รีวิวซีรีย์พร้อมเนื้อหา Prison Break หลังได้ข่าวจาก ทีแบ็ค (โรเบิร์ต เน็ปเปอร์) ว่า ไมเคิล (เวนท์เวิร์ธ มิลเลอร์) อาจยังมีชีวิตอยู่ ทำให้ ลินคอล์น (โดมินิก เพอร์เซลล์) และ เบนจามิน (ร็อคมอนด์ ดันบาร์) Prison Break ได้ออกเดินทางไปสู่คุก โอกีเจียร์ใน เยเมน เพื่อหาทางช่วยน้องชายของเขาออกมาก่อน สงครามกลางเมืองจะถล่มคุกเสียก่อน ด้าน ซารา (ซาราห์ เวย์น แคลลียส์)และลูกที่อยู่กับ เจค็อบ (มาร์ค ฟยอรสไตน์) สามีใหม่ก็พยายามพิสูจน์ความจริงว่า ไมเคิล อดีตสามีของเธอไม่ใช่ผู้ก่อการร้ายในนาม คาเนล อูทิส แต่ยิ่งถลำลึกอันตรายก็เริ่มเข้าใกล้เธอและลูกมากขึ้นเท่านั้น

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าด้วยอานิสงจากการที่ทั้ง เวนท์เวิร์ธ มิลเลอร์ และโดมินิก เพอร์เซล ได้ไปแสดงในซีรีส์ The Flash และ Legends of Tomorrow ช่อง CW ทำให้เกิดกระแสเรียกร้องจากเหล่าแฟนๆที่คิดถึงซีรีส์

โดยคราวนี้ทีมบทให้สกอฟิลด์ไปโผล่ในคุก โอกีเจียในประเทศเยเมน ซึ่งกำลังเกิดสงครามกลางเมืองโดยอิงสถานการณ์โลกอย่างกรณีประเทศซีเรียเป็นแรงบันดาลใจ ซี่งต้องยอมรับว่าเนื้อเรื่องในส่วนของการแหกคุกโอกีเจียซึ่งกินเวลาประมาณ 3-4 ตอนเหมือนทางผู้สร้างสามารถดึงอารมณ์ความระทึกได้ใกล้เคียงกับตอนคนดูได้ดู ซีซันหนึ่ง พอสมควรแต่พอให้เรื่องราวเริ่มเปิดปมความลับออก ความน่าเชื่อถือที่เคยพังทลายตอนซีซันสี่ก็กลับมาอีกครั้ง เรียกได้ง่ายๆว่ายิ่งจำนวนตอนในซีซันที่ 5 มากขึ้นเท่าไหร่ คนดูยิ่งไม่เชื่อในปมและการตัดสินใจของตัวละครเท่านั้น

สำหรับปมปัญหาในการดำเนินเรื่องของซีซันห้าก็อาจพูดได้ว่า แทบจะรีไซเคิลมาจาก4ซีซันที่ผ่านมา ทั้งการชักใยจัดฉากฆาตกรรมและทฤษฎีสมคบคิดโดยเฉพาะกรณีของเดอะคอมพานีใน 4 ซีซันแรก แต่พอมาถึงปริศนาใครคือ โพไซดอน ตัวซีรีส์เองกลับตกม้าตายในการปิดปมดังกล่าวให้คนดูสงสัยเรียกง่ายๆว่า คนดูเดาได้ตั้งแต่ตอนแรก เพราะสโคปของเรื่องแทบจะไม่ได้กว้างไปกว่า บ้านของซาร่า และ ประเทศเยเมน (หรือระหว่างทางหลบหนีของพี่น้องสโกฟิลด์) แถมบ่อยครั้งที่มันพยายามเชื่อมโยงสับขาหลอกคนดูแต่กลับทิ้งปมที่ปูไว้ไปดื้อๆ โดยเฉพาะกรณีผู้อุปการะสร้างมือจักรกลให้ทีแบ็ก ที่ท้ายสุดก็ยังไม่เข้าใจวัตถุประสงค์ของบุคคลดังกล่าวอยู่ดี

ส่วนปมเรื่องรอยสักที่คราวนี้ไม่ได้เป็นแผนผังคุกแบบซีซันแรกแต่เป็นรหัสที่สามารถไขปริศนาของเรื่องราวได้ ซึ่งปมตรงนี้ที่ควรจะเป็นหมัดฮุคคนดู มันกลับแสดงความโม้แบบไม่มีที่มาที่ไปแถมไอ้สิ่งที่รอยสักทำได้ดันมาตอนสุดท้ายของซีรีส์ซะนี่ เลยถือว่าเป็นไอเดียดีๆแต่นำเสนอได้ผิดจังหวะจนน่าเสียดายเลยทีเดียว

หากจำกันได้เมื่อไม่กี่ปีก่อนมีการแชร์คลิปหนังสั้น Mortal Kombat Rebirth ของนักออกแบบท่าเต้นเชื้อสายไทยนาม เควิน ตันเจริญ ที่เคยร่วมงานทั้งมาดอนน่า และ บริทนีย์ สเปียร์ จนได้รีเมคหนังเพลงในตำนานอย่าง Fame ในปี 2009 เป็นหมุดหมายแรกในโลกภาพยนตร์ ซึ่งต่อมาตัวอย่างดังกล่าวก็ทำให้เขาได้ผลิตซีรีส์ Mortal Kombat Legacy ออกฉายทางช่อง แมชชีนีมาดอทคอมทางเว็บไซต์ ยูทูป และสำหรับใน ซีซัน 5 นี้ เขาได้กำกับตอนที่ 6 : Phaecia และ ตอนที่ 7 : Wine Dark Sea ซึ่งถือเป็นจุดพลิกผันของเรื่องราวได้อย่างน่าพึงพอใจ นอกจากนี้เขายังได้กำกับซีรีส์แนวฮีโร่อีกหลายเรื่องทั้งฝั่ง ดีซีอย่าง Arrow, The Flash, Supergirl และ Legends of Tomorrow รวมถึงฝั่งมาร์เวล อย่าง Iron Fist และ Agents of S.H.I.E.L.D ทำให้ เควิน ตันเจริญ เป็นผู้กำกับเชื้อสายไทยที่น่าจับตามองที่สุดในฮอลลีวูด

แต่ถ้าหากมอง Prison Break Resurrection นี้ในฐานะที่เป็นซีรีส์เพื่อมาปลอบประโลมให้แฟนได้หายคิดถึงและนำตัวละครที่พวกเขารักกลับมาให้ได้ลุ้นอีกครั้งแล้วล่ะก็ เราจะพบว่าตอนแรกๆของมันก็ทำหน้าที่ได้ดีพอสมควรเพียงแต่ตอนที่จะเป็นบทสรุปมันดันเล่ารวบรัดจนไม่มีช่องให้คนดูเกิดความสงสัยหรือชวนลุ้นระทึกเท่าไหร่นัก แถมด้วยเรตติ้งที่ไม่ค่อยดีนัก ก็ทำให้ ซีรีย์จำต้องปิดตำนานของมันในฐานะซีรีส์ดูฆ่าเวลาไปอย่างน่าเสียดาย

ufa24h

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *