ตัวอย่างแรกของ “กระสือสยาม” (Sisters) ของปรัชญา ปิ่นแก้ว | JEDIYUTH

หนัง Sisters เรื่องราวความรักความผูกพันของ “โมรา” และ “วีณา” สองสาวพี่น้อง เมื่อคนหนึ่งกำลังรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของร่างกายตามสายเลือดนักล่า และอีกคนต้องยอมพลีทั้งชีวิตฝึกฝนวิชาเพื่อให้ได้มาซึ่ง สัญชาตญาณนักฆ่า จากความแค้นที่ฝังลึกในอดีตกับกระสือคู่อาฆาต สู่การต่อสู้กับชะตากรรมที่ขัดแย้งกันอย่างรุนแรง…ที่ไม่อาจล่วงรู้ได้ว่าจะสิ้นสุดอย่างไร

“เมื่อเราไม่คาดหวัง เราก็จะไม่ผิดหวัง” เหมือนกับประโยคนี้จะใช้กับหนังเรื่องนี้ไม่ได้ เพราะขนาดไม่ได้คาดหวังอะไรแล้ว ยังรู้สึกผิดหวังกับตัวหนังจริงๆ SisterS กระสือสยาม เป็นได้แค่หนังที่ยำอะไรรวมกันมั่วไปหมด นึกจะใส่อะไรก็ใส่มา ลำดับก็แปลกๆ เล่าเรื่องก็จืดชืด หลายๆ อย่างก็ไม่สมเหตุสมผล หนังมี WTF Moment เต็มไปหมด ตลอดทั้งเรื่องได้แต่ดูไปหงุดหงิดไป ศึกกระสือครั้งนี้ กระสือสยามแพ้แสงกระสืออย่างราบคาบจ้าาา

SisterS กระสือสยาม เป็นหนังว่าด้วยเรื่องของพี่น้องที่คนพี่เกิดมาเพื่อเป็นนักล่ากระสือ ส่วนคนน้องเกิดมาเพื่อเป็นกระสือ คือคนพี่ต้องหาทางรักษาน้องไม่ให้เป็นกระสืออย่างเต็มตัว แต่อันตรายก็มาคุกคาม เมื่อเผ่าพันธ์กระสือดั้งเดิมก็มาตามล่าสองพี่น้องเช่นกัน

เริ่มจากตรงไหนดี…เอาเรื่องที่น่าชื่นชมก่อนดีกว่า อย่างแรกเลยคือนักแสดง นักแสดงแต่ละคนในเรื่องนี้แสดงได้ในระดับที่โอเคนะ ได้มาตรฐานแต่ไม่โดดเด่น ไม่ถึงกับแย่ แต่ก็ไม่ได้ดีมาก ไม่ว่าจะเป็น หญิง รฐา ที่การพูด การแสดงเธอดูร้ายสมกับบทบาทไม่ใช่เล่น, โจ้ พลอยยุคล กับความห้าวๆ ดูเข้ากับตัวละครที่เธอสวมบท หรือ ต๊อก ศุภกรณ์ ที่ถึงแม้ไม่ได้แสดงซีนอารมณ์หรืออะไรเท่าไหร่ ก็ยังโอเคในการแสดงเรื่องนี้ และมิวนิค นันท์นภัส ที่น้องดูขึ้นกล้องมากๆ รูปปากดูดี หน้าตาดูสะอาดสะอ้าน ดูเหมาะสมกับบทบาทไม่ใช่เล่น แต่เหมือนยังคอนโทรลเสียงไม่ได้ ซีนอารมณ์หรือเวลาพูดอะไรเยอะๆ มันเลยดูน่ารำคาญไปเลย

มาพูดถึงบทพูดของหนังเรื่องนี้คือมันแย่มาก แย่แบบแย่ที่สุด บางฉากที่เศร้าๆ ซึ้งๆ ดราม่าๆ กลับพูดอะไรมากมายแต่ความหมายเท่าเดิม วนไปวนมา งงๆ คือบทพูดทุกฉากมันดูตลกและแข็งไปหมดเลย โดยเฉพาะการที่สองตัวละครพี่น้องเรียกกัน “เค้า” กับ “ตัว” ตลอดทั้งเรื่อง คือในชีวิตจริงมันอาจจะมีพี่น้องที่เรียกกันแบบนี้แหละ เพียงแต่ว่าเราไม่ชินจริงๆ มันดูส่อไปในทางอื่นมากกว่าความเป็น พี่-น้องอะ ไม่รู้ว่าผู้กำกับตั้งใจจะให้จิ้นกันหรือเปล่าก็ไม่รู้ และยิ่งฉากสองคนนี้เถียงกันนะ เสียงจะสูงๆ น่ารำคาญมว๊ากกกกกกกกกกกก และช่วงหลังๆ ของหนังพวกเสียงกรี๊ด เสียงอะไรใส่มาเกินเบอร์มากเช่นกัน แสบแก้วหูชะมัด

การดำเนินเรื่องพัง บทพัง หนังค่อนข้างจะเละเทะ เลอะเทอะ มั่วมาก โอเคแหละมันอาจจะไม่ใช่กระสือแบบโบราณๆ มันคือแอ็คชั่น แฟนตาซี ที่พยายามดันทุรังแบบสุดๆ ต้นเรื่องหนังจะเล่าด้วยการบรรยาย ซึ่งมันเชยมาก การที่ให้ตัวละครเอกมาเล่าเรื่อง 3-5 นาทีเนี่ยนะ มันกลายเป็นน่าเบื่อและไม่น่าสนใจเอาซะเลย อีกทั้งหนังมันมั่วมาก เหมือนผู้กำกับมีไอเดียเต็มไปหมด แล้วมายัดๆ เข้ามาในเรื่อง ประเด็นหลายๆ อย่างที่เหมือนเป็นปริศนาที่ดูเหมือนจะมีอะไร แต่ท้ายที่สุดแล้วก็ไม่มี “เอ้าไรวะ!” คือหลายๆ ฉากพยายามถามคำถามตัวเอง ว่า “มีทำไม?” “เพื่ออะไร?” “ใส่มาทำไม” แต่ต่อให้คิดมากแค่ไหนก็ไม่ได้คำตอบอยู่ดี บางตัวโผล่มาแบบ เห้ยไอ้นี่ต้องเป็นใครบางคน สำคัญแน่ๆ สุดท้ายก็หายไป และบทสรุปที่แบบ WTF!!!!!!!!!!!!!!!

และไอ้ที่น่าหงุดหงิดเข้าไปอีกคือ ตัวละครผู้เป็นพี่นักล่ากระสือนึกว่าจะมีมุมเท่ๆ บ้าง แบบบุกรังกระสือเหมือนบุกรังแวมไพร์อย่างใน Blade ไรงี้ แต่เปล่าเลย มันง่อยมาก ดูกระจอกมากเลย คือคาแรคเตอร์มันน่าสนใจนะ แต่มันทำได้แค่นี้จริงๆ หรอ ไม่มีฉากต่อสู้ แอ็คชั่นเท่ๆ ให้ดูเลยจริงดิ แล้วไอ้ที่ควงๆ มีดเล่นคือ? หยังวะ? What!!! ประโยชน์ของตัวละครนี้คืออารายยยยยยยยยยย

ยังๆ ความน่าหงุดหงิดมันยังไม่หมดแค่นี้ เรื่องนี้เรารู้สึกขัดใจและหงุดหงิดที่สุดและ มุมกล้องในเรื่องนี้โคตรน่าอึดอัด!!! คือกว่า 90% ของเรื่องจะถ่ายด้วยมุมแคบ Close Up เกือบตลอดเวลา มีน้อยมากที่จะเห็นมุมกว้างๆ เห็นแบบนับฉากได้เลย คือนอกจากมันจะยังไม่ช่วยสงเสริมหรือสื่อความหมายอะไรให้กับหนังแล้ว มันยังชวนน่าอึดอัด หงุดหงิดโคตร คุณลองนึกดู ไปนั่งดูในโรงหนัง แล้วทั้งเรื่องคุณเห็นหน้านักแสดงแต่ละคนแบบเต็มจออะ น่าหงุดหงิดปะละ

มาเรื่องสำคัญ ความเป็นหนังแฟนตาซี CG เป็นสิ่งสำคัญ และเรื่องนี้พังมาก ลอยมาก ลอยกว่าบอลลูนอี๊กกกกกก ได้แต่เอามือกุมขมับแล้วถอนหายใจเบาๆ “เห้อ” ยิ่งในฉากหลังๆ นี่ไม่น่าให้อภัยจริงๆ ทั้งแนวทางการสู้กัน ความเป็นแฟนตาซีต่างๆ พัง มันพังพินาศมากถึงมากที่สุด

สรุป เอาเป็นว่าใครนั่งข้างๆ เราตอนดูเรื่องนี้ต้องได้ยินเสียงเราหัวเราะแห้งๆ ถอนหายใจ แน่ๆ มันไม่ไหวจริงๆ ไม่เวิร์คด้วยประการทั้งปวง แย่ทุกจุด พอมีการแสดงของนักแสดงดูดีบ้าง หน้าตาน่ารักๆ ของน้องมิวนิค แต่มันก็เท่านั้น ช่วยอะไรไม่ได้เลย ดูไปหงุดหงิดไป นั่งจิกขาตัวเองไป พร้อมภาวนาในใจว่าเมื่อไหร่มันจะจบสักที คือทั้งนี้ทั้งนั้นลองไปพิสูจน์ด้วยตาคุณเองดีกว่าครับ เห็นต่่างยังไงแล้วเดี๋ยวเรามาคุยกั๊นนนนน! ที่มา  

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *