เรื่องย่อ เบลล่า (คริสเตน สจ็วต) ได้กลายเป็น แวมไพร์ เต็มตัว พร้อมทั้งให้กำเนิดลูกสาว เรเนสเม่ (แมคเคนซี่ ฟอย) เด็กพันธุ์ผสมที่มีการเติบโตที่รวดเร็ว จนทำให้ ตกเป็นเป้าหมายในการลงทัณฑ์จากกลุ่ม แวมไพร์ ราชวงศ์โวลตูรี่ ในขณะเดียวกัน เจคอบ (เทย์เลอร์ เลาท์เนอร์) หมาป่าเพื่อนรักของเบลล่า ได้อิมปรินท์ผูกจิต กับ เรเนสเม่ และนำฝูงหมาป่าแห่งเมืองฟอร์คสมาร่วมกับกองกำลังของกลุ่มพันธมิตรแวมไพร์แห่งครอบครัวคัลเลน เพื่อทำสู้ในศึกสุดท้ายกับ โวลตูรี่ เพื่อ ปกป้อง เรเนสเม่

เดินทางมาอย่างยาวนาน เริ่มตั้งแต่หนังสือสู่ภาพยนตร์ที่ต้องทำออกมาถึง 5 ภาค เพื่อจบเรื่องราวความรักระหว่างมนุษย์ แวมไพร์ และ มนุษย์หมาป่านี้ลงได้ และต้องย้ำนะว่า “ความรัก” เพราะจริงๆ แล้วตัวนิยาย Twilight คือเรื่องราวที่เล่าผ่านมุมมองของหญิงสาว บูชาความรัก การคาดหวังจะได้เห็นการต่อสู้ดุเดือดเลือดพล่านของทั้งคน แวมไพร์ และ มนุษย์หมาป่า ควรจะเปลี่ยนไปดูซีรีส์อย่าง The Vampire Diary อะไรแบบนั้นนี้กว่า อย่ามาคาดหวังกับภาพยนตร์แฟรนไชส์เรื่องนี้เลย

ส่วนหนึ่งที่แฟนๆ ยังคงหลงรักนิยายชุด Twilight นั่นก็คือการที่ผู้อ่านยอมให้ เบลล่า เป็นตัวแทนของสาววัยรุ่นยุคใหม่ คิดเร็ว ทำเร็ว และที่สำคัญหัวใจเลยแสดงมันออกมาตามความรู้สึกนึกคิดของตัวเอง จุดนี่แหละที่จี๊ดใจ เด็กสาวยุคใหม่ ที่ไม่กล้าก๋ากั๋นเช่นเธอ เพราะมัวแต่เขิลอาย แบบนี้แหละสาวๆ นักอ่าน เลยจะยอมพร้อมใจให้ เบลล่า นำพาพวกเธอไปยังเรื่องราวสนุกๆ ของแวมไพร์เจ้าเสน่ห์กับมนุษย์หมาป่าผู้ซื่อสัตย์ แต่ด้วยการมาเป็นภาพยนตร์จะเจาะกลุ่มสาวๆ อย่างเดียวมากไป ก็คงจะไม่ฮิตเท่าตอนเป็นหนังสือ บทหนังเลยต้องถูกดัดแปลงใหม่ไม่ให้เป็นหนังผู้หญิ้ง ผู้หญิง รวมไปถึงเรื่องเล่าจากมุมมอง เอ็ดเวิร์ด และ เจคอบ ก็ไม่ให้เป็นผู้ช้าย ผู้ชาย สุดท้ายบทก็ตกผลึกออกมาได้เป็น The Twilight Saga ที่มีถึง 5 ภาค

และสำหรับ The Twilight Saga: Breaking Dawn Part 2 เรียกแฟนๆ มาส่งท้ายเพื่อปิดฉาก The Twilight Saga อย่างได้ผล นอกจากจุดดึงดูดหนึ่งก็คือ การต่อสู้ของ แวมไพร์และมนุษย์หมาป่า สิ่งที่ผู้ชมหนุ่มๆ รอมาถึง 5 ภาคก็คือฉากแอคชั่นมันส์หยด ที่ภาคนี้มีมาให้ดูแน่นอน และอีกส่วนหนึ่งก็คือเรื่องราวของเหล่าแวมไพร์จากทั่วทุกมุมโลก

เพราะภาคนี้ ขมเอาแวมไพร์หลากหลายเชื้อชาติทั่วโลกออกมาโชว์ ไม่ว่าจะเป็น แวมไพร์เดนาลี, แวมไพร์อะเมซอน, แวมไพร์อิยิปต์, แวมไพร์โรมาเนีย, แวมไพร์ไอริช แวมไฟร์ญี่ปุ่น รวมไปถึงพวก แวมไพร์เร่ร่อน แต่ละคนจะมีรูปลักษณ์ตามเผ่าพันธุ์จริงๆ และที่เด็ดก็คือบางคนมีพลังพิเศษอีกด้วย ทั้งสร้างกระแสไฟฟ้า ควบคุมดิน น้ำ ลม ไฟ สร้างภาพมายา ฯลฯ และ พวกนี้ต้องประชันกับกลุ่มโวลตูรี่ ที่มีพลังด้านมืดไม่เหมือนใครเช่นกัน ศึกสุดท้ายของเหล่าแวมไพร์เลยจะเต็มไปด้วยความตื่นตา แบบที่ไม่เคยเห็นที่ไหน ขอไม่พูดถึงมนุษย์หมาป่านะ เพราะมีแค่กระโดขย้ำอย่างเดียว

อีกส่วนหนึ่งที่ต้องเล่าให้ฟังก็คือ การผูกวิญญาณ หรือว่า การผูกจิต (imprint) ของ เจคอบ และ เรเนสเม่ ลูกของเบลล่า เผื่อใครจำไม่ได้… เรื่องของเรื่องก็คือ ฝูงหมาป่าจะฆ่าเรเนสเม่ เนื่องจากไม่มั่นใจในตัวลูกผสมที่จะออกมา หนทางเดียวที่เจคอบ จะรักษาลูกสาวของคนรักได้นั่นก็คือ การผูกจิต และเมื่อทั้งสองเป็นคู่ของกันและกัน ฝูงมนุษย์หมาป่าจึงไม่ตามล่าเรเนสเม่ อีกต่อไป ซึ่งเป็นกฏของฝูงที่จะไม่ทำร้ายร่างของคู่ที่ผูกจิต ส่วนฝั่งคุณแม่แวมไพร์ก็แอบโกรธเจคอบ เพราะว่าเจคอบ กับเรเนสเม่ ดูท่าจะแน่นแฟ้นยิ่งกว่าความสัมพันธ์ระหว่างแม่กับลูกหลายเท่าตัว ยังไม่ทันได้เลี้ยงดูก็กลายเป็นของคนอื่นไปซะแล้ว

และอีกประเด็นนึง โดยเฉพาะคนที่ไม่เคยอ่านหนังสือทไวไลท์มาก่อนไม่ค่อยเข้าใจ ก็คือเรื่องของ เด็กอมตะ อันเป็น Key ของภาคนี้ เด็กอมตะคือเด็กน้อยผู้น่าสงสารที่ถูกกัดจนเป็นแวมไพร์ และเมื่อเป็นเด็กที่มีพลังโดยไม่มีความรู้สึกผิดชอบชั่วดีเนื่องจากยังเด็กอยู่ แถมหิวอีกต่างหาก จึงฆ่าผู้คนตามใจ ต่างจาก เรเนสแม่ ที่เกิดจากการผสมพันธุ์ของแวมไพร์ในท้องของมนุษย์ ส่วนเบลล่ามาเป็นแวมไพร์ในตอนคลอด เรเนสเม่ แล้ว ทำให้เคสของ เรเนสแม่ ต่างจาก เด็กอมตะ

หากพูดกันจริงๆ แล้ว Breaking Dawn Part 2 มีการดำเนินเรื่องไม่ต่างจากภาคก่อนๆ เท่าไหร่นัก สิ่งหนึ่งที่ทำให้ภาคนี้ดูตลกก็คือ สเปเชี่ยล เอ็ฟเฟ็กซ์ ที่ถูกเพิ่มเข้ามาอย่างมากมาย ตั้งแต่ฉากล่าสัตว์ของเบลล่า ที่ต้องวิ่งเร็วๆ และห้อยโหนโจนทะยาน ฉากต่อสู้กลางหิมะฯ ที่ยังไม่เนียน แต่ฉากที่ไม่น่าให้อภัยมากที่สุดก็คือ เรเนสเม่ตอนเด็ก ที่ถูกทำด้วย CG ซึ่งผลที่ออกมาผ่านหน้าจอก็คือ เรเนสเม่ เป็นเด็กที่น่ากลัวมาก หน้าตาซีดเซียว

ufa24hrs

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *