รีวิวหนัง Coco – โคโค่: วันอลวน วิญญาณอลเวง เด็กชายที่เป็นศูนย์กลางของเรื่องราว

เรื่องย่อหนัง Coco หรือชื่อไทยว่า โคโค่: วันอลวน วิญญาณอลเวง เด็กชายที่เป็นศูนย์กลางของเรื่องราวมีชื่อว่ามิเกล สมาชิกของครอบครัวริเวียรา ที่มีอาชีพเป็นช่างทำรองเท้า Coco เป็นครอบครัวเม็กซิกันธรรมดา เพียงแต่ว่ามีกฎเหล็กห้ามทุกคนในครอบครัวเล่นดนตรีมาหลายชั่วอายุคน ทั้งนี้เพราะอิเมลดา ย่าทวดของมิเกล ถูกปู่ทวดที่อยากเป็นนักร้องดาวโดดเด่นบนฟากฟ้า ทิ้งไปเพื่อไขว่คว้าเอามาดังใจฝัน ครอบครัวนี้จึงห้ามให้มีเสียงดนตรีและเสียงเพลงในบ้านนับแต่นั้น โดยมีย่าของมิเกล (เรเน่ วิกเตอร์) เป็นผู้คุ้มครองกฎนี้อย่างแน่นหนาแต่มิเกลนั้นรักการร้องเพลง สักวันจะเป็นอย่างฝันใฝ่ จะทำให้ได้ เหนื่อยสักเท่าไหร่ทุ่มเทกายใจ ให้ดังฝัน และมีไอดอลในดวงใจคือเออร์เนสโต เดอ ลา ครูซ (เบนจามิน แบรตต์) นักร้องผู้ล่วงลับ หลังจากรู้ความจริงว่าเดอ ลา ครูซ นั้นเดอลาโลกไปแล้ว มิเกลก็แอบไปขโมยกีตาร์ของเขาที่หลุมศพ แต่บังเอิญว่าตรงกับวันที่ประตูนรกเปิดพอดี (Day of the Dead) มิเกลจึงถูกคำสาปหอบพาเขาไปยังดินแดนของคนตายในวันนั้น ต้องเผชิญหน้ากับบรรดาญาติๆ ทั้งหลายที่ตายไปแล้วและเกลียดดนตรี

Pixar ขึ้นชื่อเรื่องอนิเมชั่นคุณภาพที่ชอบมีผลงานที่สร้างความประทับใจใหม่ๆ ไอเดียใหม่ๆได้ตลอดมาเลยก็ว่าได้ ในขณะที่อนิเมชั่นค่ายอื่นๆ ตอนนี้ไม่ว่าจะเป็น อิลลูมิเนชั่น/ บลูสกาย /ดรีมเวิร์คอนิเมชั่น/โซนี่อนิเมชั่น เริ่มตันในไอเดียแล้วช่วงนี้ อ่านต่อ

รีวิวหนัง Midnight Sun – หลบตะวัน ฉันรักเธอ เด็กสาวผู้เกิดมาพร้อมกับความผิดปกติ

เรื่องย่อหนัง Midnight Sun เคที ไพรซ์ (เบลลา โทรน) อายุ 17 ปี เด็กสาวผู้เกิดมาพร้อมกับความผิดปกติ เธอไม่สามารถที่จะสู้กับแสงอาทิตย์ได้ Midnight Sun ยามค่ำคืนจึงเป็นเวลาเดียวที่เธอจะสามารถออกจากบ้านได้ ดังนั้นเธอจึงต้องนอนหลับในช่วงเวลากลางวัน ก่อนจะตื่นในช่วงเวลากลางคืน ซึ่งเป็นเวลาที่เธอจะออกไปเล่นกีตาร์ในสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน เมื่อเธอได้พบกับ ชาร์ลี (แพททริค ชวาร์ซเนคเกอร์) เธอไม่ได้บอกถึงข้อจำกัดของตัวเองในตอนแรก เพราะเธอกลัวว่าจะทำให้เขาจากไป

หนัง Based on the Japanese film, centers on Katie, a 17-year-old sheltered since childhood and confined to her house during the day by a rare disease that makes even the smallest amount of sunlight deadly. Fate intervenes when she meets Charlie and they embark on a summer romance.

แต่สุดท้ายเมื่อพวกเขาทั้งคู่ไปออกเดทกันในคืนหนึ่ง ทุกอย่างเหมือนจะเป็นไปได้ด้วยดี จนกระทั่งเธอรีบวิ่งกลับบ้านให้ทันเท่าที่จะทำได้ก่อนพระอาทิตย์จะขึ้น ชาร์ลีเต็มไปด้วยคำถามมากมาย แต่เคทียังคงกลัวที่จะบอกเขาถึงความลับของเธอ อ่านต่อ

รีวิว 7days เรารักกันจันทร์-อาทิตย์ เขาตื่นมาอยู่ในร่างของคนอื่นที่ไม่ซ้ำหน้ากัน

รีวิว 7days เรารักกันจันทร์-อาทิตย์ เป็นหนังไทยเรื่องที่ 2 ที่เราดูในปีนี้ และเป็นผลงานจอเงินเรื่องที่ 3 ที่เราได้ดู มิว นิษฐา แสดงนำ โดยเรื่อง 7Days : เรารักกัน จันทร์ – อาทิตย์ นี้คาแรกเตอร์ของ มิว นิษฐา ก็ยังไม่ได้แตกต่างไปจากเรื่องก่อน ๆ มากนัก แต่มีอาชีพใหม่เป็นนักชิมและวิจารณ์อาหาร มีแฟนหนุ่มเป็นเชฟอารมณ์ดี คือ กันต์ กันตถาวร

พล็อตของหนังฟังคร่าว ๆ จะคล้ายกับหนังรักเกาหลี แต่จะมีความเลี่ยน ๆ ฟุ้ง ๆ ฝัน ๆ ปนน้ำเน่าเชย ๆ อยู่ เรื่องของเรื่องคือ วันนึง เชฟแทน (กันต์ กันตถาวร) ทะเลาะกับ มีน (มิว นิษฐา) เรื่องความฝันที่จะไปทำงานที่นิวยอร์ก แล้ววันต่อมาก็หายไป ทำให้มีนร้อนใจ ออกตามหา ส่วนแทนก็พบว่าหลังจากคืนนั้น เขาก็ตื่นมาอยู่ในร่างของใคร ๆ ที่ไม่ซ้ำหน้ากันในทุก ๆ วัน เอาจริง สำหรับเรา เรารู้สึกว่ามันเชื่อได้ยากตั้งแต่ ตื่นมาในร่างคนอื่นทุกวันแต่มีมือถือของตัวเองติดตัวมาด้วย (ทำไมต้องมือถือ???) แต่ก็ทน ๆ ดูไปก่อน เผื่อมันจะสนุก และพอจะมองข้ามช่องโหว่ช่องนั้นไปได้

แต่กลายเป็นว่า ยิ่งดู ยิ่งผ่านไปทีละวัน ๆ ยิ่งพบช่องโหว่ที่ใหญ่ขึ้น ๆ เช่น ข้อจำกัดเรื่องระยะทางหรือสถานที่ ที่ทำให้เราเริ่มมีคำถามมากมายว่า “มันใช่หรอวะ / มายังไงวะ ฯลฯ” จนเริ่มไม่อินกับซีนอารมณ์ใดใดที่หนังพยายามจะถ่ายทอดอีกต่อไป

ปกติเราอาจไม่ค่อยได้ดูหนังที่ได้เห็นตัวละครเอกทำงานทำอาชีพจริง ๆ จัง ๆ เท่าไหร่หากไม่ใช่งานพวกตำรวจหรือสายลับ แต่เราเคยดูหนังรอมคอมที่พระเอก-นางเอกเป็นเชฟ มีความฝันไขว่ฟ้าคว้าดาวมิชลิน และมีการทำอาหารสลับกันเส้นเรื่องความสัมพันธ์ของตัวละครแทบตลอดเรื่อง เช่น เรื่อง The Hundred-Foot Journey ซึ่งเรื่องนั้นเราชอบมากเสียด้วย เพราะเขาเกลี่ยสตอรี่พาร์ทต่าง ๆ อ่านต่อ

รีวิว Searching เสิร์ชหาสูญหาย การหายตัวไปของลูกสาวสุดที่รัก

รีวิวหนังเทคนิคการเล่าเรื่องเหมือนกันอย่าง Unfriend (2014) ถือว่าแปลกใหม่ Searching เสิร์ชหาสูญหาย ชีวิตของ เดวิด คิม (จอห์น โช) แทบมืดแปดด้านหลังการหายตัวไปของ มาร์ก็อต ลูกสาวสุดที่รัก และ Searching เบาะแสที่ดีที่สุดอยู่ในประวัติการออนไลน์และติดต่อบรรดาเพื่อนๆของเธอ ที่เขาอาจได้ค้นพบอีกด้านว่าลูกสาวที่เขาเลี้ยงอาจไม่ได้บริสุทธิ์ผุดผ่องอย่างที่คิด

ทั้งฟอร์มในการเสนอผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์และปริศนาคนหาย ภาพของหนังเมื่อ 4 ปีก่อนอย่าง Unfriended (2014) ก็แจ่มชัดทันทีและพาลให้นึกไปทางลบว่าหนังคงทำออกมาตามกระแสให้ตระหนักถึงภัยโซเชียลเน็ตเวิร์คและมีจุดหักมุมกันตามคาด แต่กลับตรงกันข้ามบทหนังที่ เซฟ โอฮาเนียน (Sev Ohanian) เขียนร่วมกับ อานีช ชากันที (Aneesh Chaganty) ผู้กำกับก็วางปมและจุดหักมุมต่างๆอย่างรัดกุมจนทำให้ตลอดเวลา 102 นาทีของหนังแทบไม่มีจุดน่าเบื่อโดยสามารถดึงเบาะแสดิจิตอลหรือ ดิจิตอลฟุตปรินต์ (Digital Footprint) ของมาร์ก็อตออกมาสร้างความประหลาดใจและนำไปสู่จุดหักมุมได้เป็นอย่างดี แถมการเก็บสิ่งที่ปูไว้หรือเบาะแสที่หนังแอบเผยไต๋มาทดสอบความจำคนดูก็ทำได้กลมกล่อมพอดี เรียกได้ว่าหนังสามารถอุดช่องโหว่ต่างๆได้แบบแนบเนียน และยังหลอกทางคนดูได้ว้าวดีเหลือเกินอีกด้วย อ่านต่อ