เรื่องย่อหนัง Captain America: Civil War กัปตันอเมริกา ศึกฮีโร่ระห่ำโลก สานต่อเรื่องราวตรงนั้น หลังจากความเสียหายครั้งใหญ่ โลกก็เริ่มจะทนไม่ได้กับการมีซูเปอร์ฮีโร่แล้วตอบคำถามเรื่องความเสียหายอันเกิดจากพวกเขาไม่ได้ ในที่สุดก็เลยต้องมีการเซ็นสัญญาซึ่งเปรียบเหมือนกับการลงทะเบียนซูเปอร์ฮีโร่ แต่นั่นก็หมายถึง พวกเขาจะไม่สามารถจัดการทุกอย่างตามอำเภอใจได้อีกแล้ว แม้จะเป็นไปด้วยเจตนาที่ดีก็ตาม แต่เมื่อมีคนเห็นด้วย ก็ย่อมมีคนที่ไม่เห็นด้วย

ต่างคนก็คงต่างความคิด ต่างเหตุผลกันไป ที่แน่ๆ Captain America (Chris Evans) ไม่ได้คิดไปในทางเดียวกับ Iron Man (Robert Downey Jr.) และพวกเขาก็มีพรรคพวกของตัวเองอยู่พอๆ กัน และเมื่อเกิดเหตุบางอย่างขึ้น ภารกิจของพวกเขาที่จะช่วยโลกให้ดีขึ้น

รีวิวหนัง วิจารณ์หนัง ‘Captain America’ ในภาคนี้ เราจะได้เห็นการกลับมาของ บัคกี้ บาร์นส์ (Sebastian Stan) พร้อมกับวายร้ายตัวใหม่ ซูเปอร์ฮีโร่มากันเกือบยกทีมและมีบางคนที่ขาดหายไปไม่มาร่วมทีม แสดงให้เห็นถึงรอยร้าวที่แตกแยกในกลุ่ม Avengers อยู่กลายๆ

ซูเปอร์ฮีโร่เยอะจนนึกว่าหนังอเวนเจอร์สภาคใหม่ แต่ก็เกลี่ยบทได้ดี การที่มีซูเปอร์ฮีโร่เดินกันยั้วเยี้ยเต็มเรื่อง จำเป็นยิ่งที่จะต้องการเกลี่ยบทให้พอดี เพื่อให้ตัวละครแต่ละตัวมีเวลาและพื้นที่ของตัวเองที่จะได้โลดแล่นอยู่บนจอ ซึ่งก็พบว่าบทหนังเรื่องนี้เขากระจายบทมาค่อนข้างดี ตัวที่โดดเด่นและได้เวลาไปมากที่สุด จะเป็นใครไปไม่ได้ ถ้าไม่ใช่ Iron Man และ Captain America เจ้าของเรื่อง แต่ก็พบว่าตัวละครที่เหลือ

เปิดตัวอย่างว้าว สไปดี้ขี้กวน จุดที่น่าสนใจอย่างหนึ่งของ ‘Captain America’ ก็คือ ฉากที่จะเปิดตัวซูเปอร์ฮีโร่แต่ละคนที่ส่วนใหญ่จะมาไม่พร้อมกัน แต่มักจะมาในลักษณะที่ให้คนดูเซอร์ไพรส์และยิ้มกริ่มเมื่อเห็นหน้าพวกเขาชัดๆ ไอ้การค่อยๆ เปิดตัวฮีโร่ทีละตัวนี่แหละ ที่สร้างความพึงพอใจให้ผู้ชมอย่างมาก

มันทำให้พวกเขามีเวลาโดดเด่นเป็นของตัวเอง อีกทั้งมันยังมีช่วงเวลานิดนึงเอาไว้ให้ผู้ชมเซอร์ไพรส์ว่าจะได้เจอใครบนจอ ตัวละครซูเปอร์ฮีโร่หนึ่งที่เปิดตัวในภาคนี้ คือ Black Panther (Chadwick Boseman) ที่เป็นการปูทางสู่การมีภาคแยกเป็นของตัวเองใน 2018 แถมยังมีฉากที่ได้โชว์ความเก่งแบบยาวๆ อีกต่างหาก

แต่ตัวละครที่ผู้ชมน่าจะชื่นชอบที่สุดก็คงหนีไม่พ้นเป็นสไปดี้ Spider-Man คนใหม่ (Tom Holland) ที่เด็กลงไปกว่าที่เคย ปูทางไปสู่การรีบูทครั้งใหม่ของไอ้แมงมุมในอีกไม่นาน ในหนังเราจะได้เห็นความสัมพันธ์ของสไปดี้กับซูเปอร์ฮีโร่ตัวอื่นที่เราไม่เคยได้เห็นมาก่อน ถึงแม้ว่าเขาจะเด็กลง แถมคอสตูมก็หันไปใกล้เคียงกับฉบับคอมิคมากขึ้นแต่ก็ยังยียวนกวนประสาทอยู่เช่นเดิม ผู้ชมจะได้ขำก๊ากกับฉากแอ็คชั่นมันๆ ผสมกับมุกตลก ที่สำคัญอีกกอย่างคือ เราได้เจอกับป้าเมย์คนใหม่ของปาร์กเกอร์อีกด้วย ป้าเมย์ทั้งยังสาวและยังสวย แหล่มเชียวแหละ ฉากไล่ล่าและบู๊แหลก คือ ฟินสุด เวลาของหนังราว 2 ชั่วโมงครึ่ง เหมือนว่าจะน้อยไปด้วยซ้ำกับฉากบู๊แอ็คชั่นที่มีเข้ามาแบบจังๆ 3 ครั้ง ฉากไล่ล่าบนถนนนั้นทำได้สนุก ลุ้น และแปลกใหม่ไม่เหมือนใคร

แต่ที่ทำให้ทุกคนฟินได้สุดๆ ก็ไม่พ้น ฉากยาวๆ จัดหนักที่สนามบิน (อย่าคิดว่าเป็นสปอยล์ ในตัวอย่างก็มีให้ดูแล้ว) ที่เหล่าซูเปอร์ฮีโร่จะก่อเหตุตะลุมบอนกัน มีมุกใหม่มาเล่นได้มากขึ้น เพราะซูเปอร์ฮีโร่แต่ละคนนั้นพลังแตกต่างกันและมีข้อเด่นข้อด้อยที่แตกต่างกัน มันจึงกลายเป็นฉากปล่อยของของเหล่าผู้ฤทธิ์ทั้งหลายอย่างสนุกมือ ขณะผู้ชมก็นั่งร้องอื้อฮือ และลุ้นตัวเกร็งกันไป รู้สึกเหมือนหนังอเวนเจอร์ส มากกว่าจะเป็นหนังกัปตัน
อย่างไรก็ตาม ผมยังมองเห็นว่านี่เป็นหนังของกัปตันอเมริกาที่แม้กัปตันจะเป็นตัวหลักที่ผลักดันให้เรื่องดำเนินไปมากที่สุด แต่ด้วยความที่มีตัวละครซูเปอร์ฮีโร่มากมายมาแย่งพื้นที่กัปตัน แถมแทบจะทุกตัวก็อยู่ในทีมอเวนเจอร์สกันหมด ทำให้ผมมองว่ามันมีความเป็นหนังอเวนเจอร์สมากกว่าจะเป็นภาคที่สามของกัปตัน ย้ำว่านี่เป็นแค่ความคิดเห็นส่วนตัวนะ แง่มุมความคิดดีๆ โดนใจ บทหนังของ ‘Captain America: Civil War’ เขียนมาให้เหมือนหนังนักสืบ ประกบเข้าด้วยฉากบู๊ไล่ล่าและบู๊ตะลุมบอนซึ่งเป็นสิ่งที่คอหนังแนวนี้ใฝ่หากันอยู่แล้ว แต่บางอย่างที่อยู่ในเนื้อหนังกลับสำคัญและจริงจังจนเรียกได้ว่าเป็นการผสมกลมกลืนที่ทำได้ดีขั้นสุดของหนังสไตล์ซูเปอร์ฮีโร่ แม้ว่าคุณอาจจะไม่เคยได้ชมภาคใดๆ มาก่อน ก็สามารถจะสนุกได้กับพวกเขา

ufabet.co

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *