รีวิว หนัง สยองขวัญจากมาเลเซีย  Roh : วิญญาณ อาถรรพ์ ซาตาน

รีวิว หนัง สยองขวัญจากมาเลเซีย Roh : วิญญาณ อาถรรพ์ ซาตาน  เริ่มต้นในเฟรมแรก ภาพยนตร์สยองขวัญ จากมาเลเซียเรื่อง Roh ยกวรรคจากคัมภีร์อังกุรอ่านขึ้นมาให้อ่าน ความว่า

ชัยตอนกล่าวว่า “ข้าเหนือกว่าพวกมัน ท่านสร้างข้าจากไฟ แต่จากพวกมันจากดิน”
“ผ่อนผันการลงโทษให้ข้า จนกระทั่งถึงวันที่พวกมันได้รับการฟื้นคืนชีพ”

หนังผีกลิ่นอายดึกดำบรรพ์เรื่องนี้ ถูกคัดเลือกเป็นตัวแทนประเทศมาเลเซียไปชิงออสการ์ (แต่ไม่ได้เข้ารอบ) ในบรรดาหนังผีจากถิ่นอุษาคเนย์ที่เวียนว่ายอยู่ใน Netflix หนังเรื่อง  ถือได้ว่าแตกต่างในบรรยากาศและความทะเยอทะยานของคนทำ ผู้กำกับหนุ่ม เอเมียร์ เอสวาน ไม่ได้ทำหนังผีตุ้งแช่ ไม่มีอะไรโฉ่งฉ่าง แต่ใช้ความลึกลับ ขนลุกขนพองที่มาจากพื้นดิน ป่าเขา ความตาย และคำสาปเก่าแก่ – อาจจะเรียกได้ว่า เก่าแก่เลยไปถึงยุคก่อนที่ประเทศมาเลเซียจะเป็นประเทศ หรือก่อนศาสนาอิสลามจะแพร่มาถึงดินแดนแถบนี้ด้วยซ้ำ

เรื่องราวในหนังเกิดขึ้นในบ้านไม้ชายป่าที่มีครอบครัวแม่หนึ่ง ลูกสอง อาศัยอยู่ ทั้งสามเป็นชาวบ้านยากจน หาของป่า เผาถ่านขาย ถ้าเจอสัตว์ตายก็มีเนื้อกิน เรื่องราวประหลาดเกิดขึ้นเมื่อมีเด็กหญิงตัวน้อยท่าทางไม่ปกติ พลัดหลงมา แม่ของเด็กทั้งสองจึงพามาพักในบ้าน คืนนั้นมีเสียงประหลาดรายล้อมบ้าน พร้อมกับที่แม่เล่าตำนานปีศาจปรัมปราให้ลูกๆ ฟัง เช้าวันต่อมา เด็กหญิงตัวน้อยเสียชีวิตลง ทำเอาสามแม่ลูกตกใจ ที่จู่ๆ เด็กที่ไหนก็ไม่รู้โผล่มา ทำท่าทางประหลาดและยังมาตายคาบ้านอีก พวกเขาจึงเอาศพไปฝังไว้ตื้นๆ ที่ลานกลางป่าใต้ต้นไม่ที่เหี่ยวตายไปนานแล้ว
เราไม่เห็นหมู่บ้าน ไม่เห็นชาวบ้านคนอื่น ราวกับสามแม่ลูกนี้อาศัยอยู่โดดเดี่ยวในป่า ตัดขาดจากทุกสิ่ง มีการพูดถึง “หมู่บ้านฝั่งโน้น” ซึ่งก็ไม่รู้ฝั่งไหน และจนแล้วจนรอดเราก็ไม่ได้เห็นอยู่ดี ถึงตรงนี้ มีตัวละครที่โผล่มากลางเรื่องอีกสองคน คือหญิงชราที่ทำท่าเหมือนเป็นร่างทรง หรือหมอผี หรืออาจจะเป็นเพียงหมอยาพื้นบ้าน และกลายมาเป็นที่พึ่งให้กับแม่เมื่อเหตุการณ์ประหลาดชักจะเกิดขึ้นถี่ขึ้นๆ กับลูกทั้งสองของตน ตัวละครอีกตัวคือผู้ชายท่าทางขึงขังที่ดูเหมือนกำลังตามหาอะไรบางอย่าง และเดินทางมาถึงบ้านของสามแม่ลูกในที่สุด

หากเล่ามากไปกว่านี้คงไม่เหมาะ เอาเป็นว่า หลอนใช้ได้

 

อาจจะมีจังหวะแปลกๆ กระโดกกระเดกไปบ้าง อืดไปบ้าง และคลุมเครือเกินไปบ้าง โดยเฉพาะในตอนจบ แต่รวมๆ แล้วหนังเน้นบรรยากาศที่อบอวลด้วยสิ่งชั่วร้ายที่มองไม่เห็น และเชื่อมั่นในความเงียบ ความน้อย มากกว่าจะใช้วิธีผีหลอกแบบตกใจ อย่างที่หนังผีไทยหรือหนังผีในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มักจะทำเป็นปกติ

ที่น่าสนใจอีกประการคือ หนังผีจากประเทศอิสลาม (มาเลเซีย อินโดนีเซีย) มักจะมีองค์ประกอบของศาสนาอิสลามมาเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะในการสู้กับผีหรือวิญญาณร้าย คล้ายๆ กับที่พระไทยมักเป็นไม้เด็ดในการปราบผีในหมู่บ้านชนบท หรือไม่ก็ต้องมีอะไรที่เกี่ยวกับคุณไสย มนต์ดำ เล่นของ ซึ่งก็คล้ายหนังสยองขวัญไทยอีกเช่นกัน

แต่ไม่ได้อ้างถึงสิ่งเหล่านั้น วรรคจากคัมภีร์อังกุรอ่านที่ยกมาตอนต้น อ้างอิงถึง “ชัยตอน” หรือซาตาน หรือมารร้าย ซึ่งพระเจ้าสร้างขึ้นจากไฟ ในขณะที่มนุษย์ถูกสร้างจากดิน อุปมาและการอ้างอิงนี้มีให้เห็นตลอดในเรื่อง ทั้งกองไฟประหลาดที่ลุกไหม้กลางป่า หรือศพของเด็กน้อยที่เคลือบด้วยดิน แต่สุดท้ายหนังก็ไม่ได้มีอิหม่าม หรือมีหมอสอนศาสนามากำราบผี ไม่ได้บอกว่าพระเจ้าจะดูแลมนุษย์และสาปส่งผีสางให้มกไหม้ในกองไฟ ตรงกันข้าม ผู้เขียนเชื่อว่า  ต้องการใช้ความเชื่อเรื่องเหนือธรรมชาติของ Southeast Asia พื้นถิ่นที่ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับอัตลักษณ์มุสลิมหรืออิสลาม มาเป็นตัวนำเสนอความคิดเรื่องผีสางและมารร้ายที่มีรากฐานในศาสนาอิสลาม พูดอีกอย่างคือ ผสมทั้งสองอิทธิพลเข้าด้วยกัน ออกมาเป็นหนังผีรสชาติอึมครึมเช่นนี้

หากต้องการเปรียบเทียบให้เห็นภาพ ลองชมหนังเรื่อง Munafik ซึ่งมีใน Netflix เช่นกัน นี่เป็นหนังดังมากๆ ของมาเลเซียเมื่อสัก 3-4 ปีก่อน และเป็นหนังผีแบบเน้นการหลอก การทำให้ตกใจ และใช้ภาพสยดสยอง อย่างที่คอหนังผีไทยน่าจะคุ้นเคยและชื่นชอบ เพียงแต่พอเป็นหนังมาเลเซีย ทำให้มีรายละเอียดและสีสันเกี่ยวกับความเป็นอิสลามแบบเฉพาะตัวที่เห็นได้ในหนังของชาวอาเซียนเราเท่านั้น

ถึงแม้หนังผีไทยจะติดตลาด มีชื่อเสียงในฐานะสินค้าทางวัฒนธรรมที่ส่งออกได้ทั่วโลก แต่หนังผีจากมาเลเซีย และอินโดนีเซีย ก็เริ่มมีแฟนๆ หนังสยองขวัญจากทุกที่ติดตามดูมากขึ้นเรื่อยๆ ที่มา 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *