รีวิวหนัง Searching - เสิร์ชหา....สูญหาย!? สายสุดท้าย..ที่เขาไม่ได้รับ

หนัง Searching หรือชื่อไทยว่า เสิร์ชหา สูญหาย อย่าเชื่อแค่สิ่งที่ตาเห็น บางครั้งการค้นหาความจริง แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับเป็นคำถาม? หลังจากที่ลูกสาววัย 16 ปีของเขาหายตัวไป ผู้เป็นพ่อผู้เศร้าโศกจึงพยายามเจาะเข้าไปในโน๊ตบุ๊คลูกสาวของเขาเพื่อหาเบาะแสและตามตัวเธอให้เจอ

หนังเรื่องนี้เล่าเรื่องราวของครอบครัว Kim ที่สูญเสียผู้เป็นแม่ไป David Kim ผู้เป็นพ่อ ต้องเลี้ยงลูกสาว Margot Kim ด้วยตัวคนเดียว แต่อยู่มาวันนึงลูกสาวได้หายตัวไป ทำให้ผู้เป็นพ่อต้องสืบเสาะตามหาลูก ด้วยการหาเบาะแสต่างๆ ผ่านทางโลกออนไลน์

หนังเล่าเรื่องได้ไร้ที่ติสุดๆ จุดที่ชอบมากๆ ของหนังเรื่องนี้คือ ตั้งแต่การเปิดเรื่องด้วยการใช้ Window 95 บอกเล่าเรื่องราวของครอบครัวนี้ตั้งแต่ Margot เกิด จนเปลี่ยนผ่านยุคเป็น OS ซึ่งเป็นการเล่าไทม์ไลน์

ได้ชาญฉลาดสุดๆ หนังใช้ทุกฟังก์ชั่นของเทคโนโลยีและโลกออนไลน์ได้คุ้มมาก ใช้แทบทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการหาข้อมูลใน Google เล่น facebook ใช้ facetime เปิดหาข่าวสารตามเว็บต่างๆ และอื่นๆ อีกมากมาย

หนังใช้การเล่าเรื่องผ่านจอได้สุดยอดมากๆ แต่ละฉากนี่แบบนึกในใจ “เห้ย สุดยอด เจ๋งมาก”

 

นอกเหนือจากเทคนิคการเล่าเรื่องผ่านจอแล้ว หนังยังมีบทที่น่าสนใจ ที่แยบยล ทำให้เรานึกถึงหนังอย่าง Gone Girl ในอีกรูปแบบได้เลยก็ว่าได้ ชอบตรงที่หนังสามารถใช้เรื่องราวมาร้อยต่อ

กับการเล่าเรื่องผ่านจอได้อย่างยอดเยี่ยมสุดๆ คือทุกอย่างดูไหลลื่น ไม่น่าเบื่อเลย ตลอดทุกนาที ทำให้คนดูเอะใจ สงสัย สะเทือนใจ ตื่นเต้น ลุ้นไป และคาดเดาอะไรไม่ได้เลย มันทำให้หนังดูน่าเชื่อถือ

มากขึ้น ด้วยการแสดงต่างๆ แม้กระทั่งการเคลื่อนไหวของเมาส์ การเลื่อนจอ ปิดนู่น หานี่ พิมพ์นั้น ตอบนี่ ทำให้เราได้รู้สึกถึงอารมณ์ ของตัวละครนั้นๆ และการที่เล่าเรื่องผ่านหน้าจอเดสท็อป มันเหมือนกับเรา

กำลังนั่งสืบสวน เสาะหา และทำมันร่วมไปด้วยกับตัวละครนั้นๆ อยู่จริงในขณะนั้นเลย จุดนี้ต้องชมพระเอกของเรื่องอย่าง John Cho ที่บอกว่าเอาหนังอยู่จริงๆ ทั้งการแสดงอารมณ์ สีหน้า ท่าทาง ทำได้น่าเชื่อถือสุดๆ

จนทำให้คนดูอย่างเราเชื่อได้เลยว่า เขารู้สึกแบบนั้นจริงๆ

 

ประเด็นของครอบครัวก็ยังเข้มข้น ความรัก ความสัมพันธ์ ความผูกพันธ์ การเลี้ยงดูลูกด้วยตัวคนเดียว ก็ยังสื่อออกมาได้ดีมากๆ เช่นกัน ข้อเสียเดียวของเรื่อง ไม่สิ

มันน่าจะเป็นข้อเสียดายที่เราอยากให้หนังมีสักหน่อย คือการเฉลยจุดของหนัง อยากให้เห็นเหตุการณ์ “นั้น” ผ่านทางมือถือหรือจอคอมก็ว่าไป นอกเหนือจากนั้นบอกเลยมันลงตัวและ PERFECT! มาก

ใครจะไปดูไม่ต้องไป Search หาข้อมูลรีวิวหรืออะไรจากไหนละ ไปซื้อตั๋วดูเลย ณ บัดนาว เป็นเรื่องที่ชอบที่สุดในสัปดาห์นี้แล้ว รองลงมาจาก Crazy Rich Asians หนังทำได้ดีกว่าหนังแนวๆ เดียวกันมากๆ ดีกว่าทั้ง Unfreind (2016) และ Friend Request (2016) ห้ามพลาดเด็ดขาด!!! ที่มา

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *