครอบครัวคัลเลน ในความพยายามช่วยชีวิตเรเนสเม่ครอบครัวคัลเลนได้รวบรวมแวมไพร์ทั่วโลกเพื่อมาเป็นพยานและพิสูจน์กับพวกโวตูลีว่าเรเนสเม่ไม่ใช่เด็กอมตะ เมื่อเผชิญหน้ากับครอบครัวคัลเลนและพันธมิตรโวตูลีพบว่าเป็นการเข้าใจผิดและได้ลงโทษอิริน่าจากความผิดนั้นแต่พวกเขาก็ยังไม่แน่ใจว่าเรเนสเม่จะเป็นภัยคุกคามกับการรักษาความลับในเรื่องการคงอยู่ของแวมไพร์หรือไม่ ในเวลานั้นอลิซและแจสเปอร์ที่จากไปก่อนการเผชิญหน้าได้กลับมาพร้อมนาฮูลลูกครึ่งแวมไพร์-มนุษย์อายุ 150 ปีเหมือนกับเรเนสเม่ เขาช่วยคลายข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องนี้และชี้แจงว่าพวกลูกครึ่งนั้นไม่เป็น ภัยคุกคาม โวตูลีจึงจากไป เบลล่า,เอ็ดเวิร์ด และเรเนสเม่ได้กลับบ้านและอาศัยอยู่ด้วยความสงบสุข

ufabet

รีวิว The Twilight eclipse ภาค3 เริ่มเรื่องด้วยความสัมพันธ์ระหว่างเจคอบกับเบลล่า

The Twilight eclipse ภาค3 เริ่มเรื่องด้วยความสัมพันธ์ระหว่างเจคอบกับเบลล่า ที่ครานี้เบลล่าไม่ยอมสนใจใครนอกจากเอ็ดเวิร์ดจนชาร์ลีต้องออกปากให้เบลล่าหาความพอดีในการคบเพือนให้กับตัวเองในที่สุดเบลล่ากับเจคอบก็กลับมาพูดคุยกันอีกครั้ง eclipse คราวนี้เบลล่าได้พูดคุยกับเจคอบถึงเรื่องแซมและเอมิลี่ว่ารักกันได้อย่างไร เจคอบก็ได้เล่าเรื่องราวให้เบลล่าฟัง และทำให้เบลล่าได้เข้าใจถึงการ imprinting ซึ่งก็คล้ายกับรักแรกพบ แต่มันดูเหมือนจะรุนแรงและลึกซึ้งกว่า แต่เจคอบก็ปฏิเสธว่าไม่ได้รู้สึกเช่นนั้นกับใคร (เล่มนี้เล่นเอาลุ้นหลายรอบเหมือนกัน) ในขณะเดียวกันทางด้านแวมไพร์และมนุษย์หมาป่าก็ต่างพากันสอดส่องดูแลเบลล่าเป็นอย่างดี แต่จนแล้วจนรอดก็ยังมีใครบางคนที่เข้าไปห้องเบลล่า และขโมยเอาเสื้อผ้าของเบลล่าไป ตัวเบลล่าเองก็กลัวว่าจะเป็นวิคตอเรีย หรือไม่ก็โวลตูรี เบลล่าจึงรีบเร่งอยากจะเปลี่ยนเป็นแวมไพร์มากขึ้น แต่เอ็ดเวิร์ดก็ยังยึดเงื่อนไขเดิม คือ เบลล่าต้องแต่งงานกับเขาก่อน แต่ก็ได้กำหนดวันที่จะเปลี่ยนแปลงเบลล่าไว้หลังจบการศึกษาในปีนี้

ซึ่งเขาและเบลล่าจะได้ทำเป็นว่าไปเรียนต่อในที่ห่างไกล เช่น อลาสก้า เพื่อเป็นการกันเบลล่าออกจากผู้คน คือแวมไพร์ใหม่อาจจะยังควบคุมตัวเองไม่ได้ดี และเขาและเบลล่าจะไม่มีการแก่ขึ้นอีกแล้ว ในกรณีนี้ต้องตัดขาดจากคนที่คุ้นเคย เอ็ดเวิร์ดจึงต้องการผัดผ่อนเวลาเพื่อให้เบลล่ามีเวลาตรึกตรองนานขึ้น)ทางด้านซีแอทเทิลก็มีการเปลี่ยนแปลง เกิดมีการฆาตกรรมขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากข้อมูลที่ได้รับทางครอบครัวคัลเลนก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นฝีมือของแวมไพร์กำเนิดใหม่ พวกเขาจึงต้องหาทางยับยั้ง และคราวนี้ก็ดูเหมือนจะมีปัญหามากมายประเดประดังเข้ามา ทั้งวิคตอเรีย โวลตูรี และแวมไพร์ตัวปัญหากลุ่มใหม่ ซึ่งไม่รู้ว่าศัตรูที่แท้จริงแล้วมาจากทิศทาไหนกันแน่ อลิซที่เคยมองเห็นอนาคตล่วงหน้าก็ไม่สามารถบอกได้ว่าเหตุการณ์จะเป็นอย่างไร เนื่องด้วยศัตรูในครั้งนี้รู้จุดอ่อนในการมองเห็นของอลิซ ว่าสิ่งที่เห็นจะต้องเป็นสิ่งที่ตัดสินใจจะทำแล้วเท่านั้นทางด้านเบลล่าและเจคอบ ความผูกพันของทั้งคู่ดูคลุมเครือมาตลอด จนในที่สุดเจคอบก็เปิดเผยความในใจ เขาบอกรักเบลล่า และจูบเบลล่า เบลล่าก็อัดเข้าให้แต่คนที่เจ็บกลับเป็นตัวเบลล่าเอง เอ็ดเวิร์ดก็เป็นผู้พาไปรักษากับพ่อของเขา ในวันนั้นเจคอบก็พูดจุดประกายความรู้สึกในส่วนลึกของเบลล่าว่าจะต้องคิดถึงคำที่เขาพูด คิดถึงจูบในครั้งนี้ เพราะเบลล่าไม่รู้หัวใจตัวเองดีพอในที่สุดพิธีจบการศึกษาก็มาถึง คราวนี้เองที่เบลล่าเริ่มรู้สึกกลัวกับการเปลี่ยนตัวเองเป็นแวมไพร์ ประมาณว่าเริ่มสับสนในตัวเอง หลังพิธีที่โรงเรียนก็มีงานเลี้ยงใหญ่ที่บ้านของครอบครัวคัลเลนภายใต้การเนรมิตของอลิซ งานเลี้ยงก็ดำเนินไปเรื่อยๆ จนกระทั่งแขกที่ครอบครัวแวมไพร์ไม่ได้เชิญก็มาเยือน … เจคอบและเพื่อนสนิททั้งสองมา เบลล่าจึงจำต้องต้อนรับด้วยท่าทีไม่ค่อยจะเต็มใจ เจคอบให้ของขวัญเบลล่าเป็นกำไลที่ตั้งใจทำมาให้ เบลล่ารับไว้อย่างซึ้งใจ ในขณะนั้นเองอลิซก็นิมิตได้ถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น … การมาเยือนของเหล่าแวมไพร์กำเนิดใหม่ ซึ่งสอดคล้องกันดีกับความคิดของเบลล่าก่อนหน้านี้ที่เชื่อมโยงระหว่างใครสักคนที่มาค้นห้องของเธอเพื่อนำเสื้อผ้าที่มีกลิ่นของเธอไป และสร้างเหล่านักรบแวมไพร์ของตนเอง

ซึ่งใครคนนั้นน่าจะเป็นวิคตอเรีย เจคอบได้ร่วมฟังเรื่องราวต่างๆและเห็นดีที่จะร่วมมือกันกำจัดศัตรู … การฝึกฝนเพื่อเตรียมตัวรับมือกับแวมไพร์ใหม่จึงเริ่มขึ้นแผนการต่างๆ ถูกวางไว้อย่างรัดกุม เบลล่าจะมาอยู่กับครอบครัวคัลเลน ขณะที่ชาร์ลีจะไปใช้เวลาสุดสัปดาห์ที่ลาพุชกับบิลลี่ เบลล่าอ้อนวอนไม่ให้เอ็ดเวิร์ดไปสู้ร่วมกับทุกคน ซึ่งนั่นดูเป็นเรื่องที่เห็นแก่ตัวอย่างถึงที่สุด แต่อย่างไรเสียเอ็ดเวิร์ดก็ยินยอมทำตาม ดังนั้นช่วงเวลาดังกล่าวเอ็ดเวิร์ดจึงได้อยู่กับเบลล่าตามลำพัง และในตอนนี้เองที่เบลล่าพยายามจะมอบกายให้เอ็ดเวิร์ด แต่ก็ไม่สำเร็จ เพราะเอ็ดเวิร์ดหักห้ามไว้ ในคืนนั้นเองเอ็ดเวิร์ดก็ได้ให้ของขวัญกับเบลล่าเป็นจี้รูปหัวใจ และได้ขอเบลล่าแต่งงาน พร้อมสวมแหวนให้ และในวันรุ่งขึ้นทุกอย่างก็ต้องดำเนินไปตามแผนเอ็ดเวิร์ดจะไปตั้งเต้นท์อยู่กับเบลล่าโดยจะให้เจคอบเป็นผู้พาไปเพื่อกลบกลิ่นของเบลล่า ในคืนที่มาหิมะตก พายุโหมกระหน่ำ เบลล่าหนาวสั่น แต่เอ็ดเวิร์ดก็ช่วยอะไรไม่ได้ เพราะยิ่งใกล้เบลล่าก็จะยิ่งหนาว จึงทำได้เพียงแค่มอง และคิดจะถอยออกห่าง แต่เบลล่าก็ไม่ต้องการให้เอ็ดเวิร์ดออกไปจากเต้นท์ในคืนนั้นเจคอบที่ยังคอยวนเวียนอยู่ข้างนอกก็ได้เสนอการช่วยเหลือโดยใช้ร่างกายของเขาให้ไออุ่นกับเบลล่า คืนนั้นเอ็ดเวิร์ดก็ได้คุยกับเจคอบในหลายๆเรื่อง และได้บอกเจคอบว่า เขายินดีหากเบลล่าจะเลือกใครที่ทำให้เบลล่ามีความสุขรุ่งเช้าเกือบเกิดการต่อสู้เล็กๆ เมื่อเอ็ดเวิร์ดพยายามเอาเบลล่าออกจากอ้อมแขนของเจคอบ แต่ทุกอย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดี เอ็ดเวิร์ดและเบลล่าฆ่าเวลาด้วยการทายถึงช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิตของเอ็ดเวิร์ด และหนึ่งในนั้นก็เป็นช่วงเวลาที่เบลล่าตกลงรับปากแต่งงานกับเขา การพูดคุยของทั้งคู่ได้ยินถึงเจคอบที่อยู่ข้างนอก เจคอบร่ำร้องด้วยความเสียใจและหนีไป

เบลล่าได้ยินก็สติแตกจะออกไปตาม เอ็ดเวิร์ดจึงตัดสินใจเป็นผู้ไปตามเจคอบกลับมาเองเจคอบตามเอ็ดเวิร์ดกลับมา เบลล่าร่ำร้องไม่ให้เจคอบไป แต่เจคอบไม่ฟัง เบลล่าเสียใจมาก เธอเสนอให้เจคอบจูบเธอ ถ้าแลกได้กับการที่เขาจะไม่จากไป เจคอบจูบเบลล่าเนิ่นนานมาก ในขณะนั้นเธอก็คิดไปด้วย ในที่สุดเบลล่าก็จูบตอบ และได้รู้ว่าใจของเธอองก็รักเจคอบเช่นเดียวกัน เจคอบดีใจที่เบลล่ารับรู้หัวใจตัวเอง แต่เขาก็ยืนยันที่จะไปเบลล่าอยู่กับเอ็ดเวิร์ดในเต้นท์ แต่เอ็ดเวิร์ดก็ไม่มีทีท่าจะโกรธเธอทั้งๆที่เขาเองก็รู้ทุกอย่าง จึงทำให้เบลล่ายิ่งรู้สึกผิด การต่อสู้เริ่มขึ้น และในขณะเดียวกันความผิดปกติก็เกิดขึ้น วิคตอเรียและ riley ปรากฏตัวออกมา เอ็ดเวร์ดจึงได้รู้ว่าตัวเองคิดผิด วิคตอเรียตามกลิ่นเขา เพราะรู้ว่าเบลล่าจะต้องอยู่ข้างกายของเขา การต่อสู้จึงเริ่มขึ้น ในที่สุดเอ็ดเวิร์ดและเซ็ทก็เป็นฝ่ายชนะ ขณะเดียวกันการต่อสู้ของกลุ่มที่เหลือที่ดูท่าว่าจะเรียบร้อยก็เกิดความผิดพลาดขึ้น… เจคอบได้รับบาดเจ็บท้ายที่สุดของการต่อสู้ เจน สมาชิกจากโวลตูรีเดินทางมาเก็บกวาดความเรียบร้อย และพูดให้คิดว่าทำไมเบลล่ายังไม่เปลี่ยนเป็นแวมไพร์อีก แต่อลิซก็ได้พูดทัดทานไว้เบลล่าไม่มีจิตใจทำอะไรด้วยห่วงเจคอบ ในที่สุดเบลล่าก็ได้ไปพบเจคอบ และได้พูดคุยทำความเข้าใจกัน เจคอบยอมรับความพ่ายแพ้ และบอกว่าเขาจะดีขึ้นในสักวัน เบลล่าตกลงจะจัดงานแต่งงานกับเอ็ดเวิร์ด โดยมีอลิซเป็นแม่งานการ์ดเชิญถูกส่งไปยังบ้านของเจคอบ พร้อมจดหมายขอบคุณจากเอ็ดเวิร์ด เจคอบที่ยังคงทำใจไม่ได้อ่านจดหมายแล้วแปลงร่างเป็นหมาป่าวิ่งไปเรื่อยๆ อย่าเต็มกำลัง

แทง ufabet

รีวิว Twilight New Moon นวจันทราภาค 2 เริ่มต้นจากฝันร้ายของเบลล่า

Twilight นวจันทราภาค 2 New Moon เริ่มต้นจากฝันร้ายของเบลล่าเรื่องความกลัว..แก่..ของเธอ เนื่องจากเอ็ดเวิร์ดยังคงยึดมั่นที่จะไม่ยอมเปลี่ยนเบลล่าให้กลายเป็นแวมไพร์ วันนี้คือวันเกิดของเบลล่า เธออายุ 18 ปีเต็มและ..แก่.. (อย่างน้อยก็แก่กว่าเอ็ดเวิร์ดทางกายภาพล่ะ) New Moon เบลล่าเกลียดมันที่สุด แต่อลิสกลับกระตือรือร้นที่จะจัดงานวันเกิดให้โดยไม่สนใจเสียงประท้วงจากเบล ล่าแม้แต่น้อย (เช่นเดียวกับคนในครอบครัวของเบลล่า) แต่งานวันเกิดที่ควรจะสนุกสนาน กลับเกิดเหตุขึ้นจนได้เมื่อความซุ่มซ่าม(เป็นประจำ)ของเบลล่า ที่แกะของขวัญและทำกระดาษบาดมือถึงเลือด กลิ่นเลือดหอมหวนมีผลให้แจสเปอร์เข้าแอ็ดแท็กเธอทันใด ซ้ำร้ายตัวเธอยังล้มไปทับชามแก้มที่ประดับห้อง จนเลือดกระฉูดหนักกว่าเดิม พาเอาทั้งบ้านแทบคลั่งด้วยความอยากเลือด…

คาร์ไลล์ ช่วยทำแผลให้อย่างสุขุม แต่คนที่ผิดปกติมาที่สุดในบรรดาก็คือเอ็ดเวิร์ดตลอด 2-3 วันต่อมาดูครุ่นคิดและหงุดหงิดพิกล เบลล่ากังวลแต่จะหาใครช่วยก็ไม่ได้เพราอลิสที่มองเห็นอนาคตได้ก็ตามแจสเปอร์ ไปอยู่ต่างเมือง..ในที่สุดความสับสน สงสัยของเบลล่าก็สิ้นสุด เมื่อเอ็ดเวิร์ดบอกลากับเธอ กล่าวว่าไม่ต้องการอยู่ร่วมกับเธออีกต่อไป และครอบครัวคัลเลนจะอพยพไปจากฟอร์ค เอ็ดเวิร์ดขอคำสัญญาจากเบลล่า ว่าให้เธอดูแลตนเองให้ดีและอย่าได้ทำอะไรบ้าบิ่น ส่วนเขาก็ให้สัญญาว่าจะทำตนประหนึ่งว่าไม่เคยมีเขาอยู่ในโลก…กว่าเบลล่าจะ รู้ตัวอีกที ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับตัวเขา รูปถ่ายของเขา CD เพลงที่เขาแต่งให้ และอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเขา ก็ไม่อยู่อีกแล้ว ไม่มีอะไรเหลืออีกแล้ว ประหนึ่งกับเขาไม่เคยมีตัวตนอยู่จริงๆ
ผ่านไป 4 เดือน เบลล่าพยายามทำทุกอย่างเหมือนปกติ แต่ก็ไม่อาจปิดบังความโศกเศร้าล้ำลึกภายในได้…ในวันหนึ่งขณะที่กำลังเจอ อันตรายในพอร์ต เองเจลเลส เธอก็ได้ยินเสียงที่ดังขึ้นในหัว เสียงที่เธอเคยคุ้นและหลงรักไม่มีวันลืมเลือน..เสียงของเอ็ดเว็ร์ดที่คอย ห้ามไม่ให้เธอทำอะไรที่บ้าบิ่น เบลล่าไม่รู้ว่าเสียงนี้คือเรื่องจริงหรือหลอนไปเองแต่ก็อยากได้ยินมันอีก เป็นความสุขเล็กๆ ที่เธอพอจะไขว่คว้าได้

New Moon เริ่มต้นจากฝันร้ายของเบลล่าเรื่องความกลัว..แก่..ของเธอ เนื่องจากเอ็ดเวิร์ดยังคงยึดมั่นที่จะไม่ยอมเปลี่ยนเบลล่าให้กลายเป็นแวมไพ ร์ วันนี้คือวันเกิดของเบลล่า เธออายุ 18 ปีเต็มและ..แก่.. (อย่างน้อยก็แก่กว่าเอ็ดเวิร์ดทางกายภาพล่ะ) เบลล่าเกลียดมันที่สุด แต่อลิสกลับกระตือรือร้นที่จะจัดงานวันเกิดให้โดยไม่สนใจเสียงประท้วงจากเบล ล่าแม้แต่น้อย (เช่นเดียวกับคนในครอบครัวของเบลล่า) แต่งานวันเกิดที่ควรจะสนุกสนาน กลับเกิดเหตุขึ้นจนได้เมื่อความซุ่มซ่าม(เป็นประจำ)ของเบลล่า ที่แกะของขวัญและทำกระดาษบาดมือถึงเลือด กลิ่นเลือดหอมหวนมีผลให้แจสเปอร์เข้าแอ็ดแท็กเธอทันใด ซ้ำร้ายตัวเธอยังล้มไปทับชามแก้มที่ประดับห้อง จนเลือดกระฉูดหนักกว่าเดิม พาเอาทั้งบ้านแทบคลั่งด้วยความอยากเลือด…
คาร์ไลล์ ช่วยทำแผลให้อย่างสุขุม แต่คนที่ผิดปกติมาที่สุดในบรรดาก็คือเอ็ดเวิร์ดตลอด 2-3 วันต่อมาดูครุ่นคิดและหงุดหงิดพิกล เบลล่ากังวลแต่จะหาใครช่วยก็ไม่ได้เพราอลิสที่มองเห็นอนาคตได้ก็ตามแจสเปอร์ ไปอยู่ต่างเมือง..ในที่สุดความสับสน สงสัยของเบลล่าก็สิ้นสุด เมื่อเอ็ดเวิร์ดบอกลากับเธอ กล่าวว่าไม่ต้องการอยู่ร่วมกับเธออีกต่อไป และครอบครัวคัลเลนจะอพยพไปจากฟอร์ค เอ็ดเวิร์ดขอคำสัญญาจากเบลล่า ว่าให้เธอดูแลตนเองให้ดีและอย่าได้ทำอะไรบ้าบิ่น ส่วนเขาก็ให้สัญญาว่าจะทำตนประหนึ่งว่าไม่เคยมีเขาอยู่ในโลก…กว่าเบลล่าจะ รู้ตัวอีกที ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับตัวเขา รูปถ่ายของเขา CD เพลงที่เขาแต่งให้ และอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเขา ก็ไม่อยู่อีกแล้ว ไม่มีอะไรเหลืออีกแล้ว ประหนึ่งกับเขาไม่เคยมีตัวตนอยู่จริงๆ
ผ่านไป 4 เดือน เบลล่าพยายามทำทุกอย่างเหมือนปกติ แต่ก็ไม่อาจปิดบังความโศกเศร้าล้ำลึกภายในได้…ในวันหนึ่งขณะที่กำลังเจอ อันตรายในพอร์ต เองเจลเลส เธอก็ได้ยินเสียงที่ดังขึ้นในหัว เสียงที่เธอเคยคุ้นและหลงรักไม่มีวันลืมเลือน..เสียงของเอ็ดเว็ร์ดที่คอย ห้ามไม่ให้เธอทำอะไรที่บ้าบิ่น เบลล่าไม่รู้ว่าเสียงนี้คือเรื่องจริงหรือหลอนไปเองแต่ก็อยากได้ยินมันอีก เป็นความสุขเล็กๆ ที่เธอพอจะไขว่คว้าได้

เธอจึงเริ่มจะหัดขี่มอเตอร์ไซต์ ทำให้เธอได้พบกับเพื่อนแท้ (และช่างเครื่อง) “เจค็อบ” คนที่ทำให้เบลล่าค่อยกลับมามีชีวิตอีกครั้ง แต่เบลล่าก็ยังไม่เลิกหาเรื่องเสี่ยงตายอยู่ วันหนึ่งเธอเข้าป่าเพื่อที่จะกลับไปป่าของเธอและเขาอีกครั้ง แต่การณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นเมื่อเธอเจอโลรองต์ที่นั่นและได้รู้ว่าวิคตอเรีย ยังตามหาเธอหมายที่จะฆ่าเธอแก้แค้นให้เจมส์ที่ถูกครอบครัวคัลเลนรุมสะกรำ โลรองต์ที่กำลังหิวกะจะฆ่าเบลล่าแต่ทันใดนั้นเองก็มีฝูง(มนุษย์)หมาป่า เขามาขวางและไล่ล่าโลรองต์เข้าป่าไป หนึ่งในพวกนั้น ก็คือเพื่อนของเธอ เจค็อบ เพื่อนของเธอที่ตอนนี้กลายเป็นอมนุษย์ไปอีกคนแล้ว
ในขณะที่มนุษย์หมาป่าของเผ่าควิลยูตไล่ล่าตามหาวิคตอเรีย เบลล่าก็หาเรื่องเสี่ยงตายได้อีกวิธีหนึ่ง คือการไปกระโดดหน้าผาที่ ลา พุช เพื่อความตื่นเต้น เสียงที่คุ้นเคยพูดกับเธออีกครั้ง พยายามที่จะห้ามแต่ไร้ผลเพราะเบลล่ากระโดดลงไปแล้วเธอถูกคลื่นซัดจนเกือบจม น้ำตายเคราะห์ดีที่เจค็อบมาช่วยไว้ทัน เมื่อกลับถึงบ้านเบลล่าพบว่ามีแขกที่เธอไม่คาดฝันว่าจะพบมาเยือน เธอคือ.
.อลิส คัลเลน เธอมองเห็นภาพล่วงหน้านึกว่าเบลล่าฆ่าตัวตายจึงรีบมาหา แต่เรื่องยิ่งกลับตาลปัตเมื่อเอ็ดเวิร์ดเข้าใจผิดคิดว่าเบลล่าตายจริงๆ จึงบินไปอิตาลี อลิสที่มองเห็นภาพตกใจแทบสิ้นสติ รีบบอกเบลล่า เมื่อได้ยินคำว่า”อิตาลี” เบลล่าก็เข้าใจในทันทีว่ามันมีความหมายเช่นใด…เอ็ดเวิร์ดกำลังจะฆ่าตัวตาย!!!
เบลล่าและอลิซตามเอ็ดเวิร์ดไปที่อิตาลีก็พบว่าที่อิตาลีจัดงานสวมชุดแดงที่เป็นวันอับเปหิแวมไพร์ประจำชาติอยู่ไปถึงทันเวลาพอดี ก่อนออกจากอิตาลี โวลตูลีบอกพวกเขาว่าเบลล่าที่รู้เรื่องแวมไพร์นั้นต้องตายหรือไม่ก็ต้องกลายเป็นแวมไพร์ เมื่อกลับมาถึงฟอร์กส เอ็ดเวิร์ดบอกเบลล่าว่าที่เขาจากไปเพราะเขารักเธอและต้องการปกป้องเธอ เบลล่ายกโทษให้เขา ในตอนจบครอบครัวคัลเลนออกเสียงให้เปลี่ยนเบลล่าเป็นแวมไพร์หลังเธอเรียนจบมัธยมปลาย ขณะที่เอ็ดเวิร์ดคัดค้านอย่างเต็มที่

เดิมพัน ufabet

รีวิว The twilight saga (แรกรัตติกาล) ว่าด้วยเรื่อง เบลล่า กับ เอ็ดเวิร์ด

เนื้อเรื่องว่าด้วย เบลล่า สวอน นางเอกของเรื่อง ที่ไม่เหมือนเด็กสาววัยรุ่นทั่วไป เธอไม่สนใจวัตถุนิยม ไม่ตามเทรนด์ ซึ่งพ่อแม่ได้หย่าร้างกัน โดยเธอได้อาศัยอยู่กับแม่ ต่อมา แม่ของเธอได้แต่งงานใหม่ เบลล่า คิดว่านี่จะเป็นการเปิดโอกาสให้กับแม่ของเธอ เธอจึงย้ายไปอยู่กับพ่อที่ฟอร์คส, สหรัฐอเมริกา ที่ฟอร์คสเป็นเมืองที่ฝนตกตลอดปี ไม่มีแดด มีต้นไม้เขียวชอุ่ม เธอจำใจย้ายมาอยู่ เพราะสามีใหม่ของแม่เป็นนักเบสบอลและต้องเดินทางบ่อย และแม่ต้องคอยดูแลเธออยู่ที่บ้าน เธอคิดว่ามันทำให้แม่ไม่มีความสุขนัก เมื่อวันแรกที่เธอได้ย้ายเข้ามาโรงเรียนไฮสคูลใหม่ เธอคิดว่ามันก็คงไม่ต่างอะไรจากโรงเรียนเก่าของเธอ แต่นั่นทำให้เธอได้พบกับนักเรียนชายผู้เพอร์เฟ็ค เขาทั้งรูปงาม แข็งแรง และฉลาดมากต่างจากนักเรียนชายทั่วๆไป เขามีนามว่า เอ็ดเวิร์ด คัลเลน ในตอนเช้า เธอเห็นเขาจ้องเธอตลอดอย่างไม่ละสายตา แต่เมื่อเธอและเขาต้องมานั่งใกล้กันตอนเรียนวิชาชีววิทยาเนื่องจากเหลือที่นั่งข้างเขาเพียงที่เดียว เขากลับไม่สนใจเธอแม้แต่น้อย และทำท่าทางเหมือนรังเกียจเธอ ภายหลัง เขาได้หายตัวไปเป็นเวลา 1 สัปดาห์ และกลับมาใหม่

เอ็ดเวิร์ดเคยช่วยชีวิตเบลล่าจากรถตู้ที่จะชนเธอด้วยการที่เขาหยุดมันด้วยมือเปล่า ทำให้เบลล่าตกตะลึงเป็นอย่างมาก และอีกหลายครั้งที่เขาช่วยเธอจากเหตุการณ์ที่ไม่ขาดฝัน เขาอ่านใจทุกคนได้ แต่มันใช้ไม่ได้กับเธอ ต่อมา เบลล่าได้รู้ว่าเอ็ดเวิร์ดเป็นแวมไพร์และครอบครัวของเขาต่างจากแวมไพร์ทั่วไป ครอบครัวเขาละเว้นการดื่มเลือดมนุษย์แต่ล่าสัตว์ใหญ่บนภูเขาสูงแทน ก่อนหน้านั้นเอ็ดเวิร์ดสงสัยในตัวเบลล่า จึงแอบเข้าไปที่ห้องนอนเธอในขณะที่เธอหลับ เขาได้ยินเธอพึมพำเรียกชื่อเขาออกมา เขาจึงได้รู้ว่าทั้งเธอและเขาต่างตกหลุมรักซึ่งกันและกัน แต่ทุกอย่างไม่ได้ดีเสมอไป เมื่อเจมส์, วิคตอเรีย และ ลอเรนท์ คู่ปรับของเอ็ดเวิร์ดได้เดินทางมาฟอร์คส พวกเขาคิดว่าการที่เอ็ดเวิร์ดสูญเสียคนรัก จะทำให้เขาต้องเจ็บปวดในชีวิตที่เป็นอมตะของตนเอง ความรัก ความเป็นอมตะ แวมไพร์ มนุษย์ นิรันดรกาล การสูญเสีย ยามแรกรัตติกาล จะทำให้เขาและเบลล่ารักกันได้หรือ แต่สุดท้ายทั้งคู่ก็คบกัน และเรื่องก็จะเพิ่มขึ้นในภาคต่อมา เมื่อปัญหาและอุปสรรคเกิดขึ้น

ตัวละครในภาคนี้

เอ็ดเวิร์ด คัลเลน – แวมไพร์หนุ่มผู้เพียบพร้อม มีเสน่ห์ต่อสาวๆ ทุกคน มีความสามารถในการอ่านใจ และสามารถสะกดจิตได้โดยสายตา ครั้งเป็นมนุษย์กำลังจะตายด้วยไข้หวัดใหญ่สเปน คาร์ไลล์จึงช่วยไว้โดยเปลี่ยนเอ็ดเวิร์ดเป็นแวมไพร์
เบลล่า สวอน – เด็กสาวที่ย้ายมาจากเมืองฟีนิกซ์ รัฐอริโซน่า ไม่ธรรมดาเพราะมีความสามารถในการสกัดใจโดยที่เธอเองก็ไม่รู้ตัว
ชาร์ลี สวอน – พ่อของเบลล่า เป็นสารวัตเมืองฟอร์คส
เรเน่ ไดเยอร์ – แม่ของเบลล่า เกลียดอากาศที่หนาวเย็นฝนตกเฉอะแฉะ จึงเลิกกับชาร์ลีไปแต่งงานใหม่
ฟิล ไดเยอร์ – สามีใหม่เรเน่
เจมส์ – ศัตรูของเอ็ดเวิร์ด มีความสามารถในเรื่องสามารถตามหาบุคคลที่ต้องการจะเจอได้
วิคตอเรีย – ศัตรูของเอ็ดเวิร์ด คู่รักของเจมส์
โลรองต์ – ศัตรูของเอ็ดเวิร์ด พอมีด้านดีอยู่ในตัวบ้าง
เอสเม่ คัลเลน – แม่บุญธรรมของเอ็ดเวิร์ด มีความสามารถที่จะมอบความรักให้แก่บุคคลรอบข้าง
ดร.คาร์ไลล์ คัลเลน – พ่อบุญธรรมของเอ็ดเวิร์ด มีความเมตตา เป็นคนที่ทำให้เอ็ดเวิร์ดกลายเป็นแวมไพร์
เอ็มเม็ตต์ คัลเลน – พี่ชายเอ็ดเวิร์ด มีพละกำลังมหาศาล
โรซาลี เฮล – พี่สาว (พี่สะใภ้) เอ็ดเวิร์ด คู่รักเอ็มเม็ตต์ แฝดผมทองแจสเปอร์
อลิซ คัลเลน – น้องสาวเอ็ดเวิร์ด มีความสามารถในการมองเห็นอนาคต แต่ความสามารถไม่ตายตัว เพราะอนาคตเปลี่ยนแปลงได้เสมอ
แจสเปอร์ เฮล – คู่รักอลิซ แฝดผมทองโรซาลี เพิ่งเลิกดื่มเลือดมนุษย์ มีความรู้ด้านอุปนิสัยของแวมไพร์เกิดใหม่
เจคอบ แบล็ค – มนุษย์หมาป่า เป็นศัตรูกับเผ่าพันธุ์แวมไพร์ หลงรักเบลล่า
บิลลี่ แบล็ค – พ่อของเจคอบ เพื่อนชาร์ลี ไม่ถูกกับพวกคัลเลนเพราะเป็นเผ่าพันธุ์ศัตรู
ไมค์ นิวตัน – เพื่อนเบลล่า แอบชอบเบลล่า เคยชวนเบลล่าไปงานพร็อมแต่เบลล่าปฏิเสธเพราะไม่อยากทำร้ายจิตใจเจสสิก้า
เจสสิก้า แสตนลีย์ – เพื่อนเบลล่า แอบชอบไมค์ นิวตัน
อริค – เพื่อนเบลล่า
แองเจล่า เวเบอร์ – เพื่อนเบลล่า

ufabet.co

รีวิว แฮร์รีพอตเตอร์กับ เครื่องรางยมทูต เรื่องเริ่มต้นที่บ้านของลูเซียส มัลฟอย

แฮร์รีพอตเตอร์กับ เครื่องรางยมทูต เรื่องเริ่มต้นที่บ้านของลูเซียส มัลฟอย โดยลอร์ดโวลเดอมอร์ และสมุนจำนวนหนึ่ง วางแผนการเกี่ยวกับการย้ายออกจากบ้านเดอร์สลี่ย์ของแฮร์รี่ พอตเตอร์ เจ้าหน้าที่ของกระทรวงชื่อแยกซ์ลีย์ ระบุว่าแฮร์รี่จะย้ายออกในวันคล้ายวันเกิด เครื่องรางยมทูต ในขณะที่สเนประบุว่าแฮร์รี่จะย้ายออกก่อนหน้านั้นหนึ่งสัปดาห์ โวลเดอมอร์ยืมไม้กายสิทธิ์ของ มัลฟอย จากการที่ไม้กายสิทธิ์ของเขาเองใช้ไม่ได้ผลกับแฮร์รี่

ภาคีนกฟีนิกซ์ส่งพ่อมดมาคุ้มครองครอบครัวเดอร์วีสลีย์ ในขณะที่กองกำลังอีกส่วนหนึ่งมาพาตัวแฮร์รี่ออกไป โดยวางแผนให้คนอีกหกคนเป็นนกต่อ ใช้น้ำยาสรรพรสแปลงตัวเป็นแฮร์รี่กระจายไปยังที่ซ่อนต่างๆกัน แต่แฮร์รี่ยังคงถูกสมุนโวลเดอมอร์ระบุตัวได้จากการใช้คาถาปลดอาวุธที่เขาใช้กับผู้เสพความตายซึ่งถูกคาถาสกดใจ อย่างไรก็ตาม ไม้กายสิทธิ์ของแฮร์รี่ยังคงชนะไม้ที่ยืมมาของโวลเดอมอร์ แฮร์รี่ไปถึงบ้านโพรงกระต่ายอย่างปลอดภัย แต่เฮ็ดวิกต้องตายจากการปะทะกัน และพบว่าจอร์จ วีสลีย์เสียหูไปข้างหนึ่งด้วยคาถาของสเนป และอลาสเตอร์ มูดดี้ถูกโวลเดอมอร์ฆ่า

สองสามวันต่อมา รัฐมนตรีกระทรวงเวทมนตร์มาที่บ้านโพรงกระต่าย เพื่อนำของตามพินัยกรรมของดัมเบิลดอร์มาให้แฮร์รี่ รอน และเฮอร์ไมโอนี่ รอนได้รับ “ดีลูมิเนเตอร์” หรือ “ที่ดับไฟ” ของดัมเบิลดอร์ เฮอร์ไมโอนี่ได้รับหนังสือ “นิทานของบีเดิลยอดกวี”เป็นภาษารูนโบราณ ส่วนแฮร์รี่ได้รับลูกสนิชลูกแรกที่แฮร์รี่จับได้ และดาบของกริฟฟินดอร์ อย่างไรก็ตามกระทรวงไม่ได้ให้ดาบแก่แฮรี่เพราะกระทรวงไม่รู้ว่าดาบอยู่ที่ไหน

ในระหว่างงานแต่งงานของบิล วีสลีย์ และเฟลอร์ เดอลากูร์ มีข่าวมาว่าโวลเดอมอร์ได้เข้าควบคุมกระทรวงเวทมนตร์เป็นผลสำเร็จ และผู้เสพความตายได้เข้าโจมตีอีกครั้ง แฮร์รี่และเพื่อนทั้งสองหายตัวหนีไปยังบาร์ของมักเกิ้ลแห่งหนึ่ง แต่ก็ถูกตามพบอย่างง่ายดาย เพราะโวลเดอร์มอร์ได้ใช้ชื่อตัวเองเป็นคำต้องห้าม อย่างไรก็ตาม ทั้งสามหนีรอดไปได้อีก จากนั้นจึงหนีไปยังบ้านเลขที่ 12 กริมโมลด์เพลซ ซึ่งได้ค้นพบว่า ร.อ.บ. คือเรกูลัส แบล็ก น้องของซิเรียสจากการสอบถามเอลฟประจำบ้านครีเชอร์และล็อกเก็ตของจริงซึ่งแฮร์รี่ตามหานั้น ไปตกอยู่ในความครอบครองของโดโลเรส อัมบริดจ์ได้มาจากการขายของมันดังกัส

กลุ่มของแฮร์รี่สามารถบุกเข้าไปในกระทรวง และนำล็อกเก็ตมาได้สำเร็จ อย่างไรก็ตาม ที่ซ่อนที่กริมโมลด์เพลซถูกค้นพบ ทั้งสามจึงต้องเร่ร่อนตามชนบทโดยเปลี่ยนที่พักแรมไปเรื่อยๆ และต่อมาได้ทราบโดยบังเอิญว่าดาบกริฟฟินดอร์ที่เคยเห็นเป็นดาบปลอมทำเลียนแบบ ส่วนดาบจริงนั้นหายไป ระหว่างนั้น รอนได้ทะเลาะกับแฮร์รี่ และแยกตัวจากไป แฮร์รี่และเฮอร์ไมโอนี่ไปยังก็อดดริกฮอลโล่ เพื่อตามหาดาบ แต่กลับถูกนากินี งูของโวลเดอมอร์ทำร้าย และไม้กายสิทธิ์ของแฮร์รี่เสียหายโดยไม่อาจซ่อมได้ หลังจากนั้นไม่นาน มีผู้พิทักษ์รูปกวางตัวเมียปรากฏตัวบริเวณค่ายพักที่แฮร์รี่อยู่ และกวางได้นำแฮร์รี่ไปพบดาบกริฟฟินดอร์ซึ่งซ่อนอยู่ในบึงน้ำแข็ง รอนกลับมาช่วยแฮร์รี่ในการนำดาบขึ้นมา และทำลายล็อกเก็ตซึ่งเป็นฮอร์ครักซ์อันแรก ทั้งสามไปยังบ้านของครอบครัวเลิฟกู๊ด และได้รู้เรื่อง “เครื่องรางยมทูต” สามอย่าง ได้แก่ ไม้กายสิทธิ์ที่ทำจากไม้เอลเดอร์ ซึ่งทำให้ชนะการต่อสู้ หินชุบวิญญาณ ที่สามารถเรียกคนตายกลับมา และผ้าคลุมล่องหนที่ไม่เสื่อมตามกาลเวลา อย่างไรก็ตาม พ่อของลูน่าแจ้งกระทรวงเรื่องแฮร์รี่ โดยหวังแลกกับลูน่าที่ถูกจับไปก่อนหน้า พวกของแฮร์รี่หนีรอดได้อีกครั้ง

พวกของแฮร์รี่ถูกนักล่าค่าหัวจับได้ หลังจากแฮร์รี่เผลอเอ่ยชื่อโวลเดอมอร์ เพราะมีการเสกคาถาให้เป็นคำต้องห้ามและบุคคลที่พูดคำนี้จะถูกระบุตัวได้ทันที พวกนักล่านำแฮร์รี่และเพื่อน รวมทั้งดีน โทมัส และก็อบลินชื่อกริ๊บฮุกที่ถูกจับอยู่ด้วยไปยังบ้านมัลฟอย ที่นั้น พวกเขาได้พบกับโอลิแวนเดอร์ ช่างทำไม้กายสิทธิ์ และลูน่า เลิฟกู๊ด ทั้งหมดหนีไปได้ด้วยความช่วยเหลือของน้องชายดัมเบอร์ดอร์ซึ่งได้กระจกอีส่วนของซีเรียส แบล็กไปจึงได้เรียกด็อบบี้ เอลฟ์ที่เคยอยู่กับมัลฟอย แต่ดอบบี้ถูกเบลลาทริกซ์ เลสแตรงจ์ฆ่าตาย พวกเขาหนีไปอยู่ที่บ้านของบิลและเฟลอร์

ทั้งสามบุกเข้าไปในธนาคารกริงกอตส์ด้วยความช่วยเหลือของก็อบลิน และขโมยถ้วยฮัฟเฟิลพัฟออกมาจากห้องนิรภัยของเลสแตรงจ์โดยได้ขโมยมังกรออกมา โวลเดอมอร์ทราบข่าวการขโมยนี้ จึงทราบในที่สุดว่าพวกแฮร์รี่กำลังตามหาฮอร์ครักซ์ แฮร์รี่ได้รับรู้ความคิดของโวลเดอมอร์อีกครั้ง ขณะที่เขากำลังลำดับที่ตั้งของฮอร์ครักซ์ทั้งหมด ทำให้แฮร์รี่ได้รู้ว่าฮอร์ครักซ์อันสุดท้ายที่ตนยังไม่ทราบว่าเป็นอะไรนั้นอยู่ในฮอกวอตส์นั่นซึ่งเกี่ยวกับเรเวนคลอ พวกเขากลับเข้าไปในฮอกวอตส์ด้วยความช่วยเหลือของอาเบอร์ฟอร์ธ ดัมเบิลดอร์ น้องชายของอัลบัส

แฮร์รี่แจ้งเตือนการมาของโวลเดอมอร์แก่อาจารย์ และพบฮอร์ครักซ์ซึ่งเป็นรัดเกล้าของเรเวนคลอในห้องต้องประสงค์ หลังจากนั้นพวกของแฮร์รี่ได้ไปยังเพิงโหยหวน และเห็นโวลเดอมอร์ฆ่าสเนป ด้วยความเชื่อว่าเขาจะได้เป็นเจ้าของไม้กายสิทธิ์เอลเดอร์ ที่เคยเป็นของดัมเบิลดอร์อย่างสมบูรณ์ ก่อนตาย สเนปมอบความทรงจำแก่แฮร์รี่ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเขาอยู่ฝ่ายดัมเบิลดอร์ ด้วยความรักที่มีต่อลิลี่ แม่ของแฮร์รี่ นอกจากนี้ แฮร์รี่ยังค้นพบว่า วิญญาณส่วนหนึ่งของโวลเดอมอร์อยู่ในตัวของเขาเอง และโวลเดอมอร์ไม่สามารถตายได้หากเขายังมีชีวิตอยู่ แฮร์รี่จึงไปพบกับโวลเดอมอร์และต่อสู้กับคาถาพิฆาตโดยจงใจให้ตนเองถูกคาถาพิฆาตใส่ตาย

แฮร์รี่ตื่นขึ้นมาและพบกับดัมเบิลดอร์ ซึ่งอธิบายว่าเขาไม่สามารถตายโดยที่โวลเดอมอร์ยังอยู่ เพราะโวลเดอมอร์สร้างร่างขึ้นมาจากเลือดของแฮร์รี่ แฮร์รี่เป็นเจ้าของอันชอบธรรมของเครื่องรางยมทูต คาถาพิฆาตได้ทำลายวิญญาณของโวลเดอมอร์ในตัวแฮร์รี่ และแฮร์รี่สามารถเลือกที่จะไปต่อ หรือกลับไปเพื่อสู้กับโวลเดอมอร์อีกครั้ง แฮร์รี่กลับไป และได้สู้กับโวลเดอมอร์อีกครั้งหนึ่ง แฮร์รี่ยังรู้ด้วยว่านายของไม้กายสิทธิ์เอลเดอร์ที่แท้จริงไม่ใช่สเนป แต่เป็นเดรโก มัลฟอย ซึ่งเขาเอาชนะมาได้ ในที่สุดโวลเดอมอร์ก็สิ้นชีพด้วยคำสาปพิฆาตของตัวเองที่สะท้อนกลับ

เรื่องจบลงด้วยฉากในอีก 19 ปีต่อมา แฮร์รี่แต่งงานกับจินนี่ และมีลูกด้วยกัน 3 คน คือ เจมส์, อัลบัส เซเวอรัส, ลิลี่ ส่วนรอนและเฮอร์ไมโอนี่ก็แต่งงานกันมีลูกด้วยกัน 2 คน คือ ฮิวโก้, โรส ทั้งสองครอบครัวพบกันที่สถานีรถไฟขณะไปส่งลูกๆ ไปยังฮอกวอตส์และแฮร์รี่ก็ไม่เคยเจ็บแผลเป็นอีกเลยหลังจากลอร์ดโวลเดอมอร์ตาย

ufa24h

รีวิวหนัง แฮร์รีพอตเตอร์กับเจ้าชายเลือดผสม โวลเดอมอร์ และเหล่าผู้เสพความตาย

แฮร์รีพอตเตอร์กับเจ้าชายเลือดผสม โวลเดอมอร์ และเหล่าผู้เสพความตายสร้างความเสียหายและสับสนอลหม่านไปทั่วเกาะอังกฤษ คอร์นีเลียส ฟัดจ์ รัฐมนตรีกระทรวงเวทมนตร์ จำเป็นต้องลาออกเพราะถูกต่อต้านคัดค้านอย่างรุนแรงที่ไม่สามารถจัดการกรณี โวลเดอมอร์ ได้ จากนั้น รูฟัส สคริมเจอร์ ได้ขึ้นเป็นรัฐมนตรีกระทรวงเวทมนตร์แทน ได้มีการแจ้งเตือนภัยไปยังนายกรัฐมนตรีของมักเกิ้ล และอาเธอร์ วีสลีย์ ก็ได้เลื่อนขั้น

ที่บ้านของสเนป ในสุดตรอกช่างปั่นฝ้าย นาร์ซิสซา แม่ของเดรโก มัลฟอย และพี่สาวเจ้าอารมณ์ เบลลาทริกซ์ เลสแตรงจ์ มาหาเขา และให้สเนปปฏิญาณไม่คืนคำว่าจะปกป้องเดรโกระหว่างปฏิบัติภารกิจเพื่อจอมมารและหากเดรโกทำตามคำสั่งไม่สำเร็จ

อัลบัส ดัมเบิลดอร์ไปหาแฮร์รี่ที่บ้านเดอร์สลีย์และขอให้แฮร์รี่ไปเยี่ยมฮอเรซ ซลักฮอร์นซึ่งเกษียณแล้วด้วยกัน แฮร์รี่พบว่ามือขวาของดัมเบิลดอร์มีรอยผิดปกติสีดำ ดัมเบิลดอร์ขอให้ซลักฮอร์นกลับไปสอนที่ฮอกวอตส์ และได้รับความช่วยเหลือจากแฮร์รี่โดยที่แฮร์รี่เองไม่รู้ตัว หลังจากนั้นช่วงปิดเทอมที่เหลือ แฮร์รี่ได้ไปอยู่กับครอบครัววีสลีย์และเฮอร์ไมโอนี่ที่บ้านโพรงกระต่าย บิล วีสลีย์ ตกลงหมั้นหมายกับเฟลอร์ เดอลากูร์ ผู้เข้าแข่งขันประลองเวทไตรภาคีจากโรงเรียนโบซ์บาตงโดยทางบ้านไม่เห็นด้วย (โดยเฉพาะจินนี่ นางวีสลีย์ และเฟร็ดกับจอร์จ) ช่วงปิดภาคฤดูร้อนนี้ แฮร์รี่มีเวลาอยู่กับจินนี่และเกิดความรู้สึกต่อเธอหลายอย่างปะปนกัน แฮร์รี่ รอน และเฮอร์ไมโอนี่ได้รับผลสอบวิชาพ่อมดระดับสามัญ ซึ่งเฮอร์ไมโอนี่ได้คะแนนสูงทุกวิชา ส่วนรอนกับแฮร์รี่ตกวิชาพยากรณ์ศาสตร์และประวัติศาสตร์เวทมนตร์ ทำให้ทั้งคู่ไม่สามารถลงเรียนวิชาปรุงยาเพื่อการสอบความรู้พ่อมดเบ็ดเสร็จสมบูรณ์ ได้ เพราะสเนปจะรับเฉพาะนักเรียนที่ได้คะแนน “ด” (ดีเยี่ยม) เท่านั้น ซึ่งวิชานี้เป็นวิชาบังคับสำหรับอาชีพที่แฮร์รี่ใฝ่ฝัน คือ เป็นมือปราบมาร

ระหว่างการซื้อของสำหรับปีการศึกษาใหม่ที่ฮอกวอตส์ในตรอกไดแอกอน แฮร์รี่ รอน และเฮอร์ไมโอนี่เห็นเดรโก มัลฟอย ลอบออกไปที่ตรอกน็อกเทิร์น จึงตามไปและเห็นมัลฟอยเข้าร้านบอร์เจ็นและเบิร์กส์ ซึ่งเป็นร้านขายของเกี่ยวกับศาสตร์มืด พวกเขาเห็นเดรโกข่มขู่นายบอร์เจ็นให้ซ่อมของชิ้นหนึ่งและเก็บอีกชิ้นหนึ่งไว้ให้เขา

เมื่อเปิดเรียน แฮร์รี่เกือบเอาตัวไม่รอดจากการกลั่นแกล้งของเดรโก มัลฟอย บนรถไฟด่วนฮอกวอตส์ และทิ้งไว้บนรถเขาหวังเพื่อรถไฟจะพาแฮร์รี่กลับลอนดอน ตอนอยู่ที่สถานีฮอกส์มี้ด แต่นิมฟาโดร่า ท็องส์ มาช่วยไว้ทันเวลา และก็พบว่า เซเวอรัส สเนป ได้รับแต่งตั้งเป็นอาจารย์วิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดคนใหม่อย่างไม่คาดคิด ส่วนซลักฮอร์นกลับมาเป็นอาจารย์วิชาปรุงยาแทน และเมื่อซลักฮอร์นรับนักเรียนที่ได้คะแนนอย่างต่ำ “ก” (เกินความคาดหมาย) จากการสอบ ว.พ.ร.ส. ให้เข้าเรียนวิชาปรุงยาระดับ ส.พ.บ.ส. แฮร์รี่กับรอนจึงสามารถเรียนได้ ซลักฮอร์นได้ให้แฮร์รี่ยืมตำราปรุงยาเล่มเก่าซึ่งมีข้อความเขียนว่าเป็นสมบัติของ “เจ้าชายเลือดผสม” ข้อความที่เขียนด้วยลายมือของเจ้าของเดิมผู้มีพรสวรรค์ช่วยให้แฮร์รี่เรียนวิชานี้ได้ดีมาก ซลักฮอร์นจึงปลื้มแฮร์รี่มากและมอบน้ำยานำโชคให้เป็นรางวัล

เวลาผ่านไป ผู้เสพความตายก่อเหตุมากขึ้นเรื่อย ๆ และอาจเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ฮอกวอตส์ ในการออกไปเที่ยวฮอกส์มี้ดครั้งแรก นักเรียนหญิงบ้านกริฟฟินดอร์คนหนึ่งชื่อ แคตี้ เบลล์ ได้รับบาดเจ็บเมื่อต้องคำสาปจากสร้อยโอปอล แฮร์รี่สงสัยว่าเดรโกหรือไม่ก็ผู้เสพความตายคนอื่นมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ อีกเหตุการณ์หนึ่ง คือ รอนดื่มเหล้าผสมยาพิษที่เตรียมไว้สำหรับดัมเบิลดอร์เข้าไปโดยบังเอิญ แฮร์รี่ได้ใช้หินบิซัวร์ซึ่งแก้พิษได้เกือบทุกชนิดกรอกใส่ปากช่วยชีวิตรอนไว้ได้ทัน ก่อนหน้านี้รอนกับเฮอร์ไมโอนี่ทะเลาะกันอย่างรุนแรงเมื่อรอนนัดเที่ยวกับลาเวนเดอร์ บราวน์ เพื่อยั่วเฮอร์ไมโอนี่ และแก้แค้นที่เธอจูบกับวิกเตอร์ ครัม ซึ่งเฮอร์ไมโอนี่ก็ตอบโต้ด้วยการไปงานคริสต์มาสของซลักฮอร์นกับคอร์แม็ก แม็คล้ากเก้น ทำให้เธอยิ่งรู้สึกเลวร้าย เพราะถูกแฮร์รี่ตำหนิพฤติกรรมดังกล่าว รอนกับเฮอร์ไมโอนี่ยังคงทะเลาะกันตลอดทำให้แฮร์รี่เกรงว่าทั้งสองจะไม่กลับมาคืนดีกันอีก อย่างไรก็ตาม เฮอร์ไมโอนี่ก็ว้าวุ่นใจมากเมื่อรอนดื่มยาพิษจนเฉียดตายและคืนดีกับเขา รอนเองก็เลิกกับลาเวนเดอร์ในที่สุด ในเวลาเดียวกันนั้น แฮร์รี่ก็พบว่าจริง ๆ แล้วเขารู้สึกอย่างไรกับจินนี่ ซึ่งตอนนี้เป็นเชสเซอร์ในทีมควิดดิช เมื่อรู้สึกอิจฉาที่เห็นเธอจูบกับดีน โทมัส แฟนหนุ่ม ทว่าแฮร์รี่ก็ลังเลที่ทำอะไรเพราะไม่อยากขวางความสัมพันธ์ของจินนี่กับดีน และกลัวว่ารอนจะไม่ชอบใจหากแฮร์รี่นัดน้องสาวคนเดียวของเขาไปเที่ยว

ดัมเบิลดอร์เริ่มสอนพิเศษให้แฮร์รี่เป็นการส่วนตัว โดยใช้เพนซิฟให้แฮร์รี่ดูความทรงจำเกี่ยวกับโวลเดอมอร์ แต่ยังขาดความทรงจำส่วนที่เป็นของซลักฮอร์น ซึ่งแฮร์รี่ได้มาโดยใช้น้ำยานำโชค ดัมเบิลดอร์คาดว่าโวลเดอมอร์แบ่งวิญญาณของตนออกเป็นเจ็ดส่วน เก็บไว้เป็นฮอร์ครักซ์หกชิ้น เพื่อให้ตนเป็นอมตะ ส่วนชิ้นที่เจ็ดอยู่ในร่างของตัวเอง ซึ่งฮอร์ครักซ์สองชิ้นถูกทำลายไปแล้ว (สมุดบันทึกของทอม ริดเดิ้ล โดยแฮร์รี่ ตอนอยู่ปีสอง และแหวนของมาร์โวโล ก๊อนท์ โดยดัมเบิลดอร์)

ต่อมาแฮร์รี่พบเดรโกร้องไห้อยู่ในห้องน้ำของเมอร์เทิลจอมคร่ำครวญ ทั้งสองร่ายคาถาใส่กัน แฮร์รี่ใช้คาถาเซกตรัมเซมปร้า (ซึ่งจดอยู่ในหนังสือของเจ้าชายเลือดผสม ทั้ง ๆ ที่ไม่รู้ว่าเป็นคาถาอะไร) ทำให้ร่างของเดรโกเป็นแผลลึก สเนปมาถึงและช่วยมัลฟอยไว้ เขาจำคาถานั้นได้จึงสั่งให้แฮร์รี่เอาหนังสือมาให้เขา แฮร์รี่เอาหนังสือไปซ่อนในห้องต้องประสงค์ โดยใช้หุ่นพ่อมดสวมมงกุฎเป็นเครื่องหมายแสดงที่ซ่อน (โดยไม่ทราบว่ามงกุฎดังกล่าว คือ รัดเกล้าเรเวนคลอ) แล้วเอาหนังสือของรอนไปสเนปแทน สเนปสั่งกักบริเวณแฮร์รี่ทุกวันเสาร์ตลอดเวลาที่เหลืออยู่ของเทอมนั้น ซึ่งครั้งแรกเป็นวันที่มีการแข่งขันควิดดิชนัดสุดท้ายพอดี เมื่อสิ้นสุดเวลากักบริเวณ แฮร์รี่ได้ทราบว่าทีมกริฟฟินดอร์ชนะ และจินนี่ วีสลีย์ เล่นเป็นซีกเกอร์แทนเขา ช่วงเวลาฉลองชัยชนะนั้นเอง ความรู้สึกต่อจินนี่ที่แฮร์รี่ระงับไว้ก็เปิดเผยออกมาเมื่อเขาจูบเธอ (จินนี่เลิกกับดีนหลายวันก่อนแล้ว) และหลังจากนั้นทั้งคู่ก็เริ่มเที่ยวด้วยกัน

ก่อนที่แฮร์รี่และดัมเบิลดอร์จะออกเดินทางจากฮอกวอตส์เพื่อไปตามหาฮอร์ครักซ์อีกชิ้นหนึ่ง (ล็อกเกตของซัลลาซาร์ สลิธีริน) แฮร์รี่ได้ทราบจากศาสตราจารย์ทรีลอว์นีย์ว่าสเนปเป็นผู้ส่งข่าวให้โวลเดอมอร์รู้ที่อยู่ของพ่อแม่ของเขาเมื่อสิบห้าปีก่อน เขาสงสัยว่าเดรโกอาจจะเป็นผู้เสพความตายและบอกดัมเบิลดอร์ซึ่งไม่แสดงท่าทีสนใจ แฮร์รี่ถามดัมเบิลดอร์ตรง ๆ ว่าทำไมจึงเชื่อในสเนปทั้ง ๆ ที่เขาเคยทำเช่นนั้น ดัมเบิลดอร์ยืนยันความเชื่อใจของเขา และบอกแฮร์รี่ว่ารู้ที่ซ่อนฮอร์ครักซ์ชิ้นหนึ่งแล้ว จึงชวนแฮร์รี่ไปหาด้วยกัน แฮร์รี่เชื่อว่าเดรโกกับสเนปสมคบกันคิดไม่ดี จึงบอกให้รอน เฮอร์ไมโอนี่ ลูน่า เลิฟกู๊ด เนวิลล์ และจินนี่ คอยเฝ้าห้องโถงต่าง ๆ ไว้ตอนที่เขากับดัมเบิลดอร์ไม่อยู่ อีกทั้งยื่นน้ำยานำโชคให้ทุกคน จากนั้นแฮร์รี่กับดัมเบิลดอร์ก็หายตัวไปยังถ้ำลับแห่งหนึ่ง ดัมเบิลดอร์ต้องดื่มน้ำยาจากอ่างที่ใส่ฮอร์ครักซ์ เพื่อเอามันออกมา ทำให้เขาอ่อนแอไปมาก

เมื่อกลับมาถึงฮอกส์มี้ด แฮร์รี่และดัมเบิลดอร์เห็นตรามารของโวลเดอมอร์ลอยอยู่บนอากาศเหนือฮอกวอตส์ ทั้งสองยืมไม้กวาดจากมาดามโรสเมอร์ทาซึ่งภายหลังพบว่าตกอยู่ใต้อำนาจคำสาปสะกดใจของเดรโก แล้วบินไปยังหอคอยที่เดรโกดักซุ่มทำร้ายอยู่ ดัมเบิลดอร์ทำให้แฮร์รี่ซึ่งอยู่ใต้ผ้าคลุมล่องหนขยับตัวไม่ได้ก่อนตัวเองจะถูกเดรโกใช้คาถาปลดอาวุธ เดรโกเผยว่าตนเองเป็นผู้ช่วยให้พวกผู้เสพความตายเข้ามาในฮอกวอตส์ผ่านทางตู้อันตรธานที่อยู่ระหว่างตรอกน็อกเทิร์นกับฮอกวอตส์ ถึงกระนั้นดัมเบิลดอร์ก็เข้าใจอย่างชัดแจ้งว่าเด็กหนุ่มซึ่งเห็นได้ชัดว่าตกอยู่ในความหวาดกลัวช่วยสมุนโวลเดอมอร์เพราะถูกบังคับ ในเวลาเดียวกัน สมาชิกภาคีฟีนิกซ์ (รวมทั้งรีมัส ลูปิน, นิมฟาดอร่า ท็องส์, ศาสตราจารย์มักกอนนากัล และบิล วีสลีย์) ก็ต่อสู้กับพวกผู้เสพความตายอยู่ที่ด้านล่างของโรงเรียน

บรรดาผู้เสพความตายขึ้นมาบนหอคอยที่ตรามารปรากฏอยู่ และเร่งเร้าให้เดรโกปฏิบัติภารกิจให้สำเร็จ คือฆ่าดัมเบิลดอร์เสีย แต่เดรโกลังเลและดูเหมือนจะหวาดกลัว สเนปมาถึง ดัมเบิลดอร์ซึ่งยังคงอ่อนแอจากยาพิษขอร้องอย่างกำกวมให้สเนปช่วย สเนปจึงเสกคำสาปพิฆาตฆ่าดัมเบิลดอร์ ความแรงของคาถาทำให้ร่างของดัมเบิลดอร์ร่วงลงมาจากหอคอย เมื่อดัมเบิลดอร์ตาย แฮร์รี่จึงพ้นจากคาถาห้ามเคลื่อนไหว พวกผู้เสพความตายหนีไป แฮร์รี่ไล่ตามสเนปซึ่งบอกว่าตัวเขานั่นเองคือเจ้าชายเลือดผสม ระหว่างที่หนีไปกับเดรโก สเนปยังกล่าวด้วยว่าแฮร์รี่ไม่มีพลังพอที่จะเอาชนะเขาได้ และอ่อนแอเหมือนเช่นพ่อของแฮร์รี่ ทำให้แฮร์รี่ยิ่งโกรธแค้นขึ้นอีก

แฮร์รี่เอาฮอร์ครักซ์ออกมาจากตัวของดัมเบิลดอร์ แต่กลับพบว่าเป็นของปลอม ภายในมีข้อความจากคนที่ใช้ชื่อย่อว่า ร.อ.บ. ซึ่งได้ขโมยฮอร์ครักซ์อันจริงไป และปฏิญาณว่าจะทำลายมันทิ้งพร้อมกับตั้งความหวังว่าเมื่อโวลเดอมอร์พบคู่ต่อสู้ที่คู่ควร โวลเดอมอร์จะได้ “ตายได้อีกครั้งหนึ่ง”

โรงเรียนปิดกะทันหันพร้อมกับมีพิธีศพของดัมเบิลดอร์ซึ่งมีผู้มาร่วมงานมากมาย ทั้งศิษย์เก่าและนักเรียนปัจจุบัน อาจารย์ สัตว์วิเศษที่อยู่ในป่าต้องห้าม ศาสตราจารย์มักกอนนากัลได้รับแต่งตั้งเป็นอาจารย์ใหญ่ชั่วคราวแม้ว่าโรงเรียนอาจปิดเป็นการถาวร ศาสตราจารย์ซลักฮอร์นเป็นอาจารย์ประจำบ้านสลิธีรินแทนสเนป แต่ไม่ว่าอย่างไร แฮร์รี่ก็ตัดสินใจออกจากฮอกวอตส์ตลอดไปเพื่อค้นหาฮอร์ครักซ์ที่เหลืออยู่ รอนและเฮอร์ไมโอนี่สัญญาว่าจะไปกับเขา และแฮร์รี่จบความสัมพันธ์กับจินนี่เพื่อปกป้องเธอให้พ้นจากโวลเดอมอร์

หนังสือจบลงตรงที่แฮร์รี่รอเวลาไปร่วมงานแต่งงานของบิลกับเฟลอร์ และรู้สึกสบายใจที่ “อย่างน้อยก็มีวันสุดท้ายที่จะได้มีความสุขกับรอนและเฮอร์ไมโอนี่”

ufa24hrs

รีวิวหนัง แฮร์รีพอตเตอร์กับภาคีนกฟินิกซ์ โรงเรียน ฮอกวอตส์ คาถาพ่อมดแม่มด และเวทมนตร์

แฮร์รี่ พอตเตอร์ ในระหว่างที่เขารอการขึ้นปีที่ห้า ของการเรียนที่โรงเรียนคาถาพ่อมดแม่มด และเวทมนตร์ศาสตร์ ฮอกวอตส์ การต้องทนอยู่กับพวกเดอร์สลีย์ที่ร้ายกาจ และเขายังไม่ได้รับจดหมายแม้แต่ฉบับเดียว จากเพื่อนๆ ร่วมชั้นที่ ฮอกวอตส์  และเพื่อนสนิทอย่าง รอน วีสลีย์ และ เฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์ เสียอีก และยังไม่ได้ยินข่าวจากใครสักคน หลังจากเหตุการณ์เผชิญหน้ากับ ลอร์ดโวลเดอมอร์ จดหมายที่มาถึง กลับไม่ได้เป็นอย่างที่เขาหวังว่าจะได้รับ แจ้งว่าแฮร์รี่กำลังจะถูกไล่ออกจากฮอกวอตส์ เนื่องจากใช้ละเมิดกฎการใช้เวทมนตร์นอกโรงเรียน และต่อหน้ามักเกิ้ล ซึ่งก็คือ ดัดลีย์ ลูกพี่ลูกน้องของเขา โดยไม่คำนึงว่า นั่นเป็นการป้องกันตัวจากการโจมตีอย่างดุเดือด และไร้คำอธิบายของสองผู้คุมวิญญาณ

แฮร์รี่ต้องแก้ข้อกล่าวหาจนถึงที่สุด ต่อหน้าศาลโดยมีคอร์นีเลียส ฟัดจ์ รัฐมนตรีกระทรวงเวทมนตร์ ที่เลือกปฏิบัติในการกำกับ แต่แฮร์รี่ถูกตัดสินให้พ้นผิด ต่อมาแฮร์รี่กลับมายังฮอกวอตส์ ซึ่งทำให้ความน่าเชื่อถือของแฮร์รี่ถูกลดทอนลง เพราะเรื่องโกหกเกี่ยวกับเรื่องการเผชิญหน้าครั้งล่าสุดของหนุ่มวัยรุ่นและโวลเดอมอร์

แฮร์รี่รู้สึกถูกตัดขาดจากสังคมและโดดเดี่ยว อีกทั้งยังถูกรบกวนด้วยฝันร้าย ที่เป็นเหมือนการทำนายเหตุการณ์น่าสะพรึงกลัวต่างๆ แต่แล้วศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ ผู้ที่เขาต้องการคำปรึกษามากที่สุด กลับทำตัวห่างเหินอย่างแปลกๆ

แล้วแฮร์รี่เพิ่งจะรู้ว่า ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ ก่อตั้งภาคีนกฟินิกซ์ ขึ้นอย่างลับๆโดยทางกระทรวงที่ไม่ทราบ แต่ ซีเรียส แบล็ก, เซเวอรัส เสนป, แมด อาย-มูดดี้, อาเธอร์-มอลลี วิสลีย์, รีมัส ลูปิน, นิมฟาดอร่า ท็องส์ และคนอื่นๆ ก็เป็นสมาชิกภาคีด้วย โดยสถานที่ตั้งของภาคี อยู่ที่ กริมโมสเพรส บ้านของเก่าซีเรียส โดยที่ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ เสกคาถา ซ่อนบ้านไว้ด้วย

ในขณะเดียวกันที่โรงเรียน เพื่อจับตาดูดัมเบิลดอร์และบรรดานักเรียนฮอกวอตส์ ฟัดจ์ได้แต่งตั้งอาจารย์สอนวิชาศาสตร์มืดคนใหม่ ศาสตราจารย์โดโลเรส อัมบริดจ์ แต่บทเรียนคาถาป้องกันตัวที่ “กระทรวงอนุมัติ” ของศาสตราจารย์อัมบริดจ์ กลับทำให้บรรดาพ่อมดแม่มดน้อยไม่พร้อมที่จะป้องกันตนเอง จากพลังมืดที่ข่มขู่พวกเขา ดังนั้นจากการกระตุ้นของเฮอร์ไมโอนี่และรอน แฮร์รี่จึงตกลงยินยอมที่จะเป็นคนจัดการเรื่องนี้ ในการพบปะกันอย่างลับๆ ของกลุ่มนักเรียนจำนวนไม่กี่คน ที่ตั้งชื่อกลุ่มว่า “กองทัพดัมเบิลดอร์” แฮร์รี่ฝึกสอนวิธีการให้พวกเขาป้องกันตัวเองจากศาสตร์มืด เตรียมให้พ่อมดแม่มดรุ่นเยาว์ และใช้ห้องลับห้องหนึ่งที่ไม่เคยปรากฏบนแผนที่ตัวกวนนั่นคือ ห้องต้องประสงค์ เขาฝึกซ้อมสมาชิกที่นี่ก่อนที่จะเข้าสู่การต่อสู้อันไม่ธรรมดา ภายใต้ปลายจมูกของกระทรวง

ในภาคนี้ บรรดานักเรียนฮอกวอตส์ ปี 5 ต้อง สอบ ว.พ.ร.ส. (วิชาพ่อมดระดับสามัญ)นักเรียนทั้งหลายต่างกดดันเป็นที่สุดโดยเฉพาะแฮร์รี่ เมื่อกระทรวงเวทมนตร์เริ่มครอบงำโรงเรียนฮอกวอตส์ ไม่มีใครเชื่อว่า ลอร์ดโวลเดอมอร์ กำลังเข็มแข็งขึ้นเรื่อยมาหลังจากการประลองเวทไตรภาคี สิ้นสุดลง จนสุดท้ายแฮร์รี่ก็ต้องเจ็บปวดอีกครั้งเมื่อพบกับความสูญเสียครั้งสำคัญ(อีกครั้ง) ทางกระทรวงจะทราบความจริง หรือไม่ และความกดดันของโรงเรียนจะเป็นเช่นไร ต้องติดตาม

ufabet

รีวิว แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับ ถ้วยอัคนี – บทพิสูจน์ความกล้าหาญของแฮร์รี่

เรื่องย่อ แฮร์รี่พอตเตอร์ กับ ถ้วยอัคนี – บทพิสูจน์ความกล้าหาญของแฮร์รี่ แฮร์รี่ถูกคุกคามด้วยฝันร้าย ทำให้แผลเป็นของเขาเจ็บอย่างมาก เขาได้ไปชมการแข่งขันควิดดิชเวิลด์คัพ แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับ ถ้วยอัคนีกับ รอน วีสลีย์ และ เฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์ เพื่อนรัก แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับ ถ้วยอัคนี ในขณะการแข่งขันควิดดิช ได้เกิดลางบางอย่างเหนือท้องฟ้าที่ตั้งแคมพ์ผู้ชมการแข่งขัน คือตรามาร สัญลักษณ์ของลอร์ดโวลเดอมอร์ ซึ่งถูกเสกขึ้นมาโดยผู้เสพความตาย สาวกของเขาซึ่งไม่เคยกล้าปรากฏตัวในที่สาธารณะ ตั้งแต่ครั้งที่มีผู้เห็น โวลเดอมอร์ เป็นครั้งสุดท้ายเมื่อสิบสามปีก่อน ในคืนที่เขาสังหารพ่อแม่ของแฮร์รี่

ดัมเบิลดอร์ประกาศว่า ฮอกวอตส์จะเป็นเจ้าภาพการประลองเวทไตรภาคี การแข่งขันด้านเวทมนตร์ของพวกพ่อมดแม่มด ซึ่งจะมีตัวแทนหนึ่งคนจะถูกคัดเลือกจากแต่ละโรงเรียน ในสามสถาบันพ่อมดแม่มดที่ใหญ่ และมีชื่อเสียงที่สุด โดยมีตัวแทนแข่งขันจากโรงเรียนเวทมนตร์คาถาโบซ์บาตง และหนุ่มๆ ที่ดูลึกลับและน่าเกรงขาม จากโรงเรียนเดิร์มสแตรงก์ เพื่อเข้าแข่งขันในหลากหลายภารกิจ ที่เสี่ยงอันตรายถึงชีวิต เพื่อครอบครองถ้วยรางวัลไตรภาคี

บาร์ตี้ เคร้าช์ เจ้าหน้าที่จากกระทรวงเวทมนตร์ และศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ เป็นประธานพิธีประชุมกลางแสงเทียน ถ้วยอัคนีคัดเลือกนักเรียนหนึ่งคน จากแต่ละโรงเรียนเพื่อเข้าแข่งขัน โดยถ้วยอัคนีได้ขานนาม วิคเตอร์ ครัม นักกีฬาควิดดิชชื่อดังจากเดิร์มสแตรงก์ ตามมาด้วย เฟลอร์ เดอลากูร์ ผู้งามสง่าจากโบซ์บาตง และท้ายที่สุด เซดริก ดิกกอรี่ หนุ่มเนื้อหอมผู้สามารถแห่งฮอกวอตส์ และสุดท้ายคือชื่อของ แฮร์รี่ พอตเตอร์

ด้วยอายุ 14 ปี แฮร์รี่ยังขาดอีกสามปี จึงจะมีสิทธิเข้าร่วมการแข่งขันนี้ได้ แฮร์รี่ยืนกรานว่าไม่ได้ใส่ชื่อตัวเองลงไปในถ้วย และเขาไม่อยากเข้าแข่งขัน แต่การตัดสินใจของถ้วยอัคนีนั้นถือเป็นข้อผูกพัน และเขาต้องเข้าร่วมแข่งขันด้วย

นักข่าวจอมสาดโคลนอย่าง ริต้า สกีตเตอร์ โหมกระพือไฟใส่สีอยู่เบื้องหลังแฮร์รี่ ด้วยคอลัมน์ซุบซิบที่หวือหวาของเธอ จนแม้กระทั่งรอนเองยังเชื่อว่าเพื่อน “ที่อยากดัง” ของเขา ได้ใช้อุบายหลอกให้ถ้วยเลือกชื่อเขาขึ้นมา แต่ด้วยความกังขาสงสัยนี้ ว่าใครก็ตามที่ใส่ชื่อของแฮร์รี่ ลงไปในการประลอง มีจุดมุ่งหมายที่จะทำให้เขาตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิต ดัมเบิลดอร์จึงขอให้ อลาสเตอร์ ‘แม้ด-อาย’ มู้ดดี้ อาจารย์สอนวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดผู้แปลกประหลาด ช่วยใช้ตาวิเศษที่เฉียบคมของเขา จับตาพ่อมดวัยรุ่นไว้

ในการประลองเวทไตรภาคี แฮร์รี่ได้หลบหลีกให้พ้นจากมังกรพ่นไฟ การดำดิ่งสู่ก้นบึ้งทะเลสาบใหญ่ และการหาทางเดินในเขาวงกตที่มีชีวิต

แฮร์รี่ การรับมือกับมังกร ชาวเงือก และกรินดี้โลว์ หลังจากการแข่งขันจบลง เขาได้ขอนัดกับ โช แชงไปงานเต้นรำ แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์ต่างๆ ที่เป็นลางร้าย เมื่อมีใครคนหนึ่งถูกฆ่าตาย ในบริเวณโรงเรียนฮอกวอตส์ ด้วยความหวาดกลัว และถูกหลอนด้วยความฝันเรื่องโวลเดอมอร์ แฮร์รี่จึงหันไปหาดัมเบิลดอร์ แต่แม้กระทั่งอาจารย์ใหญ่ผู้น่านับถือ ก็ยังยอมรับว่าไม่มีคำตอบง่ายๆ ให้อีกต่อไปแล้ว

ในขณะที่แฮร์รี่และตัวแทนคนอื่นๆ ต้องรับมือกับภารกิจสุดท้าย และกิ่งก้านสาขาที่งอกอย่างรวดเร็วของเขาวงกตที่น่ากลัว บางคนหรือบางสิ่งกำลังจับตามองอยู่ พวกเขามองเห็นชัยชนะอยู่เบื้องหน้า แต่เมื่อเข้าไปใกล้ถ้วยไตรภาคี ทุกอย่างกลับไม่ได้เป็นอย่างที่เห็น

แทง ufabet

รีวิวหนัง แฮร์รีพอตเตอร์กับ นักโทษแห่งอัซคาบัน เรื่องของบัคบีคและซีเรียส

เรื่องย่อ แฮร์รีพอตเตอร์กับ นักโทษแห่งอัซคาบัน แฮร์รี่ ปิดเทอมอยู่บ้าน ในขณะนั้นป้ามารจ์พี่ของลุงเวอร์นอน มาเยี่ยมบ้าน เมื่อมาถึงบ้านป้ามารจ์เริ่มด่าแฮร์รี่ แฮร์รี่พยายามทนเพราะท่าเขาทำตัวดี ลุงจะเซ็นใบตอบรับการไปฮอกมีดส์ของนักเรียนปีสามให้ แต่เมื่อป้ามารจ์เริ่มด่าแฮร์รี่และพูดถึงพ่อแม่เขาต่างๆนานา แฮร์รี่จึงทนไม่ได้เสกคาถาเป่าลมใส่คุณป้าจนลอยออกไป แฮร์รี่ซึ่งรู้ว่ากฎของโรงเรียนยคือห้ามใช้เวทมนตร์ต่อหน้ามักเกิ้ลเมื่ออายุยังไม่ถึง 17ปี แฮร์รี่จึงเก็บของและหนีออกนอกบ้านไป

เมื่อแฮร์รี่มาถึงที่ถนนแห่งหนึ่งและพบเขากับหมาดำตัวใหญ่ และพบกับรถเมย์อัศวินราตรี เขารู้เรื่องฆาตกรที่ยังลอยนวนอยู่นั่นคือซีเรียส แบล็ก ที่มีข้อหาฆ่ามักเกิ้ล 13 คน และว่ากันว่าเขาคือลูกน้องมือขวาของลอร์ดโวลเดอมอร์ เมื่อถึงที่ร้านหม้อใหญ่รั่ว เขาพบรัฐมนตรีกระทรวงเขาให้ตัดสินแฮร์รี่ไร้ความผิดและสามารถกลับไปเรียนที่ฮอกวอตส์ได้เหมือนเดิม และเขาก็พบรอนกับเฮอร์ไมโอนี่ที่ร้านหม้อใหญ่รั่ว ในคืนนั้นเองนายวิสลีย์ได้บอกเขาว่าแบล็กต้องการตามล่าและฆ่าแฮร์รี่

ในวันขึ้นรถไฟเขา เขาและเพื่อนๆนั่งห้องเดียวกันกับอาจารย์วิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดคนใหม่ รีมัส ลูปิน โดยเขาพบกับผู้คุมวิญญาณ เขาช่วยขับไล่ผู้คุมวิญญาณให้ วันที่เขาเรียนวิชาพยากรณ์ศาสตร์ ถ้วยชาของเขาปรากฏรางมรณะกริมขึ้น ในตอนบ่ายวันนั้นพวกเขาเรียนกับแฮกริด แฮกริดนำตัวฮิปโปร์กริฟที่ชื่อว่า บัคบีค มาสอน และแฮร์รี่สามารถขึ้นขี่ได้ แต่มัลฟอยไปท้าทายมันและถูกข่วนแขนจนได้รับบาดเจ็บ ในวันที่พวกรอนไปเที่ยวฮอกมีดส์ รูปของสุภาพสตรีอ้วนหายไป และพบเธอ เธอบอกว่าซีเรียสแบล็กกำลังอยู่ในปราสาทแห่งนี้ ในวันที่พวกเขาแข่งควิดดิชแฮร์รี่เห็นกริมและพบกับผู้คุมวิญญาณจู่โจมจนตกจากไม้กวาด ไม้กวาดของเขาปลิวไปตกที่ต้นวิลโลว์ จอมหวดทำให้หักและเสียหาย

เขาขอร้องให้ลูปินสอนคาถาที่ขับไล่ผู้คุมวิญญาณ เขาเรียนกับลูปินเรื่องคาถาที่สามารถขับไล่ผู้คุมวิญญาณได้นั่นคือคาถาผู้พิทักษ์ และเขาสามารถทำได้สำเร็จ แต่ในขณะเดียวกันบัคบีคถูกตัดสินประหาร ในวันที่ไปฮอกมีดส์ครั้งสุดท้ายเขาพบกับเฟร็ดและจอร์จที่ให้แผนที่ตัวกวนกับเขา แฮร์รี่เดินไปทางลับ และพบกับรอนและเฮอร์ไมโอนี่ แต่เขาก็ได้รู้ว่าซีเรียส แบล็กเคยเป็นเพื่อนกับพ่อแม่เขา และหักหลังพ่อกับแม่ อีกอย่างซีเรียสเป็นพ่อทูนหัวของแฮร์รี่ แฮร์รี่แค้นใจมาก จึงอยากแก้แค้น

วันที่ประหารบัคบีคเขาไปหาแฮกริดและพบกับสเคปเบอร์หนูของรอนที่หายไป หลังจากนั้นพวกเขาออกจากมาจากบ้านแฮรกริด แต่รอนถูกหมาลากเข้าไปในโพรง แฮร์รี่กับเฮอร์ไมโอนี่ตามไปและพบว่าหมาคือซีเรียส แฮร์รี่พยายามฆ่า แต่ลูปินขวางไว้ และเผยความจริงว่าซีเรียสนั้นบริสุทธิ์ แต่คนที่หักหลังพ่อแม่แฮร์รี่คือปีเตอร์ เพ็ตดิกรูว์ซึ่งแปลงร่างเป็นหนูของรอน พวกเขาจับปีเตอร์ได้ แต่ในขณะเดียวกันลูปินแปลงร่างเป็นมนุษย์หมาป่าและทำร้ายซีเรียสจนเขาตกลงไปเจอผู้คุมวิญญาณ แฮร์รี่ไปช่วยแต่ก็ต้านไม่ไหว แต่ก็มีคนมาช่วยแฮร์รี่เสกึคาถาผู้พิทักษ์ใส่ผู้คุมวิญญาณ แต่พอแฮร์รี่ฟื้นขึ้นมา ปรากฏว่าซีเรียสถูกจับและกำลังจะถูกมอบจุมพิตจากผู้คุมวิญญาณ พวกเขาจึงใช้เครื่องย้อนเวลาย้อนไปในอดีตเพื่อช่วยบัคบีคและซีเรียส เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ต้องติดตาม

เดิมพัน ufabet