รีวิว Captive State แผนปฏิวัติมนุษย์ต่างดาว โลกอนาคตในปี 2025 ประเทศอเมริกาปราศจากซึ่งเสรีภาพ เมื่อเมืองอย่างชิคาโก้ ถูกเอเลี่ยนยึดครองโลก ภาครัฐต้องควบคุมประชากรทุกฝีก้าว ไม่ต่างอะไรจากการลิดรอนสิทธิเสรีภาพ Captive State  จะเล่าเรื่องราวผ่านสายตาของสองพี่น้องเกเบรียลและเรฟ ซึ่งพลัดพรากจากกันภายหลังเกิดการยึดครอง แต่ทั้งสองก็ได้มีโอกาสกลับมาพบกันอีกครั้งเมื่อคนพี่นำกองกำลังปฏิวัติวางแผนที่จะปิดเสาดักจับสัญญาณของเอเลี่ยนที่อยู่บนยอดตึกเซียร์ส ถ้าภารกิจนี้สำเร็จ มันหมายถึงจุดสิ้นสุดของการถูกต่างดาวยึดครอง นำมาสู่อิสรภาพของหมู่มวลมนุษย์

ขณะเดียวกันวิลเลียม มัลลิแกน นายตำรวจชิคาโก้มากประสบการณ์ เขาใช้เวลาหลายปีตามเบาะแสแก๊งใต้ดินที่อาจจะสั่นคลอนอำนาจการปกครองของเอเลี่ยน แม้ว่าจะยึดมั่นในกฎหมายซักแค่ไหน แต่เขายังคงซื่อสัตย์ต่ออดีตคู่หูที่เสียชีวิตจากการรุกราน ซึ่งทิ้งลูกชายที่ทุกวันนี้เข้าออกคุกอยู่เป็นประจำ เช่นเดียวกันกับโสเภณีอย่างเจน โดว์ (เวร่า เฟมิก้า)อดีตคนรักของมัลลิแกน ที่ตอนนี้แฝงตัวในคราบโสเภณี เธออาจจะเป็นผู้กุมอนาคตของมนุษยชาติไว้

หลายคนอาจจะไม่คุ้นชื่อผู้กำกับนัก แต่ถ้าหากเราพูดชื่อหนังที่เขาเคยกำกับมาอย่าง Rise of the Planet of the Apes อาจจะร้องอ๋อขึ้นมาทันที โดยปกติแล้วหนังเอเลี่ยนบุกโลก มักจะมาเยือนในฐานะของ “ผู้รุกราน” จนนำมาซึ่งความหายนะของมวลมนุษย์ ทว่าใน เรื่อง จะเน้นเล่าเรื่องของเมืองที่ถูกครองด้วยเอเลี่ยนมากกว่า ยิ่งไปกว่านั้นหนังไซไฟที่จะมีความร่วมสมัยคือเรื่องราวที่ปรากฏอยู่ในหนังจะต้องสะท้อนสภาพสังคมปัจจุบัน เช่นเดียวกับนิยายของ ฟิลลิป เค ดิค ซึ่งถือเป็นนักเขียนนิยายแนววิทยาศาสตร์ที่ได้รับการยกย่องตลอดกาล เนื่องจากเนื้อหาในงานของเขาจะสอดคล้องกับสภาพสังคมในยุคสมัยนั้นๆ

โลกที่ปรากฏอยู่เป็นฉากหลังในหนังเรื่องนี้ ไม่ใช่โลกอนาคตล้ำนวัตกรรมแบบในหนังท่องอวกาศแบบ Star Wars หรือ Star Trek และหนังเรื่องนี้ก็ไม่ใช่โลกดิสโทเปียแบบ The Hunger Game หรือ The Maze Runner อีกเช่นกัน แต่มันคือโลกคู่ขนานเฉกเช่นกับโลกที่เราอาศัยอยู่ในปัจจุบัน ถ้าอธิบายแบบเข้าใจง่ายที่สุดก็คือ มันคล้ายกับโลกที่ปกครองโดยระบอบเผด็จการนาซี หรือเผด็จการแบบโซเวียต แต่การปกครองครั้งนี้รุนแรงกว่าตรงที่ว่าประชาชนถูกควบคุมสิทธิขั้นพื้นฐานทุกประการ

เนื่องจากโลกอนาคตในหนังไม่ได้ห่างไกลจากช่วงเวลาของความเป็นจริงมาก (ปี 2025) เหตุการณ์การรุกรานของเอเลี่ยนได้เริ่มต้นขึ้นในช่วงปี 2016 ซึ่งเมืองที่โดนโจมตีเป็นเมืองแรก คือเมืองชิคาโก้ เหล่า เอเลี่ยน ได้ทำให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกประเภทไม่สามารถใช้งานได้ ตั้งแต่โทรศัพท์ไปจนถึงรถยนต์ จนกระทั่งเวลาผ่านไปถึง 9 ปี ตึกเซียร์สที่เคยเป็นตึกสูงสุดในอเมริกากลายเป็นพื้นที่ต้องห้ามเต็มไปด้วยกองกำลังป้องกัน มันเหมือนกลายเป็นป้อมปราการกลางเมือง ให้เหล่าเอเลี่ยนกบดานอยู่ใต้ดิน ตัวส่งสัญญาณบนเสาอากาศบนยอดตึกเซียร์ส ทำงานตลอด 24 ทุกวัน มันมีไว้เพื่อสอดส่องมนุษย์ทุกคน (ทุกคนมีชิพพิเศษฝังอยู่ในคอ) และมีไว้เพื่อหยุดยั้งการทำงานของเทคโนโลยีทีมนุษย์คิดค้นขึ้น ทำให้ชาวเมืองใช้ชีวิตไม่ต่างกับยุคมืด ไร้การติดต่อกับโลกภายนอก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *