เรื่องย่อ THE CONJURING 2 หลังจากสามีทิ้งไป Peggy Hodgson (Frances O’Connor) กลายเป็นซิงเกิลมัมที่ต้องดูแลลูก ๆ ทั้งสี่คนคนเดียวด้วยความยากลำบาก และยังต้องพบความยากลำบากยิ่งขึ้น  THE CONJURING 2 เมื่อจู่ ๆ บ้านที่อาศัยอยู่ก็มีวิญญาณร้ายอาละวาด และเข้าสิง Janet (Madison Wolfe จาก Joy) ลูกสาวคนเล็กของเธอ

Ed (Patrick Wilson จาก The Conjuring และ Insidious) และ Lorraine (Vera Farmiga จาก Up in the Air และ The Conjuring) Warren จึงได้รับมอบหมายจากคริสตจักรให้เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลไปช่วยปราบผีที่กำลังคุกคามครอบครัว Hodgson ที่ Enfield เมือง London

รีวิว วิเคราะห์ วิจารณ์ เรื่องราวใน The Enfield Poltergeist อาจฟังดูไม่แปลกใหม่สำหรับคอหนังสยองขวัญ แต่บอกเลยว่า James Wan เป็นผู้กำกับหนังสยองขวัญที่ไม่ธรรมดา เขาสามารถทำหนังที่สร้างจากเรื่องจริงและทำเรื่องบ้านผีสิงที่มีอยู่ถมถืดให้ออกมาสดใหม่ มีสไตล์ น่ากลัว และหลอกคนดูได้ไม่รู้จบ

เช่นเดียวกับภาคแรกที่มีฉากเปิดเรื่องเป็นเคส Annabelle ภาคนี้เขาก็มีฉากเปิดเรื่องเป็นเคส Amityville อันโด่งดัง ซึ่งแค่เริ่มต้นในฉากเปิดเรื่องนี้ เราก็สัมผัสได้ถึงความล้ำและความมีชั้นเชิงในการเล่าเรื่องของเขาแล้ว ที่สำคัญ ความรู้สึกนี้มันไม่ดร็อปลงเลย เรียกว่า “พีค” ตั้งแต่ต้นจนจบ

ถึงแม้บ้านผีสิงของครอบครัว Hodgson ซึ่งอยู่ในตัวเมืองของประเทศอังกฤษ จะไม่มีห้องใต้ดินหรือห้องใต้หลังคาในลักษณะเดียวกับหนังผีเรื่องอื่น ๆ ที่ส่วนใหญ่บ้านจะอยู่ในชนบทหรือนอกเมือง แต่ความหลอนของบ้านก็ไม่ได้ลดน้อยถอยลงเลยแม้แต่นิดเดียว

ทั้งนี้ นอกจากตัวผู้กำกับแล้ว คงต้องยกความดีความดีความชอบส่วนหนึ่งให้กับงาน production design หรือการดีไซน์บ้านผีสิงของ Julie Berghoff และเทคนิค cinematography ของ Don Burgess เขาด้วยแหละ งานดี ไร้ที่ติจริง ๆ ในส่วนของการแสดง ตัวละครหลักทุกตัวแสดงได้สมบทบาท โดยเฉพาะสองสามีภรรยา Warren ที่เล่นดีเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือสวยหล่อขึ้น หรือแม้แต่ Madison Wolfe หรือ Janet ซึ่งต้องผีเข้าผีออก (หรือถูกผีสิง) นับครั้งไม่ถ้วน ก็ทำได้ดี ดูมีอนาคต

ซึ่ง ณ จุดนี้ เราอยากจะขอย้อนกลับไปอวยผู้กำกับ James Wan อีกสักครั้งที่สามารถกำกับเด็กเล็กให้จินตนาการเล่นหนังผีได้เก่งมาก เพราะจำได้ว่าใน The Conjuring เขาก็กำกับเด็กหญิงทุกคนในเรื่องได้ออกมาปังกันทุกคน หลายคนอาจบ่นว่า The Conjuring 2 มีความยาวเวิ่นเว้อไปหน่อย หนังยาวถึง 133 นาที ในขณะที่หนังผีทั่วไปจะยาวแค่ประมาณ 90-100 นาที แต่โดยส่วนตัวของเรา เราโอเคนะ คือถึงแม้มันจะยาว แต่เราก็ไม่รู้สึกเบื่อหน่ายเลยแม้สักวินาทีเดียว เพราะเขามีของจัดเต็มและจัดหนักตลอดเรื่อง คงกะเล่นให้คนดูกรี๊ดหรือกลัวจนเหนื่อยตายกันไปข้าง

เรากลับชอบซะอีกที่ The Enfield Poltergeist ไม่ได้เป็นหนังผีที่ฮาร์ดเซลล์ อย่างที่เราเห็นกันมาในหนังผีหลายเรื่อง ที่ถึงแม้เขาจะสั้นกระชับ แต่ก็เน้นขายแต่ฉากตุ้งแช่อย่างไร้รสนิยม ในทางกลับกันThe Enfield Poltergeist พยายามเป็นหนังผีที่มีชีวิต และเพิ่มรสชาติอื่น ๆ ลงไป เช่น มุกตลก ดราม่า ความรักและความอบอุ่นในครอบครัว เพื่อผ่อนคลายความเครียดและความกลัวเป็นช่วง ๆ

โดยส่วนตัว เราว่ามุกตลกหลายมุกของเขาเวิร์คเลยนะ มีจังหวะการปล่อยมุกได้ดี พอดี ไม่ล้น เหมือนที่เขารู้ว่าเขาควรจะปล่อยจังหวะตุ้งแช่ตรงไหนนั่นแหละ พูดง่าย ๆ คือ เขารู้กาลเทศะที่จะเล่น ไม่ใช่สักแต่ใส่มุกมาสุ่มสี่สุ่มห้าขัดฟีลลิ่งความน่ากลัวจนความสยองมันไปได้ไม่สุด หรือเอะอะก็หลอกก็หลอนจนคนดูไม่ได้พักหายใจ ดีไม่ดีหัวใจวายตายตาโรง นอกจากนี้ The Enfield Poltergeist ก็ไม่ได้มุ่งแต่ยัดเยียดให้คนดูเชื่อว่าภูติผี ซาตาน หรืออมนุษย์มีอยู่จริงแต่อย่างเดียว เขามีช่องทางเลือกให้คนดูได้คิด พินิจ และพิจารณาด้วยตนเองด้วยว่า นี่คือเรื่องจริงจริงหรือเปล่า หรือเป็นเรื่องปรุงแต่งของใครก็ตามที่หวังผลประโยชน์จากมัน

กล่าวคือ ในหนังเราจะเห็นว่า ทั้ง Peggy และ Janet (ขุ่นแม่และขุ่นลูก ตามลำดับ) รวมถึงสื่อต่าง ๆ ล้วนมีแรงจูงใจที่จะเมคอัพเรื่องผีในบ้านขึ้นมากันทั้งนั้น อย่างเช่น Peggy ก็อาจจะหาเรื่องได้ย้ายบ้านหลังจากค้างจ่ายค่าเช่าหลังนี้มาสามเดือน หรือ Peggy ที่อาจจะพยายามเรียกร้องความสนใจให้พ่อกลับมาหาบ้าง เป็นต้น

ufa24h

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *