มาเลฟิเซนต์

รีวิวหนัง Maleficent มาเลฟิเซนต์ ภาคแรก กำเนิดนางฟ้าปีศาจ บทวิจารณ์ภาพยนตร์สุดหินหญิงชราคนหนึ่งบอกว่าอยู่ด้านบนสุดของเมืองชื่อว่า The Moors ซึ่งอยู่ใกล้กับเมืองมนุษย์มาก เทพธิดาชื่อ มาเลฟิเซนต์ ได้พบและตกหลุมรักชายหนุ่มชื่อ Stefan ที่ต้องการเป็นราชา แต่ผ่านไปนานวันทั้งสองก็ห่างกันมากขึ้น จนกระทั่งวันหนึ่งสตีเฟน (สเตฟาน) ลาออกจากตำแหน่งและต่อมาได้เป็นราชาแห่งเมืองมนุษย์เฮนรี่คิง ยกกองพันไปตีเมืองทิพย์

แต่เขาพ่ายแพ้ให้กับ เขาจึงโกรธด้วยพลังและบอกเขาว่าใครจะฆ่าเธอเพื่อล้างแค้น สเตฟานสะอื้นใหญ่ที่จะทำให้คน ๆ นั้นขึ้นครองราชย์ ดังนั้นเขาจึงกลับไปที่ Maleficent ในคืนหนึ่งให้ยาแก่เธอ แต่ก็ไม่สามารถฆ่าเธอได้ จากนั้นเขาก็ตัดปีกของเธอออกด้วยมีดเหล็กอันทรงพลัง และโชว์ปีกในเมืองมนุษย์เพื่อยืนยันว่าเขาฆ่าเธอ. ใจร้ายใจสลายหันไปสร้างดินแดนมืดในเมืองศักดิ์สิทธิ์แห่งนั้นแล้วจึงจับอีกาเรียกดิวาร์คนสนิทของเขา

 

วันหนึ่ง DeVal มาแจ้งให้ Stepan (Stepan) ปกครองเมืองแห่งมนุษย์ (City of Humans) และตอนนี้เพื่อล้างแค้นให้กับ Aurora (Aurora) ลูกสาวแรกเกิดของเธอ จากนั้น Maleficent ก็บุกเข้ามาในงานเทศกาลโดยไม่ได้รับเชิญ จากนั้นก็สาปแช่งพระราชชายาของพระองค์ที่ถูกดรรชนีเมื่อเขาเสียชีวิตเมื่อ 16 ปีที่แล้วและหลับไปตลอดกาลสเตฟานขอให้เธอเป็นมิตรเธอจึงบอกว่าคำสาปนั้นสามารถแก้ไขได้ด้วยการจูบที่จริงใจและจากนั้นมันก็หยุดลง มีอยู่

จึงมีรับสั่งให้ริบเครื่องปั่นฝ้ายทั้งหมดในบริเวณนั้นแล้วนางฟ้าทั้งสามจึงพาลูกสาวของเธอไปเก็บไว้ในป่าจนถึงปีที่สิบหกของการเฉลิมฉลอง

จะจงเกลียดจงชังมากก็ตาม ครั้นพระธิดาเจริญพระชันษาที่สิบห้า ก็เสด็จไปพบมาเลฟิเซนต์ ทรงให้รู้สึกเสมือนว่า มาเลฟิเซนต์เฝ้าคุ้มครองป้องกันพระองค์เสมอมา

จึงทรงเชื่อว่า มาเลฟิเซนต์เป็น “แม่ทูนหัว” (godmother) ของพระองค์ มาเลฟิเซนต์เองเมื่อให้พระธิดาพำนักอยู่กับตนนานเข้า ก็เริ่มตระหนักว่า ตนรักพระธิดามากเพียงไร นางจึงพยายามเพิกถอนคำสาปให้ แต่ไร้ผล

ภายหลัง ออโรราพบเจ้าชายรูปงามพระนามว่า ฟิลลิป ที่กำลังเสด็จไปวังพระเจ้าสเตฟาน ทั้งสองมีใจปฏิพัทธ์กันในบัดดล เจ้าชายฟิลลิปทรงให้คำมั่นว่าจะเสด็จกลับมาหาออโรราให้จงได้ ต่อมาเมื่อวันเฉลิมพระชนม์ปีที่สิบหกมาถึง ออโรรายังทรงพอพระทัยจะอยู่กับมาเลฟิเซนต์มากกว่าจะเสด็จกลับเมืองมนุษย์ มาเลฟิเซนต์เองก็หวังจะให้เป็นเช่นนั้น คิดว่า คงช่วยป้องปัดมิให้คำสาปสัมฤทธิ์ผลได้ ทว่า นางฟ้าทั้งสามรุดมาแถลงว่า เป็นมาเลฟิเซนต์ที่สาปออโรรามาแต่พระเยาว์ ออโรราทรงฟังแล้วก็พระทัยสลาย เสด็จหนีมาเลฟิเซนต์คืนสู่วังพระบิดา

พระเจ้าสเตฟานทรงขังออโรราไว้ในวังจนกว่าวันเฉลิมพระชนม์จะพ้นไป กระนั้น ออโรราเสด็จไปพบเครื่องปั้นฝ้ายที่ริบไว้แต่เดิม และทรงถูกเข็มตำนิ้วพระหัตถ์ คำสาปเป็นอันบรรลุผล มาเลฟิเซนต์เสียใจที่ไม่อาจปกป้องพระธิดาได้ จึงลอบพาเจ้าชายฟิลลิปมาสู่วัง หวังใจว่า ที่เจ้าชายเจ้าหญิงได้ทรงพบกันในป่านั้น แม้จะเป็นเวลาอันสั้น ก็อาจช่วยให้บังเกิดรักแท้มาแก้คำสาปได้ เจ้าชายฟิลลิปทรงบรรจงจุมพิตออโรรา

แต่ว่าไม่เป็นผล มาเลฟิเซนต์ก็เสียใจหนัก จึงปวารณาจะพิทักษ์รักษาพระธิดาจากเภทภัยทั้งหลายจนกว่าจะทรงฟื้นคืนพระชนม์ กล่าวแล้วก็จุมพิตพระนลาฏพระธิดาด้วยความรัก ฉับพลัน พระธิดาทรงตื่นจากพระบรรทม มาเลฟิเซนต์จึงเข้าใจว่า รักใดในโลกนี้ก็ไม่จริงแท้เท่ารักที่แม่มีให้ลูก พระธิดาทรงเรียกขานมาเลฟิเซนต์ว่า “แม่ทูนหัว” ด้วยทรงซาบซึ้งถึงความรักประหนึ่งมารดาที่มาเลฟิเซนต์มีให้ และทรงอภัยมาเลฟิเซนต์ในทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว

พระธิดายังทรงปรารถนาจะกลับไปอยู่กับมาเลฟิเซนต์ในเมืองทิพย์ มาเลฟิเซนต์จึงพาเสด็จหนี ทว่า พระเจ้าสเตฟานเสด็จมาขวางและทรงใช้ข่ายเหล็กจับมาเลฟิเซนต์ไว้ได้ ทแกล้วทหารของพระองค์พร้อมด้วยศัสตราวุธทำด้วยเหล็กกล้าจึงเตรียมฆ่านาง มาเลฟิเซนต์ใช้กำลังเฮือกสุดท้ายจำแลงนกกาดีอาวัลเป็นมังกรเพื่อช่วยให้นางกับพระธิดาหนีไป

แต่ทัพมนุษย์กล้าแกร่งนัก ในโมงยามที่มาเลฟิเซนต์กำลังจะถูกประหารนั้นเอง เจ้าหญิงออโรราถอดปีกของมาเลฟิเซนต์ที่รักษาไว้ในคุกออกมาคืนให้ มาเลฟิเซนต์จึงได้ฟื้นฤทธานุภาพโดยบริบูรณ์ และเอาชนะพระเจ้าสเตฟานได้ มาเลฟิเซนต์ละเว้นพระชนม์โดยขอให้เลิกรากันเท่านี้ ก่อนที่นางจะพาพระธิดาบินจากไป ทว่า พระเจ้าสเตฟานไม่ทรงยอมแพ้ ทรงโผนไปเกาะมาเลฟิเซนต์ไว้ มาเลฟิเซนต์ทรงตัวไว้ได้ แต่พระเจ้าสเตฟานนั้นทรงพลัดตกลงสู่เบื้องล่างถึงแก่พระชนมชีพ

ครั้นแล้ว มาเลฟิเซนต์ก็รวมเมืองทิพย์เมืองคนเข้าเป็นหนึ่ง และตั้งออโรราปกครอง ตอนท้ายปรากฏว่า หญิงเฒ่าผู้เล่าเรื่องนั้นคือออโรราในบั้นปลายพระชนม์

Maleficent1  

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *