รีวิว The Broken Hearts Gallery ฝากรักไว้…ในแกลเลอรี่ ภาพยนตร์รักอกไม่หัก

The Broken Hearts Gallery หรือ ฝากรักไว้…ในแกลเลอรี่ ภาพยนตร์รักโรแมนติกคอเมดี้ กำกับและเขียนบทครั้งแรกของ นาตาลี ครินสกี และเซเลน่า โกเมซ รับหน้าที่เป็น Executive Producer นำแสดงนำโดย เจอรัลดีน วิสวานาธาน, เดเคอร์ มอนต์โกเมอรี่, Utkarsh Ambudkar, มอลลี่ กอร์ดอน อาร์ทูโร แคสโตร เบอร์นาเดต ปีเตอรส์ และ ฟิลลิปา ซู โซนี่ พิคเจอร์ รับหน้าที่สร้างและจัดจำหน่าย ภาพยนตร์ที่ถ่ายทอดเรื่องราวของความรักที่มักมาพร้อมการอกหัก การปล่อยวาง และการยอมรับความเจ็บปวดของตัวเอง ซึ่งมันน่าสนใจเพราะที่อเมริกามีแกเลอรี่อกหักที่ให้คนเอาสิ่งของมาเก็บไว้จริง ๆ ที่ LOS ANGELES!

 

เรียกได้ว่าเป็นหนังรักที่เป็นม้ามืดของปีนี้เลยสำหรับ The Broken Hearts Gallery ที่ออกฉายไปตั้งแต่เดือนกันยายน แต่โซนี่พิคเจอร์ไทย เพิ่งจะเอาเข้าฉายในโรงภาพยนตร์มาสด ๆ ร้อน ๆ และได้รับคำชื่นชมจากคนที่ได้ดูในรอบสื่อ ซึ่งผมยอมรับว่านี่เป็นหนังที่ผมคาดหวังมาก เพราะนอกจากจะได้เซลีน่า โกเมซ นักร้องสาวชาวอเมริกันเจ้าของเพลงดังอย่าง Ice Cream ที่ร้องร่วมกับวงแบล็กพิงก์มาร่วมเป็นโปรดิวเซอร์แล้ว ยังมีเรื่องของเรื่องราวรวมถึงนักแสดงที่เราอาจจะคุ้นหน้าคุ้นตากันอย่าง เดเคอร์ มอนต์โกเมอรี่ ที่เคยฝากบทบาทการแสดง บิลลี่ หนุ่มดาวยั่วให้สาว ๆ หัวใจพองตัวและร้ายสุดขั้วโลกจากซีรีส์ สเตรนเจอร์ ธิงส์ ซีซั่น 3 คราวนี้เขามารับบท นิค ตัวละครหลักเป็นครั้งแรกอีกด้วย แต่นอกจากนั้นผมไม่รู้จักใครเลย ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดี เพราะส่วนตัวแล้วภาพยนตร์ที่คนไม่ค่อยสนใจนักแสดงดัง มักจะให้ผลออกมาเกินคาดเสมอ แต่เรื่องนี้จะเป็นแบบนั้นได้หรือไม่ มาฟังเรื่องย่อกันเลยครับ

“ลูซี่ กัลลิเวอร์ ผู้ช่วยมัณฑนากรสาวในนิวยอร์กที่ชอบเก็บของที่ระลึกจากแฟนที่เคยคบจนรกห้อง และเป็นที่เอือมระอาของเพื่อน ๆ กลับต้องมีชีวิตพลิกผันในชั่วค่ำคืน เมื่อเธอถูกเท ทั้งด้านการงานและความรักโดยแฟนเก่าอย่าง แม็กซ์ จนได้ไปพบกับ นิค ชายหนุ่มไร้ความรู้สึกผู้กำลังทำธุรกิจเปิดโรงแรมแต่ประสบปัญหาบางอย่าง แต่ลูซี่กลับมองเห็นโอกาสที่จะให้คนที่อกหักทั่วทุกมุมเมือง เอาของที่ระลึกจากความรักเก่า ๆ มาไว้ที่โรงแรม โดยตั้งเป็น แกเลอรี่คนอกหัก สำหรับคนที่อยากมูฟออน แต่ไม่กล้าทิ้งของคนรักเก่า ได้เอามาจัดแสดงเป็นนิทรรศการ ในระหว่างที่ธุรกิจกำลังไปได้สวย ทั้งคู่ก็ดันปาร์คจอยกันซะงั้น แล้วแบบนี้แกเลอรี่คนอกหัก จะกลายเป็นแกเลอรี่คนรักกันหรือไม่ ลูซี่จะเข้าใจถึงความเจ็บปวดของตัวเอง เพื่อเดินหน้าและมีความสุขหลุดพ้นจากความสัมพันธ์แย่ ๆ แล้วเริ่มต้นใหม่ได้อย่างไร”

 

รีวิว The Broken Hearts Gallery ฝากรักไว้…ในแกลเลอรี่ ศิลปะและการอกหัก (ไม่สปอยล์) 2ภาพยนตร์ถ่ายทอดเรื่องราวความรักและการอกหักได้อย่างคมคาย มีคำพูดหรืออะไรหลายอย่าง ที่ตัวละครพูดออกมาแล้วสามารถเอามาใช้ได้ในชีวิตจริง แม้ว่าจะบทหนังจะออกแนวเรียบง่ายประสาหนังรักรอมคอมที่มีพล็อตเรื่อย ๆ เล่าเหตุการณ์นึงไปเหตุการณ์นึง แต่ในระหว่างการเดินทางของเรื่องราว นอกจากความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครแล้ว หนังยังให้พื้นที่กับสิ่งของเก่าต่าง ๆ ได้มีบทบาทแทนความทรงจำและความเจ็บปวดของคนที่เคยรักกันผ่านตัวละครหลักได้เป็นอย่างดีซึ่งก็ถ่ายทอดมาในรูปแบบโอเวอร์แอ็คติ้ง ร้องไห้ยังไงให้ดูตลก โวยวายยังไงให้ดูฮา เมาท์กันยังไงให้ดูขำ ผ่านตัวละครของนิคและลูซี่ที่ได้มาเจอกันท่ามกลางวันแย่ ๆ ของชีวิต ได้ช่วยกันทำงาน ได้เรียนรู้ตัวตนซึ่งกันและกัน ได้มูฟออนไปด้วยกัน ซึ่งเป็นช่วงที่เราได้อมยิ้มไปพร้อม ๆ กับอยากรู้ว่าเรื่องจะลงเอยอย่างไร แถมยังค่อย ๆ เห็นตัวละครเริ่มเปลี่ยนแปลงตัวเองไปทีละก้าว

ทว่าในช่วงหลังของเรื่อง หนังกลับจริงจังและชัดเจนว่าไม่ได้อยากเป็นแค่ความบันเทิง แต่ยังให้ความรู้สึกโอบรับผู้ชมทุกคนที่อาจจะเคยอกหักหรือไม่เคยอกหักได้เรียนรู้และเข้าใจไปพร้อมกับตัวละคร โดยไม่ทิ้งความตลกให้เราดูได้อย่างเพลิน ๆ และพัฒนาไปพร้อมกับตัวละครที่ตอนแรกอาจจะเป็นคนแบบหนึ่ง แต่ตอนหลังจะกลายเป็นคนแบบหนึ่ง ซึ่งมันดีมาก ๆ เพราะมันทำให้เราเข้าใจเจตนาและปมของตัวละครที่ขับเคลื่อนไปด้วย เพราะฉะนั้นหากคิดว่าจะเป็นหนังรักฮา ๆ ธรรมดาอย่างในตัวอย่าง ผมบอกเลยว่าคุณคิดผิด เพราะดูจบแล้ว คุณอาจจะรู้วิธีหาทางที่จะมีความสุขจากการอกหักได้แน่ ๆ

ตัวละครมีเสน่ห์ และฉายแสงออกมาอย่างถ้วนหน้า

ถ้าถามว่าหนังรักโรแมนติกเรื่องไหนที่ตัวละครอื่นเด่นพอ ๆ กับตัวเอก ก็คงเป็นเรื่องนี้ เพราะลูซี่ก็มีบุคลิกแบบผู้หญิงทั่ว ๆ ไปที่เราสามารถพบเห็นได้ในชีวิตประจำวัน นิคก็อาจจะเป็นผู้ชายแบบเพื่อนที่มีปัญหาไม่กล้าสุงสิงกับใคร แต่พอเขาได้ทำสิ่งที่เขาชอบ พวกเขาจะมีเสน่ห์มาก ๆ เช่นเดียวกับตัวละครแวดล้อมรอบ ๆ ช่วยสร้างความสนุกให้กับเรื่องมากขึ้น เช่น นาดีน ความสัมพันธ์แบบสนุกสนานไม่ผูกมัด แถมเป็นเลสเบี้ยนอีกด้วย ซึ่งเรามักจะได้เห็นตัวละครแนวนี้มักเป็นผู้ชาย แต่ไม่ครับ เธอมีความสัมพันธ์รักอย่างอิสระแบบเพลย์เกิลส์ จะคบใครรักใครเลิกกันก็ทำได้เหมือนเพศชาย น้ำหนัก LGBT ในส่วนนี้ถือเป็นเรื่องขบขันแบบพอดิบพอดีไม่ยัดเยียดเกินไป จนทำลายสาสน์ของหนัง ส่วน อะแมนด้า คือ ทนายความสาวที่คบกับแฟนแต่ก็ยังเกรงใจเพื่อน เพราะตัวเองก็ไม่ค่อยแน่ใจในความสัมพันธ์ แต่เป็นห่วงเพื่อนสุด ๆ แม้จะชอบแซะ ชอบแซว ทั้งคู่ก็คอยเป็นกำลังสำคัญที่อยู่กับลูซี่และสนับสนุนเวลาเพื่อนอกหัก และเมาท์กันแบบผู้หญิงถึงผู้หญิงที่เราดูแล้วเหมือนกำลังดูเพื่อนหรือผู้หญิงใกล้ตัวเล่าเรื่องชีวิตรักให้เราฟัง เช่นเดียวกับ มาร์คลอสที่คอยเป็นพ่อสื่อให้กับนิค ด้วยมุกตลกขำ ๆ ซึ่งมาช่วยทำให้หนังไม่จืดจนเกินไป ทุกตัวละครมีฉากให้เราสะดุดหูสะดุดตาตลอด ด้วยคำพูดที่จิกกันและแสบสัน อ่านต่อได้

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *